สมาคมไทยรับสร้างบ้านเผยมุมมองวิกฤติน้ำท่วมขังซ้ำซากในเขตชุมชนเมืองและปริมณฑล ชี้หนึ่งในสาเหตุสำคัญเกิดจากรูปแบบการพัฒนาผังโครงการจัดสรรขนาดใหญ่ที่กระทบต่อทิศทางการไหลของน้ำตามธรรมชาติ แนะประชาชนพิจารณาทางเลือกการซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างบ้านเอง รับอานิสงส์สาธารณูปโภคภาครัฐที่ครอบคลุม ช่วยคุมระดับความสูงบ้านได้ตามใจ ไร้ภาระค่าส่วนกลาง และลดความเสี่ยงเป็นผู้ประสบภัยในรั้วบ้านตัวเอง

นายนิรัญ โพธิ์ศรี นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบายในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากปริมาณน้ำฝนเพียงอย่างเดียว แต่มีผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ดิน (Land-use Changes) โครงการบ้านจัดสรรขนาดใหญ่และนิคมอุตสาหกรรมจำนวนมากมีการถมดินแปลงใหญ่ขวางทางน้ำหลากเดิม หรือในบางจุดมีการถมดินทับคูคลองสาธารณะ ทำให้น้ำไม่สามารถกระจายตัวไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติหรือออกสู่ทะเลได้สะดวกตามแรงโน้มถ่วง ส่งผลให้ต้องพึ่งพาเครื่องสูบน้ำเป็นหลัก
“นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตสำคัญในเชิงวิศวกรรมและกายภาพของโครงการจัดสรรส่วนใหญ่ คือระดับความสูงของที่ดินและผิวถนนภายในโครงการ มักพบว่าท้ายโครงการมีระดับต่ำกว่าหน้าโครงการเฉลี่ยถึง 1.00 – 1.50 เมตร ส่งผลให้บ้านในโซนท้ายโครงการกลายเป็นแอ่งรับน้ำ และประสบปัญหาน้ำท่วมขังยาวนานกว่าจุดอื่น หากตราบใดที่ผู้บริโภคยังนิยมซื้อบ้านจัดสรรโดยไม่พิจารณาสภาพแวดล้อมรอบด้าน ปัญหานี้ก็มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายนิรัญ กล่าว

ในทางกลับกัน นายนิรัญ ชี้ให้เห็นว่า หากสำรวจพื้นที่ตรอกซอยดั้งเดิมที่ประชาชนปลูกสร้างที่อยู่อาศัยเอง จะพบว่าปัญหาน้ำท่วมขังยาวนานเกิดขึ้นน้อยกว่า เนื่องจากระดับถนนสาธารณะที่หน่วยงานภาครัฐสร้างไว้มีความลาดเอียงสม่ำเสมอตั้งแต่ต้นซอยจรดท้ายซอย อีกทั้งในปัจจุบันสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานทั้งระบบประปา ไฟฟ้า ถนนคอนกรีต และระบบระบายน้ำของหน่วยงานภาครัฐทั้งส่วนกลางและท้องถิ่นได้รับการพัฒนาครอบคลุมทุกพื้นที่เมืองทั่วประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ แตกต่างจากเมื่อ 10–20 ปีก่อนอย่างเห็นได้ชัด
เปรียบเทียบจุดเด่น-จุดด้อย: ซื้อบ้านจัดสรร vs ปลูกสร้างบ้านเอง

ความเสี่ยงน้ำท่วมขัง
โครงการบ้านจัดสรร: พึ่งพาระบบสูบน้ำของนิติบุคคล หากท้ายโครงการต่ำกว่าหน้าโครงการ มีความเสี่ยงเป็นแอ่งรับน้ำสูง
ปลูกสร้างบ้านเองบนที่ดินตนเอง: น้ำระบายลงท่อสาธารณะได้ตามธรรมชาติ หากถมดินและกำหนดระดับตัวบ้านเหมาะสม
การควบคุมระดับความสูง
โครงการบ้านจัดสรร: ไม่สามารถแก้ไขหรือปรับระดับที่ดินเองได้ ต้องเป็นไปตามผังรวมของโครงการ
ปลูกสร้างบ้านเองบนที่ดินตนเอง: เจ้าของบ้านกำหนดความสูงของดินถมและระดับพื้นบ้านได้เอง 100%

ภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว
โครงการบ้านจัดสรร: มีค่าส่วนกลางรายเดือน/รายปี สำหรับดูแลถนน ไฟฟ้า และเครื่องสูบน้ำ
ปลูกสร้างบ้านเองบนที่ดินตนเอง: ไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนกลาง บริหารจัดการเฉพาะภายในบริเวณบ้านของตนเอง
การเลือกแบบและฟังก์ชัน
โครงการบ้านจัดสรร: แบบบ้านสำเร็จรูป ปรับเปลี่ยนโครงสร้างได้ยาก
ปลูกสร้างบ้านเองบนที่ดินตนเอง: ออกแบบบ้านตามไลฟ์สไตล์และงบประมาณของตนเองได้อย่างอิสระ

การก่อสร้างและการรับประกัน
โครงการบ้านจัดสรร: ก่อสร้างเสร็จพร้อมอยู่ มีการรับประกันตามสัญญาของโครงการ
ปลูกสร้างบ้านเองบนที่ดินตนเอง: เลือกสร้างกับบริษัทรับสร้างบ้านที่มีมาตรฐาน สัญญาชัดเจน และมีประกันโครงสร้างระยะยาว
ข้อแนะนำจากนายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน

นายนิรัญ กล่าวทิ้งท้ายว่า การเลือกซื้อที่ดินในทำเลที่เหมาะสมแล้วปลูกสร้างบ้านเอง นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน เพราะนอกจากจะช่วยหลีกเลี่ยงภาระค่าพื้นที่ส่วนกลางระยะยาว และไม่สร้างสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำเดิมแล้ว ยังช่วยให้เจ้าของบ้านไม่ต้องกลายเป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วมในบ้านของตนเอง
“สำหรับผู้บริโภคที่สนใจสร้างบ้านเอง ปัจจุบันมีทางเลือกที่สะดวกและได้มาตรฐาน ทั้งผู้รับเหมาและบริษัทรับสร้างบ้านมืออาชีพที่มีการควบคุมงานตามหลักวิศวกรรม พร้อมสัญญาการรับประกันโครงสร้างที่รัดกุม ผู้บริโภคสามารถเลือกใช้บริการได้ตามงบประมาณและความพึงพอใจ เพื่อให้ได้บ้านที่ตอบโจทย์ทั้งความสุขและความปลอดภัยในระยะยาว” นายนิรัญ กล่าวสรุป

















