Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap

DRT เตรียมจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังปี 2567 อัตรา 0.24 บาทต่อหุ้น บอร์ดไฟเขียวซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 320.35 ล้านบาท หลังราคาหุ้นไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐาน

Homeday
18 กุมภาพันธ์ 2568
1 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 18/2/2568

มหกรรมบ้านและคอนโด
DRT เตรียมจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังปี 2567 อัตรา 0.24 บาทต่อหุ้น บอร์ดไฟเขียวซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 320.35 ล้านบาท หลังราคาหุ้นไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐาน
“บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร หรือ DRT” ตอกย้ำเป็นหุ้นปันผลที่ให้ผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ ประกาศจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีหลังของปี 2567 อัตรา 0.24 บาทต่อหุ้น รวมปันผลทั้งปีอัตรา 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 7.14% จากราคาหุ้น ณ สิ้นวันทำการของวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ 7.00 บาทต่อหุ้น เตรียมปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อกำหนดสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 4 มีนาคมนี้ พร้อมได้รับไฟเขียวจากบอร์ดบริษัทฯ เดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 320.35 ล้านบาท หลังราคาหุ้นไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริง
นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์และบอร์ดไฟเบอร์ซีเมนต์ บอร์ดตกแต่งผนัง อิฐมวลเบา บันได แผ่นพื้นและผนัง SPC อาคารสำเร็จรูป (Diamond Modular) บริการติดตั้งโครงหลังคาสำเร็จรูปและกระเบื้องหลังคา ภายใต้เครื่องหมายการค้า ‘ตราเพชร’ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทฯ ได้พิจารณาจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นจากผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีหลังของปี 2567 (กรกฎาคม-ธันวาคม) ที่อัตรา 0.24 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 205.21 ล้านบาท โดยกำหนดปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อกำหนดสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 4 มีนาคม 2568 และจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 ซึ่งเมื่อรวมกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรกของปี 2567 (มกราคม – มิถุนายน) ที่อัตรา 0.26 บาทต่อหุ้น บริษัทฯ จะจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นจากผลการดำเนินงานปี 2567 ในอัตรารวมทั้งสิ้น 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 7.14% เมื่อเทียบกับราคาหุ้น DRT ณ สิ้นวันทำการของวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ 7.00 บาทต่อหุ้น
ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวมาจากผลการดำเนินงานปี 2567 จากงบการเงินเฉพาะกิจการที่มีรายได้รวม 4,989.22 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 498.47 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์บริหารช่องทางจำหน่ายหลักทั้ง 4 ช่องทางให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มุ่งเน้นการขายและทำการตลาดเชิงรุก นำเสนอผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างและตกแต่งที่หลากหลายครอบคลุมการก่อสร้างบ้านได้ทั้งหลัง รวมถึงนำเสนอ DIAMOND ROOF SOLUTIONS ผลิตภัณฑ์หลังคาพร้อมบริการติดตั้งด้วยทีมช่างมืออาชีพ และ DIAMOND SPC SOLUTIONS ผลิตภัณฑ์ SPC สำหรับงานปูพื้น ผนัง และบันได พร้อมบริการติดตั้งด้วยทีมช่างมืออาชีพ ตอกย้ำว่า DRT เป็นหุ้นปันผลที่ให้ผลตอบแทนที่ดี โดยจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นได้อย่างสม่ำเสมอนับจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2548
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินจากผู้ถือหุ้นเป็นการทั่วไป ที่ราคา 7.45 บาทต่อหุ้น จำนวน 43 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกินร้อยละ 5.03 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 320.35 ล้านบาท โดยการซื้อหุ้นคืนดังกล่าวจะใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และอ้างอิงจากราคาหุ้นเฉลี่ยย้อนหลัง 30 วันทำการก่อนการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ที่ 7.24 บาทต่อหุ้น ซึ่งจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2568 – 27 มีนาคม 2568 ผ่านการเสนอซื้อเป็นการทั่วไปในกระดานซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
การดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งนี้ เนื่องจากราคาหุ้นของบริษัทฯ ในช่วงที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน ยังไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงและแผนการดำเนินธุรกิจปี 2568 ที่มีเป้าหมายผลักดันรายได้ให้กลับมาเติบโตจากปีที่ผ่านมา อีกทั้งเป็นการสะท้อนความแข็งแกร่งด้านสถานะทางการเงินของบริษัทฯ และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน นอกจากนี้ จะช่วยเพิ่มผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend yield) ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#ข่าวสาร
#ข่าวการเงิน

หมายเหตุ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับเว็บไซต์ Homeday โดย บริษัท โฮมเดย์ กรุ๊ป จำกัด เท่านั้น บริษัทไม่สามารถให้คำมั่นหรือคำรับประกันเกี่ยวกับเนื้อหา รวมถึงไม่สามารถรับรองความเหมาะสมต่อวัตถุประสงค์เฉพาะใดๆ ตามขอบเขตของกฎหมาย เราจะพยายามอย่างเต็มความสามารถเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลที่ปรากฏในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วนสมบูรณ์ ณ เวลาที่จัดทำ ข้อมูลดังกล่าวไม่ควรนำไปใช้ในการพิจารณาตัดสินใจด้านการเงิน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือประเด็นกฎหมายโดยทันที ผู้อ่านไม่ควรอาศัยข้อมูลในบทความนี้แทนคำแนะนำจากผู้ชำนาญการที่ได้รับการฝึกฝนซึ่งสามารถวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและสภาวะเฉพาะของท่านได้ ทั้งนี้ ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ หากท่านเลือกที่จะนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจของท่าน

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE
HOMEDAY
ข่าวสาร
HOMEDAY
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

โครงการแนะนำ

ดูทั้งหมด
ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี
บ้านเดี่ยว
ACTIVE

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี ตั้งอยู่ที่ ถนนเส้นบายพาส 36 / บ้านแลง จันทบุรี สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, Co-working space, สนามเด็กเล่น, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 2,690,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก

เริ่ม 2,690,000 บาท
ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110
ทาวน์โฮม
ACTIVE

ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110 ตั้งอยู่ที่ สุดยอดทำเลเชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทาง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 3,150,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก

เริ่ม 3,150,000 บาท
ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา ตั้งอยู่ที่ จอหอ - บึงทับช้าง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ คลับเฮ้าส์, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ (Palm Springs Essence Hatyai)
บ้านเดี่ยว
บ้านแฝด
ทาวน์โฮม
ACTIVE

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ (Palm Springs Essence Hatyai)

ศุภาลัย
ศุภาลัย
หาดใหญ่, สงขลา

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ เป็นโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม 3 ชั้น สไตล์ Modern Tropical Luxury ที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้พักอาศัย โครงการนี้มีแนวคิดในการใช้ชีวิตที่หรูหรา มีระดับ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบสนองทุกมิติของการใช้ชีวิตสมัยใหม่ โครงการเน้นการออกแบบที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามและเงียบสงบ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด
ASIMAR โชว์ศักยภาพปี 67 กำไรโตทะยาน 190% รายได้แตะ 1,054 ลบ. บอร์ดชงจ่ายปันผล 0.12 บ./หุ้น ขึ้น XD 14 มี.ค.นี้ ส่งซิกปี 2568 ปีทอง มีโอกาสคว้างานโครงการใหญ่ที่มีศักยภาพสูง
ข่าวสาร

ASIMAR โชว์ศักยภาพปี 67 กำไรโตทะยาน 190% รายได้แตะ 1,054 ลบ. บอร์ดชงจ่ายปันผล 0.12 บ./หุ้น ขึ้น XD 14 มี.ค.นี้ ส่งซิกปี 2568 ปีทอง มีโอกาสคว้างานโครงการใหญ่ที่มีศักยภาพสูง

“บมจ.เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ หรือ ASIMAR” โชว์ศักยภาพแข็งแกร่ง ปี 2567 มีกำไรสุทธิ 50.88 ลบ. โต 190% จากปีก่อน กวาดรายได้รวมอยู่ที่ 1,054.78 ลบ. เพิ่มขึ้น 481.17 ลบ. โต 83.88% โดยรายได้จากงานต่อเรือ 503.09 ลบ. เพิ่มขึ้น 482.33 ลบ. พุ่งทะยานมากถึง 2,323.36% จากการรับรู้รายได้ของโครงการต่อเรือปฏิบัติการอุทกศาสตร์ ของกองทัพเรือ เป็นการรับรู้สะสมร้อยละ 61.08 ของทั้งโครงการ ด้านบอร์ดชงจ่ายปันผลเป็นเงินสดอัตรา 0.12 บ./หุ้น ขึ้น XD วันที่ 14 มี.ค.68 จ่ายปันผลวันที่ 2 พ.ค.นี้ “สุรเดช ตัณฑ์ไพบูลย์” ซีอีโอ กางแผนปี 2568 ปีทองของ ASIMAR เผยปีหน้ามี Backlog [...]

2 นาที
อลิอันซ์ เปิดบทวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกหลังนโยบายทรัมป์ ชี้ทุกประเทศยังคงเผชิญแรงสั่นสะเทือน คาดไทยได้รับผลกระทบปานกลาง
ข่าวสาร

อลิอันซ์ เปิดบทวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกหลังนโยบายทรัมป์ ชี้ทุกประเทศยังคงเผชิญแรงสั่นสะเทือน คาดไทยได้รับผลกระทบปานกลาง

กลุ่มอลิอันซ์ เปิดเผยบทวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกหลังนโยบายทรัมป์ ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เข้มข้นขึ้น หลังจากสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวาระที่สอง ประกาศใช้มาตรการภาษีแบบตอบโต้ (reciprocal tariffs) โดยตั้งเป้าเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนสูงสุดถึง 130% ซึ่งถือเป็นระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1890 ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ต้นทุนการค้าระหว่างประเทศพุ่งสูงขึ้นทันที โดยเฉพาะในภาคยานยนต์ อุตสาหกรรมการผลิต และอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณว่าจะใช้มาตรการภาษีกับประเทศอื่นเพิ่มเติม เช่น กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เม็กซิโก และยุโรปตะวันออก นำไปสู่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่แผ่ขยายไปทั่วโลก ส่งผลให้ธนาคารกลางและนักลงทุนต่างเริ่มประเมินความเสี่ยงใหม่อีกครั้ง ประเทศไทยถูกคาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบในระดับปานกลางจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยมีการปรับลดคาดการณ์ GDP เหลือ 2% ในปี 2025 และ 2.1% ในปี 2026 จาก 2.5% ในปี 2024 โดยประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงปานกลาง ซึ่งจะมีแรงกดดันจากภาคการส่งออกและห่วงโซ่อุปทาน แม้จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ เหมือนบางประเทศในภูมิภาค แต่ก็ยังเผชิญกับผลกระทบทางอ้อมจากความไม่แน่นอนทางการค้า ทั้งนี้ ธนาคารกลางมีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ขณะที่การพึ่งพานโยบายภายในประเทศและการกระจายความเสี่ยงทางการค้าจะมีบทบาทสำคัญในการรองรับแรงสั่นสะเทือนจากภายนอกในระยะต่อไป. ผลกระทบจากสงครามการค้าครั้งนี้ทำให้องค์กรต่างๆ ลดการลงทุนและชะลอแผนขยายธุรกิจ โดยอัตราการเติบโตของ GDP [...]

Gobi Partners หนุน Funding Societies ดันฟินเทคเสริมแกร่ง SME ไทย-อาเซียนเข้าถึงแหล่งเงินทุน
ข่าวสาร

Gobi Partners หนุน Funding Societies ดันฟินเทคเสริมแกร่ง SME ไทย-อาเซียนเข้าถึงแหล่งเงินทุน

การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ตลอดทศวรรษที่ผ่านมาของ Funding Societies และ ความมุ่งมั่นในการขยายโอกาสทางการเงิน ให้กับธุรกิจที่ยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน แม้ในสภาพเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน Funding Societies | Modalku (Funding Societies) แพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลแบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับ SME ประกาศความสำเร็จในการได้รับการลงทุนเชิงกลยุทธ์จาก  Gobi Partners บริษัทร่วมทุนชั้นนำที่มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจในตลาดเอเชีย ตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของ Funding Societies ในการขยายโอกาสทางการเงินให้ SME ด้วยโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่ง ความยืดหยุ่นในการปรับตัว และความมุ่งมั่นในการลดช่องว่างการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การลงทุนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะที่ผู้ให้บริการสินเชื่อและนักลงทุนให้ความระมัดระวังมากขึ้นต่อบริษัทฟินเทคต่างๆ หลังจากที่อุตสาหกรรมเผชิญความท้าทายหลากหลายด้าน การได้รับการสนับสนุนจาก Gobi Partners ไม่เพียงเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับ Funding Societies แต่ยังช่วยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง ตอกย้ำบทบาทสำคัญของบริษัทในฐานะผู้ให้บริการทางการเงินแก่ SME มากว่าสิบปี และบริการด้านการชำระเงินตั้งแต่ปี 2565 ทั้งนี้ การลงทุนดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในแนวทางการบริหารจัดการที่แข็งแกร่งของ Funding Societies และความสามารถในการสนับสนุนธุรกิจที่ขาดโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนทั่วทั้งภูมิภาคฯ นายเคลวิน เตียว ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Funding Societies กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับการลงทุนเชิงกลยุทธ์จาก Gobi Partners [...]

2 นาที
SCB FM มอง Fed ลดดอกเบี้ยกลางปีจากเศรษฐกิจที่ชะลอ ทำให้เงินบาทจะทยอยแข็งค่าได้ แต่ Tariffs อาจดันเงินเฟ้อและกดดันบาทอ่อนระยะสั้น
ข่าวสาร

SCB FM มอง Fed ลดดอกเบี้ยกลางปีจากเศรษฐกิจที่ชะลอ ทำให้เงินบาทจะทยอยแข็งค่าได้ แต่ Tariffs อาจดันเงินเฟ้อและกดดันบาทอ่อนระยะสั้น

กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets: SCB FM) เปิดเผยว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คงดอกเบี้ยที่ 4.25-4.50% ตามคาด อย่างไรก็ดี แม้ Fed จะพยายามส่งสัญญาณว่าความไม่แน่นอนมากขึ้นและเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้น แต่ตลาดกลับให้โอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ยในปีนี้มีมากขึ้น โดย Price-in ที่ราว 75 bps ซึ่งมากกว่าที่ Fed สื่อสารใน Dot plot สำหรับมุมมองในระยะต่อไป SCB FM ยังคงมุมมองเดิมว่า Fed อาจลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ โดยการลดครั้งแรกอาจเป็นการประชุมเดือน มิ.ย. และอาจลดอีกครั้งในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีนี้ ซึ่งจะทำให้เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นได้ โดยมองกรอบปลายปีที่ราว 32.50-33.50 เนื่องจาก เริ่มเห็นสัญญาณที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอลงชัดเจนขึ้น ขณะที่นโยบายการคลังในยุโรปมีมากขึ้น ทำให้เริ่มเห็นเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลออกจากสหรัฐฯ เข้ายุโรปมากขึ้น เงินยูโรจึงมีแนวโน้มแข็งค่า กดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าต่อ และเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าได้ [...]

2 นาที
2 นาที