Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap

finbiz by ttb แนะ 6 เทรนด์ธุรกิจยั่งยืนที่ทุกองค์กรต้องจับตามองในปี 2025

Homeday
21 มีนาคม 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 21/3/2568

finbiz by ttb แนะ 6 เทรนด์ธุรกิจยั่งยืนที่ทุกองค์กรต้องจับตามองในปี 2025
มหกรรมบ้านและคอนโด
เมื่อความยั่งยืนไม่ได้เป็นแค่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดของธุรกิจ และโลกในยุคปัจจุบัน ทำให้เรื่องของความยั่งยืนนั้นไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ หรือกระแสอีกต่อไป ส่งผลให้ธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมต่างนำเรื่องของความยั่งยืนมาเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการดำเนินธุรกิจในปี 2025 นี้ รวมไปถึงกฎหมาย และข้อบังคับต่าง ๆ จากหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น จึงยิ่งทำให้ธุรกิจต่างต้องปรับตัวและวิธีการดำเนินงานให้มุ่งไปสู่ความยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า สังคม รวมไปถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน
finbiz by ttb รวบรวม 6 เทรนด์การทำธุรกิจแบบยั่งยืนที่น่าจับตามองในปี 2025 เพื่อให้ธุรกิจนำไปใช้วางแผน และกำหนดแนวทางการดำเนินธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน
1. Net Zero & Decarbonization: จากการวางแผนสู่การลงมือทำจริงจากปัญหาสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนอาจนำไปสู่ผลกระทบที่หลากหลาย ประกอบกับการออกกฎหมาย และข้อบังคับของภาครัฐ ทำให้ธุรกิจในหลายอุตสาหกรรมตื่นตัวกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยธุรกิจหลายแห่งมีการตั้งเป้าหมายที่จะเป็น Net zero เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดและกฎหมาย ในปี 2025 นี้เราจะเริ่มเห็นหลาย ๆ ธุรกิจจะเปลี่ยนโฟกัสจากการวางแผนมาเป็นการลงมือลดการใช้คาร์บอนกันอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น ผ่านมาตรการและการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานสะอาด และพลังงานหมุนเวียน การลดการใช้ไฟฟ้า และน้ำมันเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิต และขนส่ง การพัฒนาสินค้าคาร์บอนต่ำ เป็นต้น
โดยประเทศไทยตั้งเป้าที่จะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2065 ตามร่างพ.ร.บ.ลดโลกร้อน (Climate Change Act) ทำให้การลดการใช้ก๊าซเรือนกระจกจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในการดำเนินธุรกิจ และต้องมีการตรวจวัดคาร์บอนฟุตพริ้นท์อย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงการจัดทำบัญชี GHG (บัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก) เพื่อนำส่งให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
1. ESG Regulatory Framework : การเข้ามาของกฎหมายและข้อบังคับเป็นตัวเร่งให้ธุรกิจต้องปรับตัวกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับความความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมจะเข้ามามีบทบาทกับการดำเนินธุรกิจมากยิ่งขึ้น โดย พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหากมีการบังคับใช้ในปี 2025 จะทำให้การตรวจวัดคาร์บอนฟุตพริ้นท์และการลดการใช้ก๊าซเรือนกระจก กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการดำเนินธุรกิจ ที่ต้องปฏิบัติตาม และการรายงานผลความยั่งยืนตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์สำหรับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รวมไปถึงมาตรการจากต่างประเทศอย่าง European Green Deal เพื่อลดคาร์บอนไดออกไซด์ลง 55% ในปี 2030 นั้น จะส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการสินค้าส่งออกไทย เนื่องจากมีการออกมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (CBAM) ที่จะกำหนดราคาสินค้าบางประเภทเพื่อป้องกันการนำเข้าสินค้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเข้ามาในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งโดยแต่ละกลุ่มสินค้าจะมีข้อกำหนดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และวิธีการเรียกเก็บคาร์บอน
ดังนั้นธุรกิจจึงควรต้องศึกษาและเตรียมตัวให้พร้อม เริ่มต้นจากการตรวจวัดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ เพื่อสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปในการแสดงรายงานของกิจการ และนำไปใช้แสดงในฉลากของผลิตภัณฑ์ หรือบริการเพื่อใช้ส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อมของธุรกิจได้
1. Circular Economy & Zero Waste: การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าหนึ่งในเทรนด์ที่มาแรง และเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนคือ เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ที่เปลี่ยนจากการผลิต-ใช้-ทิ้ง มาเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ใช้งานได้นานขึ้น และใช้ซ้ำได้ รวมถึงการนำไปรีไซเคิล เพื่อลดปริมาณของเสียได้อีกด้วย เป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่องค์กรในหลายอุตสาหกรรมได้นำไปประยุกต์ใช้ ทั้งธุรกิจแฟชั่น อิเล็กทรอนิกส์ บรรจุภัณฑ์ และอื่น ๆ โดยแนวคิดเรื่องของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่านั้นนอกจากจะตอบโจทย์เรื่องการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนแล้ว ยังช่วยให้องค์กรประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังส่งผลดีต่อการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรด้วย เพราะเมื่อใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นจะช่วยลดการสร้างของเสีย และลดการซื้อของบางอย่างใน Supply Chain ได้มากขึ้น 2. Green Finance & ESG Investment: เงินทุนไหลสู่ธุรกิจสีเขียวภาคการเงินถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน มีการคาดการณ์ว่าตลาดการเงินสีเขียวทั่วโลกมีอัตราการเติบโต 12.2% ต่อปี แบบทบต้น ตั้งแต่ปี 2024 ถึงปี 2031 ทำให้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เชื่อมโยงกับ ESG ไม่ว่าจะเป็นพันธบัตรสีเขียว สินเชื่อสีเขียว Sustainability-Linked Loans และกองทุนเพื่อความยั่งยืนกลายเป็นจุดสนใจในตอนนี้ ซึ่งแนวโน้มการลงทุนของธุรกิจในปีนี้จะเป็นการลงทุนที่คำนึงถึงเรื่องของสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล มากยิ่งขึ้น โดยองค์กรหรือธุรกิจที่ต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว จำเป็นต้องมีแผนการดำเนินงานและมาตรวัดเกี่ยวกับความยั่งยืนที่ชัดเจน เพื่อที่จะได้รับข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อการนำไปพัฒนา และต่อยอดธุรกิจสู่ความยั่งยืนได้ดีมากยิ่งขึ้น 3. Sustainable Supply Chain: ความโปร่งใสและจริยธรรมตลอดห่วงโซ่อุปทานในปี 2025 นี้ธุรกิจจำเป็นต้องดูและตรวจสอบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ตลอดทั้งซัพพลายเชนของการทำธุรกิจ รวมถึงมีการเก็บข้อมูลในทุก ๆ ขั้นตอนของซัพพลายเชน เช่น การจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ถือเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นธุรกิจที่ยั่งยืน จะต้องมีการเก็บข้อมูลตั้งแต่กิจกรรมต้นน้ำ กิจกรรมโดยตรงขององค์กรไปจนถึงกิจกรรมปลายน้ำ ทำให้ธุรกิจต้องเลือกสรรและใส่ใจในทุก ๆ กระบวนการของการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจได้ดำเนินการตามมาตรฐาน และมีขั้นตอนการดำเนินธุรกิจที่เป็นไปอย่างโปร่งใส 4. AI & Digitalization for Sustainability: เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการนำ AI และ Digital Platform เข้ามาใช้ในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนถือเป็นหนึ่งในเทรนด์สำคัญที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะการนำ AI และ Digital Platform เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ที่เป็นมาตรวัดสำคัญ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ๊นท์ การบริหารจัดการพลังงาน และการคาดการณ์แนวโน้มสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก AI มีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่เป็นจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ช่วยประหยัดเวลาในการทำงานได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ AI ยังช่วยให้เกิด Smart Manufacturing และ Smart Cities ที่จะทำให้การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เมื่อ “ความยั่งยืน” ไม่ใช่แค่เทรนด์ของธุรกิจอีกต่อไป
ปี 2025 เป็นปีที่ธุรกิจต้องก้าวไปไกลกว่าแค่การ “ทำดีเพื่อภาพลักษณ์” แต่ต้องแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล องค์กรที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับ 6 เทรนด์ธุรกิจยั่งยืนเหล่านี้จะไม่เพียงแค่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลก แต่ยังสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาวอีกด้วย และเพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน finbiz by ttb ขอแนะนำโซลูชันการเงินสำหรับลูกค้าธุรกิจที่พร้อมตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ให้ธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อนำไปใช้ต่อยอดในการเป็นธุรกิจรักษ์โลก และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี โทร 0 2643 7000
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#ข่าวสาร
#ข่าวการเงิน

หมายเหตุ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับเว็บไซต์ Homeday โดย บริษัท โฮมเดย์ กรุ๊ป จำกัด เท่านั้น บริษัทไม่สามารถให้คำมั่นหรือคำรับประกันเกี่ยวกับเนื้อหา รวมถึงไม่สามารถรับรองความเหมาะสมต่อวัตถุประสงค์เฉพาะใดๆ ตามขอบเขตของกฎหมาย เราจะพยายามอย่างเต็มความสามารถเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลที่ปรากฏในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วนสมบูรณ์ ณ เวลาที่จัดทำ ข้อมูลดังกล่าวไม่ควรนำไปใช้ในการพิจารณาตัดสินใจด้านการเงิน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือประเด็นกฎหมายโดยทันที ผู้อ่านไม่ควรอาศัยข้อมูลในบทความนี้แทนคำแนะนำจากผู้ชำนาญการที่ได้รับการฝึกฝนซึ่งสามารถวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและสภาวะเฉพาะของท่านได้ ทั้งนี้ ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ หากท่านเลือกที่จะนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจของท่าน

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE
HOMEDAY
ข่าวสาร
HOMEDAY
Homeday AgentHomeday Agent
Hausty
Homeday AgentHomeday Agent

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

โครงการแนะนำ

ดูทั้งหมด
ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี
บ้านเดี่ยว
ACTIVE

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี ตั้งอยู่ที่ ถนนเส้นบายพาส 36 / บ้านแลง จันทบุรี สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, Co-working space, สนามเด็กเล่น, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 2,690,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก

เริ่ม 2,690,000 บาท
ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110
ทาวน์โฮม
ACTIVE

ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110 ตั้งอยู่ที่ สุดยอดทำเลเชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทาง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 3,150,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก

เริ่ม 3,150,000 บาท
ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา ตั้งอยู่ที่ จอหอ - บึงทับช้าง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ คลับเฮ้าส์, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ (Palm Springs Essence Hatyai)
บ้านเดี่ยว
บ้านแฝด
ทาวน์โฮม
ACTIVE

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ (Palm Springs Essence Hatyai)

ศุภาลัย
ศุภาลัย
หาดใหญ่, สงขลา

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ เป็นโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม 3 ชั้น สไตล์ Modern Tropical Luxury ที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้พักอาศัย โครงการนี้มีแนวคิดในการใช้ชีวิตที่หรูหรา มีระดับ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบสนองทุกมิติของการใช้ชีวิตสมัยใหม่ โครงการเน้นการออกแบบที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามและเงียบสงบ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด
STX เดินเกมรุก ลุยซื้อเหมืองใหม่เพชรบุรี รับดีมานด์โครงสร้างพื้นฐานขยายตัว โชว์งบปี 67 นิวไฮในรอบ 5 ปี กำไรพีค 36% ปันผลอีก 0.10 บ./หุ้น
ข่าวสาร

STX เดินเกมรุก ลุยซื้อเหมืองใหม่เพชรบุรี รับดีมานด์โครงสร้างพื้นฐานขยายตัว โชว์งบปี 67 นิวไฮในรอบ 5 ปี กำไรพีค 36% ปันผลอีก 0.10 บ./หุ้น

“บมจ.สโตนวัน หรือ STX” ขยายอาณาจักรเหมืองหิน เดินหน้าซื้อเหมืองใหม่ที่ จ.เพชรบุรี เพิ่มปริมาณสำรองหินอุตสาหกรรม รองรับดีมานด์ก่อสร้างจากเมกะโปรเจกต์ภาครัฐ-โครงการ EEC ที่ขยายตัวในอัตราเร่ง ดันศักยภาพเติบโตระยะยาว จากปี 67 ประกาศผลงานทุบสถิติรายได้-กำไรในรอบ 5 ปี โดยกำไรสุทธิอยู่ที่เกือบ 52 ล้านบาท โตแรง 36% รายได้รวมเกือบ 457 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% ด้าน ESG โดดเด่น ปลื้มคว้ารางวัล Green Mining Award ตอกย้ำผู้นำมาตรฐานเหมืองสีเขียว พร้อมแจกปันผล 0.10 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 14 มี.ค. 68 นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโตนวัน จำกัด (มหาชน) หรือ STX ผู้นำในอุตสาหกรรมเหมืองหินและแร่ เปิดเผยว่า ในปี [...]

2 นาที
ทีทีบี ฟินทิป ชวนมารู้จัก “Easy e-Receipt 2.0” ให้มากขึ้น ให้คุณวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนอย่างคุ้มค่า
ข่าวสาร

ทีทีบี ฟินทิป ชวนมารู้จัก “Easy e-Receipt 2.0” ให้มากขึ้น ให้คุณวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนอย่างคุ้มค่า

มารู้จัก! โครงการช้อปลดหย่อนภาษี “Easy e-Receipt 2.0” ปี 2568 ให้มากขึ้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศของรัฐบาล ซึ่งขยายผลจาก “Easy e-Receipt” ของปี 2567ยิ่งซื้อมากก็ยิ่งได้ลดหย่อนมากที่โดนใจสายช้อปปิ้ง และเป็นหนึ่งในตัวช่วยของคนที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วงต้นปี 2569 fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ จะพาไปรู้จักโครงการและเงื่อนไข พร้อมแนะนำวิธีใช้สิทธิประโยชน์ให้คุ้มค่า  โครงการ Easy e-Receipt 2.0 เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2568 โดยผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการซื้อสินค้าและบริการตามเงื่อนไขที่ได้จ่ายจริงสูงสุด 50,000 บาท มาใช้ลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งหลักฐานที่ใช้ต้องเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt)  ของกรมสรรพากรเท่านั้น   เงื่อนไขการช้อปลดหย่อนภาษีปี 2568 มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม ดังนี้ ค่าใช้จ่ายในร้านค้าทั่วไป ซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือจากผู้มิได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท ค่าใช้จ่ายในวิสาหกิจชุมชนหรือร้านค้าOTOP ซื้อสินค้าหรือบริการที่หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท ในกรณีที่ใช้จ่ายตามเงื่อนไข ดังนี้ ซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซึ่งลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว ซื้อสินค้าหรือรับบริการจากวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนต่อกรมส่งเสริมการเกษตร ซื้อสินค้าหรือรับบริการจากวิสาหกิจเพื่อสังคมที่จดทะเบียนต่อสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม สินค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการ Easy e-Receipt 2.0 มีอะไรบ้าง อะไรใช้ลดหย่อนได้ สินค้าและบริการทั่วไป เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือของใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงค่าซื้อหนังสือ หนังสือพิมพ์ นิตยสารทั้งแบบเล่มและอีบุ๊ก ซึ่งซื้อจากร้านค้า ห้างสรรพสินค้า หรือซูเปอร์มาร์เก็ตที่ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ ผ่านระบบ e-Tax Invoice หรือ e-Receipt ของกรมสรรพากรเท่านั้น หากเป็นร้านค้าอื่น ๆ [...]

เฮอร์บาไลฟ์ ซื้อสินทรัพย์ของ Pro2col Health และ Pruvit Venture พร้อมถือหุ้นใหญ่ของ Link BioSciences มุ่งเสริมศักยภาพสู่แพลตฟอร์มสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีระดับโลก
ข่าวสาร

เฮอร์บาไลฟ์ ซื้อสินทรัพย์ของ Pro2col Health และ Pruvit Venture พร้อมถือหุ้นใหญ่ของ Link BioSciences มุ่งเสริมศักยภาพสู่แพลตฟอร์มสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีระดับโลก

เฮอร์บาไลฟ์ หรือ Herbalife Ltd. (NYSE: HLF) บริษัทด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ระดับโลก ประกาศลงนามในบันทึกข้อตกลงเพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์ทั้งหมดของ Pro2col Health LLC และ Pruvit Ventures, Inc. รวมถึงการถือหุ้นใหญ่ 51% ใน Link BioSciences Inc. (Link BioSciences) Pro2col เป็นบริษัทพัฒนาแอปพลิเคชันสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ใช้ข้อมูลชีวภาพของแต่ละบุคคล (biometrics) เพื่อให้คำแนะนำด้านโภชนาการที่เหมาะสม ช่วยส่งเสริมสุขภาพและการใช้ชีวิตแบบแอคทีฟ โดยแพลตฟอร์มนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อวางแผนด้านสุขภาพและชะลอวัยที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์แต่ละบุคคล Link BioSciences เป็นบริษัทด้านการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีเฉพาะทางในการประมวลผลข้อมูลชีวภาพ (biometrics) เช่น ตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (biomarkers), ข้อมูลไลฟ์สไตล์ และดีเอ็นเอ โดยบริษัทจะนำข้อมูลจาก Pro2col มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเฉพาะบุคคลสำหรับลูกค้า “ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกล เฮอร์บาไลฟ์ได้ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญในการเข้าซื้อและบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลเฉพาะบุคคลอันล้ำสมัยของ Pro2col ควบคู่ไปกับศักยภาพการผลิตอันแข็งแกร่งของ Link BioSciences การผสานพลังครั้งนี้จะเปิดประตูสู่โอกาสอันไร้ขีดจำกัดให้แก่ผู้จำหน่ายของเรา ในการขยายฐานลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มสุขภาพ โภชนาการ และความเป็นอยู่ที่ดีที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลได้อย่างแท้จริง เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า การลงทุนในครั้งนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่นำพาเฮอร์บาไลฟ์ก้าวไปสู่อีกระดับของการเป็นผู้นำแพลตฟอร์มด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีระดับโลก” นายสเตฟาน กราทเซียานี  ประธานและซีอีโอคนใหม่ของเฮอร์บาไลฟ์ กล่าว โดยแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของ Pro2col จะถูกนำมาเปิดให้ผู้จำหน่ายอิสระของเฮอร์บาไลฟ์ในสหรัฐอเมริกาได้สัมผัสและทดลองใช้ในรูปแบบเบต้าในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ก่อนที่จะเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบในไตรมาสที่ 4 และขยายสู่ตลาดอื่นๆ ทั่วโลกตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป เฮอร์บาไลฟ์เข้าซื้อกิจการ Pruvit ผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคีโตนที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามสู่หมวดหมู่เฉพาะทางยิ่งขึ้น โดย Pruvit จะยังคงดำเนินงานอย่างอิสระภายใต้การบริหารจัดการของเจ้าของเดิมเป็นเวลาสูงสุด 2 ปี ในระหว่างนี้ เฮอร์บาไลฟ์วางแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์คีโตนร่วมกับ Pruvit เพื่อเสริมศักยภาพแพลตฟอร์ม Pro2col และขยายฐานผู้บริโภคสู่ตลาดโลกในวงกว้าง การเข้าซื้อกิจการดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2 ของปี พ.ศ. 2568 ด้วยมูลค่าประมาณ 25-30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเงื่อนไขการจ่ายเงินเพิ่มเติมตามผลการดำเนินงานในอนาคต นอกจากนี้เฮอร์บาไลฟ์ยังได้ขยายความร่วมมือกับ ‘คริสเตียโน่ โรนัลโด้’ นักฟุตบอลระดับโลกที่เป็นพาร์ทเนอร์ของเฮอร์บาไลฟ์มาอย่างยาวนาน ด้วยความมุ่งมั่นในการดูแลโภชนาการและสมรรถภาพทางกาย ทำให้โรนัลโด้เป็นที่ปรึกษาที่เหมาะสมที่สุดในการพัฒนาแพลตฟอร์ม Pro2col ให้ก้าวไปอีกขั้น คริสเตียโน โรนัลโด้ เผยว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาก้าวใหม่ๆ ของเฮอร์บาไลฟ์ ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราที่มีร่วมกัน ในการนำโภชนาการและโซลูชันสุขภาพที่ดีที่สุดให้เข้าถึงทุกคน” นายสเตฟาน กราทเซียานี กล่าวเพิ่มเติมว่า “ตลอด 45 ปีที่ผ่านมา เฮอร์บาไลฟ์มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีที่ได้รับการรับรองทางวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งสร้างโอกาสทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ รวมถึงการร่วมมือกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ [...]

CIVIL คว้ากำไรปี 67 115 ลบ. โต 22% บอร์ดเคาะปันผล 0.02 บาท/หุ้น
ข่าวสาร

CIVIL คว้ากำไรปี 67 115 ลบ. โต 22% บอร์ดเคาะปันผล 0.02 บาท/หุ้น

CIVIL เผยผลประกอบการปี 2567 รายได้รวม 4,968 ล้านบาท กำไรสุทธิ 115 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% ส่งมอบงานรวดเร็ว บริหารต้นทุนดีขึ้น อัตรากำไรสุทธิเติบโตอยู่ที่ 2.3% เตรียมขออนุมัติจ่ายปันผล 0.02 บาท/หุ้น คิดเป็น 33% ของกำไรสุทธิฯ นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ CIVIL ผู้นำบริษัทก่อสร้างครบวงจรชั้นนำของไทย เปิดเผยถึงผลประกอบการปี 2567 ว่า บริษัทมีรายได้รวม 4,968 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 4,935 ล้านบาท จำนวน 33 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 115 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 94 ล้านบาท จำนวน 21 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 22% ส่วนผลประกอบการไตรมาส [...]

1 นาที
1 นาที
1 นาที