Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

ขั้นตอนการขอบ้านเลขที่ในประเทศไทย ทำอย่างไร?

Homeday
15 เมษายน 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 15/4/2568

ขั้นตอนการขอบ้านเลขที่ในประเทศไทย ทำอย่างไร?

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
บ้านเลขที่เป็นตัวเลขสำคัญที่ระบุพิกัดที่อยู่อาศัยได้อย่างชัดเจน และมีความจำเป็นต่อการดำเนินการเรื่องระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการขอใช้ไฟฟ้า น้ำประปา หรือโทรศัพท์ การขอบ้านเลขที่ต้องดำเนินการภายใน 15 วันหลังจากสร้างบ้านเสร็จสมบูรณ์ เพื่อให้ได้เลขที่บ้านอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รายงานนี้จะแนะนำขั้นตอน เอกสารที่จำเป็น และข้อมูลสำคัญทั้งหมดเกี่ยวกับการขอบ้านเลขที่ในประเทศไทย
Article Image

ความสำคัญของการขอบ้านเลขที่

การขอเลขที่บ้านเป็นขั้นตอนสำคัญตามกฎหมายที่ช่วยรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของเจ้าของบ้าน ทั้งในเรื่องการออกทะเบียนบ้านและการขอใช้สาธารณูปโภคต่างๆ เช่น น้ำประปา ไฟฟ้า และโทรศัพท์1 การไม่ดำเนินการขอบ้านเลขที่ภายในระยะเวลาที่กำหนดอาจมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของบ้านควรดำเนินการให้ถูกต้องและทันเวลา12
บ้านเลขที่ยังมีความสำคัญในแง่ของการระบุตำแหน่งของบ้านอย่างชัดเจน ทำให้สามารถจัดส่งไปรษณีย์ การติดต่อราชการ และการทำธุรกรรมต่างๆ ที่ต้องใช้ที่อยู่เป็นไปอย่างถูกต้องและสะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ การมีบ้านเลขที่ยังเป็นการยืนยันว่าบ้านของคุณได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย3

ลักษณะบ้านที่ขอเลขที่บ้านได้

ตามความหมายในพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 “บ้าน” หมายถึง โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยซึ่งมีเจ้าบ้านครอบครอง โดยบ้านหนึ่งหลังจะกำหนดเลขที่บ้านให้เพียงหมายเลขเดียวเท่านั้น1 ลักษณะบ้านที่สามารถขอเลขที่บ้านได้มีดังนี้:
1. บ้านทั่วไป: บ้านที่สร้างเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว โดยหากมีบ้านหลายหลังในบริเวณเดียวกัน ก็ให้กำหนดเลขที่บ้านเพียงเลขเดียว แต่ในกรณีที่ต้องการกำหนดเลขที่บ้านเพิ่ม สามารถยื่นเรื่องขอกับนายทะเบียนได้12 2. ตึกแถว ห้องแถว หรืออาคารชุด: ในกรณีนี้ จะต้องขอเลขที่บ้านทุกห้องเป็นชุดแยกกัน เพราะถือว่าแต่ละห้องนับเป็นบ้านหนึ่งหลัง12 3. บ้านน็อคดาวน์หรือบ้านสำเร็จรูป: สามารถขอเลขที่บ้านได้ตามปกติเหมือนกับบ้านที่ก่อสร้างแบบทั่วไป หากตั้งอยู่บนที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง ก็ถือเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ถูกต้องตามกฎหมาย12
บ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จ: ในกรณีที่บ้านยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์แต่มีความจำเป็น สามารถขอเลขที่บ้านก่อนได้ โดยนายทะเบียนจะกำหนดเลขที่บ้านและออกทะเบียนบ้านชั่วคราวให้ พร้อมระบุว่าอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง12
Article Image

สถานที่ยื่นขอบ้านเลขที่

การยื่นขอบ้านเลขที่สามารถทำได้หลายช่องทาง ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่บ้านตั้งอยู่ ดังนี้:

1. สำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาล

หากบ้านตั้งอยู่ภายในเขตเทศบาล ให้ยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลที่บ้านตั้งอยู่ โดยเจ้าบ้านต้องแจ้งขอเลขที่บ้านต่อผู้ใหญ่บ้านก่อน เพื่อออกใบ ท.ร.9 สำหรับนำไปประกอบการยื่นคำร้อง นายทะเบียนจะตรวจสอบและกำหนดเลขที่บ้านให้ภายใน 7 วัน12

2. สำนักทะเบียนอำเภอ

หากบ้านตั้งอยู่ภายนอกเขตเทศบาล ให้ยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนอำเภอที่บ้านตั้งอยู่ โดยเจ้าบ้านต้องแจ้งขอเลขที่บ้านต่อผู้ใหญ่บ้าน เพื่อออกใบ ท.ร.9 เช่นกัน ในกรณีนี้ นายทะเบียนจะตรวจสอบและกำหนดเลขที่บ้านให้ภายใน 30 วัน12

3. ช่องทางออนไลน์

ในปัจจุบัน มีบางพื้นที่ที่สามารถยื่นขอเลขที่บ้านผ่านช่องทางออนไลน์ได้ เช่น:
• BORA Web Portal: เว็บไซต์ https://www.bora.dopa.go.th/bora-web-portal/ ซึ่งเป็นบริการประชาชนของกรมการปกครอง สามารถเข้าใช้งานได้ผ่านแอปพลิเคชัน ThaID12 • เว็บไซต์สำนักงานเขตในกรุงเทพฯ: บางเขตในกรุงเทพฯ เช่น เขตหลักสี่ และเขตบางเขน มีบริการขอบ้านเลขที่ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์สำนักงานเขต โดยกรอกคำร้องออนไลน์ตามแบบฟอร์ม ท.ร.9 พร้อมส่งเอกสารประกอบคำร้อง และรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับภายใน 1 วันทำการ12

เอกสารที่ต้องใช้ในการขอบ้านเลขที่

การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนจะช่วยให้การดำเนินการขอบ้านเลขที่เป็นไปอย่างราบรื่น เอกสารที่จำเป็นมีดังนี้:

1. ใบรับแจ้งเกี่ยวกับบ้าน (ท.ร.9)

ใบ ท.ร.9 เป็นเอกสารที่ออกโดยผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันในท้องที่ที่บ้านตั้งอยู่ เจ้าบ้านต้องแจ้งต่อผู้ใหญ่บ้านเพื่อออกใบ ท.ร.9 สำหรับนำไปประกอบการยื่นคำร้อง12

2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน

• กรณีขอบ้านเลขที่ด้วยตัวเอง: เตรียมสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ยื่นคำร้อง พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องในเอกสารทุกฉบับ จำนวน 1 ชุด12 • กรณีมอบอำนาจ: เตรียมสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านทั้งของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ รวมถึงพยานบุคคล 2 คน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องในเอกสารทุกฉบับ จำนวน 1 ชุด12

3. เอกสารสิทธิ์แสดงการครอบครองที่ดินหรือหนังสือยินยอมให้ปลูกสร้างบ้าน

เอกสารสิทธิ์แสดงการครอบครองที่ดิน เช่น โฉนดที่ดิน, น.ส.3, ส.ป.ก เป็นต้น ในกรณีต่างๆ มีข้อกำหนดดังนี้:
• กรณีปลูกสร้างบ้านบนที่ดินของผู้อื่น: ต้องมีหนังสือยินยอมการปลูกสร้างบ้าน12 • กรณีปลูกสร้างบ้านบนพื้นที่สาธารณะหรือในเขตสงวน: สามารถยื่นขอเลขที่บ้านและสมุดทะเบียนบ้านได้ แต่จะเป็นทะเบียนบ้านแบบชั่วคราว12

4. ใบอนุญาตก่อสร้างอาคารหรือหนังสือรับรองสิ่งปลูกสร้าง

ใบอนุญาตก่อสร้างอาคารหรือหนังสือรับรองสิ่งปลูกสร้าง สามารถขอได้ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลหรือสำนักงานเทศบาลในพื้นที่ที่ปลูกสร้างบ้าน ในกรณีที่บ้านตั้งอยู่ในเขตที่ประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยการควบคุมการก่อสร้างอาคาร จำเป็นต้องมีใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร หากไม่มี นายทะเบียนจะกำหนดเลขที่บ้านและออกทะเบียนบ้านแบบชั่วคราวให้12

5. รูปถ่ายบ้านที่ปลูกสร้างเสร็จแล้วทั้ง 4 ด้าน

ใช้รูปถ่ายบ้านที่สร้างเสร็จเรียบร้อยทั้ง 4 มุม คือด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้างซ้าย และด้านข้างขวา12
Article Image

ขั้นตอนการขอบ้านเลขที่

การขอบ้านเลขที่มีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน แต่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามลำดับขั้นตอน ดังนี้:

1. ติดต่อสำนักทะเบียน

ติดต่อสำนักทะเบียนในพื้นที่ที่ทำการปลูกสร้างบ้าน (สำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลหรือสำนักทะเบียนอำเภอ) เพื่อดำเนินการขอบ้านเลขที่ ภายใน 15 วันหลังสร้างบ้านเสร็จสมบูรณ์ หรือเมื่อก่อสร้างไปแล้วประมาณ 90%12

2. ยื่นเอกสาร

ยื่นเอกสารประกอบคำร้องเพื่อขอบ้านเลขที่ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น12

3. รอตรวจสอบข้อมูล

นายทะเบียนจะรับคำร้องและตรวจสอบข้อมูลก่อนดำเนินการอนุมัติ และจะออกเลขที่บ้านให้ภายใน 7-30 วัน ขึ้นอยู่กับว่าบ้านตั้งอยู่ในเขตหรือนอกเขตเทศบาล12

4. รับเลขที่บ้าน

เมื่อนายทะเบียนออกบ้านเลขที่และจัดทำสมุดทะเบียนบ้านพร้อมสำเนาทะเบียนบ้านเรียบร้อยแล้ว เจ้าบ้านสามารถนำเลขที่บ้านไปติดหน้าบ้านได้ทันที12
Article Image

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขอบ้านเลขที่

1. ขอบ้านเลขที่ เลือกเลขได้หรือไม่?

โดยปกติแล้วไม่สามารถเลือกเลขที่บ้านเองได้ เพราะเลขที่บ้านจะถูกกำหนดโดยสำนักงานเทศบาลหรือเขตอำเภอ อย่างไรก็ตาม ในบางพื้นที่อาจมีการเจรจาได้ เช่น กรณีบ้านที่อยู่ห่างไกลชุมชนและผู้คน12

2. บ้านสร้างไม่เสร็จ ขอเลขที่บ้านได้หรือไม่?

สามารถขอเลขที่บ้านก่อนที่บ้านจะสร้างเสร็จได้ โดยนายทะเบียนจะกำหนดเลขที่บ้านและออกทะเบียนบ้านชั่วคราวให้ พร้อมระบุไว้ว่าอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 256212

3. ขอเลขที่บ้านมีค่าใช้จ่ายหรือไม่?

การขอเลขที่บ้านไม่เสียค่าใช้จ่าย ตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2551 แต่หากไม่ได้ขอเลขที่บ้านภายใน 15 วันหลังสร้างเสร็จสมบูรณ์ อาจมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท12

4. ขอเลขที่บ้านใช้เวลากี่วัน?

การออกเลขที่บ้านใช้ระยะเวลาภายใน 7-30 วัน ขึ้นอยู่กับกรณี:
• หากบ้านตั้งอยู่ภายในเขตเทศบาล: นายทะเบียนจะตรวจสอบและกำหนดเลขที่บ้านให้ภายใน 7 วัน • หากบ้านตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล: นายทะเบียนจะกำหนดเลขที่บ้านให้ภายใน 30 วัน12

5. ไม่ขอเลขที่บ้านภายในกำหนดมีโทษหรือไม่?

การขอเลขที่บ้านต้องดำเนินการทันทีหลังปลูกสร้างบ้านเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้วภายใน 15 วัน หากไม่ปฏิบัติตามระยะเวลาที่กำหนด จะมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท12

สรุป

การขอบ้านเลขที่เป็นขั้นตอนสำคัญที่เจ้าของบ้านควรดำเนินการหลังจากสร้างบ้านเสร็จภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด การมีบ้านเลขที่ไม่เพียงแต่ทำให้สามารถขอใช้สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้ แต่ยังเป็นการรับรองสิทธิตามกฎหมายในฐานะเจ้าของบ้านอีกด้วย
การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดจะช่วยให้การขอบ้านเลขที่เป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาล สำนักทะเบียนอำเภอ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ในบางพื้นที่
การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการขอบ้านเลขที่จะช่วยให้เจ้าของบ้านหลีกเลี่ยงโทษปรับและปัญหาอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้น การทำความเข้าใจขั้นตอนและเตรียมพร้อมสำหรับการขอบ้านเลขที่จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเมื่อคุณสร้างบ้านใหม่หรือซื้อบ้านที่ยังไม่มีเลขที่บ้าน
#สาระ #อสังหาริมทรัพย์ #บ้านเลขที่ #สร้างบ้านต้องรู้ #เอกสารสำคัญ #ชีวิตง่ายขึ้น
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#สร้างบ้านต้องรู้
#เอกสารสำคัญ
#อสังหาริมทรัพย์
#Mehome
#มีบ้านต้องมีโฮม
#บ้านเลขที่
#สาระ

หมายเหตุ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับเว็บไซต์ Homeday โดย บริษัท โฮมเดย์ กรุ๊ป จำกัด เท่านั้น บริษัทไม่สามารถให้คำมั่นหรือคำรับประกันเกี่ยวกับเนื้อหา รวมถึงไม่สามารถรับรองความเหมาะสมต่อวัตถุประสงค์เฉพาะใดๆ ตามขอบเขตของกฎหมาย เราจะพยายามอย่างเต็มความสามารถเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลที่ปรากฏในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วนสมบูรณ์ ณ เวลาที่จัดทำ ข้อมูลดังกล่าวไม่ควรนำไปใช้ในการพิจารณาตัดสินใจด้านการเงิน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือประเด็นกฎหมายโดยทันที ผู้อ่านไม่ควรอาศัยข้อมูลในบทความนี้แทนคำแนะนำจากผู้ชำนาญการที่ได้รับการฝึกฝนซึ่งสามารถวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและสภาวะเฉพาะของท่านได้ ทั้งนี้ ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ หากท่านเลือกที่จะนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจของท่าน

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
ทำไมต้องอ่านนโยบายสินเชื่อที่อยู่อาศัยปี 2025? สิ่งที่ผู้ซื้อบ้านต้องรู้
ทั่วไป

ทำไมต้องอ่านนโยบายสินเชื่อที่อยู่อาศัยปี 2025? สิ่งที่ผู้ซื้อบ้านต้องรู้

การซื้อบ้านในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับระบบสินเชื่อที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นโยบายสินเชื่อที่อยู่อาศัยปี 2025 มีการปรับเปลี่ยนที่สำคัญซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงรายละเอียดสำคัญที่นักลงทุนและผู้ซื้อบ้านมือใหม่ควรรับรู้ การเปลี่ยนแปลงหลักของสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปี 2025 ในปี 2025 วงการอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สถาบันการเงินต่างปรับตัวเพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาด การเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยจึงมีความยืดหยุ่นและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ผู้ซื้อจำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงเกณฑ์และเงื่อนไขใหม่ๆ เพื่อวางแผนการซื้อบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น สถาบันการเงินได้ปรับเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อให้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้าน ไม่เพียงแต่รายได้และประวัติการเงิน แต่ยังรวมถึงความมั่นคงในอาชีพ เสถียรภาพทางการเงิน และความสามารถในการชำระหนี้ในระยะยาว เกณฑ์ใหม่นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงให้กับทั้งผู้ให้กู้และผู้กู้ การประเมินความสามารถในการชำระหนี้จะพิจารณาจากอัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ (Debt-to-Income Ratio) อย่างเคร่งครัด โดยปกติแล้วสถาบันการเงินจะต้องการให้อัตราส่วนนี้ไม่เกิน 40-45% ซึ่งหมายความว่าค่าผ่อนชำระบ้านรวมหนี้อื่นๆ จะต้องไม่เกิน 40-45% ของรายได้รวมต่อเดือน นวัตกรรมทางการเงินสำหรับที่อยู่อาศัย ปี 2025 เห็นการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ต้องการซื้อบ้าน สินเชื่อแบบใหม่เริ่มมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น สินเชื่อที่สามารถปรับอัตราดอกเบี้ยได้ตามสถานการณ์ส่วนบุคคล หรือสินเชื่อที่มีระยะเวลาผ่อนชำระที่ยาวขึ้น นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนทำงานอิสระและผู้ประกอบการ ซึ่งมีรูปแบบรายได้ที่ไม่คงที่ โดยพิจารณาจากประวัติการเงินและศักยภาพในการหารายได้ ไม่ได้ยึดติดกับรายได้ประจำเพียงอย่างเดียว ปัจจัยที่ส่งผลต่อสินเชื่อที่อยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ยและผลกระทบทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการกู้ซื้อบ้าน ในปี 2025 แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยมีความผันผวน ธนาคารกลางและสถาบันการเงินต่างปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง การเลือกระหว่างสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยคงที่หรือลอยตัวจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ [...]

1 นาที
อะไรคือความแตกต่างระหว่างบ้านสไตล์ Modern Farmhouse และ Industrial Loft?
ทั่วไป

อะไรคือความแตกต่างระหว่างบ้านสไตล์ Modern Farmhouse และ Industrial Loft?

การออกแบบบ้านในปัจจุบันมีความหลากหลายมากขึ้น ผู้ที่สนใจการตกแต่งบ้านมักให้ความสำคัญกับสไตล์การออกแบบที่สะท้อนถึงตัวตนและไลฟ์สไตล์ Modern Farmhouse และ Industrial Loft เป็นสองสไตล์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่มีความแตกต่างกันอย่างน่าสนใจ Modern Farmhouse: ความเรียบง่ายและอบอุ่นแบบชนบท รากฐานของสไตล์การออกแบบ Modern Farmhouse เป็นสไตล์การออกแบบที่ผสมผสานระหว่างความเรียบง่ายของบ้านชนบทดั้งเดิมกับความทันสมัยของการออกแบบปัจจุบัน แนวคิดหลักของสไตล์นี้คือการสร้างพื้นที่อยู่อาศัยที่รู้สึกอบอุ่น สบาย และมีความเป็นธรรมชาติ องค์ประกอบหลักของการออกแบบ พื้นผิวที่มีความขรุขระและวัสดุธรรมชาติเป็นเอกลักษณ์สำคัญของ Modern Farmhouse ไม้สีซีดจาง กระเบื้องดินเผาสีขาว และโลหะที่มีความเก่าใหม่ผสมกันจะสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและน่าอยู่ เฟอร์นิเจอร์มักเลือกใช้วัสดุจากไม้ธรรมชาติ มีรูปทรงเรียบง่าย และดูมีความเป็นมินิมอล สีสันและโทนสี โทนสีที่ใช้ใน Modern Farmhouse มักเป็นสีขาว เทา และสีน้ำตาลอ่อน สร้างความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย เน้นแสงธรรมชาติและพื้นที่โล่งกว้าง หน้าต่างขนาดใหญ่และเพดานสูงช่วยเพิ่มความรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติ Industrial Loft: ความดิบและทันสมัยแบบอุตสาหกรรม แรงบันดาลใจจากพื้นที่อุตสาหกรรม Industrial Loft เกิดจากการแปลงพื้นที่โรงงานหรือคลังสินค้าเก่าให้กลายเป็นพื้นที่อยู่อาศัย สไตล์นี้เน้นความดิบ เปลือย และเปิดเผยโครงสร้างทางสถาปัตยกรรม แสดงให้เห็นวัสดุดั้งเดิมของอาคาร เช่น อิฐ เหล็ก และคอนกรีต คุณลักษณะเด่นของการออกแบบ [...]

1 นาที
การลงทุนแบบไหนที่เหมาะกับคุณในปี 2025? รู้จัก 7 ทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ
ทั่วไป

การลงทุนแบบไหนที่เหมาะกับคุณในปี 2025? รู้จัก 7 ทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ

ในยุคที่การออมเงินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับเป้าหมายทางการเงินในอนาคต การลงทุนกลายเป็นทางเลือกสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงิน โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่ที่ต้องการวางแผนระยะยาว ปี 2025 เป็นปีที่เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทายในการลงทุน บทความนี้จะแนะนำ 7 ประเภทการลงทุนที่น่าสนใจในปี 2025 พร้อมข้อมูลเชิงลึกที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น การลงทุนระยะสั้นและระยะยาวต่างกันอย่างไร? การลงทุนสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักคือ การลงทุนระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งในแง่ของระยะเวลา ผลตอบแทน และความเสี่ยง การลงทุนระยะสั้นมุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนในช่วงเวลาไม่เกิน 3 เดือนถึง 3 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสภาพคล่องและอาจต้องการใช้เงินในระยะเวลาอันใกล้ ตัวอย่างการลงทุนระยะสั้น ได้แก่ ตราสารหนี้ระยะสั้น หุ้นกู้ระยะสั้น การซื้อขายหุ้นแบบรายวัน การซื้อขายใบจองอสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนในค่าเงินหรือค่าเงินดิจิทัล ส่วนการลงทุนระยะยาว คือการวางแผนลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนและบรรลุเป้าหมายในระยะเวลาตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป หรือบางกรณีอาจนานถึง 5-10 ปี หรือมากกว่านั้น การลงทุนแบบนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการสะสมความมั่งคั่ง เช่น การเตรียมเงินเพื่อเกษียณ หรือการสะสมทรัพย์สินขนาดใหญ่ ตัวอย่างการลงทุนระยะยาว ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ หุ้นสามัญ อสังหาริมทรัพย์ และของมีค่า เช่น ทองคำ ตราสารหนี้และพันธบัตร: ทางเลือกที่มั่นคงสำหรับนักลงทุนมือใหม่? ตราสารหนี้และพันธบัตรเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความปลอดภัยของเงินต้น [...]

2 นาที
วิธีประเมินศักยภาพการพัฒนาที่ดินติดชายหาด อย่างไรให้ยั่งยืน?
ทั่วไป

วิธีประเมินศักยภาพการพัฒนาที่ดินติดชายหาด อย่างไรให้ยั่งยืน?

การพัฒนาที่ดินติดชายหาดเป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่การพัฒนาที่ยั่งยืนต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายด้าน ทั้งสภาพแวดล้อม กฎหมาย และความต้องการของตลาด บทความนี้จะนำเสนอวิธีประเมินศักยภาพการพัฒนาที่ดินติดชายหาดอย่างยั่งยืน เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจพื้นฐานสำคัญในการตัดสินใจลงทุน การประเมินปัจจัยทางกายภาพและสิ่งแวดล้อม การประเมินปัจจัยทางกายภาพเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการพิจารณาศักยภาพของที่ดินติดชายหาด ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่จะกำหนดรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมและยั่งยืน เริ่มต้นจากการศึกษาสภาพภูมิประเทศ ความลาดชันของพื้นที่ และความมั่นคงของชายฝั่ง พื้นที่ที่มีการกัดเซาะชายฝั่งรุนแรงจะมีความเสี่ยงสูงต่อการพัฒนา และอาจต้องลงทุนสูงในการป้องกันการกัดเซาะในอนาคต คุณภาพของชายหาดเป็นอีกปัจจัยสำคัญ ทั้งความสะอาด ความละเอียดของทราย และความสวยงามของทัศนียภาพ การเข้าถึงทะเลและกิจกรรมทางน้ำที่สามารถทำได้ในพื้นที่ ล้วนส่งผลต่อมูลค่าและศักยภาพในการพัฒนา นอกจากนี้ ระดับความสูงของพื้นที่เทียบกับระดับน้ำทะเลเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด เนื่องจากส่งผลต่อความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลในอนาคต การประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ในการพัฒนาที่ยั่งยืน ต้องพิจารณาระบบนิเวศชายฝั่ง แนวปะการัง หญ้าทะเล และพืชพันธุ์ท้องถิ่น การพัฒนาที่คำนึงถึงการอนุรักษ์ระบบนิเวศจะสร้างความยั่งยืนในระยะยาว และยังเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการ เนื่องจากผู้บริโภคปัจจุบันให้ความสำคัญกับโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ปัจจัยเรื่องภัยธรรมชาติก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน พื้นที่ติดชายหาดมักเผชิญกับความเสี่ยงจากพายุ คลื่นสึนามิ น้ำท่วม และการกัดเซาะชายฝั่ง การศึกษาประวัติภัยธรรมชาติในพื้นที่ และการออกแบบโครงสร้างที่รองรับภัยธรรมชาติเหล่านี้ จะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความยั่งยืนให้กับโครงการในระยะยาว การวิเคราะห์ข้อกำหนดทางกฎหมายและนโยบายสาธารณะ การพัฒนาที่ดินติดชายหาดต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางกฎหมายที่เข้มงวดมากกว่าพื้นที่ทั่วไป เนื่องจากพื้นที่ชายหาดถือเป็นสมบัติสาธารณะและทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ การเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบกรรมสิทธิ์ที่ดินและแนวเขตที่ชัดเจนเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินชายหาดที่ซับซ้อน การพิสูจน์ว่าที่ดินไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่สาธารณะหรือเขตป่าชายเลนเป็นขั้นตอนสำคัญในการลดความเสี่ยงทางกฎหมาย ข้อกำหนดด้านผังเมืองจะกำหนดประเภทและรูปแบบอาคารที่สามารถก่อสร้างได้ ความสูงของอาคาร ระยะถอยร่น และความหนาแน่นของการพัฒนา ในหลายพื้นที่ มีข้อกำหนดพิเศษสำหรับพื้นที่ติดชายหาด เช่น การกำหนดระยะห่างจากชายหาดที่ต้องเว้นไว้เป็นพื้นที่สาธารณะ หรือข้อจำกัดเรื่องความสูงเพื่อไม่ให้บดบังทัศนียภาพ [...]

1 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent