Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

พุทธรักษาดอกไม้มงคล จะปลูกอย่างไรให้เติบโตสวยงามและนำโชค?

Homeday
19 พฤษภาคม 2568
3 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 19/5/2568

พุทธรักษาดอกไม้มงคล จะปลูกอย่างไรให้เติบโตสวยงามและนำโชค?

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
พุทธรักษาเป็นไม้ดอกที่มีความสวยงามโดดเด่นด้วยดอกหลากสีสัน ทั้งเหลือง แดง ส้ม ชมพู ขาว ที่บานสะพรั่งบนกิ่งก้านสูงเด่น เป็นไม้มงคลนามที่มีความหมายดีงาม นอกจากความสวยงามแล้ว พุทธรักษายังมีความหมายพิเศษในฐานะดอกไม้สัญลักษณ์วันพ่อแห่งชาติอีกด้วย การปลูกพุทธรักษาไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่ แต่ยังสามารถสร้างบรรยากาศร่มรื่น และเป็นมงคลต่อผู้ปลูกด้วย มาทำความรู้จักกับพุทธรักษาให้มากขึ้น พร้อมเรียนรู้วิธีปลูกและดูแลอย่างถูกต้องเพื่อให้เจริญเติบโตสวยงาม
Article Image

พุทธรักษา คืออะไรและมีที่มาอย่างไร?

พุทธรักษา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Canna indica L. จัดอยู่ในวงศ์ Cannaceae มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า Indian Shot หรือ Canna Lily และยังมีชื่อเรียกอื่นๆ ในภาษาไทย เช่น พุทธศร บัวละวงศ์ เป็นไม้ล้มลุกเนื้ออ่อนอวบน้ำที่มีอายุหลายปี มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย แอฟริกา และอเมริกาใต้ ตามบันทึกพบว่าถูกพบครั้งแรกในหมู่เกาะเวสอินดี้และแถบอเมริกาใต้ ก่อนที่จะถูกพัฒนาเป็นไม้ประดับและขยายพันธุ์โดยชาวยุโรป และแพร่กระจายมายังเอเชียรวมถึงประเทศไทย
ลักษณะทั่วไปของพุทธรักษา คือ มีลำต้นสูงประมาณ 1-2 เมตร เจริญเติบโตแตกหน่อเป็นกอคล้ายกับต้นกล้วย มีเหง้าหรือไรโซมใต้ดินที่ทอดขนานไปใต้ดิน ทำให้สามารถแตกหน่อใหม่ขึ้นมาจากใต้ดินได้ ใบมีขนาดใหญ่สีเขียว บางสายพันธุ์มีใบด่างหรือใบสีม่วงอมแดง มีความกว้างประมาณ 10-15 เซนติเมตร ความยาวประมาณ 25-35 เซนติเมตร ดอกออกที่ปลายยอด กลีบดอกบางนิ่ม มีสีสันหลากหลายตั้งแต่สีเหลือง แดง ส้ม ชมพู ไปจนถึงสีขาว
พุทธรักษาสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมแบบเขตร้อนชื้นอย่างประเทศไทย โดยชอบดินที่มีความชุ่มชื้นและมีอินทรียวัตถุสูง พบได้ทั้งในพื้นที่ลุ่มและที่ดอน ซึ่งความสามารถในการปรับตัวนี้ทำให้พุทธรักษาเป็นพืชที่สามารถปลูกได้ในหลากหลายสภาพแวดล้อม
Article Image

ทำไมพุทธรักษาจึงเป็นสัญลักษณ์วันพ่อแห่งชาติ?

ดอกพุทธรักษาโดยเฉพาะสีเหลืองได้รับการกำหนดให้เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม ด้วยเหตุผลสำคัญหลายประการ ประการแรกคือ สีเหลืองของดอกพุทธรักษาตรงกับสีประจำวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ซึ่งประสูติในวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 อันเป็นวันที่มีสีเหลืองเป็นสีประจำวัน
นอกจากนี้ ชื่อ “พุทธรักษา” ยังมีความหมายเป็นมงคลอย่างยิ่ง กล่าวคือ หมายถึงการได้รับปกป้องคุ้มครองให้มีความสงบร่มเย็นจากพระพุทธเจ้า หรือเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้าที่คอยปกปักรักษา ขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของ “พ่อ” ที่เปรียบได้กับเสาหลักที่คอยปกป้องดูแลคนในครอบครัวตามวัฒนธรรมของคนไทย
ดังนั้น การมอบดอกพุทธรักษาให้กับพ่อในวันพ่อแห่งชาติจึงเสมือนเป็นการแสดงความเคารพและความรักที่มีต่อผู้เป็นพ่อ ผู้ซึ่งคอยปกป้องคุ้มครองลูกๆ ให้มีความสุขและปลอดภัย เช่นเดียวกับความหมายของชื่อดอกไม้นี้
Article Image

ดอกพุทธรักษามีกี่สายพันธุ์ที่น่าสนใจ?

พุทธรักษามีหลากหลายสายพันธุ์ที่มีความสวยงามและลักษณะเฉพาะตัวแตกต่างกันไป ทั้งสีของดอกและลักษณะของใบ ต่อไปนี้คือสายพันธุ์ที่น่าสนใจ:

พุทธรักษาดอกสีเหลือง (Harvest Yellow)

สายพันธุ์นี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Canna x generalis ‘Harvest Yellow’ เป็นสายพันธุ์ที่มีดอกสีเหลืองสดใส มักมีแต้มสีส้มบริเวณโคนกลีบ เป็นที่นิยมมากเพราะเป็นสีมงคลและเป็นสัญลักษณ์ของวันพ่อแห่งชาติ ต้นสูงประมาณ 1-1.5 เมตร เติบโตได้ดีในที่ที่มีแสงแดดเต็มวัน แต่ก้านใบค่อนข้างเปราะหักง่าย จึงไม่ควรปลูกในพื้นที่ที่มีลมพัดแรง

พุทธรักษาดอกสีแดง (Black Knight)

Black Knight มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Canna x generalis ‘Black Knight’ โดดเด่นด้วยดอกสีแดงเข้มและใบสีเขียวผสมสีแดงอมม่วง เป็นสายพันธุ์ที่สร้างความตื่นตาได้ดี เจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีแสงแดดจัด เหมาะสำหรับปลูกเป็นไฮไลท์ในสวนเพื่อดึงดูดสายตา

พุทธรักษาดอกสีส้ม (Firebird)

Firebird มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Canna x generalis ‘Firebird’ เป็นสายพันธุ์ที่โตเร็ว มีดอกขนาดเล็กกว่าสายพันธุ์อื่น โดดเด่นด้วยช่อดอกสีส้มแดงสด เหมาะกับการปลูกในเมืองร้อนเพราะชอบแสงแดดจัด หรือปลูกในที่ที่ได้รับแสงแดด 4-5 ชั่วโมงต่อวัน ทนแล้งได้ดีกว่าสายพันธุ์อื่น

พุทธรักษาดอกสีชมพู (Apricot Dream)

Apricot Dream มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Canna x generalis ‘Apricot Dream’ มีถิ่นกำเนิดในสหรัฐอเมริกา กลีบดอกมีสีชมพูอ่อนนวล บานสะพรั่งในช่วงกลางฤดูร้อน ลำต้นสูงประมาณ 60-90 เซนติเมตร เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ที่มีขนาดจำกัด

พุทธรักษาใบด่าง (Phasion)

Phasion มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Canna x generalis ‘Phasion’ โดดเด่นด้วยกลีบดอกสีส้มและใบสีม่วงอมแดง มีความสวยงามทั้งดอกและใบ เจริญเติบโตได้ดีในที่กลางแจ้งมากกว่าในร่ม เป็นสายพันธุ์ที่นิยมปลูกเพื่อเพิ่มสีสันให้กับสวน
นอกจากนี้ยังมีสายพันธุ์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น Carol’s Yellow ที่มีดอกสีเหลืองอ่อนค่อยๆ เข้มขึ้น, Cleopatra ที่มีดอกสีเหลืองพร้อมจุดสีแดงกระจายทั่วดอก, Richard Wallace ที่มีดอกสีเหลืองสดใสกับจุดสีส้มที่โคนกลีบ และ Red King Humbert ที่มีใบใหญ่สีเขียวอมน้ำตาลและลำต้นสูงที่สุดถึง 2.4 เมตร
Article Image

จะปลูกและดูแลพุทธรักษาอย่างไรให้เติบโตดี?

การปลูกและดูแลพุทธรักษาให้เติบโตสวยงามไม่ใช่เรื่องยาก เนื่องจากเป็นพืชที่ปรับตัวได้ดีและทนทาน แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรปฏิบัติดังนี้:

การเตรียมดินและพื้นที่ปลูก

พุทธรักษาเป็นพืชที่ชอบดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง เก็บรักษาความชื้นได้ดี แต่ต้องระบายน้ำได้ดีด้วย ควรเตรียมดินโดยผสมดินร่วน ปุ๋ยคอก และแกลบหรือทรายละเอียดเพื่อช่วยในการระบายน้ำ ในอัตราส่วน 2:1:1 สำหรับพื้นที่ปลูก พุทธรักษาชอบแสงแดดจัด แต่สามารถเติบโตได้ในที่ที่มีแสงบางส่วนของวัน ไม่ว่าจะเป็นแดดเช้าหรือแดดบ่าย

การรดน้ำและให้ความชื้น

พุทธรักษาชอบความชุ่มชื้น แต่ไม่ชอบน้ำท่วมขัง ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ วันละ 1 ครั้งในฤดูร้อน และลดปริมาณลงในฤดูฝนหรือฤดูหนาว หากปลูกในกระถาง ต้องมั่นใจว่ามีการระบายน้ำที่ดี เพื่อป้องกันรากเน่า สำหรับพื้นที่ที่มีความชื้นต่ำ อาจพ่นละอองน้ำที่ใบเพื่อเพิ่มความชื้นให้กับต้น

การใส่ปุ๋ยและบำรุงต้น

หลังจากปลูกได้ประมาณ 2 สัปดาห์ ควรใส่ปุ๋ยผสมชนิดเม็ดรอบโคนต้น โดยให้ห่างจากโคนต้นประมาณ 4-6 นิ้ว แล้วรดน้ำให้ปุ๋ยละลาย ระวังไม่ให้ปุ๋ยถูกโคนต้นหรือใบเพราะจะทำให้เน่าได้ สำหรับช่วงที่ต้องการส่งเสริมการออกดอก ควรใช้ปุ๋ยสูตร 12-25-6
ในกรณีที่ต้นยังอ่อน ให้ปุ๋ยเคมีสูตร 25-7-7 หยิบมือทุกๆ 2 สัปดาห์ เพื่อช่วยในการเจริญเติบโต เมื่อต้นแข็งแรงและเริ่มออกดอก สามารถเปลี่ยนเป็นปุ๋ยละลายช้าสูตร 12-25-6 เพื่อกระตุ้นการออกดอกต่อเนื่อง

การตัดแต่งและดูแลรักษา

การตัดแต่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการดูแลพุทธรักษา เนื่องจากต้นที่ออกดอกแล้วจะค่อยๆ เหี่ยวแห้งและโทรมลง ควรตัดต้นที่ออกดอกไปแล้วออกให้ชิดดิน เพื่อให้ทรงพุ่มโปร่งและส่งเสริมให้ต้นใหม่เจริญเติบโตได้ดี นอกจากนี้ ควรตัดแต่งใบล่างที่เริ่มเหี่ยวแห้งออกเพื่อป้องกันการสะสมของโรคและแมลง
ในช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงที่เสี่ยงต่อโรคเน่า ควรฉีดพ่นด้วยสารป้องกันเชื้อรา เช่น เบโนมิล สัปดาห์ละครั้ง และหากพบปัญหาแมลงศัตรูพืช เช่น เพลี้ยไฟ ไรแดง หรือเพลี้ยแป้ง สามารถใช้ชีวภัณฑ์ เช่น เมธาไรเซียม (เมทาซาน) หรือบิวเวอเรีย (บุรินทร์) ฉีดพ่นทุก 3-5 วัน ในช่วงเย็นเพื่อกำจัดแมลงศัตรูพืช
Article Image

ประโยชน์และสรรพคุณของพุทธรักษามีอะไรบ้าง?

พุทธรักษาไม่เพียงแต่เป็นไม้ประดับที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์และสรรพคุณอีกหลายด้าน ดังนี้:

ประโยชน์ทางการแพทย์

ในสมัยโบราณ มีการนำหัวพุทธรักษามาต้มรับประทานเพื่อบำรุงปอด แก้อาเจียน หรือรักษาอาการไอเป็นเลือด ส่วนดอกของพุทธรักษาสามารถนำมาใช้ห้ามเลือดและรักษาแผลที่มีหนองได้ ในบางประเทศ เช่น ปาปัวนิวกินี มีการใช้หัวของพุทธรักษาเป็นอาหารหลักเหมือนหัวเผือกหรือหัวมัน แสดงให้เห็นถึงคุณค่าทางโภชนาการด้วย

ประโยชน์ทางภูมิทัศน์และการตกแต่ง

พุทธรักษาเป็นพืชที่มีความสวยงามทั้งดอกและใบ จึงนิยมนำมาปลูกเพื่อตกแต่งสวน ทั้งในบ้านเรือน โรงเรียน สถานที่ราชการ และโรงงาน สามารถปลูกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่มเพื่อสร้างจุดเด่นได้ นอกจากนี้ ยังเหมาะสำหรับปลูกริมบ่อน้ำหรือสระน้ำ เพื่อสร้างความร่มรื่นและลดความร้อนให้กับพื้นที่
นอกจากนี้ พุทธรักษายังสามารถช่วยปิดบังพื้นที่รกร้างหรือไม่สวยงามได้ดี ด้วยลำต้นที่สูงและใบที่ใหญ่ และในพื้นที่ที่มีลานจอดรถกว้างหรือพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดร้อนจัด การปลูกพุทธรักษาในกระถางวางตามพื้นที่จะช่วยลดความร้อนและสร้างบรรยากาศที่สดชื่นได้เป็นอย่างดี

ประโยชน์ทางความเชื่อและวัฒนธรรม

ตามความเชื่อของคนไทยโบราณ การปลูกพุทธรักษาไว้ในบ้านจะช่วยปกป้องไม่ให้เกิดอันตรายแก่ผู้อยู่อาศัย เพราะพุทธรักษาเป็นพรรณไม้มงคลที่มีชื่อสื่อถึงการมีพระพุทธเจ้าคุ้มครองรักษาให้มีแต่ความสงบสุข หากต้องการปลูกเพื่อความเป็นสิริมงคล ควรปลูกไว้ทางทิศตะวันตกของบ้าน และควรปลูกในวันพุธ
Article Image

การขยายพันธุ์พุทธรักษาทำได้อย่างไร?

การขยายพันธุ์พุทธรักษาสามารถทำได้ 2 วิธีหลัก คือ การเพาะเมล็ดและการแยกหน่อ แต่วิธีที่นิยมและได้ผลดีที่สุดคือการแยกหน่อ เนื่องจากทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่า:

การขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อ

1. เริ่มจากถอดกระถางของต้นพุทธรักษาที่ต้องการขยายพันธุ์ออกมา 2. ใช้มีดคมเฉือนผ่านดินเพื่อแบ่งแยกเหง้าหรือลำต้นใต้ดิน โดยแยกออกมา 1-2 หน่อที่มีตายอดและรากติดมาด้วย 3. เตรียมกระถางใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่าลำต้นใต้ดิน ใส่วัสดุระบายน้ำที่ก้นกระถาง 4. วางหน่อที่แยกมาลงในกระถาง แล้วกลบด้วยดินปลูกที่เตรียมไว้ 5. รดน้ำให้ชุ่ม แต่ไม่แฉะ แล้วนำไปวางในที่ที่มีแสงแดดรำไรก่อน 6. หลังจากสังเกตเห็นการเจริญเติบโตของต้นใหม่ จึงย้ายไปวางในที่ที่มีแสงแดดมากขึ้น

การขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด

1. เก็บเมล็ดพุทธรักษาที่แก่จัด มีสีน้ำตาลเข้มหรือดำ 2. แช่เมล็ดในน้ำอุ่นประมาณ 24-48 ชั่วโมง เพื่อให้เปลือกหุ้มเมล็ดอ่อนตัว 3. นำเมล็ดที่แช่น้ำแล้วมาขัดเปลือกด้านนอกด้วยกระดาษทรายเบาๆ เพื่อให้น้ำซึมผ่านเข้าไปในเมล็ดได้ดียิ่งขึ้น 4. เพาะเมล็ดในถาดเพาะที่มีวัสดุเพาะเมล็ด โดยวางเมล็ดลึกประมาณ 1 เซนติเมตร 5. รดน้ำให้ชุ่มและคลุมด้วยพลาสติกใสเพื่อรักษาความชื้น 6. วางในที่ที่มีแสงสว่างแต่ไม่โดนแสงแดดโดยตรง 7. เมล็ดจะงอกภายใน 1-3 สัปดาห์ และเมื่อต้นกล้ามีใบจริง 2-3 ใบ จึงย้ายลงปลูกในกระถางหรือแปลง
วิธีการขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อจะให้ต้นที่เติบโตเร็วและออกดอกเร็วกว่าการเพาะเมล็ด จึงเป็นที่นิยมมากกว่า
Article Image

เลี้ยงพุทธรักษาให้สวย มีเทคนิคอะไรบ้าง?

การเลี้ยงพุทธรักษาให้สวยงามและออกดอกดกนั้น มีเทคนิคพิเศษที่ควรปฏิบัติ ดังนี้:

เลือกตำแหน่งปลูกที่เหมาะสม

พุทธรักษาชอบแสงแดดเต็มวันหรืออย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงต่อวัน การได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอจะช่วยกระตุ้นการออกดอกและทำให้สีดอกสดใส หากปลูกในร่ม ดอกอาจจะไม่สมบูรณ์หรือสีซีดกว่าปกติ

การตัดแต่งอย่างสม่ำเสมอ

ตัดแต่งต้นที่ออกดอกแล้วออกให้ชิดดิน และตัดใบล่างที่แห้งหรือเสียหายออกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทรงพุ่มโปร่งและสวยงาม การตัดแต่งยังช่วยกระตุ้นการแตกหน่อใหม่และการออกดอก

การให้ปุ๋ยอย่างถูกวิธี

ใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมกับช่วงการเจริญเติบโต ช่วงแตกหน่อใหม่ ควรใช้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง เช่น สูตร 25-7-7 และเมื่อต้องการให้ออกดอก ควรเปลี่ยนเป็นปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสสูง เช่น สูตร 12-25-6 การปรับปริมาณอาหารให้สอดคล้องกับการตอบสนองของพืชเป็นสิ่งสำคัญ หากพบว่าใบเขียวชอุ่มแต่มีดอกน้อย แสดงว่าควรลดการใช้ไนโตรเจน

การป้องกันโรคและแมลง

พุทธรักษาอาจประสบปัญหาเรื่องโรคเน่าและเชื้อราโดยเฉพาะในฤดูฝน ควรฉีดพ่นสารป้องกันเชื้อรา หรือใช้ชีวภัณฑ์เพื่อป้องกัน หากพบต้นที่เป็นโรค ควรรีบตัดออกและนำไปทำลายนอกพื้นที่ปลูก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

การปลูกเป็นกลุ่ม

การปลูกพุทธรักษาเป็นกลุ่มจะสร้างทัศนียภาพที่สวยงามกว่าการปลูกเดี่ยว แต่ต้องเว้นระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 60-90 เซนติเมตร เพื่อให้แต่ละต้นมีพื้นที่เจริญเติบโตและไม่แย่งอาหารกัน

สรุป

พุทธรักษาเป็นไม้ดอกที่มีความสวยงาม หลากหลายสายพันธุ์และสีสัน มีความหมายเป็นมงคล และเป็นสัญลักษณ์ของวันพ่อแห่งชาติ การปลูกพุทธรักษาไม่ยากเพราะเป็นพืชที่ทนทาน เลี้ยงง่าย และขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว ต้องการเพียงดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ แสงแดด และการดูแลรักษาที่เหมาะสม
นอกจากจะปลูกเพื่อความสวยงามและเป็นสิริมงคลแล้ว พุทธรักษายังสามารถปลูกเพื่อสร้างรายได้ได้อีกด้วย ด้วยการขยายพันธุ์ที่ง่ายและให้ผลตอบแทนรวดเร็ว จึงเป็นพืชที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจเกษตรขนาดเล็ก
ไม่ว่าจะปลูกเพื่อวัตถุประสงค์ใด พุทธรักษาจะมอบความงดงามและความเป็นสิริมงคลให้กับผู้ปลูกเสมอ ตามความหมายของชื่อที่ว่า “พุทธรักษา” อันหมายถึงการได้รับการปกป้องคุ้มครองให้มีแต่ความสงบสุขร่มเย็น
#สาระ #พุทธรักษา #ดอกไม้วันพ่อ #ไม้มงคล #ปลูกพุทธรักษา #วิธีปลูกพุทธรักษา #สายพันธุ์พุทธรักษา #พืชทำเงิน #การดูแลพุทธรักษา #จัดสวน #ไม้ประดับ
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#การดูแลพุทธรักษา
#จัดสวน
#สายพันธุ์พุทธรักษา
#ไม้ประดับ
#ต้นไม้และสวน
#ไม้มงคล
#พืชทำเงิน
#วิธีปลูกพุทธรักษา
#สาระ
#ปลูกพุทธรักษา
#ดอกไม้วันพ่อ
#พุทธรักษา

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
ต้นพุดสายพันธุ์ไหนปลูกง่าย ดอกสวย ดูแลอย่างไรให้เติบโตดี?
ทั่วไป

ต้นพุดสายพันธุ์ไหนปลูกง่าย ดอกสวย ดูแลอย่างไรให้เติบโตดี?

ต้นพุดเป็นไม้ดอกที่มีความสวยงาม กลิ่นหอม และยังเป็นไม้มงคลที่นิยมปลูกในบ้านเรือนไทย ด้วยความที่เป็นไม้ที่ชอบแสงแดดจัด ทนความร้อนได้ดี และออกดอกตลอดทั้งปี จึงเหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย นอกจากนี้ ยังเป็นไม้ที่ดูแลง่าย ปลูกได้ทั้งในกระถางและลงดิน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจัดสวนสวยในพื้นที่จำกัด หรือต้องการไม้ดอกที่มีกลิ่นหอมประดับบ้าน บทความนี้จะพาไปรู้จักสายพันธุ์ต้นพุดที่น่าปลูก พร้อมเคล็ดลับการดูแลให้เติบโตแข็งแรงและออกดอกสวยงาม ต้นพุดคืออะไร? มีกี่สายพันธุ์ที่นิยมปลูกในประเทศไทย? ต้นพุด (Gardenia) มีชื่อวิทยาศาสตร์หลักคือ Gardenia jasminoides เป็นพืชในวงศ์ Rubiaceae มีมากกว่า 200 ชนิดทั่วโลก มีต้นกำเนิดในเอเชีย แอฟริกา และออสเตรเลีย ลักษณะทั่วไปเป็นไม้พุ่มสูงประมาณ 1-2 เมตร ใบมีสีเขียวเข้ม มันวาว และมีดอกสีขาวที่มีกลิ่นหอม ในประเทศไทยมีการปลูกต้นพุดหลากหลายสายพันธุ์ โดยคนไทยนิยมปลูกเป็นไม้มงคล เพราะชื่อ “พุด” หรือ “พุฒ” หมายถึง ความแข็งแรง ความสมบูรณ์ และความเจริญเติบโต ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ปลูกมีความเจริญมั่นคงในชีวิต การปลูกต้นพุดไม่ยากอย่างที่คิด เพราะเป็นไม้ที่ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมได้ดี ชอบดินร่วนซุยที่มีการระบายน้ำดี ต้องการแสงแดดปานกลางถึงมาก และไม่ต้องการน้ำมากนัก รดน้ำเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอ ทำให้เหมาะกับผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลต้นไม้มากนัก [...]

3 นาที
ต้นไม้ใบสีแดงน่าปลูกสร้างสีสันในสวนบ้านไทยมีอะไรบ้าง?
ทั่วไป

ต้นไม้ใบสีแดงน่าปลูกสร้างสีสันในสวนบ้านไทยมีอะไรบ้าง?

การจัดสวนด้วยต้นไม้ใบสีแดงเป็นแนวทางที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นและสร้างจุดสนใจให้กับพื้นที่สวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้นไม้เหล่านี้ไม่เพียงให้สีสันที่สวยงาม แต่ยังมีความหลากหลายในรูปแบบและขนาด ทั้งไม้พุ่ม ไม้ยืนต้น ไม้ล้มลุก และไม้กระถาง ที่เหมาะสำหรับปลูกทั้งในร่มและกลางแจ้ง ต้นไม้ใบสีแดงขนาดเล็กเหมาะสำหรับการปลูกในกระถาง แก้วกาญจนา แก้วกาญจนาหรืออโกลนีมาเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีใบสีสวยงามฉูดฉาด ส่วนมากเป็นสีแดงสดปนสีเขียว ต้นนี้พัฒนามาจากเขียวหมื่นปีแต่มีสีใบที่โดดเด่นกว่า การปลูกต้องใช้ดินร่วนปนทรายที่ผสมอินทรียวัตถุและระบายน้ำได้ดี1 สามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธี ทั้งแยกหน่อ ตอนยอด ปักชำ และเพาะเมล็ด สำหรับการดูแล แก้วกาญจนาชอบแสงแดดรำไร ต้องการน้ำและความชื้นพอสมควร โดยรดวันละ 1-2 ครั้ง แต่ต้องระวังไม่ให้น้ำขังเพราะอาจเกิดเชื้อราและโรครากเน่าได้ง่าย ต้นนี้ยังมีคุณสมบัติในการฟอกอากาศและเป็นไม้มงคลที่เชื่อว่านำความรุ่งเรืองมาให้ บอนสี บอนสีหรือ Caladium เป็นไม้ล้มลุกที่ได้ชื่อว่า “ราชินีแห่งไม้ใบ” เนื่องจากความสวยงามของใบ14 มีใบรูปหัวใจ กลางใบเป็นสีชมพูอมแดง ขอบใบเป็นสีเขียวเข้ม การปลูกสามารถใช้วิธีเพาะเมล็ด แยกหน่อ ผ่าหัว ผสมเกสร และเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ต้นนี้โตได้ในดินทั่วไปแต่ชอบดินร่วนที่ระบายน้ำดี บอนสีในไทยมีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีหลายสายพันธุ์ที่แบ่งตามแหล่งที่มา ได้แก่ บอนไทย บอนจีน และบอนฮอลแลนด์ โดยบอนไทยมีความเชื่อด้านมงคลและมีชื่อที่หลากหลายตามสีสันของใบ ไม้ประดับใบสีแดงขนาดกลางสำหรับจัดสวน เข็มริมแดง เข็มริมแดงหรือ Dracaena Marginata เป็นไม้ประดับทรงพุ่มที่มีลำต้นตั้งตรง [...]

2 นาที
ต้นตะโกมีสรรพคุณอย่างไร และควรปลูกดูแลอย่างไรให้เจริญเติบโต?
ทั่วไป

ต้นตะโกมีสรรพคุณอย่างไร และควรปลูกดูแลอย่างไรให้เจริญเติบโต?

ต้นตะโกเป็นไม้ยืนต้นพันธุ์ไทยแท้ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Diospyros rhodocalyx Kurz อยู่ในตระกูล EBENACEAE  ชื่อภาษาอังกฤษเรียกว่า Ebony  และมีชื่อท้องถิ่นหลากหลาย เช่น ตะโกนา, นมงัว, มะโก, มะถ่านไฟผี, โก, ตองโก และพญาช้างดำ  ต้นตะโกเป็นไม้ต้นขนาดกลางที่สูงได้ถึง 15 เมตร  มีลำต้นสีดำแตกเป็นสะเก็ดหนา ใบเดี่ยวสีเขียวเรียงสลับกัน รูปไข่ กว้างประมาณ 2.5-7 เซนติเมตร ยาว 3-12 เซนติเมตร ออกดอกแยกเพศ ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อเล็กประมาณ 3 ดอก ส่วนดอกเพศเมียเป็นดอกเดี่ยว ผลทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-3 เซนติเมตร ผลอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดง ขอบคุณภาพจาก : kapook ต้นตะโกมีความสำคัญทางวัฒนธรรมอย่างไร ต้นตะโกถือเป็นไม้มงคลที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมไทยมาช้านาน ในประวัติศาสตร์การสร้างพระเมรุมาศสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต้นตะโกได้รับการเลือกเป็นพรรณไม้หลักมากกว่า 200,000 ต้น เพื่อประดับพระเมรุมาศ 4 การเลือกใช้ต้นตะโกเป็นเพราะต้นไม้ชนิดนี้ทนทานต่อทุกสภาพอากาศและสื่อถึงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง  ความเชื่อเรื่องไม้มงคลในประเทศไทยมีรากฐานมาจากความเชื่อดั้งเดิมก่อนการเข้ามาของศาสนาพุทธ คนโบราณมีความเชื่อในการกราบไหว้ต้นไม้ใหญ่ เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของอารักษ์และวิญญาณบรรพบุรุษ เนื่องจากต้นตะโกมีอายุยืนและทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดี [...]

2 นาที
โคโลคาเซียน่า: ไม้ประดับใบสวยที่ปลูกง่ายและทำเงินได้ดีจริงหรือ?
ทั่วไป

โคโลคาเซียน่า: ไม้ประดับใบสวยที่ปลูกง่ายและทำเงินได้ดีจริงหรือ?

โคโลคาเซียน่าคืออะไร? ทำความรู้จักกับไม้ประดับสุดฮิต โคโลคาเซียน่า (Colocasia) เป็นพืชในวงศ์ Araceae มีถิ่นกำเนิดในเอเชียและพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย พืชชนิดนี้มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น เช่น ตุน บอนจีนดำ หรือบอน โคโลคาเซียเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี มีหัวใต้ดินขนาดใหญ่แต่ไม่มีลำต้น สามารถเติบโตได้สูงประมาณ 1-3 เมตร ลักษณะเด่นของโคโลคาเซียคือใบรูปหัวใจขนาดใหญ่ที่สามารถแผ่กว้างได้ถึง 1 เมตร มีปลายใบรี โคนใบมน และผิวใบมีไขทำให้น้ำไม่เปียก โคโลคาเซียแตกต่างจากบอนประเภทอื่นๆ อย่างชัดเจน โดยในกลุ่มบอนยังมีอีก 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่: Caladium (บอนสี) – มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ส่วนใหญ่เป็นต้นไม้เพาะเลี้ยง มีขนาดเล็ก ความสูงไม่เกิน 0.5 เมตร Alocasia (อโลคาเซีย) – มีถิ่นกำเนิดในเอเชียและออสเตรเลีย เป็นต้นไม้ล้มลุกที่มีลำต้น สามารถสูงได้ถึง 2 เมตร ใบมักมีทรงแคบคล้ายหัวลูกศร ปลายแหลมมีติ่ง Xanthosoma (ซันโตโซมา) – มีถิ่นกำเนิดในอเมริกา ความสูงประมาณ 0.5-1 เมตร [...]

3 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
คอร์สฮวงจุ้ย
Homeday AgentHomeday Agent