Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

จะกู้เงินรีโนเวทบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย? 5 ขั้นตอนสำคัญและเทคนิคที่ควรรู้

Homeday
26 เมษายน 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 26/4/2568

จะกู้เงินรีโนเวทบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย? 5 ขั้นตอนสำคัญและเทคนิคที่ควรรู้

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
บ้านทุกหลังเมื่ออยู่อาศัยมาสักระยะหนึ่ง ย่อมมีจุดที่ทรุดโทรมและต้องการปรับปรุง เพื่อให้ตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป แต่เพราะการปรับปรุงบ้านนั้นจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย หลายครอบครัวจึงพิจารณาทางเลือกในการขอสินเชื่อตกแต่งบ้าน บทความนี้จะแนะนำขั้นตอนการกู้เงินรีโนเวทบ้าน พร้อมเงื่อนไขสำคัญที่ควรรู้เพื่อให้การยื่นขอสินเชื่อผ่านได้อย่างราบรื่น
Article Image

ทำไมการรีโนเวทบ้านจึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าการซื้อบ้านใหม่?

การรีโนเวทบ้านเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าการซื้อบ้านใหม่ในหลายด้าน โดยเฉพาะเมื่อโครงสร้างหลักของบ้านยังคงแข็งแรง แต่อาจมีจุดที่ทรุดโทรมต้องการปรับปรุง หรือต้องการเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานเพื่อให้เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป การรีโนเวทบ้านช่วยประหยัดทั้งงบประมาณและเวลาเมื่อเทียบกับการซื้อบ้านใหม่
อย่างไรก็ตาม การรีโนเวทบ้านก็ยังมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง จากตัวอย่างการรีโนเวทบ้านเก่าให้เป็นพื้นที่ส่วนตัว ยอดรวมค่าใช้จ่ายอาจอยู่ที่ประมาณ 70,000-80,000 บาท ซึ่งรวมค่าแรงปูกระเบื้อง ทาสี ติดตั้งฝ้าเพดาน ค่าวัสดุก่อสร้างต่างๆ และค่าอุปกรณ์ในห้องน้ำ ซึ่งเป็นเพียงการรีโนเวทขนาดเล็กเท่านั้น หากเป็นการรีโนเวทพื้นที่ขนาดใหญ่ ค่าใช้จ่ายจะยิ่งสูงขึ้นอีกมาก
Article Image

สินเชื่อเพื่อการรีโนเวทบ้านมีกี่ประเภท? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง

การเลือกประเภทสินเชื่อให้เหมาะสมกับความต้องการเป็นขั้นตอนสำคัญในการกู้เงินรีโนเวทบ้าน เพราะสินเชื่อแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน ซึ่งสินเชื่อหลักๆ มีดังนี้

สินเชื่อแบบวงเงินกู้ระยะยาว

เป็นสินเชื่อที่ได้รับความนิยมสำหรับการรีโนเวทบ้าน มีระยะเวลาผ่อนชำระมากกว่า 5 ปี เหมาะสำหรับการลงทุนในสิ่งปลูกสร้างที่ต้องใช้งบประมาณสูง วงเงินกู้จะพิจารณาตามความเหมาะสม และใช้อสังหาริมทรัพย์เป็นหลักค้ำประกัน จุดเด่นคืออัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่น

สินเชื่อกู้ต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้าน

เป็นสินเชื่อเฉพาะสำหรับการต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้าน มีจุดเด่นคือดอกเบี้ยถูกแบบลดต้นลดดอก และได้วงเงินสูง สามารถผ่อนจ่ายได้สบาย แต่อาจมีเงื่อนไขว่าบ้านที่ยังมีภาระผ่อนอยู่อาจไม่สามารถยื่นกู้ประเภทนี้ได้ กรณีที่จำเป็นต้องกู้ คุณสามารถนำบ้านมาเป็นหลักค้ำประกันกับธนาคารได้ โดยควรยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารเดิมที่เคยมีประวัติการกู้ จะทำให้ขอสินเชื่อได้สะดวกขึ้น

รีไฟแนนซ์

การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นการยื่นกู้สินเชื่อกับธนาคารแห่งใหม่ เพื่อลดภาระเรื่องดอกเบี้ย ขั้นตอนทำได้ง่ายๆ เพียงตรวจสอบสัญญาเงินกู้ว่าสามารถเริ่มทำได้ช่วงไหน โดยทั่วไปจะเริ่มรีไฟแนนซ์บ้านได้เมื่อผ่อนบ้านไปแล้ว 3 ปี และเลือกธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยต่ำที่สุด ซึ่งจะช่วยลดดอกเบี้ยบ้าน ลดระยะเวลาในการผ่อนต่อเดือน และยังสามารถขอวงเงินกู้เพิ่มได้ด้วย
สำหรับอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน ในปี 2568 ธนาคารส่วนใหญ่มีดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำสุด 3 ปี อยู่ที่ประมาณ 3.48% โดยแบ่งเป็น ปีที่ 1 = 2.75% และ ปีที่ 2-3 = MRR-3.10% การรีไฟแนนซ์จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลดภาระดอกเบี้ย

สินเชื่อวงเงินกู้เกินบัญชี

เป็นสินเชื่อระยะสั้นที่ทำให้สามารถเบิกเงินมาใช้จ่ายได้แม้จะไม่มีเงินในบัญชี การคิดดอกเบี้ยจะอิงตามอัตราดอกเบี้ยลอยตัว MLR หรือ MOR ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร โดยธนาคารจะคิดดอกเบี้ยจากการเบิกเงินใช้จริงเท่านั้น ข้อดีคือมีความสะดวกและยืดหยุ่น ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ในการค้ำประกัน แต่ผู้กู้ควรมีประวัติการผ่อนชำระที่ดี
Article Image

5 ขั้นตอนสำคัญในการขอสินเชื่อรีโนเวทบ้าน ที่ต้องเตรียมให้พร้อม

การกู้เงินรีโนเวทบ้านมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก แต่ต้องวางแผนและเตรียมตัวให้พร้อม ไม่เพียงแค่เรื่องเอกสารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการวางแผนการเงิน การเลือกประเภทสินเชื่อ และการเลือกสถาบันการเงิน มาดูขั้นตอนสำคัญที่ควรเตรียมพร้อมกัน:

1. วางแผนและกำหนดงบประมาณ

ก่อนจะเริ่มกู้เงินรีโนเวทบ้าน ต้องกำหนดจุดประสงค์ให้ชัดเจนว่าต้องการรีโนเวทเพื่ออะไร เช่น ปรับปรุงเพื่อความปลอดภัยของผู้สูงอายุ ตกแต่งใหม่ตามสไตล์ที่ชอบ หรือต่อเติมเพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน การกำหนดจุดประสงค์ที่ชัดเจนจะช่วยให้สามารถกำหนดรายละเอียดและค่าใช้จ่ายได้แม่นยำมากขึ้น
จากนั้นควรวางแผนงบประมาณโดยแจกแจงค่าใช้จ่ายในแต่ละด้าน เช่น ค่าออกแบบบ้าน ค่าปรับปรุงโครงสร้าง ค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าเฟอร์นิเจอร์ และค่าตกแต่งภายใน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการประเมินงบประมาณที่ใกล้เคียงค่าใช้จ่ายจริง เพื่อป้องกันปัญหางบบานปลาย

2. เลือกประเภทการกู้ที่เหมาะสม

ตามที่กล่าวไปแล้วในหัวข้อก่อนหน้า การเลือกประเภทสินเชื่อให้เหมาะสมกับความต้องการเป็นขั้นตอนสำคัญ หากต้องการรีโนเวทใหญ่ที่ต้องใช้งบประมาณสูง สินเชื่อระยะยาวอาจเหมาะสมกว่า แต่หากเป็นการซ่อมแซมเล็กๆ น้อยๆ อาจพิจารณาสินเชื่อระยะสั้นแทน ทั้งนี้ควรพิจารณาจากความสามารถในการผ่อนชำระและระยะเวลาที่ต้องการ

3. เลือกแหล่งสถาบันการเงินที่คุ้มค่า น่าเชื่อถือ

การเลือกสถาบันการเงินควรคำนึงถึงความน่าเชื่อถือและอัตราดอกเบี้ยที่เสนอให้ ควรเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคาร รวมทั้งตรวจสอบเงื่อนไขและข้อจำกัดต่างๆ อย่างละเอียด เพราะแต่ละธนาคารมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดจะทำให้สามารถเลือกสินเชื่อได้อย่างคุ้มค่าและเหมาะสมกับความต้องการมากที่สุด

4. เตรียมเอกสารให้พร้อมขอยื่นกู้

การยื่นขอสินเชื่อรีโนเวทบ้านจำเป็นต้องเตรียมเอกสารให้พร้อมและครบถ้วน เพื่อให้ธนาคารพิจารณาและอนุมัติได้รวดเร็ว เอกสารพื้นฐานที่ต้องเตรียมประกอบด้วย:
• สำเนาบัตรประชาชน • สำเนาทะเบียนบ้าน • สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน • สำเนาโฉนดที่ดิน • สัญญาว่าจ้างในการปลูกสร้าง/รีโนเวท • รายการเอกสารพัสดุที่ใช้ก่อสร้าง • ใบอนุญาตในการก่อสร้าง ดัดแปลงอาคาร (หากจำเป็นต้องใช้) • แผนผังแสดงรายละเอียดของการรีโนเวท

5. เคลียร์หนี้เก่าให้หมด

ก่อนยื่นขอสินเชื่อใหม่ ควรเคลียร์หนี้เก่าที่มีอยู่ให้หมดหรือให้เหลือน้อยที่สุด เพราะจะส่งผลต่อความสามารถในการผ่อนชำระและการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของธนาคาร การมีภาระหนี้น้อยจะทำให้มีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อสูงขึ้น และยังได้วงเงินกู้ที่มากขึ้นอีกด้วย
Article Image

บ้านที่ยังผ่อนไม่หมดสามารถกู้รีโนเวทเพิ่มได้หรือไม่?

คำถามนี้เป็นข้อสงสัยของหลายคนที่มีบ้านอยู่ระหว่างผ่อนชำระ แต่ต้องการรีโนเวทบ้านเพิ่ม โดยหลักการแล้ว บ้านที่ยังมีภาระผ่อนและบ้านที่ผ่อนหมดแล้วมีเงื่อนไขการกู้ที่แตกต่างกัน:

บ้านที่ยังมีภาระผ่อน

สำหรับบ้านที่ยังผ่อนชำระกับธนาคารอยู่ ถ้าต้องการขอสินเชื่อตกแต่งบ้าน ธนาคารจะพิจารณาวงเงินให้ไม่เกินวงเงินประเมินที่จดจำนองไว้ในตอนแรก โดยอัตราดอกเบี้ยจากการกู้เงินรีโนเวทบ้านจะใกล้เคียงกับดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน หากจำเป็นต้องกู้รีโนเวทบ้านจริงๆ สามารถนำบ้านมาเป็นหลักค้ำประกันกับธนาคารได้ และควรเลือกยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารเดิมที่เคยมีประวัติการกู้ เพราะจะช่วยให้ขอสินเชื่อได้สะดวกขึ้น

บ้านที่ปลอดภาระผ่อน

บ้านที่ผ่อนหมดแล้ว หากต้องการกู้เงินรีโนเวท สามารถใช้ตัวบ้านยื่นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ทันที โดยธนาคารจะพิจารณาให้วงเงินแบบบ้านแลกเงิน ซึ่งอาจมีดอกเบี้ยค่อนข้างสูง แต่ขั้นตอนการยื่นขอจะสะดวกกว่า และไม่จำกัดรูปแบบการใช้เงิน นอกจากนี้ ธนาคารจะเป็นผู้ประเมินวงเงินกู้ให้เอง ซึ่งมักจะได้วงเงินที่สูงกว่าบ้านที่ยังมีภาระผ่อน
Article Image

กฎหมายที่ควรรู้ก่อนเริ่มรีโนเวทบ้าน มีอะไรบ้าง?

การรีโนเวทบ้านไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงแค่การขอสินเชื่อเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้กำหนดว่าการรีโนเวทบางลักษณะจำเป็นต้องขออนุญาตก่อนดำเนินการ:

การรีโนเวทที่ไม่ต้องขออนุญาต

• การซ่อมแซมเล็กๆ น้อยๆ ภายในบ้านที่ไม่ส่งผลต่อโครงสร้าง • การต่อเติมโครงสร้างโดยใช้วัสดุเดิมที่มีขนาด จำนวน และชนิดเดียวกัน • การรีโนเวทส่วนที่ไม่ใช่โครงสร้างของบ้าน โดยมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นไม่เกิน 10% ของน้ำหนักอาคาร • การเปลี่ยนแปลงขนาด รูปทรง ส่วนประกอบอาคาร เช่น ประตู หน้าต่าง ฝ้าเพดาน ที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นไม่เกิน 10% • การเพิ่มขนาดพื้นที่ของชั้นบ้านและการต่อเติมส่วนของหลังคาไม่เกิน 5 ตารางเมตร โดยไม่มีการเพิ่มหรือลดทอนเสาคาน

การรีโนเวทที่ต้องขออนุญาต

• การเพิ่ม ลด ขยาย เปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือลักษณะของอาคารที่ไม่ใช่การซ่อมแซมทั่วไป • การเพิ่ม ลด เปลี่ยนเสา คาน บันได ผนัง หรือส่วนใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างบ้าน • การรีโนเวทส่วนที่ไม่ใช่โครงสร้างแต่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเกิน 10% ของน้ำหนักอาคารเดิม
การฝ่าฝืนรีโนเวทบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจมีโทษทางกฎหมาย ทั้งจำคุกและปรับ เช่น จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้น ก่อนเริ่มรีโนเวทควรตรวจสอบข้อกฎหมายให้ดี หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และหากเป็นบ้านในโครงการหมู่บ้านจัดสรร ควรปรึกษานิติบุคคลของโครงการก่อนทำการต่อเติมหรือรีโนเวท
Article Image

เทคนิคบริหารงบประมาณรีโนเวทบ้านไม่ให้บานปลาย

การรีโนเวทบ้านมักมีปัญหาเรื่องงบประมาณบานปลายเสมอ เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้เกินที่วางแผนไว้ มีเทคนิคดังนี้:

วางแผนในการต่อเติมอย่างละเอียด

ควรแจกแจงและวางแผนว่าส่วนไหนหรือบริเวณไหนของบ้านที่ต้องปรับปรุงต่อเติม โดยเรียงลำดับความสำคัญ รวมถึงกำหนดงบประมาณสำหรับแต่ละส่วนอย่างชัดเจน การวางแผนที่ละเอียดจะช่วยให้สามารถจัดสรรพื้นที่และควบคุมงบประมาณได้ง่ายขึ้น

เลือกผู้รับเหมาที่น่าเชื่อถือ

ควรเลือกผู้รับเหมาที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ โดยให้ช่างเข้ามาประเมินหน้างานว่าการรีโนเวทครั้งนี้ควรใช้งบประมาณเท่าไร ควรเปรียบเทียบราคาผู้รับเหมาแต่ละรายก่อนตัดสินใจ และที่สำคัญ ก่อนตกลงทำงาน ควรแจ้งรายละเอียดของงาน ระยะเวลาที่คาดว่าจะเสร็จ และค่าใช้จ่ายให้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อป้องกันปัญหาภายหลัง

ขออนุญาตต่อเติมโครงสร้างบ้านให้ถูกต้อง

สำหรับโครงการหมู่บ้านจัดสรร มักมีกฎเกณฑ์ข้อห้ามในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง เพื่อความปลอดภัยของบ้านที่ทางโครงการได้กำหนดไว้ ดังนั้น ก่อนรีโนเวท ควรปรึกษานิติบุคคลของโครงการเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง ซึ่งอาจทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มในการแก้ไข
Article Image

ตัวอย่างค่าใช้จ่ายในการรีโนเวทบ้านจริง เริ่มต้นเท่าไรถึงจำเป็นต้องกู้?

จากข้อมูลตัวอย่างการรีโนเวทบ้านเก่าเป็นพื้นที่ส่วนตัวเล็กๆ มีค่าใช้จ่ายดังนี้:
• ค่าแรงปูกระเบื้อง ทาสี และติดตั้งบัวกันเปื้อน PVC ลายไม้: 25,000 บาท (เฉพาะค่าแรง) • ค่างานฝ้า: 13,000 บาท (รวมวัสดุแล้ว) • ค่ากระเบื้องทั้งหมด (พื้น ห้องน้ำ ซิงค์): 10,411 บาท • ค่าสีทาบ้าน (ภายใน ห้องน้ำ ฝ้าเพดาน): 9,176 บาท • ค่าสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ (ชักโครก อ่างล้างหน้า): 9,421 บาท • ค่าวัสดุก่อสร้างอื่นๆ (หิน ปูน ทราย ปูนกาว): 5,618 บาท • อุปกรณ์เบ็ดเตล็ด: 230 บาท
รวมค่าใช้จ่ายประมาณ 72,856 บาท สำหรับการรีโนเวทพื้นที่ขนาดเล็ก หากเป็นการรีโนเวทบ้านทั้งหลัง ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่านี้มาก อาจเป็นหลักแสนหรือหลักล้านบาท ซึ่งการกู้เงินรีโนเวทบ้านจะเริ่มมีความจำเป็นเมื่อค่าใช้จ่ายสูงกว่า 100,000 บาทขึ้นไป เพราะหากใช้เงินเก็บเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอและกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงิน

สรุป

การกู้เงินรีโนเวทบ้านเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการปรับปรุงบ้านแต่มีงบประมาณจำกัด โดยมี 5 ขั้นตอนสำคัญที่ต้องเตรียมให้พร้อม ได้แก่ การวางแผนและกำหนดงบประมาณ การเลือกประเภทการกู้ที่เหมาะสม การเลือกสถาบันการเงินที่คุ้มค่า การเตรียมเอกสารให้พร้อม และการเคลียร์หนี้เก่าให้หมด
นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรีโนเวทบ้าน เพราะการรีโนเวทบางลักษณะต้องขออนุญาตก่อนดำเนินการ รวมถึงเทคนิคการบริหารงบประมาณไม่ให้บานปลาย เช่น การวางแผนอย่างละเอียด การเลือกผู้รับเหมาที่น่าเชื่อถือ และการขออนุญาตต่อเติมโครงสร้างบ้านให้ถูกต้อง
ท้ายที่สุด การกู้เงินรีโนเวทบ้านเป็นทางเลือกที่ดีหากคุณวางแผนอย่างรอบคอบ เลือกประเภทสินเชื่อที่เหมาะสม เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายธนาคาร และบริหารจัดการงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ การรีโนเวทบ้านจะช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับบ้านของคุณในระยะยาวและสร้างความสุขในการอยู่อาศัย
#สาระ #การเงิน #กู้เงินรีโนเวทบ้าน #สินเชื่อตกแต่งบ้าน #รีโนเวทบ้าน #รีไฟแนนซ์บ้าน #วางแผนรีโนเวทบ้าน #งบประมาณรีโนเวทบ้าน #กฎหมายรีโนเวทบ้าน #ค่าใช้จ่ายรีโนเวท #สินเชื่อบ้าน
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#ค่าใช้จ่ายรีโนเวท
#การเงิน
#รีไฟแนนซ์บ้าน
#รีโนเวทบ้าน
#วางแผนรีโนเวทบ้าน
#กู้เงินรีโนเวทบ้าน
#กฎหมายรีโนเวทบ้าน
#สินเชื่อตกแต่งบ้าน
#Mehome
#งบประมาณรีโนเวทบ้าน
#มีบ้านต้องมีโฮม
#สาระ
#สินเชื่อบ้าน

หมายเหตุ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับเว็บไซต์ Homeday โดย บริษัท โฮมเดย์ กรุ๊ป จำกัด เท่านั้น บริษัทไม่สามารถให้คำมั่นหรือคำรับประกันเกี่ยวกับเนื้อหา รวมถึงไม่สามารถรับรองความเหมาะสมต่อวัตถุประสงค์เฉพาะใดๆ ตามขอบเขตของกฎหมาย เราจะพยายามอย่างเต็มความสามารถเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลที่ปรากฏในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วนสมบูรณ์ ณ เวลาที่จัดทำ ข้อมูลดังกล่าวไม่ควรนำไปใช้ในการพิจารณาตัดสินใจด้านการเงิน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือประเด็นกฎหมายโดยทันที ผู้อ่านไม่ควรอาศัยข้อมูลในบทความนี้แทนคำแนะนำจากผู้ชำนาญการที่ได้รับการฝึกฝนซึ่งสามารถวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและสภาวะเฉพาะของท่านได้ ทั้งนี้ ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ หากท่านเลือกที่จะนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจของท่าน

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
การไถ่ถอนจำนองบ้านทำอย่างไร? เตรียมเอกสารและค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
ทั่วไป

การไถ่ถอนจำนองบ้านทำอย่างไร? เตรียมเอกสารและค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

การผ่อนบ้านจนครบถ้วนหรือชำระหนี้จนหมดเป็นความสำเร็จที่น่ายินดี แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่ายังมีขั้นตอนสำคัญตามมาคือการ “ไถ่ถอนจำนอง” ซึ่งเป็นกระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้กรรมสิทธิ์ในบ้านกลับมาเป็นของเราอย่างสมบูรณ์ บทความนี้จะอธิบายทุกขั้นตอนการไถ่ถอนจำนอง เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คุณสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น ไถ่ถอนจำนองคืออะไร? ทำไมต้องดำเนินการ? ไถ่ถอนจำนองคือกระบวนการที่เกิดขึ้นเมื่อเจ้าของบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้จดทะเบียนจำนองไว้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ ได้ผ่อนชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว จึงต้องดำเนินการไถ่ถอนเพื่อให้การจำนองสิ้นสุดลงตามกฎหมาย เมื่อเราทำสัญญากู้ซื้อบ้าน ทางธนาคารจะให้เราจดทะเบียนจำนองเพื่อเป็นหลักประกัน โดยเจ้าหน้าที่กรมที่ดินจะจดบันทึกไว้ด้านหลังโฉนดในส่วนของสารบัญจดทะเบียนว่าใครเป็นผู้จำนอง และใครเป็นผู้รับจำนอง เมื่อเราผ่อนหมดแล้ว จำเป็นต้องไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่กรมที่ดิน เพื่อแก้ไขเอกสารสิทธิและระบุว่าไม่มีการจำนองหรือปลอดจำนองแล้ว มีวิธีไถ่ถอนจำนองกี่แบบ? ต่างกันอย่างไร? การไถ่ถอนจำนองสามารถทำได้ 2 วิธี โดยแต่ละวิธีมีรายละเอียดแตกต่างกัน: วิธีที่ 1: ผู้จำนองและผู้รับจำนองไปดำเนินการพร้อมกัน วิธีนี้คือการที่ทั้งผู้จำนอง (เจ้าของบ้าน) และผู้รับจำนอง (ธนาคาร) ไปที่สำนักงานที่ดินพร้อมกัน เพื่อยื่นคำขอจดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง ซึ่งจะเป็นการยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันในการไถ่ถอนจำนอง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและดำเนินการตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว จะทำการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองในที่ดินแปลงนั้น วิธีที่ 2: ผู้มีสิทธิในที่ดินหรือผู้มีสิทธิไถ่ถอนไปดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว อีกวิธีหนึ่งคือ ผู้มีสิทธิในที่ดินหรือผู้มีสิทธิไถ่ถอนเพียงฝ่ายเดียวสามารถไปที่สำนักงานที่ดิน โดยนำหลักฐานที่ผู้รับจำนองได้ทำเป็นหนังสือหลังสัญญาจำนองฉบับผู้รับจำนอง ระบุว่าได้มีการไถ่ถอนจากจำนองแล้ว และมีการชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว ไปยื่นขอจดทะเบียนไถ่ถอนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดิน ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับการไถ่ถอนจำนอง? เพื่อให้การไถ่ถอนจำนองเป็นไปอย่างราบรื่น คุณจำเป็นต้องเตรียมเอกสารสำคัญต่างๆ ให้ครบถ้วน ดังนี้: หลักฐานสัญญาจำนองที่ทำเป็นหนังสือระหว่างผู้จำนองและผู้รับจำนอง ที่มีการสลักหลังสัญญาให้ไถ่ถอนจำนองได้ เพื่อเป็นหลักฐานว่าได้ชำระสินไถ่เรียบร้อยแล้ว [...]

1 นาที
จ่ายดอกเบี้ยบ้านอย่างไร ช่วยลดหย่อนภาษีได้มากที่สุด?
ทั่วไป

จ่ายดอกเบี้ยบ้านอย่างไร ช่วยลดหย่อนภาษีได้มากที่สุด?

การซื้อบ้านเป็นหนึ่งในความฝันของคนส่วนใหญ่ แต่การต้องกู้เงินจากสถาบันการเงินมาซื้อบ้านก็มาพร้อมกับภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเป็นระยะเวลายาวนาน อย่างไรก็ตาม มีข่าวดีสำหรับผู้ที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ เพราะดอกเบี้ยบ้านที่จ่ายไปนั้นไม่สูญเปล่า สามารถนำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่กฎหมายกำหนด ช่วยบรรเทาภาระภาษีและอาจทำให้ได้รับเงินคืนภาษีมากขึ้นอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับวิธีการใช้ประโยชน์จากดอกเบี้ยบ้านเพื่อลดหย่อนภาษีให้ได้มากที่สุด พร้อมเงื่อนไขและข้อควรระวังต่างๆ ที่ควรทราบ เหตุใดดอกเบี้ยบ้านจึงนำมาลดหย่อนภาษีได้? รัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อกระตุ้นและจูงใจให้ประชาชนทำกิจกรรมทางการเงินที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ โดยการส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญ มาตรการสิทธิลดหย่อนภาษี หรือ Tax Deductions คือสิทธิประโยชน์ที่ช่วยให้ผู้มีรายได้เสียภาษีน้อยลงเมื่อทำการคำนวณภาษี เป็นการบรรเทาภาระทางภาษี และอาจทำให้ได้รับเงินคืนจากภาษีมากขึ้น นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังช่วยป้องกันการยื่นภาษีผิดพลาดและส่งเสริมให้ประชาชนหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ไม่เพียงแต่การซื้อบ้านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลงทุนในตลาดหุ้น การออมระยะยาว หรือการทำประกันชีวิตที่ล้วนมีสิทธิลดหย่อนภาษีเช่นกัน ดอกเบี้ยบ้านประเภทไหนที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้? ไม่ใช่ดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทที่จะนำมาลดหย่อนภาษีได้ ดอกเบี้ยที่จะนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ต้องมีเงื่อนไขสำคัญ 3 ประการ ดังนี้ 1. วัตถุประสงค์เพื่อที่อยู่อาศัยเท่านั้น ต้องเป็นการกู้เงินที่มีวัตถุประสงค์เพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม หรืออาคารชุดต่างๆ ต้องซื้อไว้เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยจริง หากเป็นการซื้อเพื่อการลงทุนหรือการพาณิชย์จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 2. ต้องมีการกู้ยืมและจำนอง ต้องมีการกู้ยืมและจำนองกับสถาบันการเงิน โดยจำนองทรัพย์สินที่เป็นที่อยู่อาศัยนั้นเป็นหลักประกัน เช่น บ้าน คอนโด หรืออาคารที่สร้างบนที่ดินเพื่ออยู่อาศัย ซึ่งในสัญญาเงินกู้จะระบุเงื่อนไขนี้อย่างชัดเจน หากเป็นเพียงการซื้อด้วยเงินสด ผ่อนตรงกับเจ้าของโครงการ [...]

2 นาที
รีไฟแนนซ์บ้านดีอย่างไร? ประหยัดดอกเบี้ยได้จริงหรือไม่?
ทั่วไป

รีไฟแนนซ์บ้านดีอย่างไร? ประหยัดดอกเบี้ยได้จริงหรือไม่?

การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นทางเลือกทางการเงินที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีภาระสินเชื่อบ้าน โดยเฉพาะในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยมีการเปลี่ยนแปลง แต่หลายคนยังสงสัยว่าการรีไฟแนนซ์บ้านดีจริงหรือไม่ และจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากน้อยเพียงใด บทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยและให้ข้อมูลที่จำเป็นในการตัดสินใจ รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร? การรีไฟแนนซ์บ้าน คือการนำสินเชื่อบ้านที่มีอยู่กับธนาคารเดิมไปขอสินเชื่อใหม่กับอีกธนาคารหนึ่งที่ให้เงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า เป็นการโอนภาระหนี้จากธนาคารเดิมไปยังธนาคารใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระรายเดือน การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นสิทธิของผู้กู้ที่สามารถเลือกธนาคารที่ให้อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้ธนาคารต้องยินยอมให้ลูกค้าไถ่ถอนจำนองเพื่อไปรีไฟแนนซ์กับธนาคารอื่นได้ ประโยชน์ของการรีไฟแนนซ์บ้าน 1. ลดภาระการผ่อนรายเดือน การรีไฟแนนซ์บ้านช่วยลดภาระการผ่อนรายเดือนได้ผ่านหลายวิธี เช่น การได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเดิม การขยายระยะเวลาการผ่อนชำระให้นานขึ้น การปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระ ตัวอย่างเช่น หากมีภาระหนี้เหลือ 2 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อน 20 ปี อัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน 6% ต่อปี การรีไฟแนนซ์ไปยังธนาคารที่ให้อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี จะช่วยลดค่างวดจากประมาณ 14,400 บาท เหลือ 12,100 บาท ประหยัดได้ 2,300 บาทต่อเดือน 2. เพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน การรีไฟแนนซ์บ้านสามารถช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินได้ด้วยการ: ขอวงเงินกู้เพิ่มตามมูลค่าบ้านที่เพิ่มขึ้น นำวงเงินส่วนต่างไปลงทุนหรือใช้จ่ายตามความจำเป็น ปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับรายได้ปัจจุบัน 3. ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการกู้ให้เหมาะสม การรีไฟแนนซ์เปิดโอกาสให้ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการกู้ใหม่ได้ เช่น: เปลี่ยนจากอัตราดอกเบี้ยลอยตัวเป็นอัตราคงที่ ปรับเปลี่ยนระยะเวลาการผ่อนชำระ เพิ่มหรือลดผู้กู้ร่วม [...]

1 นาที
จะยื่นกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย? 7 เทคนิคที่ทำให้คุณมีบ้านในฝันได้เร็วขึ้น
ทั่วไป

จะยื่นกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย? 7 เทคนิคที่ทำให้คุณมีบ้านในฝันได้เร็วขึ้น

การมีบ้านสักหลังเป็นความฝันของคนส่วนใหญ่ แต่หลายคนต้องพบกับความผิดหวังเมื่อยื่นขอสินเชื่อบ้านแล้วถูกปฏิเสธ การยื่นกู้ซื้อบ้านให้ผ่านไม่ใช่เรื่องยากเกินไป หากคุณเตรียมตัวให้พร้อมและวางแผนอย่างรอบคอบ บทความนี้จะแนะนำ 7 เทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้การยื่นกู้ซื้อบ้านของคุณผ่านฉลุย ทำให้คุณได้เป็นเจ้าของบ้านในฝันเร็วขึ้น เหตุใดคนส่วนใหญ่ถึงถูกปฏิเสธการกู้บ้าน? การที่ธนาคารปฏิเสธการยื่นกู้บ้านไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล มีปัจจัยหลายประการที่ทำให้ผู้กู้ไม่ผ่านการพิจารณา เช่น รายได้ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับราคาบ้าน มีภาระหนี้สินเดิมสูงเกินไป ประวัติทางการเงินไม่ดี เอกสารไม่ครบถ้วน หรือเลือกธนาคารที่ไม่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของตนเอง นอกจากนี้ อีกสาเหตุสำคัญคือการขาดการวางแผนทางการเงินที่ดี ทำให้ไม่มีเงินดาวน์เพียงพอ โดยทั่วไปธนาคารจะให้สินเชื่อประมาณ 80-90% ของราคาบ้าน ดังนั้นผู้กู้จะต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 10-20% ของราคาบ้าน ซึ่งหลายคนมักมองข้ามจุดนี้ จะประเมินความสามารถในการกู้ซื้อบ้านของตนเองได้อย่างไร? การประเมินความสามารถในการกู้ซื้อบ้านของตนเองเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้คุณเลือกบ้านที่ราคาเหมาะสมกับกำลังทรัพย์ของคุณ โดยทั่วไปธนาคารจะพิจารณาจากรายได้และภาระหนี้เป็นหลัก ซึ่งคุณสามารถคำนวณได้ดังนี้ กรณีไม่มีหนี้สินใดๆ: หากคุณไม่มีภาระหนี้เลย ความสามารถในการกู้จะคำนวณได้จากสูตร: รายได้ต่อเดือน x 60 = วงเงินกู้สูงสุดที่เป็นไปได้ เช่น หากคุณมีรายได้เดือนละ 30,000 บาท คุณอาจจะกู้ได้สูงสุดประมาณ 1,800,000 บาท กรณีมีหนี้สินอยู่แล้ว: หากคุณมีภาระหนี้อื่นๆ คุณต้องคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระดังนี้: รายได้ต่อเดือน x 30-40% = ความสามารถในการผ่อนชำระสูงสุดต่อเดือน [...]

2 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent