加载中...
加载中...
รวมบทความเกี่ยวกับอาหารสัตว์เลี้ยง จำนวน 5 บทความ เรียงจากวันที่เผยแพร่ล่าสุด เลือกอ่านสรุปแต่ละเรื่องเพื่อค้นหาข้อมูลที่ตรงกับความสนใจ และตรวจวันที่ในบทความก่อนนำข้อมูลราคาและโครงการไปใช้
เอกา โกลบอล ผู้นำบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารระดับโลก ขานรับไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 2 ของโลก ชูนวัตกรรม High Barrier ดันบรรจุภัณฑ์พรีเมียม รับตลาดหมื่นล้านดอลลาร์
SWC ร่วมกับเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล เปิดตัว ‘The Goody’ ผลิตภัณฑ์อาหารและดูแลสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม ณ ท็อปส์ เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายสู่ TOPS และ PET’N ME กว่า 155 สาขาทั่วประเทศ ตั้งเป้ายอดขาย 1,700 ล้านบาทภายใน 3 ปี
การเปลี่ยนสูตรอาหารให้สัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องที่ต้องทำด้วยความระมัดระวังและใส่ใจ เนื่องจากระบบย่อยอาหารของสัตว์เลี้ยงมีความอ่อนไหวและต้องการเวลาในการปรับตัว บทความนี้รวบรวมความรู้สำคัญเกี่ยวกับวิธีเปลี่ยนอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างถูกวิธี เพื่อให้คุณและสัตว์เลี้ยงผ่านกระบวนการนี้ไปได้อย่างราบรื่น เหตุผลหลักในการเปลี่ยนอาหารสัตว์เลี้ยง มีหลายสาเหตุที่อาจทำให้ต้องเปลี่ยนอาหารสัตว์เลี้ยง ได้แก่: ปัญหาสุขภาพ เช่น โรคไต โรคตับ โรคเบาหวาน หรือภูมิแพ้อาหาร ซึ่งต้องการอาหารเฉพาะทาง การเปลี่ยนช่วงวัย จากลูกสัตว์เป็นสัตว์โตเต็มวัย หรือจากวัยกลางคนเป็นวัยชรา ปัญหาน้ำหนัก เช่น น้ำหนักเกินหรือน้ำหนักน้อยเกินไป ต้องการเพิ่มคุณภาพอาหาร เปลี่ยนไปใช้อาหารที่มีคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่า สัตว์เลี้ยงไม่ยอมกินอาหารเดิม ทำให้เสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหาร ผลกระทบจากการเปลี่ยนอาหารแบบฉับพลัน การเปลี่ยนอาหารอย่างกะทันหันโดยไม่มีช่วงปรับตัวอาจก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ได้แก่: ปัญหาระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย อาเจียน แน่นท้อง หรือผลิตแก๊สมากเกินไป การปฏิเสธอาหารใหม่ โดยเฉพาะในแมวซึ่งเป็นสัตว์ที่เลือกกินตามธรรมชาติ ความเครียดและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น ซ่อนตัว ก้าวร้าว หรือมีพฤติกรรมผิดปกติ ขั้นตอนการเปลี่ยนอาหารอย่างถูกวิธี ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อน โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนเพราะเหตุผลด้านสุขภาพ ค่อยๆ เปลี่ยนแบบทีละน้อย ใช้เวลาอย่างน้อย 7-10 วัน โดยผสมอาหารใหม่เข้ากับอาหารเก่าในอัตราส่วนที่เพิ่มขึ้นทีละน้อย: วันที่ 1-2: อาหารใหม่ 25% + อาหารเดิม [...]
เจ้าของสัตว์เลี้ยงหลายคนมักสงสัยว่าควรเลือกอาหารประเภทไหนให้กับสัตว์เลี้ยงของตน เราได้รวบรวมข้อมูลเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น ความแตกต่างสำคัญที่คุณควรรู้ อาหารแห้ง (Dry Food) มีความชื้นน้อยกว่า 10% เป็นเม็ดแข็ง เก็บรักษาง่าย ราคาประหยัด และช่วยขัดฟันสัตว์เลี้ยงได้ แต่มีน้ำน้อย ทำให้สัตว์เลี้ยงบางตัวอาจได้รับน้ำไม่เพียงพอ อาหารเปียก (Wet Food) มีความชื้นสูง 75-85% มักอยู่ในกระป๋องหรือซอง มีกลิ่นและรสชาติที่น่าดึงดูด เคี้ยวง่าย และช่วยให้สัตว์เลี้ยงได้รับน้ำมากขึ้น แต่มีราคาสูงกว่า และเน่าเสียง่ายหลังเปิด ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ 1. ประเภทสัตว์เลี้ยง แมว มาจากถิ่นทะเลทราย มักดื่มน้ำน้อย จึงได้รับประโยชน์จากอาหารเปียกมาก สุนัข ดื่มน้ำได้ดีกว่า จึงสามารถกินอาหารแห้งได้ดี แต่สุนัขพันธุ์เล็กที่มีปัญหาฟันอาจเหมาะกับอาหารเปียกมากกว่า 2. อายุสัตว์เลี้ยง ลูกสัตว์ ต้องการสารอาหารและน้ำมาก อาจต้องการทั้งอาหารเปียกและแห้ง สัตว์เลี้ยงวัยกลางคน สามารถกินได้ทั้งสองแบบ สัตว์เลี้ยงสูงอายุ มักมีปัญหาฟันและไต อาหารเปียกจึงเหมาะสมกว่า 3. สุขภาพ โรคไตและทางเดินปัสสาวะ สัตว์เลี้ยงควรได้รับอาหารเปียกมากขึ้นเพื่อเพิ่มการได้รับน้ำ สัตว์เลี้ยงที่มีน้ำหนักเกิน อาหารเปียกช่วยให้อิ่มด้วยแคลอรี่ที่น้อยกว่า ปัญหาเกี่ยวกับฟัน อาหารเปียกเคี้ยวง่ายกว่า เหมาะกับสัตว์ที่มีปัญหาฟัน [...]
การทำอาหารสดให้สัตว์เลี้ยงกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากเจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องการควบคุมคุณภาพอาหารและส่วนผสมที่สัตว์เลี้ยงได้รับ แต่การทำอาหารสดให้ปลอดภัยนั้นมีขั้นตอนสำคัญที่ต้องใส่ใจ บทความนี้จะแนะนำวิธีการทำอาหารสดที่ปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ทำไมต้องทำอาหารสดให้สัตว์เลี้ยง? อาหารสดมีประโยชน์หลายประการต่อสัตว์เลี้ยง: ควบคุมส่วนผสมได้ตามต้องการ ลดการใช้สารกันเสีย เพิ่มความหลากหลายของสารอาหาร สามารถปรับสูตรให้เหมาะกับสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว ช่วยแก้ปัญหาการแพ้อาหารหรือระบบย่อยอาหาร อย่างไรก็ตาม การทำอาหารสดต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยเป็นพิเศษ การเตรียมพื้นที่และอุปกรณ์ พื้นที่เตรียมอาหาร ทำความสะอาดพื้นที่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ แยกพื้นที่เตรียมอาหารสัตว์เลี้ยงจากอาหารมนุษย์ มีพื้นที่จัดเก็บวัตถุดิบแยกเป็นสัดส่วน อุปกรณ์ที่จำเป็น เขียงแยกระหว่างเนื้อสดและผัก มีดคมสำหรับหั่นวัตถุดิบ เครื่องบดเนื้อ (ถ้าต้องการ) ภาชนะสแตนเลสหรือแก้วสำหรับผสมอาหาร ถุงซิปล็อคหรือกล่องสำหรับแบ่งบรรจุ เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิอาหาร การเลือกวัตถุดิบ เนื้อสัตว์ เลือกเนื้อสดใหม่จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ตรวจสอบวันหมดอายุและลักษณะทางกายภาพ หลีกเลี่ยงเนื้อที่มีกลิ่นผิดปกติหรือเปลี่ยนสี ผักและธัญพืช เลือกผักสดตามฤดูกาล ล้างทำความสะอาดอย่างทั่วถึง ระวังผักที่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง เช่น หัวหอม กระเทียม วิตามินและแร่ธาตุเสริม ปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องการเสริมวิตามิน เลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน คำนวณปริมาณให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัว ขั้นตอนการเตรียมอาหาร การทำความสะอาดวัตถุดิบ ล้างผักด้วยน้ำสะอาด 2-3 รอบ แช่ผักในน้ำผสมน้ำส้มสายชู ทำความสะอาดเนื้อสัตว์ด้วยน้ำเย็น เช็ดให้แห้งด้วยกระดาษสะอาด การปรุงอาหาร หั่นวัตถุดิบให้มีขนาดพอเหมาะ ปรุงเนื้อสัตว์ให้สุกที่อุณหภูมิเหมาะสม ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน แบ่งบรรจุในปริมาณที่พอดีต่อมื้อ [...]