加载中...
加载中...
รวมบทความเกี่ยวกับต้นไม้และสวน จำนวน 224 บทความ เรียงจากวันที่เผยแพร่ล่าสุด เลือกอ่านสรุปแต่ละเรื่องเพื่อค้นหาข้อมูลที่ตรงกับความสนใจ และตรวจวันที่ในบทความก่อนนำข้อมูลราคาและโครงการไปใช้
ต้นไม้ในบ้านเหี่ยวบ่อยอาจเป็นประเด็นที่ควรใช้เช็กสภาพบ้านและตั้งคำถามด้านฮวงจุ้ย แต่จากข้อมูลที่มี ยังยืนยันไม่ได้ว่าบ้านกำลังบอกอะไร หรือมีสาเหตุเฉพาะเจาะจงอย่างไร
ต้นไม้ในบ้านแสงน้อยควรเลือกพันธุ์ที่ทนร่ม ดูแลง่าย และเหมาะกับตำแหน่งแสงจริงในบ้าน พร้อมปรับการรดน้ำ กระถาง และการระบายอากาศให้ต้นไม้อยู่รอดได้นาน
ต้นไม้ในบ้านอาจช่วยให้เราสังเกตสภาพแวดล้อมของแต่ละมุมได้ ประเด็นนี้ชวนมองว่า หากต้นไม้ไม่ฟื้นหรือดูเหมือนกำลังแย่ลง อาจเป็นสัญญาณให้ลองตรวจดูว่าบริเวณนั้นมีของวางกีดขวาง…
หากเปิดประตูบ้านแล้วเจอกำแพง ของสูง หรือสิ่งของวางขวาง ตามหลักฮวงจุ้ยใน ประเด็นนี้เชื่อว่าพลังดีจะไหลเข้าบ้านได้ยาก…
หากยึดตามแนวคิด ตำแหน่งห้องน้ำที่อยู่กลางบ้าน หรือจุดที่เปิดประตูบ้านแล้วมองเห็นห้องน้ำทันที อาจทำให้รู้สึกว่าพลังดีของบ้านลดลง บรรยากาศภายในบ้านไม่นิ่ง อึดอัดง่าย…
เนื้อหาจาก Homeday อธิบายว่า ต้นไม้สามารถช่วยดักจับฝุ่นละอองในอากาศได้ การมีต้นไม้ในบ้านจึงอาจช่วยเพิ่มความสดชื่นและทำให้บ้านมีบรรยากาศที่ดีขึ้น…
การทำ Green Corner ในห้องไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการใช้งบจำนวนมาก เพียงเลือกมุมที่เหมาะกับห้อง ต้นไม้ที่ชอบ และของตกแต่งเล็ก ๆ น้อย ๆ…
มอนสเตอร่ายังคงเป็นต้นไม้แต่งบ้านยอดนิยม เพราะมีทั้งรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ดูแลไม่ยากเติบโตได้ดีในหลายสภาพแวดล้อม และมีความหมายเป็นมงคล…
คนอยู่คอนโดหรือมีพื้นที่จำกัดสามารถเพิ่มความสดชื่นให้ห้องได้ด้วยต้นไม้ขนาดเล็ก โดย ของ Homeday แนะนำ 7 ตัวเลือกที่เลี้ยงง่ายและเหมาะสำหรับมือใหม่ ได้แก่ พลูด่าง ลิ้นมังกร…
ต้นไม้มงคลที่ปลูกบริเวณหน้าบ้านเป็นแนวทางที่สายมูนิยมใช้เพื่อเสริมฮวงจุ้ยและความเชื่อด้านการเงินกับโชคลาภ โดย ของ Homeday ไอเดียต้นไม้มงคลที่ควรมีติดบ้านไว้ต้อนรับปีใหม่
เหนื่อยกับฝุ่น PM2.5 และอากาศไม่ดีใช่ไหม? มาดูทางนี้! ชาวกรุงเทพฯ ห้ามพลาด! วันนี้ Homeday มีตัวช่วยดี ๆ ที่จะเปลี่ยนอากาศในบ้านให้บริสุทธิ์และสดชื่นขึ้นได้ง่าย ๆ แค่มี 10 ต้นไม้ฟอกอากาศเหล่านี้ติดบ้านไว้! ต้นไม้ในลิสต์ของเรา: ลิ้นมังกร พลูด่าง มอนสเตอร่า ยางอินเดีย ว่านหางจระเข้ เศรษฐีเรือนใน เขียวหมื่นปี ไทรใบสัก เดหลี เฟิร์นบอสตัน รับรองว่านอกจากจะฟอกอากาศได้แล้ว ยังช่วยเพิ่มความสวยงามให้บ้านน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลยนะ! ___ 𝐿𝑖𝑣𝑒 𝑦𝑜𝑢𝑟 𝑑𝑎𝑦, 𝑆𝑡𝑦𝑙𝑒 𝑦𝑜𝑢𝑟 ℎ𝑜𝑚𝑒 [...]
การแต่งบ้านให้มีกลิ่นอายแบบยุโรปอาจเริ่มได้จากการเลือกต้นไม้และจัดวางให้เข้ากับบรรยากาศที่ต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปถึงยุโรป มีต้นไม้ยอดนิยมที่ช่วยสร้างมู้ดแตกต่างกัน…
คนเลี้ยงสุนัขและแมวที่กำลังมองหาไอเดียแต่งบ้านเพื่อลดปัญหาโซฟาพังและขนสัตว์ในบ้าน สามารถชม ต้นฉบับซึ่งนำเสนอแนวคิดการจัดบ้านให้สวยขึ้นและเหมาะกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น…
ระเบียงคอนโดสามารถเปลี่ยนจากพื้นที่ตากผ้าและวางคอมแอร์ ให้กลายเป็นมุมพักผ่อนสำหรับนั่งจิบกาแฟได้ด้วย 3 แนวทาง ได้แก่ ปูพื้นด้วยแผ่นไม้แบบล็อกกัน ใช้เฟอร์นิเจอร์พับเก็บได้…
พื้นที่ข้างบ้านแคบไม่จำเป็นต้องปล่อยให้รกร้าง ประเด็นนี้ชวนเปลี่ยนมุมว่างให้เป็นสวนสวยที่ดูแลง่าย เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลามาก และนำเสนอไว้ 3 ไอเดียสำหรับใช้เป็นแนวทางจัดสวนข้างบ้าน
จากชื่อและ ต้นฉบับ เนื้อหานำเสนอทริคที่อ้างอิงวิทยาศาสตร์ เพื่อช่วยให้บ้านเย็นสบายโดยไม่ต้องง้อแอร์ พร้อมสื่อว่าเป็นวิธีที่ทำตามได้ง่ายและอาจช่วยประหยัดค่าไฟได้…
ประเด็นนี้เหมาะสำหรับคนที่รู้สึกว่าห้องนอนอึดอัดและกำลังมองหาไอเดียแต่งห้องนอน ห้องคอนโด หรือพื้นที่พักผ่อนขนาดเล็ก แนวคิดหลัก คือการใช้การออกแบบภายในเพื่อทำให้ห้องดูกว้างขึ้น…
หากกำลังวางแผนปลูกต้นไม้รอบบ้าน ควรหาข้อมูลชื่อพันธุ์ ลักษณะการเติบโตของราก และความเหมาะสมกับพื้นที่ก่อนตัดสินใจ…
ต้นไม้ในบ้านไม่ได้มีบทบาทแค่ช่วยตกแต่งพื้นที่ แต่ยังถูกนำเสนอว่าอาจช่วยเปลี่ยนอากาศในบ้านให้ดีขึ้น…
เวลาเราพูดถึงงานก่อสร้างหรือรีโนเวทบ้าน หลายคนมักใช้คำว่า “ซีเมนต์” กับ “คอนกรีต” แทนกันไปมา แต่จริง ๆ แล้ว สองคำนี้ไม่ใช่ของเดียวกัน! บทความนี้จะชวนคุณเข้าใจความแตกต่าง ระหว่าง “ซีเมนต์” และ “คอนกรีต” อย่างง่าย ๆ เพื่อให้คุณสามารถสื่อสารกับช่าง หรือวางแผนปรับปรุงบ้านได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซีเมนต์คืออะไร? ซีเมนต์ (Cement) คือผงสีเทา ๆ ที่เราคุ้นตา มักอยู่ในถุงปูน มีหลายสูตร เช่น ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ใช้เป็น “ส่วนผสมหลัก” ของวัสดุก่อสร้าง ส่วนประกอบหลักของซีเมนต์: หินปูน ดินเหนียว แร่ยิปซัม เผาในอุณหภูมิสูงจนกลายเป็นผงละเอียด ซีเมนต์ไม่ได้ใช้เดี่ยว ๆ ต้องผสมกับน้ำ และวัสดุอื่นเพื่อให้แข็งตัวและนำไปใช้งานได้ คอนกรีตคืออะไร? คอนกรีต (Concrete) = วัสดุก่อสร้างที่แข็งแรง ทำจาก: ซีเมนต์ + ทราย + [...]
ในยุคที่ปัญหาประชากรล้นเมืองและความกังวลเรื่องความปลอดภัยของอาหารเพิ่มขึ้น การปลูกผักไว้รับประทานเองกลายเป็นแนวทางที่ได้รับความสนใจอย่างมาก การปลูกผักในบ้านไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังมีประโยชน์มากมายที่หลายคนอาจไม่เคยคิดถึง ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจเหตุผลสำคัญที่ทำให้การปลูกผักที่บ้านเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม คุณค่าทางโภชนาการที่เหนือกว่าจากผักสดใหม่ การปลูกผักไว้รับประทานเองช่วยให้เราได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่สูงกว่าผักที่ซื้อจากตลาด ผักจะเริ่มสูญเสียวิตามินและเกลือแร่ทันทีที่ถูกเก็บเกี่ยวออกจากต้น และจะสูญเสียเพิ่มเติมระหว่างกระบวนการขนส่งและการเก็บรักษา การวิจัยพบว่าผักที่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งระยะไกลและการแช่เย็นจะสูญเสียคุณค่าทางอาหารอย่างมีนัยสำคัญ ผักที่เก็บสดใหม่จากสวนของเราเองจะมีไมโครนิวเทรียนท์หรือสารอาหารรองอย่างวิตามินและเกลือแร่ในปริมาณที่สูงกว่า นอกจากนี้ยังมีพฤษเคมีหรือไฟโตนิวเทรียนท์ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็งบางชนิด องค์การอนามัยโลกยังแนะนำให้บริโภคผักผลไม้อย่างน้อย 400 กรัมต่อวันเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคเหล่านี้ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและโลกร้อน การปลูกผักที่บ้านมีส่วนสำคัญในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ผักที่วางจำหน่ายในตลาดส่วนใหญ่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งระยะไกล ซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้เชื้อเฟื้อและพลังงานในการขนส่ง การศึกษาวิจัยพบว่าการขนส่งผักผลไม้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ การปลูกผักที่บ้านช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น ลดความต้องการพลังงานในการแช่แข็งและเก็บรักษา และที่สำคัญคือลด “ฟู้ดไมลส์” หया ระยะทางที่อาหารต้องเดินทางจากแหล่งผลิตถึงผู้บริโภค การปลูกพืชในพื้นที่เมืองยังช่วยสร้างพื้นที่สีเขียว ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และปลดปล่อยออกซิเจน นอกจากนี้ยังช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง ความปลอดภัยจากสารเคมีและยาฆ่าแมลง หนึ่งในความกังวลหลักของผู้บริโภคคือการปนเปื้อนของสารเคมีในผัก การศึกษาพบว่าผักหลายชนิดที่จำหน่ายในตลาดมีสารเคมีตกค้างในปริมาณที่น่าเป็นห่วง ผักที่พบสารเคมีตกค้างสูงที่สุด ได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน มะเขือ และผักชี การได้รับสารเคมีเหล่านี้ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง [...]
การจัดสวนขวดแก้วหรือ Terrarium ได้กลายเป็นกิจกรรมยอดนิยมสำหรับคนที่ต้องการสร้างพื้นที่เขียวในบ้าน แต่คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ ควรจัดสวนแบบเปิดหรือแบบปิดดีกว่ากัน การเลือกระบบที่เหมาะสมจะส่งผลต่อความสำเร็จของสวนขนาดเล็กของคุณอย่างมาก ข้อแตกต่างหลักระหว่างสวนขวดแก้วแบบเปิดและแบบปิด สวนขวดแก้วแบบเปิดใช้ภาชนะที่มีปากกว้าง เช่น โถแก้วใส ซึ่งช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี ระดับความชื้นจึงต่ำกว่าระบบแบบปิด ส่วนสวนขวดแก้วแบบปิดจะใช้ภาชนะที่มีฝาปิดหรือปากแคบ สร้างระบบนิเวศที่สามารถรักษาความชื้นและความชื้นสูงสำหรับพืชที่ชอบสภาพแวดล้อมชื้น ระบบแบบปิดสามารถสร้างวัฏจักรน้ำของตัวเอง โดยน้ำจะระเหยจากดินขึ้นสู่อากาศ แล้วควบแน่นบนผนังแก้วและไหลกลับลงสู่ดิน กระบวนการนี้ทำให้ไม่ต้องรดน้ำบ่อยครั้ง ในขณะที่ระบบแบบเปิดต้องการการรดน้ำที่สม่ำเสมอมากกว่า พืชที่เหมาะสมกับสวนขวดแก้วแบบเปิด สวนขวดแก้วแบบเปิดเหมาะสำหรับพืชที่ชอบสภาพแวดล้อมแห้งและต้องการการถ่ายเทอากาศที่ดี กลุ่มพืชที่เหมาะสมได้แก่: พืชอวบน้ำและแคคตัส เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับระบบแบบเปิด เนื่องจากพืชเหล่านี้มาจากพื้นที่แห้งแล้งและไม่สามารถทนต่อความชื้นสูงได้ หากนำไปใส่ในระบบปิด พืชเหล่านี้จะเน่าเสียได้ง่าย พืชอากาศ (Air Plants) ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม เนื่องจากในธรรมชาติพืชเหล่านี้เติบโตบนเปลือกไม้ในป่าเขตร้อนและดูดซับสารอาหารจากอากาศ จึงต้องการการถ่ายเทอากาศเพื่อการหายใจ พืชที่เหมาะสมกับสวนขวดแก้วแบบปิด ระบบแบบปิดเหมาะสำหรับพืชที่ชอบความชื้นสูงและสามารถเติบโตในสภาพแสงแก้วอ่อน พืชที่แนะนำมีดังนี้: มอสและเฟิร์น เป็นพืชพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ในสวนขวดแก้วแบบปิด มอสช่วยควบคุมความชื้นผ่านการคายน้ำและการดูดซับความชื้น ขณะที่เฟิร์นชอบความชื้นสูง 80% ขึ้นไป พืชใบลาย เช่น พืชจุดโพลกา (Polka Dot Plants) และ Fittonia ที่มีใบสีสันสวยงาม เหมาะสำหรับการสร้างความหลากหลายทางสีสันในระบบปิด เปเปโรเมีย เป็นพืชที่มีความหลากหลายและสามารถเติบโตได้ดีในสภาพแสงน้อย ทำให้เหมาะสำหรับสวนขวดแก้วแบบปิด [...]
การสร้างม่านน้ำตกหินกาบที่บ้านเป็นโปรเจ็กต์ที่น่าตื่นเต้นและคุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มบรรยากาศธรรมชาติให้กับพื้นที่อยู่อาศัย ด้วยเสียงน้ำไหลที่ผ่อนคลายและความสวยงามของหินกาบธรรมชาติ ม่านน้ำตกจึงกลายเป็นจุดเด่นที่ช่วยสร้างความสดชื่นและความรู้สึกสงบให้กับบ้านและสวน ข้อดีของการทำม่านน้ำตกหินกาบ การติดตั้งม่านน้ำตกหินกาบมีประโยชน์หลายประการ ทั้งช่วยคลายความเครียดด้วยเสียงน้ำไหลที่เบาสบาย1 และเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่ภายนอกบ้าน นอกจากนี้ยังมีความเชื่อตามหลักฮวงจุ้ยว่าน้ำตกช่วยเสริมโชคลาภและความเจริญรุ่งเรืองให้กับผู้อยู่อาศัย หินกาบเป็นวัสดุที่เหมาะสมเป็นพิเศษสำหรับงานม่านน้ำตก เนื่องจากมีคุณสมบัติกันน้ำได้ดีและทนทานต่อความชื้น เนื้อหินที่ละเอียดและไม่มีรูพรุนทำให้น้ำไม่สามารถซึมเข้าไปได้ง่าย จึงไม่เกิดการสึกหรอเร็ว วัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็น วัสดุหลัก หินกาบประมาณ 200 กิโลกรัม (ราคากิโลกรัมละ 5-12 บาท) อิฐบล็อกสำหรับก่อผนังด้านหลัง ปูนซีเมนต์สำหรับผสมและฉาบ ทรายสำหรับปรับระดับพื้น หินสำหรับรองพื้น วายท์เนตสำหรับกันรั่วซึม อุปกรณ์ระบบน้ำ ปั๊มน้ำขนาดเหมาะสม (กำลัง 100W สำหรับการไหล 7,200 ลิตร/ชั่วโมง) ท่อ PVC ขนาด 1 นิ้ว (ราคา 63-105 บาทต่อท่อน) ข้อต่อและอุปกรณ์ประปาต่างๆ ขั้นตอนการก่อสร้างแบบละเอียด การเตรียมพื้นที่ ขั้นตอนแรกคือการขุดดินตามขนาดที่ต้องการ โดยพื้นที่กว้างประมาณ 2 เมตรจะเหมาะสมสำหรับม่านน้ำตกขนาดกลาง จากนั้นปรับระดับพื้นด้วยทรายและโรยหินเพื่อสร้างฐานที่แข็งแรง1. การวางวายท์เนตเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำ การสร้างโครงสร้างหลัก การผสมปูนเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ หลังจากเทปูนเรียบร้อยแล้ว ควรพักงานสัก 1-2 [...]
การปลูกผักในน้ำหรือที่เรียกว่าการเพาะปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์เป็นวิธีการทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกผักสวนครัวไว้บริโภคในครัวเรือน การปลูกผักแบบนี้ไม่ต้องใช้ดินแต่ใช้น้ำเป็นตัวกลางในการส่งสารอาหารไปยังรากพืช ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรือผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ทำไมถึงควรเลือกปลูกผักในน้ำ? การปลูกผักในน้ำมีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นที่นิยมมากขึ้น การปลูกแบบนี้ช่วยประหยัดน้ำได้มากถึง 90% เมื่อเทียบกับการปลูกในดิน เนื่องจากสารอาหารถูกส่งตรงไปยังรากพืช ลดการสูญเสียจากการระเหยและการไหลบ่า นอกจากนี้ยังช่วยให้พืชเจริญเติบโตเร็วกว่าและให้ผลผลิตสูงกว่าการปลูกในดินทั่วไป ข้อดีอื่นๆ ที่สำคัญคือการควบคุมสิ่งแวดล้อมได้ดีกว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องวัชพืชหรือโรคพืชที่มาจากดิน และสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีแม้ในช่วงฤดูหนาว การปลูกในน้ำยังช่วยให้ผักที่ได้มีความปลอดภัยมากกว่า เนื่องจากไม่ต้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชหรือปุ่ยเคมีในปริมาณมาก ผักชนิดใดบ้างที่เหมาะสมกับการปลูกในน้ำ? ผักใบเขียวและสมุนไพร ผักใบเขียวเป็นพืชที่เหมาะสมที่สุดกับการปลูกในน้ำ ได้แก่ ผักกาด ผักบุ้ง และผักชี ซึ่งสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง ผักชีสามารถปลูกได้โดยการตัดลำต้นส่วนล่างที่มีรากติดอยู่ แล้วนำไปแช่ในน้ำและวางไว้ในที่ที่มีแสงแดดปานกลาง สำหรับสมุนไพร เช่น สะระแหน่ ต้นหอม และผักชีฝรั่ง สามารถปลูกได้ง่ายโดยการนำยอดอ่อนมาแช่ในน้ำ หลังจากนั้นไม่กี่วันรากก็จะงอกออกมา สะระแหน่เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณดีและควรมีติดไว้ในทุกบ้าน ผักหัวและผักรากน้ำ แครอตสามารถปลูกในน้ำได้ แต่ผลที่ได้จะเป็นใบสีเขียวที่ใช้ปรุงอาหารได้ ไม่ใช่หัวแครอต โดยการนำหัวแครอตส่วนบนที่ตัดออกมาแช่ในน้ำตื้นและตั้งให้โดนแสงแดด กะหล่ำปลีก็สามารถปลูกได้โดยการนำฐานรากที่เหลือจากการปรุงอาหารมาแช่ในน้ำตื้น ผักอื่นๆ ที่น่าสนใจ ผักฉ่อยซึ่งเป็นผักสัญชาติจีนที่มีรสชาติขมอมเผ็ดร้อนเล็กน้อย สามารถปลูกได้โดยการนำต้นติดรากไปแช่ในน้ำ ภายใน 1-2 วันจะมีใบอ่อนงอกขึ้นมา ตะไคร้ซึ่งมีสรรพคุณมากมายก็สามารถปลูกในน้ำได้โดยการตัดต้นส่วนล่างมาประมาณ 2-3 นิ้วแล้วแช่ในน้ำครึ่งเดียว วิธีการปลูกผักในน้ำแบบง่ายๆ การเตรียมอุปกรณ์ การปลูกผักในน้ำไม่ต้องใช้อุปกรณ์ซับซ้อน [...]