加载中...
加载中...
รวมบทความเกี่ยวกับกู้ซื้อบ้าน จำนวน 10 บทความ เรียงจากวันที่เผยแพร่ล่าสุด เลือกอ่านสรุปแต่ละเรื่องเพื่อค้นหาข้อมูลที่ตรงกับความสนใจ และตรวจวันที่ในบทความก่อนนำข้อมูลราคาและโครงการไปใช้
ปีชงไม่ได้แปลว่าห้ามซื้อบ้านเสมอไป ในมุมฮวงจุ้ยเป็นเพียงสัญญาณให้รอบคอบขึ้น สิ่งที่ควรเช็กคือทำเล ทิศบ้าน สภาพบ้าน เอกสาร และความพร้อมของคนซื้อ ถ้าทุกอย่างพร้อมก็ไม่ควรพลาดโอกาสดี ๆ
ข่าวการต่ออายุมาตรการ LTV ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 ทำให้คนที่กำลังวางแผนซื้อบ้านในปี 2569 กลับมารู้สึกว่า “จังหวะนี้อาจเป็นโอกาส” อีกครั้ง เพราะการกู้ซื้อบ้านดูยืดหยุ่นขึ้น เงินก้อนแรกที่ต้องเตรียมอาจน้อยลง และบ้านที่เคยรู้สึกว่าไกลมืออาจขยับเข้ามาใกล้ขึ้น
เมื่อตัดสินใจกู้เงินซื้อบ้านหรือคอนโด คำถามสำคัญที่หลายคนมักต้องเผชิญคือควรเลือกดอกเบี้ยแบบไหนระหว่างลอยตัวและคงที่ ซึ่งทั้งสองแบบมีลักษณะเฉพาะและข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมกับสถานะทางการเงินและแผนการชำระเงินระยะยาว บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับดอกเบี้ยทั้งสองประเภท เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย และให้คำแนะนำเพื่อช่วยให้คุณเลือกรูปแบบดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับความต้องการมากที่สุด ดอกเบี้ยลอยตัวคืออะไร และมีรูปแบบใดบ้าง? ดอกเบี้ยลอยตัว คือ อัตราดอกเบี้ยที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามดอกเบี้ยอ้างอิงของสถาบันการเงินในแต่ละช่วงเวลา โดยไม่คงที่ตลอดอายุสัญญา การคำนวณดอกเบี้ยลอยตัวอาศัยปัจจัยหลายประการ ได้แก่ นโยบายการบริหารของธนาคาร สภาพคล่องของธนาคาร สถานะทรัพย์สินและหนี้สิน อัตราเงินเฟ้อ และสภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้น หลักการสำคัญของดอกเบี้ยลอยตัวคือการคำนวณจากเงินต้นคงเหลือที่แท้จริง โดยไม่ได้ระบุจำนวนเงินดอกเบี้ยเจาะจงว่าจะเป็นเปอร์เซ็นต์เท่าไหร่ไปตลอดอายุสัญญา ดอกเบี้ยลอยตัวสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักตามกลุ่มลูกค้าและวัตถุประสงค์ของการกู้ ได้แก่: ดอกเบี้ย MLR (Minimum Loan Rate) – เป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวที่มีเรทราคาเงินกู้ขั้นต่ำสุด สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีหรือผู้มีประวัติการชำระเงินตรงต่อเวลา เหมาะกับการกู้ที่มีระยะเวลาการชำระแน่นอนในระยะยาว ดอกเบี้ย MRR (Minimum Retail Rate) – คืออัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่ใช้กับสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบ้านสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี มักมีเงื่อนไขการชำระที่ยืดหยุ่นกว่า MLR ดอกเบี้ย MOR (Minimum Overdraft Rate) – เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสำหรับเงินกู้เบิกเกินบัญชี มักเกี่ยวข้องกับลูกค้าธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่นในการบริหารเงินสดหมุนเวียน ธนาคารจะมีการพิจารณาอย่างเข้มงวดสำหรับอัตรานี้ การที่ดอกเบี้ยสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลานี้เองทำให้มีทั้งโอกาสและความเสี่ยง โดยผู้กู้อาจได้ประโยชน์เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลง [...]
หลายคนคงเคยประสบปัญหาการถูกปฏิเสธสินเชื่อเมื่อต้องการซื้อบ้าน โดยเฉพาะคนที่มีประวัติการเงินไม่ดีหรือติดแบล็กลิสต์ ซึ่งสร้างความผิดหวังให้แก่ผู้ที่ฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ความจริงแล้ว แม้คุณจะติดแบล็กลิสต์ก็ยังมีโอกาสซื้อบ้านได้ เพียงแต่ต้องรู้วิธีจัดการและแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง บทความนี้จะแนะนำ 5 วิธีที่จะช่วยให้คุณมีโอกาสกู้ซื้อบ้านได้แม้จะมีประวัติเครดิตที่ไม่ดี “ติดแบล็กลิสต์” หรือ “ติดเครดิตบูโร” คืออะไรกันแน่? การติดแบล็กลิสต์หรือติดเครดิตบูโร เป็นสถานะทางการเงินที่บ่งบอกว่าคุณมีพฤติกรรมการใช้เงินที่ไม่น่าเชื่อถือ เช่น การผิดนัดชำระหนี้หลายครั้ง การไม่ชำระหนี้ตามกำหนด หรือมีการค้างชำระนานเกินไป ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ถูกบันทึกไว้ในระบบของเครดิตบูโร หรือบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เครดิตบูโรเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลบัญชีสินเชื่อและประวัติการชำระสินเชื่อของทุกคนจากสถาบันการเงินต่างๆ ข้อมูลนี้จะถูกเก็บไว้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี โดยธนาคารจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการพิจารณาสินเชื่อที่คุณยื่นขอ ข้อมูลที่เครดิตบูโรเก็บรวบรวมนั้นแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ วันเกิด สถานภาพการสมรส อาชีพ เลขบัตรประชาชน และข้อมูลสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติและประวัติการชำระสินเชื่อ เช่น ประวัติการกู้ซื้อบ้านหรือรถ จำนวนบัตรเครดิตที่ถืออยู่ และสถานะการผ่อนชำระของแต่ละบัญชี วิธีตรวจสอบสถานะเครดิตบูโรของตัวเอง ก่อนยื่นขอสินเชื่อบ้าน หากไม่มั่นใจว่าตัวเองมีเครดิตที่ดีพอสำหรับการยื่นกู้หรือติดแบล็กลิสต์อยู่หรือไม่ คุณสามารถตรวจสอบได้โดยง่ายผ่านช่องทางต่อไปนี้: ศูนย์ตรวจเครดิตบูโรในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งจะสามารถรับผลได้ภายใน 15 นาที เพียงนำบัตรประชาชนไปแสดงตน [...]
การซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัยเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของชีวิต ส่วนใหญ่มักใช้วิธีกู้เงินจากสถาบันการเงิน ซึ่งต้องจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นรายเดือน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าดอกเบี้ยบ้านสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้? บทความนี้จะอธิบายเงื่อนไขและขั้นตอนการนำดอกเบี้ยบ้านไปลดหย่อนภาษีอย่างละเอียด พร้อมแนะนำวิธีคำนวณและการยื่นภาษีออนไลน์ที่ทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ดอกเบี้ยบ้านคืออะไร? ทำไมจึงสำคัญในการลดหย่อนภาษี ดอกเบี้ยบ้าน คือ ค่าตอบแทนที่ผู้กู้ต้องจ่ายให้กับสถาบันการเงินเมื่อกู้ยืมเงินเพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย โดยจะมีอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันไปตามนโยบายของแต่ละสถาบันการเงิน รวมถึงปัจจัยด้านเครดิตของผู้กู้ ระยะเวลาการกู้ยืม และสภาวะเศรษฐกิจในช่วงนั้นๆ การนำดอกเบี้ยบ้านมาลดหย่อนภาษีถือเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่รัฐบาลให้กับประชาชน เพื่อส่งเสริมการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง อีกทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้ผู้เสียภาษีประหยัดเงินได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะในช่วงแรกของการผ่อนบ้านที่สัดส่วนของดอกเบี้ยมักจะสูงกว่าเงินต้น ดอกเบี้ยบ้านลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? หลายคนอาจสงสัยว่าดอกเบี้ยบ้านสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้มากน้อยเพียงใด คำตอบคือ คุณสามารถนำดอกเบี้ยบ้านมาลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีภาษี นั่นหมายความว่า หากคุณจ่ายดอกเบี้ยบ้านในปีภาษีนั้นเป็นจำนวน 80,000 บาท คุณก็สามารถนำไปลดหย่อนได้เต็มจำนวน แต่หากคุณจ่ายดอกเบี้ยบ้านเกิน 100,000 บาท เช่น 120,000 บาท คุณจะสามารถนำไปลดหย่อนได้เพียง 100,000 บาทเท่านั้น การลดหย่อนภาษีด้วยดอกเบี้ยบ้านนี้จะช่วยลดฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของคุณ ซึ่งจะส่งผลให้คุณเสียภาษีน้อยลง หรืออาจได้รับเงินภาษีคืนมากขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราภาษีเงินได้ของคุณด้วย ใครบ้างที่มีสิทธิลดหย่อนภาษีจากดอกเบี้ยบ้าน? ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ผ่อนบ้านจะสามารถนำดอกเบี้ยไปลดหย่อนภาษีได้ ผู้ที่มีสิทธิใช้การลดหย่อนภาษีจากดอกเบี้ยบ้านจะต้องเป็นผู้ที่มีชื่อเป็นผู้กู้หรือผู้กู้ร่วมในสัญญากู้ยืมเงินเท่านั้น หากคุณเป็นเพียงผู้ร่วมจ่ายค่าบ้านแต่ไม่ได้มีชื่อเป็นผู้กู้หรือผู้กู้ร่วม คุณจะไม่สามารถนำดอกเบี้ยบ้านไปลดหย่อนภาษีได้ นอกจากนี้ แม้ว่าคุณจะเป็นสามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกับผู้กู้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากไม่ได้มีชื่อเป็นผู้กู้ร่วม ก็จะไม่สามารถนำดอกเบี้ยบ้านไปลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน [...]
การมีบ้านสักหลังเป็นความฝันของคนส่วนใหญ่ แต่หลายคนต้องพบกับความผิดหวังเมื่อยื่นขอสินเชื่อบ้านแล้วถูกปฏิเสธ การยื่นกู้ซื้อบ้านให้ผ่านไม่ใช่เรื่องยากเกินไป หากคุณเตรียมตัวให้พร้อมและวางแผนอย่างรอบคอบ บทความนี้จะแนะนำ 7 เทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้การยื่นกู้ซื้อบ้านของคุณผ่านฉลุย ทำให้คุณได้เป็นเจ้าของบ้านในฝันเร็วขึ้น เหตุใดคนส่วนใหญ่ถึงถูกปฏิเสธการกู้บ้าน? การที่ธนาคารปฏิเสธการยื่นกู้บ้านไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล มีปัจจัยหลายประการที่ทำให้ผู้กู้ไม่ผ่านการพิจารณา เช่น รายได้ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับราคาบ้าน มีภาระหนี้สินเดิมสูงเกินไป ประวัติทางการเงินไม่ดี เอกสารไม่ครบถ้วน หรือเลือกธนาคารที่ไม่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของตนเอง นอกจากนี้ อีกสาเหตุสำคัญคือการขาดการวางแผนทางการเงินที่ดี ทำให้ไม่มีเงินดาวน์เพียงพอ โดยทั่วไปธนาคารจะให้สินเชื่อประมาณ 80-90% ของราคาบ้าน ดังนั้นผู้กู้จะต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 10-20% ของราคาบ้าน ซึ่งหลายคนมักมองข้ามจุดนี้ จะประเมินความสามารถในการกู้ซื้อบ้านของตนเองได้อย่างไร? การประเมินความสามารถในการกู้ซื้อบ้านของตนเองเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้คุณเลือกบ้านที่ราคาเหมาะสมกับกำลังทรัพย์ของคุณ โดยทั่วไปธนาคารจะพิจารณาจากรายได้และภาระหนี้เป็นหลัก ซึ่งคุณสามารถคำนวณได้ดังนี้ กรณีไม่มีหนี้สินใดๆ: หากคุณไม่มีภาระหนี้เลย ความสามารถในการกู้จะคำนวณได้จากสูตร: รายได้ต่อเดือน x 60 = วงเงินกู้สูงสุดที่เป็นไปได้ เช่น หากคุณมีรายได้เดือนละ 30,000 บาท คุณอาจจะกู้ได้สูงสุดประมาณ 1,800,000 บาท กรณีมีหนี้สินอยู่แล้ว: หากคุณมีภาระหนี้อื่นๆ คุณต้องคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระดังนี้: รายได้ต่อเดือน x 30-40% = ความสามารถในการผ่อนชำระสูงสุดต่อเดือน [...]
การกู้ซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ต้องอาศัยการวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการเลือกอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่เหมาะสม เพราะดอกเบี้ยคือต้นทุนสำคัญที่ส่งผลต่อจำนวนเงินที่ต้องจ่ายในระยะยาว บทความนี้จะอธิบายประเภทของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน วิธีการคำนวณ อัปเดตอัตราดอกเบี้ยล่าสุดปี 2568 และเคล็ดลับการเลือกสินเชื่อบ้านให้ได้ดอกเบี้ยที่คุ้มค่าที่สุด ประเภทของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านมีอะไรบ้าง? สินเชื่อบ้านคือเงินกู้ที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินปล่อยให้กับผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม หรือที่ดินเพื่อปลูกสร้างที่อยู่อาศัย โดยอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านสามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้ 1. อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate Loan) อัตราดอกเบี้ยคงที่คือดอกเบี้ยที่กำหนดให้คงที่ตลอดช่วงเวลาหนึ่ง อาจเป็น 3 ปี 5 ปี หรือตลอดอายุสัญญา ทำให้ผู้กู้ผ่อนชำระเท่ากันทุกเดือน สามารถวางแผนการเงินได้แน่นอน โดยสามารถแบ่งย่อยได้เป็น: ดอกเบี้ยคงที่ตลอดอายุสัญญา – คงที่ตลอดระยะเวลาผ่อน เช่น ดอกเบี้ย 5% ตลอด 20 ปี ดอกเบี้ยคงที่เฉพาะช่วงแรก – คงที่ในช่วง 1-5 ปีแรก แล้วปรับเป็นลอยตัว ดอกเบี้ยคงที่แบบขั้นบันได – คงที่เป็นช่วง เช่น ปีแรก 2.5%, ปีที่สอง [...]
การตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโดเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องการเลือกสินเชื่อที่ให้อัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระของเรา บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับอัตราดอกเบี้ยบ้านล่าสุดในปี 2568 พร้อมเปรียบเทียบสินเชื่อจากธนาคารต่างๆ ตลอดจนเคล็ดลับเลือกสินเชื่อบ้านให้ได้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการเงินในการซื้อที่อยู่อาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อัตราดอกเบี้ยบ้านปี 2568 แต่ละธนาคารแตกต่างกันอย่างไร? ในปี 2568 ธนาคารแต่ละแห่งมีการนำเสนออัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่แตกต่างกัน ทั้งในแง่ของอัตราดอกเบี้ย วงเงินกู้สูงสุด และระยะเวลาในการผ่อนชำระ ซึ่งผู้กู้จำเป็นต้องศึกษารายละเอียดให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ มาดูอัตราดอกเบี้ยล่าสุดของแต่ละธนาคารกัน: ตารางเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยบ้านปี 2568 (อัปเดต 3 มีนาคม 2568) จากตารางจะเห็นว่า ธนาคารกรุงศรีอยุธยาเสนออัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำในช่วง 3 ปีแรกที่ต่ำที่สุดที่ 3.10% ขณะที่ธนาคารออมสินให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 110% และธนาคารอาคารสงเคราะห์กับธนาคารกรุงไทยให้ระยะเวลาผ่อนนานที่สุดถึง 40 ปี สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ อัตราดอกเบี้ยเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะเศรษฐกิจและนโยบายของแต่ละธนาคาร รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น คุณสมบัติของผู้กู้ ระยะเวลากู้ยืม และประเภทของสินเชื่อ ดังนั้นควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากธนาคารโดยตรงก่อนตัดสินใจ วิธีเลือกสินเชื่อบ้านให้ตรงกับความต้องการทำอย่างไร? การเลือกสินเชื่อบ้านที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการและสถานะทางการเงินของแต่ละบุคคล มาดูรายละเอียดสินเชื่อจากธนาคารต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ: ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธอส. มีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยปี 2568 ที่เสนออัตราดอกเบี้ยคงที่ในปีแรกที่ 3.20% ต่อปี และปรับเป็น [...]
การเป็นเจ้าของบ้านเป็นความฝันของใครหลายคน แต่การเตรียมตัวเพื่อยื่นกู้สินเชื่อบ้านเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่เลือกบ้านที่ชอบและยื่นเรื่องขอกู้เท่านั้น บทความนี้รวบรวมเทคนิคสำคัญในการเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ พร้อมวิธีคำนวณวงเงินกู้ที่เหมาะสมกับรายได้ของคุณ เพื่อให้ได้รับการอนุมัติสินเชื่อบ้านอย่างราบรื่นและได้วงเงินสูงตามที่ต้องการ รู้ก่อนกู้: วิธีคำนวณวงเงินสินเชื่อบ้านที่เหมาะกับคุณ การประเมินความสามารถในการกู้ซื้อบ้านด้วยตัวเองเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ก่อนที่จะไปติดต่อสถาบันการเงิน ซึ่งช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้เหมาะสมและเลือกบ้านที่อยู่ในงบประมาณของตัวเอง มาดูวิธีคำนวณวงเงินกู้กันดังนี้ ขั้นตอนที่ 1: ประเมินรายได้ของตัวเอง รายได้เป็นปัจจัยหลักที่สถาบันการเงินใช้ในการพิจารณาวงเงินกู้สูงสุดที่คุณสามารถขอได้ โดยทั่วไปแล้ว สถาบันการเงินมักกำหนดให้ภาระผ่อนชำระต่อเดือนไม่ควรเกิน 40% ของรายได้สุทธิ ตัวอย่างการคำนวณ: หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน ค่างวดผ่อนบ้านสูงสุดที่คุณสามารถรับภาระได้คือ 30,000 × 40% = 12,000 บาทต่อเดือน ขั้นตอนที่ 2: นำภาระหนี้สินมาหักออก หากคุณมีภาระหนี้อื่นๆ อยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถหรือผ่อนสินค้าต่างๆ สถาบันการเงินจะนำภาระหนี้เหล่านี้มาหักออกจากรายได้ เพื่อประเมินความสามารถในการผ่อนชำระที่แท้จริง ตัวอย่างการคำนวณ: รายได้ 30,000 บาทต่อเดือน มีภาระผ่อนรถ 6,000 บาทต่อเดือน รายได้สุทธิหลังหักภาระหนี้ = 30,000 – 6,000 = 24,000 บาท [...]
การซื้อบ้านหรือคอนโดเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของชีวิตที่หลายคนต้องพึ่งพาสินเชื่อจากธนาคาร โดยปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อวงเงินกู้คือ “LTV” ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศผ่อนคลายเกณฑ์ LTV เป็นการชั่วคราว เพื่อช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น บทความนี้จะพาทุกท่านทำความเข้าใจเรื่อง LTV และการเปลี่ยนแปลงล่าสุดอย่างละเอียด LTV คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร LTV หรือ Loan to Value Ratio คือ อัตราส่วนของวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติเทียบกับมูลค่าหลักประกัน ซึ่งในกรณีสินเชื่อที่อยู่อาศัย หลักประกันก็คือบ้านหรือคอนโดที่กำลังจะซื้อนั่นเอง โดยค่า LTV จะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่างเช่น หากบ้านราคา 3 ล้านบาท และธนาคารอนุมัติสินเชื่อให้ 2.4 ล้านบาท ค่า LTV จะเท่ากับ 80% (2.4 ล้าน ÷ 3 ล้าน × 100) LTV เป็นเครื่องมือสำคัญที่ธนาคารใช้ในการพิจารณาความเสี่ยงของการปล่อยสินเชื่อ ยิ่งค่า LTV สูง หมายความว่า ผู้กู้นำเงินดาวน์มาน้อย และธนาคารต้องให้สินเชื่อในสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับมูลค่าบ้าน [...]