加载中...
加载中...

2026/5/20 • 由 Homeday
ครัวเปิดเหมาะกับบ้านที่อยากได้ความโปร่งและใช้งานเบา ส่วนครัวปิดเหมาะกับบ้านที่ทำอาหารหนักและต้องการคุมกลิ่น ก่อนเลือกควรดูพฤติกรรมการทำอาหาร ระบบระบายอากาศ และชีวิตจริงของครอบครัว

2026/4/16 • 由 Homeday
โครงการ เดอะ ปาล์ม แจ้งวัฒนะ-ชัยพฤกษ์ 2 (The Palm Chaengwattana-Chaiyaphruek 2) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวหรู 2 ชั้น ระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท...

2026/1/30 • 由 Homeday
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้มีมติอนุมัติให้บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ในเครือแอสเซทไวส์ (ASW) สามารถย้ายหลักทรัพย์จากตลาดหลักทรัพย์ mai เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งตามแผน โดยภายหลังจากบริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) (ASW) เข้าลงทุนและทำการควบรวมกิจการ (M&A) ในระยะเวลาเพียง 3 ปี สามารถพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยได้แล้วรวมกว่า 15 โครงการ มูลค่ากว่า 45,347 ล้านบาท โดยสร้างรายได้เติบโตต่อเนื่อง ตอกย้ำความพร้อมขององค์กรในทุกมิติ นายดรงค์ หุตะจูฑะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ในเครือแอสเซทไวส์ (ASW) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Leisure Residence เพื่อการพักอาศัยและการลงทุนอย่างยั่งยืน กล่าวว่า การที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอนุมัติให้ TITLE ย้ายเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) [...]

2025/6/23 • 由 Homeday
มะม่วงหาวมะนาวโห่ หรือที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Carissa carandas L. เป็นผลไม้สมุนไพรที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากในประเทศไทย ด้วยชื่อที่แปลกตาและสรรพคุณที่หลากหลาย ผลไม้ชนิดนี้จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการปลูกพืชสมุนไพรไว้ใช้ในครัวเรือน3 ความเป็นมาและประวัติของมะม่วงหาวมะนาวโห่ ชื่อ “มะม่วงหาวมะนาวโห่” นั้นเป็นชื่อที่เพี้ยนมาจากชื่อดั้งเดิมว่า “มะม่วงไม่รู้หาวมะนาวไม่รู้โห่” ซึ่งเป็นชื่อที่ปรากฏในวรรณคดีไทยเรื่องพระรถเมรี หรือนางสิบสองด้วย3 ผลไม้ชนิดนี้มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามภูมิภาค เช่น หนามแดง ในภาคกลาง หนามขี้แฮดในเชียงใหม่ หรือมะนาวโห่ในภาคใต้ถิ่นกำเนิดของมะม่วงหาวมะนาวโห่เชื่อกันว่าอยู่แถบประเทศอินเดีย และได้แพร่กระจายไปยังประเทศต่างๆ ในเอเชีย รวมถึงอินโดนีเซีย มาเลเซีย ศรีลังกา พม่า จีน และไทย ในปัจจุบันสามารถพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย แต่ค่อนข้างหายากเนื่องจากหลายคนไม่ทราบถึงคุณประโยชน์จึงตัดทิ้ง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ที่น่าสนใจ มะม่วงหาวมะนาวโห่เป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดย่อม สูงประมาณ 2-3 เมตร และสามารถสูงได้สูงสุดถึง 5 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลมยาว 2-5 เซนติเมตร โดยปลายหนามจะมีสีแดงเป็นเอกลักษณ์ ทุกส่วนของต้นจะมียางสีขาวคล้ายน้ำนม ใบของมะม่วงหาวมะนาวโห่เป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่กลับ ปลายใบมีลักษณะมนหรือเว้าเข้าเล็กน้อย ผิวใบมีสีเขียวเข้มเป็นมัน เนื้อใบหนาและเหนียวคล้ายแผ่นหนัง ดอกจะออกเป็นช่อสั้นๆ ที่ปลายกิ่ง มีกลีบดอกสีขาวหรือชมพูอ่อนและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ผลของมะม่วงหาวมะนาวโห่มีลักษณะเป็นรูปทรงกลมรีขนาดเท่าหัวแม่มือ ออกเป็นพวง [...]

2025/6/23 • 由 Homeday
หญ้าและวัชพืชหลายชนิดที่เราเห็นขึ้นอยู่ตามสวน ริมรั้ว หรือข้างทางเดิน มักถูกมองว่าเป็นพืชไร้ประโยชน์ที่ควรกำจัดทิ้ง แต่ความจริงแล้ว หญ้าบางชนิดมีสรรพคุณทางยาและประโยชน์มากมายที่น่าสนใจ ทั้งยังสามารถนำมาเป็นสมุนไพรเพื่อบำรุงร่างกายและรักษาโรคต่างๆ ได้ หญ้าหวาน: ทางเลือกธรรมชาติแทนน้ำตาล หญ้าหวานหรือสตีเวีย (Stevia rebaudiana) เป็นพืชที่มีความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 10-15 เท่า และสารสกัดสตีวิโอไซด์ที่ได้จากหญ้าหวานมีความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 200-300 เท่า พืชชนิดนี้เป็นพืชล้มลุกที่มีลำต้นเป็นทรงพุ่มเตี้ย ออกใบรูปวงรีมีขอบหยัก ออกดอกสีขาวที่ปลายกิ่ง หญ้าหวานมีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยเบาหวานเพราะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ยังช่วยลดไขมันในเลือด บำรุงตับ และมีสรรพคุณในการรักษาแผลให้สมานเร็ว งานวิจัยพบว่าผู้ป่วยเบาหวานที่รับประทานสารสกัดหญ้าหวานมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขอบคุณภาพจาก : Wazzadu หญ้าแฝก: ผู้ปกป้องดินและสิ่งแวดล้อม หญ้าแฝกมีลักษณะลำต้นเป็นกอ ใบแคบและยาว มีระบบรากฝอยที่สานตัวกันแน่นและยาวมากเป็นพิเศษ พืชชนิดนี้มีประโยชน์มากมายต่อการเกษตรและการรักษาสภาพแวดล้อม โดยช่วยป้องกันการกัดเซาะหน้าดิน พยุงดินให้แน่นหนา และกักเก็บความชื้นในดินได้ดี หญ้าแฝกยังช่วยแก้ปัญหาดินเสื่อมโทรม เนื่องจากสามารถดูดซับสารอาหารได้ดี และรักษาระบบนิเวศโดยการดูดซับสารพิษ นอกจากนี้ยังสามารถนำมาทำงานหัตถกรรมเพื่อสร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย ขอบคุณภาพจาก : มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร แม่สอด หญ้าดอกขาว: สมุนไพรช่วยเลิกสูบบุหรี่ หญ้าดอกขาวหรือหญ้าละออง (Cyanthillium cinereum) เป็นพืชล้มลุกที่มีลำต้นเรียวสูง ลำต้นมีขนสีเทาปกคลุม ออกดอกเป็นช่อที่เริ่มต้นเป็นสีม่วงอมแดงหรือชมพู [...]

2025/6/23 • 由 Homeday
ต้นตะโกเป็นไม้ยืนต้นพันธุ์ไทยแท้ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Diospyros rhodocalyx Kurz อยู่ในตระกูล EBENACEAE ชื่อภาษาอังกฤษเรียกว่า Ebony และมีชื่อท้องถิ่นหลากหลาย เช่น ตะโกนา, นมงัว, มะโก, มะถ่านไฟผี, โก, ตองโก และพญาช้างดำ ต้นตะโกเป็นไม้ต้นขนาดกลางที่สูงได้ถึง 15 เมตร มีลำต้นสีดำแตกเป็นสะเก็ดหนา ใบเดี่ยวสีเขียวเรียงสลับกัน รูปไข่ กว้างประมาณ 2.5-7 เซนติเมตร ยาว 3-12 เซนติเมตร ออกดอกแยกเพศ ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อเล็กประมาณ 3 ดอก ส่วนดอกเพศเมียเป็นดอกเดี่ยว ผลทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-3 เซนติเมตร ผลอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดง ขอบคุณภาพจาก : kapook ต้นตะโกมีความสำคัญทางวัฒนธรรมอย่างไร ต้นตะโกถือเป็นไม้มงคลที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมไทยมาช้านาน ในประวัติศาสตร์การสร้างพระเมรุมาศสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต้นตะโกได้รับการเลือกเป็นพรรณไม้หลักมากกว่า 200,000 ต้น เพื่อประดับพระเมรุมาศ 4 การเลือกใช้ต้นตะโกเป็นเพราะต้นไม้ชนิดนี้ทนทานต่อทุกสภาพอากาศและสื่อถึงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ความเชื่อเรื่องไม้มงคลในประเทศไทยมีรากฐานมาจากความเชื่อดั้งเดิมก่อนการเข้ามาของศาสนาพุทธ คนโบราณมีความเชื่อในการกราบไหว้ต้นไม้ใหญ่ เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของอารักษ์และวิญญาณบรรพบุรุษ เนื่องจากต้นตะโกมีอายุยืนและทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดี [...]

2025/6/12 • 由 Homeday
การเลือกปลูกไม้พุ่มที่ทนต่อแสงแดดจัดและออกดอกได้ตลอดทั้งปีเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนรักสวนในประเทศไทย เนื่องจากสภาพอากาศร้อนชื้นและมีแสงแดดจัดเกือบตลอดปี การเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมจะช่วยให้สวนมีสีสันสวยงามตลอดเวลาโดยไม่ต้องดูแลมากเกินไป ทำไมต้องเลือกไม้พุ่มทนแดดสำหรับสวนไทย? ไม้พุ่มทนแดดมีความสำคัญอย่างยิ่งในการจัดสวนในประเทศไทย เนื่องจากสามารถต้านทานอุณหภูมิสูงและความแห้งแล้งได้ดี พืชเหล่านี้มีระบบรากที่พัฒนาเพื่อดูดซับน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถปรับตัวกับดินหลากหลายประเภท นอกจากนี้ยังช่วยดึงดูดผีเสื้อและนกนำโปร่งต่างๆ เข้ามาในสวน ทำให้ระบบนิเวศในสวนมีความหลากหลาย รายชื่อไม้พุ่มทนแดดยอดนิยม 10 ชนิด พยับหมอก (Plumbago auriculata) พยับหมอกเป็นไม้พุ่มเตี้ยที่มีต้นกำเนิดจากแอฟริกาใต้ มีดอกสีฟ้าอ่อนหรือฟ้าอมม่วงออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง ออกดอกตลอดปี ไม้ชนิดนี้โดดเด่นด้วยความสามารถในการต้านทานภัยแล้งและมีความต้องการน้ำน้อย พยับหมอกยังเป็นที่นิยมในการใช้เป็นไม้คลุมดินหรือปลูกเป็นแนวรั้วธรรมชาติ บานบุรี (Allamanda cathartica) บานบุรีเป็นไม้พุ่มกึ่งเลื้อยที่มีต้นกำเนิดจากบราซิลและอเมริกาเขตร้อน มีดอกสีเหลืองขนาดใหญ่ที่ออกตลอดปี และสามารถปลูกได้ทั้งในที่แดดจัดและแดดรำไร ไม้ชนิดนี้เหมาะสำหรับการปลูกในดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย นีออน (Leucophyllum frutescens) นีออนหรือที่รู้จักในชื่อ Silverleaf เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีใบสีเขียวอมเทาพิเศษ เมื่อมีแสงส่องกลางคืนจะทำให้ใบดูเหมือนเรืองแสงได้ มีดอกสีม่วงสดหรือชมพูอมม่วง และต้องการน้ำเพียงเล็กน้อย หากได้รับน้ำมากเกินไปจะไม่ออกดอก พุดศุภโชค (Gardenia jasminoides) พุดศุภโชคเป็นไม้พุ่มที่มีดอกสีขาวหอมหวาน เป็นที่นิยมปลูกเพราะความเชื่อที่ว่าจะนำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าและมั่นคง ต้องการดินที่มีความเป็นกรดเล็กน้อยและการดูแลเป็นพิเศษ ควรปลูกในที่ที่ได้รับแสงแดดตอนเช้าและมีการป้องกันแสงแดดช่วงบ่าย เทียนทอง (Duranta erecta) เทียนทองเป็นไม้พุ่มที่มีใบสีเขียวอ่อนอมเหลืองหรือเหลืองทอง ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งและมีผลสีเหลืองขนาดเล็ก เทียนทองชอบแสงแดดเต็มวันและสามารถปลูกได้ในดินทุกชนิด ต้องการการรดน้ำปานกลางและเมื่อโตเต็มที่จะทนแล้งได้ระดับหนึ่ง ข้าวตอกพระร่วง (Serissa [...]

2025/6/10 • 由 Homeday
การปลูกสมุนไพรไทยที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการความสะดวกในการประกอบอาหาร เนื่องจากสมุนไพรไทยส่วนใหญ่สามารถปลูกได้ง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก และให้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้งในด้านการปรุงอาหารและสุขภาพ12 การมีสวนสมุนไพรไว้ที่บ้านไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องปรุงสด แต่ยังมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยจากสารเคมี นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความร่มรื่นให้กับบริเวณบ้านและสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้อีกด้วย สมุนไพรไทยยอดนิยมสำหรับปลูกที่บ้าน กะเพรา – เครื่องปรุงหลักในครัวไทย กะเพราเป็นพืชล้มลุกที่มี 2 สายพันธุ์หลักคือ กะเพราแดงที่มีลำต้นสีแดงและกะเพราขาวที่มีลำต้นสีเขียว1 ต้นกะเพรามีความสูงตั้งแต่ 30-60 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้านสาขา ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน รูปทรงรี มีรสเผ็ดร้อนกลิ่นฉุน1 กะเพรามีสรรพคุณแก้ปวดท้อง ท้องอืด แก้ลมจุกเสียดแน่นท้อง ขับลมทำให้เรอ เหมาะสำหรับเด็ก ในแง่คุณค่าทางอาหาร กะเพรามีเบต้าแคโรทีนสูง เสริมด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน การปลูกกะเพราทำได้โดยการเพาะเมล็ดหรือปักชำกิ่ง หว่านเมล็ดให้ทั่วแปลง ใช้ฟางกลบหรือปุ๋ยคอกโรยทับบางๆ รดน้ำตามทันที ใช้ฟักบัวรดน้ำต้นไม้รูเล็กๆ เมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้าภายใน 7 วัน รอจนต้นกล้าอายุ 1 เดือน ค่อยถอนแยกจัดระยะต้นให้มีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร กะเพราชอบแสงแดดแบบเต็มวัน ควรรดน้ำทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง ปลูกในดินร่วนระบายน้ำดี ขิงและข่า – สมุนไพรตระกูลเดียวกัน ขิงเป็นไม้ล้มลุกมีเหง้าอยู่ใต้ดิน [...]

2025/6/5 • 由 Homeday
การปลูกผักสวนครัวสำหรับคนเมืองในยุคปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แม้จะมีพื้นที่จำกัดก็สามารถสร้างแหล่งอาหารสดสะอาดไว้บริโภคเองได้ การเลือกวิธีการปลูกที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของคนเมือง พร้อมเทคนิคการดูแลที่ถูกต้อง จะช่วยให้ได้ผักปลอดสารเคมีและประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำไมคนเมืองถึงควรหันมาปลูกผักกินเอง? การปลูกผักสวนครัวของคนเมืองในปัจจุบันได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความกังวลเรื่องสารเคมีตกค้างในผักที่วางจำหน่ายตามท้องตลาด การมีผักสดปลอดภัยไว้บริโภคเองจึงเป็นทางเลือกที่สำคัญสำหรับสุขภาพของครอบครัว ผักและสมุนไพรมีคุณค่าทางอาหารสูงและควรบริโภคให้ได้ทุกวัน แต่การเลือกซื้อผักที่ปลอดภัยและมีคุณภาพดีมักมีราคาสูง นอกจากประโยชน์ด้านสุขภาพแล้ว การปลูกผักยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว เป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด และสร้างพื้นที่สีเขียวที่ร่มรื่นให้กับที่อยู่อาศัย การมีสวนผักเล็กๆ ในบ้านยังเป็นการสอนลูกหลานให้รู้จักต้นกำเนิดของอาหารและตระหนักถึงคุณค่าของธรรมชาติ กระถางต้นไม้เป็นพื้นฐานของการปลูกผักคนเมือง การใช้กระถางเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผักในพื้นที่จำกัด โดยเพียงแค่มีพื้นที่หน้าระเบียงหรือริมหน้าต่างที่แสงแดดเข้าถึงได้ ก็สามารถปลูกสมุนไพรพื้นฐานเช่น กะเพรา โหระพา ใบโขม หรือผักชีลาวไว้ใช้ประกอบอาหารได้แล้ว การเลือกขนาดกระถางมีความสำคัญมาก สำหรับพืชใบเล็กๆ เช่น กะเพรา ควรใช้กระถางขนาด 6 นิ้วสำหรับระยะแรก แล้วย้ายไปกระถาง 12 นิ้วเมื่อต้นโตขึ้น ส่วนพืชที่มีรากลึกเช่น มะนาว ต้องใช้กระถางขนาดใหญ่ประมาณ 17 นิ้ว การวางตำแหน่งกระถางควรคำนึงถึงความสะดวกในการรดน้ำและเก็บเกี่ยวผลผลิต วัสดุของกระถางก็มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช กระถางดินเผาจะช่วยระบายอากาศได้ดีแต่น้ำระเหยเร็ว กระถางพลาสติกจะกักเก็บความชื้นได้นานแต่อาจร้อนเกินไปในแสงแดดจัด การเจาะรูระบายน้ำที่เพียงพอเป็นสิ่งจำเป็น โดยควรมีรูขนาดอย่างน้อย 1/2 นิ้วสำหรับกระถางขนาดเล็กถึงกลาง การสร้างแปลงผักจากอิฐบล็อก ทนทานและประหยัด สำหรับผู้ที่มีพื้นที่มากกว่าระเบียงเล็กๆ การทำแปลงผักจากอิฐบล็อกเป็นอีกทางเลือกที่คุ้มค่า แปลงขนาด 4×1.5 เมตร [...]

2025/5/29 • 由 Homeday
ดาวเรืองได้กลายเป็นหนึ่งในดอกไม้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย ด้วยสีเหลืองทองอร่ามที่สะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรือง ความสว่างไสว และความก้าวหน้า ดอกไม้ชนิดนี้ไม่เพียงแต่มีความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความมงคลตามความเชื่อของคนไทย นอกจากนี้ดาวเรืองยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ใช้ต้นทุนต่ำ และให้ผลผลิตสูง ทำให้เกษตรกรหลายรายหันมาปลูกเป็นอาชีพหลักหรือเสริม ดาวเรืองมาจากไหนและเข้าสู่ไทยได้อย่างไร ดาวเรืองหรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Tagetes erecta L. มีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโกและบริเวณภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา ในอดีตชาวแอซเท็กได้ใช้ดาวเรืองป่าทั้งในพิธีกรรม การรักษาโรค และการตกแต่ง โดยเรียกดอกไม้นี้ในภาษานาวาตลว่า “cempohualxochitl” ซึ่งแปลว่า “ดอกไม้ยี่สิบ” เนื่องจากชาวแอซเท็กมองเลข 20 เป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์ การแพร่กระจายของดาวเรืองสู่ทวีปอื่นเริ่มขึ้นหลังจากการพิชิตของสเปนในศตวรรษที่ 16 เมื่อนักสำรวจสเปนนำดาวเรืองจากเม็กซิโกไปยังยุโรป ต่อมาดาวเรืองได้แพร่กระจายไปยังแอฟริกาเหนือ และจากนั้นจึงกลับสู่ยุโรปอีกครั้ง ทำให้เกิดการเรียกชื่อผิดๆ ว่า “African Marigold” แม้ว่าจะไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา สำหรับประเทศไทย การนำดาวเรืองเข้ามาปลูกครั้งแรกมีหลักฐานชัดเจนเมื่อปี พ.ศ. 2510 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยใช้เมล็ดพันธุ์จากประเทศเนเธอร์แลนด์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริในการส่งเสริมให้มีการทดลองปลูกและขยายพันธุ์เพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชาชน ดาวเรืองจึงกลายเป็นดอกไม้ประจำพระองค์เนื่องจากสีเหลืองอร่ามที่สอดคล้องกับสีประจำวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพ สายพันธุ์ดาวเรืองแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร ดาวเรืองที่พบเห็นในปัจจุบันมี 5 สายพันธุ์หลัก แต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ดาวเรืองอเมริกัน [...]

2025/5/28 • 由 Homeday
ฟักทองเป็นหนึ่งในผักสวนครัวที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่สูงและความหลากหลายในการใช้ประโยชน์ การปลูกฟักทองเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการผักปลอดสารพิษและประหยัดค่าใช้จ่าย การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมและการเตรียมตัวที่ถูกต้องจะช่วยให้การปลูกฟักทองประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน ฟักทองมีต้นกำเนิดมาจากไหนและแพร่กระจายมาถึงไทยอย่างไร? ฟักทองมีถิ่นกำเนิดจากทวีปอเมริกากลางและอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะในแถบเมกซิโกและภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา มีหลักฐานทางโบราณคดีแสดงให้เห็นว่ามีการปลูกฟักทองมานานกว่า 8,000 ปีแล้ว และบางแหล่งระบุว่าถึง 7,500-5,000 ปีก่อนคริสตกาล ฟักทองจัดอยู่ในตระกูลแตง (Cucurbitaceae) เช่นเดียวกับแตงกวา ฟักแฟง มะระ บวบ และแตงโม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cucurbita moschata Duchesne หรือ Cucurbita moschata Decne. ภายหลังฟักทองได้แพร่กระจายไปยังอเมริกาใต้ อเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียตามลำดับ รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย ในประเทศไทย ฟักทองมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามภูมิภาค ภาคกลางเรียกว่า ฟักทอง ภาคเหนือเรียกว่า ฟักเขียว มะฟักแก้ว ภาคใต้เรียกว่า น้ำเต้า ภาคอีสานเรียกว่า หมากฟักเหลือง หมากอี และในจังหวัดต่างๆ มีชื่อเรียกเฉพาะถิ่น เช่น หมักอื้อ หมากฟักเหลือง หมากปัก สายพันธุ์ฟักทองที่นิยมปลูกในไทยมีอะไรบ้าง? สายพันธุ์ฟักทองที่นิยมปลูกในประเทศไทยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มหลักตามขนาดของผล [...]

2025/5/27 • 由 Homeday
กระชายถือเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและการแพทย์แผนไทยอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส ราคากระชายได้เพิ่มสูงขึ้นจากหลักสิบเป็นหลักร้อยบาทต่อกิโลกรัม ซึ่งทำให้เกษตรกรหลายรายหันมาสนใจการปลูกกระชายเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือก การปลูกกระชายจากเหง้านั้นมีข้อดีหลายประการ ทั้งในด้านการลงทุนที่ไม่สูงมาก การดูแลที่ไม่ซับซ้อน และสามารถปลูกได้ทั้งในแปลงใหญ่และในกระถางสำหรับครัวเรือน นอกจากนี้กระชายยังมีสรรพคุณทางยาที่หลากหลาย ตั้งแต่การขับลม บำรุงร่างกาย ไปจนถึงการมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัสในหลอดทดลอง ลักษณะและคุณค่าของกระชายที่ควรรู้ กระชายหรือที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Boesenbergia rotunda เป็นพืชล้มลุกในวงศ์ขิงข่า มีลำต้นใต้ดินเป็นเหง้าสั้นค่อนข้างกลมเรียงต่อกัน เหง้าตรงกลางจะมีขนาดใหญ่กว่าเหง้าด้านข้าง เมื่อแก่จะมีสีน้ำตาล เนื้อด้านในสีเหลือง พืชชนิดนี้มีรากอวบยาวปลายแหลมออกเป็นกระจุก ผิวสีน้ำตาลอ่อน เหนือดินเป็นกาบใบสีแดงเรื่อยๆ 3-6 กาบ หุ้มซ้อนกันเป็นชั้น ความสูงต้นประมาณ 80 เซนติเมตร มีใบเดี่ยวเรียงสลับ โคนสอบปลายเรียวแหลม ออกดอกเป็นช่อ มีทั้งดอกสีขาวและสีขาวอมชมพูบริเวณยอด กระชายอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ใน 100 กรัม ให้พลังงาน 54.04 แคลอรี่ ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต 9.21 กรัม ไฟเบอร์ 2.4 กรัม น้ำ 84.95 กรัม และแร่ธาตุสำคัญอย่างแคลเซียม เหล็ก วิตามินเอและบี นอกจากนี้ยังพบสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์และสารสำคัญในน้ำหอมระเหย เช่น [...]
