加载中...
加载中...

2023/1/4 • 由 Homeday
3. น้องกระบองเพชร สายพันธุ์โครีแฟนทา น้องกระบองเพชรสายพันธุ์โครีแฟนทาที่มีหนามโด่ดเด่นสวยงาม ขึ้นอย่างเป็นระเบียบ ออกดอกบริเวณปลายต้น สีสันสดใส มีทั้งสีชมพู เหลือง ขาว และยังออกดอกตลอดปีอ
2021/1/27 • 由 Homeday
🎄 หากท่านใดที่อยู่ต่างประเทศและต้องการใช้ต้นจริงๆ ควรเลือกซื้อ ต้นสน สายพันธุ์ Balsam เพราะมีความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้นึกถึงบรรยากาศของเทศกาลคริส

2025/5/29 • 由 Homeday
ดาวเรืองได้กลายเป็นหนึ่งในดอกไม้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย ด้วยสีเหลืองทองอร่ามที่สะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรือง ความสว่างไสว และความก้าวหน้า ดอกไม้ชนิดนี้ไม่เพียงแต่มีความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความมงคลตามความเชื่อของคนไทย นอกจากนี้ดาวเรืองยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ใช้ต้นทุนต่ำ และให้ผลผลิตสูง ทำให้เกษตรกรหลายรายหันมาปลูกเป็นอาชีพหลักหรือเสริม ดาวเรืองมาจากไหนและเข้าสู่ไทยได้อย่างไร ดาวเรืองหรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Tagetes erecta L. มีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโกและบริเวณภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา ในอดีตชาวแอซเท็กได้ใช้ดาวเรืองป่าทั้งในพิธีกรรม การรักษาโรค และการตกแต่ง โดยเรียกดอกไม้นี้ในภาษานาวาตลว่า “cempohualxochitl” ซึ่งแปลว่า “ดอกไม้ยี่สิบ” เนื่องจากชาวแอซเท็กมองเลข 20 เป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์ การแพร่กระจายของดาวเรืองสู่ทวีปอื่นเริ่มขึ้นหลังจากการพิชิตของสเปนในศตวรรษที่ 16 เมื่อนักสำรวจสเปนนำดาวเรืองจากเม็กซิโกไปยังยุโรป ต่อมาดาวเรืองได้แพร่กระจายไปยังแอฟริกาเหนือ และจากนั้นจึงกลับสู่ยุโรปอีกครั้ง ทำให้เกิดการเรียกชื่อผิดๆ ว่า “African Marigold” แม้ว่าจะไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา สำหรับประเทศไทย การนำดาวเรืองเข้ามาปลูกครั้งแรกมีหลักฐานชัดเจนเมื่อปี พ.ศ. 2510 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยใช้เมล็ดพันธุ์จากประเทศเนเธอร์แลนด์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริในการส่งเสริมให้มีการทดลองปลูกและขยายพันธุ์เพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชาชน ดาวเรืองจึงกลายเป็นดอกไม้ประจำพระองค์เนื่องจากสีเหลืองอร่ามที่สอดคล้องกับสีประจำวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพ สายพันธุ์ดาวเรืองแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร ดาวเรืองที่พบเห็นในปัจจุบันมี 5 สายพันธุ์หลัก แต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ดาวเรืองอเมริกัน [...]

2025/5/19 • 由 Homeday
ต้นหลิวเป็นพันธุ์ไม้ที่มีเสน่ห์และความงดงามเฉพาะตัว มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ทั้งชนิดที่เป็นไม้ยืนต้นและไม้พุ่ม หลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพต้นหลิวลู่ลมที่มีกิ่งก้านห้อยระย้าพลิ้วไหวไปตามแรงลม แต่ความจริงแล้ว ต้นหลิวมีหลากหลายสายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกในภูมิอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย ซึ่งแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะและความงดงามที่แตกต่างกัน พร้อมทั้งยังทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี เติบโตเร็ว และดูแลรักษาง่าย ทำไมต้นหลิวจึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการจัดสวน? ต้นหลิวถือเป็นไม้มงคลที่หลายคนเชื่อว่าช่วยเสริมสิริมงคลให้กับบ้านเรือน นอกจากความเชื่อเรื่องความเป็นมงคลแล้ว ต้นหลิวยังมีจุดเด่นหลายประการที่ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการจัดสวน ไม่ว่าจะเป็นความทนทานต่อสภาพอากาศร้อน เติบโตเร็ว และมีความหลากหลายของสายพันธุ์ให้เลือกปลูกตามความเหมาะสมของพื้นที่และความชอบส่วนบุคคล ต้นหลิวหลายสายพันธุ์สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินหลายประเภท ทั้งดินร่วน ดินเหนียว หรือดินทราย แต่โดยทั่วไปแล้วต้นหลิวจะชอบดินที่มีความชื้นและระบายน้ำได้ดี อีกทั้งยังชอบแสงแดดเต็มวันหรือแสงรำไร ทำให้สามารถปลูกได้หลากหลายพื้นที่ในบริเวณบ้าน หลิวลู่ลม: ความงดงามของไม้ยืนต้นที่พลิ้วไหว หลิวลู่ลมหรือ Weeping Willow (Salix babylonica L.) มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบที่มีความสูงประมาณ 10-20 เมตร มีเปลือกไม้สีน้ำตาล และกิ่งก้านสีเขียวที่ห้อยลู่ลงมาอย่างสวยงาม ใบของหลิวลู่ลมมีลักษณะเป็นรูปหอกยาวรี ปลายแหลม สีเขียวอ่อน การปลูกหลิวลู่ลมควรเลือกพื้นที่ที่กว้างพอสำหรับการเติบโตเต็มที่ของต้น และควรปลูกห่างจากตัวบ้านหรือท่อระบายน้ำ เนื่องจากรากของหลิวลู่ลมมีความแข็งแรงและสามารถขยายได้กว้าง ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างได้ นอกจากนี้ การปลูกหลิวลู่ลมใกล้กับแหล่งน้ำหรือในบริเวณที่มีลมพัดผ่านบ่อยๆ จะช่วยให้กิ่งมีความพลิ้วไหวสวยงาม วิธีการปลูกและดูแลหลิวลู่ลมทำได้ไม่ยาก เริ่มจากการเตรียมหลุมปลูกให้มีขนาดกว้างประมาณ 2-3 เท่าของขนาดรากต้นไม้ ควรใช้ดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์และระบายน้ำได้ดี หมั่นรดน้ำให้ชุ่มโดยเฉพาะในช่วงแรกของการปลูก และใส่ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอกเป็นระยะเพื่อเร่งการเจริญเติบโต [...]

2022/11/16 • 由 Homeday
5. แมวไทยโกนจา แมวสีดำที่มีลักษณะท่าทางการเดินสง่าเหมือนสิงโต ดวงตาเป็นประกายสวยงาม ขนนุ่มดำสนิททั้งตัว บางคนเรียกว่า แมวดำปลอด ซึ่งจัดเป็นแมวไทยมงคล หากใครเลี้ยงแมว

2025/5/17 • 由 Homeday
มะยงชิดเป็นผลไม้ที่หลายคนชื่นชอบในช่วงหน้าร้อน ด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอม และเนื้อสัมผัสที่นุ่มฉ่ำ ทำให้มะยงชิดเป็นที่ต้องการของตลาดและมีราคาสูง เกษตรกรหลายรายจึงหันมาให้ความสนใจปลูกมะยงชิดเพื่อสร้างรายได้ บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับมะยงชิดอย่างละเอียด ทั้งประวัติความเป็นมา สายพันธุ์ยอดนิยม วิธีการปลูกและดูแลให้ออกผลดก เพื่อให้คุณสามารถปลูกมะยงชิดไว้รับประทานเองหรือปลูกเพื่อการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มะยงชิดคืออะไร? ทำความรู้จักกับผลไม้มงคลรสชาติเยี่ยม มะยงชิด (Marian Plum) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bouea oppositifolia (Roxb.) เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ในวงศ์ Anacardiaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับมะม่วง มะปราง และมะกอก ต้นมะยงชิดสามารถสูงได้ถึง 10-30 เมตร มีลำต้นสีน้ำตาลแก่ แตกกิ่งก้านเป็นทรงพุ่ม ใบมีลักษณะเป็นรูปขอบขนาน (oblong) มีสีเขียวอ่อนปนน้ำตาลเมื่อยังอ่อน และเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มเมื่อแก่ ความยาวประมาณ 10-12 เซนติเมตร กว้าง 3-5 เซนติเมตร ผิวใบเป็นมัน ดอกมะยงชิดมีสีขาว ขนาดเล็กประมาณ 0.5 เซนติเมตร คล้ายกับดอกมะปราง ออกเป็นช่อที่ซอกใบ ส่วนผลมีลักษณะกลมยาวรีคล้ายไข่เป็ด เมื่อยังอ่อนจะมีสีเขียว และเมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ในแต่ละผลจะมีเมล็ดเพียง 1 เมล็ด โดยเนื้อในของเมล็ดมีสีม่วง [...]

2021/9/28 • 由 Homeday
หลายๆ คนอาจจะเคยเห็น หรือเคยปลูกต้นพลูด่างมากันแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า ต้นพลูด่างมีหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีเอกลักษณ์ ลักษณะที่แตกต่างก

2025/5/23 • 由 Homeday
ช่วงนี้กระแสการดื่มน้ำขึ้นฉ่ายฝรั่งกำลังฮิตในหมู่คนรักสุขภาพ เพราะมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกาย ช่วยลดน้ำหนัก ดีท็อกซ์ และมีแคลลอรี่ต่ำ แต่การซื้อขึ้นฉ่ายฝรั่งมากินทุกวันอาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายไม่น้อย และยังมีความกังวลเรื่องสารเคมีตั้งแต่ยาฆ่าแมลงที่อาจเจือปน1 การปลูกขึ้นฉ่ายฝรั่งไว้กินเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดี ที่จะช่วยให้เรามั่นใจในความปลอดภัยและประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ขึ้นฉ่ายฝรั่งคืออะไร และแตกต่างจากขึ้นฉ่ายจีนอย่างไร ผักในตระกูลขึ้นฉ่ายมีอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก คือ ขึ้นฉ่ายจีน และ ขึ้นฉ่ายฝรั่ง โดยขึ้นฉ่ายฝรั่งหรือเซเลอรี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Apium graveolens L. จัดอยู่ในวงศ์ผักชี ลักษณะเด่นของขึ้นฉ่ายฝรั่งคือมีก้านใบขนาดใหญ่และสูงกว่า เมื่อโตเต็มที่ลำต้นจะสูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร มีลำต้นสีขาวและใบสีเหลืองอมเขียว ดอกสีขาวออกเป็นช่อคล้ายซี่ร่ม ส่วนใหญ่นิยมทำไปใส่ในสลัด ซุป หรือนำไปทำน้ำผัก1 ในขณะที่ขึ้นฉ่ายจีนจะมีลำต้นหรือก้านใบที่เรียวเล็กกว่า ความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร มีสีเข้มและกลิ่นฉุนมากกว่า ไว้สำหรับทำกับข้าวประเภทผัด ยำ หรือแกงจืด ขึ้นฉ่ายฝรั่งจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผักที่มีลำต้นหนาใหญ่ เหมาะสำหรับทำน้ำปั่นและใช้ในอาหารสไตล์ตะวันตก คุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ต่อสุขภาพ ขึ้นฉ่ายฝรั่งเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยในน้ำหนัก 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 67 กิโลแคลลอรี่ มีน้ำถึง 95 กรัม ทำให้เป็นผักที่มีแคลลอรี่ต่ำมาก [...]

2025/5/25 • 由 Homeday
การปลูกทุเรียนในประเทศไทยได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีมูลค่าสูงและได้รับการยกย่องให้เป็นราชาแห่งผลไม้ การเข้าใจวิธีการปลูกทุเรียนที่ถูกต้องจะช่วยให้เกษตรกรสามารถผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพดีและสร้างรายได้ที่มั่นคง ทุเรียนมีสายพันธุ์ที่หลากหลายและแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่และสภาพอากาศจึงเป็นสิ่งสำคัญในการปลูกทุเรียนให้ประสบความสำเร็จ ทุเรียนคืออะไรและมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์อย่างไร ทุเรียนมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Durio zibethinus Linn. จัดอยู่ในวงศ์ฝ้ายหรือวงศ์ชบา (Malvaceae) โดยเป็นผลไม้ขึ้นชื่อในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีแหล่งกำเนิดมาจากเกาะสุมาตรา ทุเรียนได้รับการยกย่องให้เป็นราชาแห่งผลไม้เนื่องจากกลิ่นที่รุนแรงและหนามแข็งรอบตัว รวมถึงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ลำต้นของทุเรียนเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูงตั้งแต่ 25-50 เมตร มีอายุมากกว่า 80 ปี เปลือกมีสีเทาเข้ม ผิวขรุขระ เป็นสะเก็ด ไม่มียาง เนื้อไม้ค่อนข้างอ่อน ส่วนกิ่งแตกเป็นมุมแหลมและยาว สามารถเป็นทรงพุ่มได้ 3 ทรง คือ ทรงพุ่มสี่เหลี่ยม ทรงพุ่มกรวยคว่ำฐานกว้าง และทรงพุ่มกรวยคว่ำฐานแคบ ใบทุเรียนจะขึ้นสลับตรงข้ามกระจายอยู่ทั่วกิ่ง มีลักษณะหนาแข็งและมีขอบเรียบ โดยในส่วนด้านบนของใบจะเป็นสีเขียว ส่วนด้านล่างเป็นสีน้ำตาล รูปทรงแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสายพันธุ์1 ดอกทุเรียนเป็นดอกสมบูรณ์เพศ รูปทรงคล้ายระฆัง ออกดอกเป็นช่อ แต่ละช่อมีประมาณ 5-30 ดอก โดยจะแทงออกตามตาของกิ่ง มีกลีบเลี้ยง กลีบรอง และกลีบดอก สายพันธุ์ทุเรียนไหนเหมาะสมกับการปลูกเชิงพาณิชย์ สายพันธุ์ทุเรียนในประเทศไทยสามารถแบ่งออกตามลักษณะได้เป็น 6 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มกบ [...]

2025/5/22 • 由 Homeday
ต้นโกสนเป็นไม้ประดับยอดนิยมที่โดดเด่นด้วยใบหลากสีสันสวยงาม นอกจากความสวยงามแล้ว โกสนยังมีความเชื่อเรื่องความเป็นมงคล ช่วยเสริมบารมี และปกป้องคุ้มครองผู้อยู่อาศัย ที่สำคัญคือมีประโยชน์ทางสมุนไพรและสามารถนำมาประกอบอาหารได้อีกด้วย โกสนมีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกปลูกตามความชอบ แต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งรูปทรงและสีสันของใบ แม้จะเป็นไม้ที่ต้องการการดูแลพิเศษบ้าง แต่หากเข้าใจธรรมชาติและวิธีการดูแลที่ถูกต้อง ก็จะทำให้ต้นโกสนเจริญเติบโตสวยงามและอยู่กับเราไปนานๆ ลักษณะทั่วไปของต้นโกสน ไม้ประดับสีสันสวยงาม โกสน (Croton) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Codiaeum variegatum อยู่ในวงศ์ Euphorbiaceae หรือวงศ์ยางพารา เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดจากหลายประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย อินเดียตอนใต้ และหมู่เกาะแปซิฟิกตะวันตก ลักษณะเป็นไม้พุ่มไม่ผลัดใบขนาดกลาง มีความสูงประมาณ 2-5 เมตร ลำต้นตั้งตรง เปลือกสีน้ำตาลเทา แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มทรงกลม ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ลักษณะใบแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ มีทั้งรูปร่างกลม ยาวแคบ หรือบิดเป็นเกลียว กว้างประมาณ 0.5-8 เซนติเมตร ยาวประมาณ 5-30 เซนติเมตร ปลายใบอาจแหลมหรือมน โคนใบสอบ ขอบใบเรียบหรือหยักเป็นคลื่น สีของใบมีหลากหลายตั้งแต่เขียว เหลือง ส้ม ชมพู แดง ไปจนถึงม่วงและดำ [...]

2025/3/10 • 由 Homeday
ปัญหาข้อสะโพกเป็นหนึ่งในโรคที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมว ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง หากเจ้าของสังเกตเห็นอาการผิดปกติ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้าใจและดูแลอย่างถูกวิธี สาเหตุของปัญหาข้อสะโพก พันธุกรรม สายพันธุ์บางชนิดมีความเสี่ยงสูงต่อปัญหาข้อสะโพก เช่น: สุนัขพันธุ์ใหญ่ เช่น เยอรมันเชพเพิร์ด สุนัขพันธุ์เล็ก เช่น ปั๊ก ชิสุ แมวบางสายพันธุ์ อายุ เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอายุมากขึ้น โอกาสเกิดปัญหาข้อสะโพกจะเพิ่มสูงขึ้น น้ำหนัก น้ำหนักเกินเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้ข้อสะโพกเสื่อมเร็ว อาการที่บ่งชี้ปัญหาข้อสะโพก สัญญาณเตือนเบื้องต้น เดินลำบาก ขาเซ ถอยหลังยากหรือขึ้นบันไดไม่ได้ มีเสียงดังจากข้อต่อเมื่อเคลื่อนไหว แสดงอาการปวดเมื่อถูกสัมผัสบริเวณสะโพก อาการรุนแรง ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ มีอาการปวดมาก ถอยหลังหรือเดินไม่ได้ การวินิจฉัยปัญหาข้อสะโพก การตรวจร่างกาย สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกายโดยละเอียด ประกอบด้วย: การตรวจสอบการเคลื่อนไหว การคลำบริเวณข้อสะโพก การประเมินระดับความเจ็บปวด การตรวจเพิ่มเติม เอกซเรย์ การสแกนด้วยเครื่อง MRI การตรวจเลือด วิธีการรักษา การรักษาแบบไม่ใช้ศัลยกรรม ยาบรรเทาปวด อาหารเสริมบำรุงข้อ การควบคุมน้ำหนัก กายภาพบำบัด การรักษาด้วยศัลยกรรม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก การซ่อมแซมข้อต่อ การตัดปลายกระดูก [...]

2025/5/22 • 由 Homeday
กุหลาบ ราชินีแห่งดอกไม้ (Queen of Flower) เป็นดอกไม้ที่ครองใจคนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ด้วยความงดงามของกลีบดอกที่ซ้อนทับกันอย่างประณีต กลิ่นหอมละมุนที่ชวนให้หลงใหล และความหลากหลายของสีสันที่แต่ละสีล้วนมีความหมายลึกซึ้ง กุหลาบไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของความรักความโรแมนติก แต่ยังเป็นไม้มงคลที่เชื่อกันว่าจะนำโชคลาภและวาสนามาสู่ผู้ปลูก คุณเคยสงสัยไหมว่ากุหลาบมีกี่สายพันธุ์ แต่ละสีมีความหมายอย่างไร และจะปลูกอย่างไรให้ออกดอกสวยงามตลอดทั้งปี? บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับกุหลาบให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น กุหลาบคืออะไร? ลักษณะทั่วไปที่ควรรู้ กุหลาบ หรือมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Rosa spp. จัดอยู่ในวงศ์ Rosaceae มีถิ่นกำเนิดทั่วโลก ทั้งในเอเชีย ยุโรป อเมริกา และแอฟริกา โดยมีลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กไปจนถึงไม้เลื้อย เป็นไม้ผลัดใบที่มีอายุยืนหลายปี มีความสูงตั้งแต่ 20-300 เซนติเมตร ลำต้นกุหลาบมีทั้งแบบมีหนามและไร้หนาม เมื่อลำต้นยังอ่อนจะมีสีเขียวและค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อแก่ขึ้น มีใบประกอบแบบขนนก ปลายใบเรียวแหลม โคนสอบ ขอบใบมีรอยหยัก และมีสีเขียวเข้มตลอดทั้งใบ จุดเด่นที่สุดของกุหลาบอยู่ที่ดอกที่มีสีสันงดงามหลากหลายตามสายพันธุ์ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ และมีการจัดเรียงกลีบดอกซ้อนกันประมาณ 4-6 ชั้น ที่น่าสนใจคือ คำว่า “กุหลาบ” มีรากศัพท์มาจากภาษาเปอร์เซีย จากคำว่า “Gul” หรือ “Gol” และมีการเติม [...]