加载中...
加载中...

2025/6/17 • 由 Homeday
การปลูกพืชเลื้อยถือเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนไทยที่ต้องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับบ้าน โดยเฉพาะในพื้นที่จำกัดของคอนโดหรือบ้านแถวที่มีแสงแดดจัด พืชเลื้อยไม่เพียงแต่ช่วยแต่งแต้มความสวยงามให้กับผนังหรือกำแพงเท่านั้น แต่ยังให้ประโยชน์มากมายในการดูแลสิ่งแวดล้อมรอบตัวบ้านอีกด้วย ประโยชน์ที่พืชเลื้อยให้กับบ้านมีอะไรบ้าง พืชเลื้อยช่วยลดอุณหภูมิในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนธรรมชาติ ใบไม้จะช่วยป้องกันแสงแดดที่กระทบตัวอาคารโดยตรงและสะท้อนความร้อนบางส่วนกลับสู่อากาศ นอกจากนี้ยังช่วยกรองฝุ่นละออง ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเพิ่มความชื้นในอากาศให้กับพื้นที่รอบบ้าน พืชเลื้อยบางชนิดยังมีความสามารถในการฟอกอากาศภายในบ้าน โดยดูดซับสารพิษต่างๆ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซิน และสารมลพิษอื่นๆ ที่มาจากการก่อสร้างและการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งจะช่วยทำให้อากาศภายในบ้านบริสุทธิ์มากขึ้น สายพันธุ์พืชเลื้อยยอดนิยมสำหรับบ้านไทยมีอะไรบ้าง พืชเลื้อยสำหรับปลูกนอกบ้าน ตีนตุ๊กแก เป็นพืชเลื้อยต่างประเทศที่ได้รับความนิยมสูงในการปลูกเกาะกำแพง มีลักษณะเป็นเถาเนื้อแข็ง ใบเป็นทรงรีหรือทรงไข่ สีเขียวเข้มหรือน้ำตาลแดง ชอบดินร่วนปนทราย ต้องการน้ำปานกลาง และสามารถเติบโตได้ดีในแสงแดดรำไรถึงแสงแดดจัด บอสตันไอวี่ เป็นพืชเลื้อยตระกูลองุ่นที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงาม สามารถเลื้อยได้ไกลถึง 18 เมตร และมีจุดเด่นคือใบจะเปลี่ยนสีได้ตั้งแต่เขียวไปถึงแดง ชอบแสงแดดปานกลางถึงรำไร และสามารถปลูกได้ในดินทั่วไปที่ระบายน้ำดี เหลืองชัชวาล หรือแคทส์คลอว์ เป็นพืชเลื้อยที่โตเร็วและทนทาน มีดอกสีเหลืองสดใสทรงกรวยหรือทรงแตร ปลูกได้ในดินทุกชนิด ต้องการน้ำไม่มาก และชอบแสงแดดจัดกับอากาศร้อน ลดาวัลย์ เป็นพืชเลื้อยขนาดใหญ่ที่มีดอกสีขาวหอมจัดตอนเช้ามืด สามารถปลูกได้ในดินทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนที่ระบายน้ำดีเป็นพิเศษ ต้องการแสงแดดจัดกลางแจ้งและไม่ค่อยมีโรคหรือแมลงรบกวน พืชเลื้อยสำหรับปลูกในร่ม พลูด่าง เป็นพืชเลื้อยที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับการปลูกในร่ม มีใบรูปหัวใจสีเขียวมีลายด่างขาว ปลูกและดูแลง่าย สามารถปลูกได้ทั้งในแสงมากและแสงน้อย [...]

2025/5/24 • 由 Homeday
ฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรไทยที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังจากการระบาดของโรคติดต่อต่างๆ ที่ทำให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพและสมุนไพรกันมากขึ้น การปลูกฟ้าทะลายโจรไม่เพียงแต่ให้ประโยชน์ทางสุขภาพ แต่ยังสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่ต้องการผลิตสมุนไพรเพื่อขายได้อีกด้วย พืชชนิดนี้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Andrographis paniculata และมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละภาคของประเทศไทย เช่น หญ้ากันงู เมฆทะลายฟ้าสะท้าน สามสิบดี ฟ้าสาง หรือน้ำลายพังพอน ฟ้าทะลายโจรมีลักษณะอย่างไรและเลือกสายพันธุ์แบบไหนดี? ฟ้าทะลายโจรเป็นพืชล้มลุกที่มีความสูงประมาณ 30-70 เซนติเมตร มีรสขมทุกส่วนของต้น กิ่งใบมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม ใบมีสีเขียวเข้มผิวมัน ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่งและซอกใบ กลีบดอกสีขาว โคนกลีบติดกัน ปลายแยก 2 ปาก ปากบนมี 3 กลีบ และมีเส้นสีม่วง-แดงพาดอยู่ มีผลเป็นฝัก เมื่อแก่จะมีสีน้ำตาล ด้านในมีเมล็ดจำนวนมาก พืชชนิดนี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เมื่อต้นมีอายุประมาณ 3-5 เดือน โดยใช้ได้ทั้งต้น ใบสด และใบแห้ง สายพันธุ์ฟ้าทะลายโจรที่นำมาปลูกมี 3 สายพันธุ์หลัก คือ สายพันธุ์จากกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ให้ค่าน้ำหนักสดเฉลี่ยต่อต้นสูงสุด สายพันธุ์จากระยอง และสายพันธุ์จากศรีสะเกษ จากการศึกษาวิจัยพบว่า สายพันธุ์พิจิตร 4-4 ให้ผลผลิตน้ำหนักสดเฉลี่ย 3,374 [...]

2025/5/22 • 由 Homeday
ต้นโกสนเป็นไม้ประดับยอดนิยมที่โดดเด่นด้วยใบหลากสีสันสวยงาม นอกจากความสวยงามแล้ว โกสนยังมีความเชื่อเรื่องความเป็นมงคล ช่วยเสริมบารมี และปกป้องคุ้มครองผู้อยู่อาศัย ที่สำคัญคือมีประโยชน์ทางสมุนไพรและสามารถนำมาประกอบอาหารได้อีกด้วย โกสนมีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกปลูกตามความชอบ แต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งรูปทรงและสีสันของใบ แม้จะเป็นไม้ที่ต้องการการดูแลพิเศษบ้าง แต่หากเข้าใจธรรมชาติและวิธีการดูแลที่ถูกต้อง ก็จะทำให้ต้นโกสนเจริญเติบโตสวยงามและอยู่กับเราไปนานๆ ลักษณะทั่วไปของต้นโกสน ไม้ประดับสีสันสวยงาม โกสน (Croton) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Codiaeum variegatum อยู่ในวงศ์ Euphorbiaceae หรือวงศ์ยางพารา เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดจากหลายประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย อินเดียตอนใต้ และหมู่เกาะแปซิฟิกตะวันตก ลักษณะเป็นไม้พุ่มไม่ผลัดใบขนาดกลาง มีความสูงประมาณ 2-5 เมตร ลำต้นตั้งตรง เปลือกสีน้ำตาลเทา แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มทรงกลม ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ลักษณะใบแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ มีทั้งรูปร่างกลม ยาวแคบ หรือบิดเป็นเกลียว กว้างประมาณ 0.5-8 เซนติเมตร ยาวประมาณ 5-30 เซนติเมตร ปลายใบอาจแหลมหรือมน โคนใบสอบ ขอบใบเรียบหรือหยักเป็นคลื่น สีของใบมีหลากหลายตั้งแต่เขียว เหลือง ส้ม ชมพู แดง ไปจนถึงม่วงและดำ [...]

2021/9/28 • 由 Homeday
หลายๆ คนอาจจะเคยเห็น หรือเคยปลูกต้นพลูด่างมากันแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า ต้นพลูด่างมีหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีเอกลักษณ์ ลักษณะที่แตกต่างก

2022/11/16 • 由 Homeday
5. แมวไทยโกนจา แมวสีดำที่มีลักษณะท่าทางการเดินสง่าเหมือนสิงโต ดวงตาเป็นประกายสวยงาม ขนนุ่มดำสนิททั้งตัว บางคนเรียกว่า แมวดำปลอด ซึ่งจัดเป็นแมวไทยมงคล หากใครเลี้ยงแมว

2025/5/17 • 由 Homeday
มะยงชิดเป็นผลไม้ที่หลายคนชื่นชอบในช่วงหน้าร้อน ด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอม และเนื้อสัมผัสที่นุ่มฉ่ำ ทำให้มะยงชิดเป็นที่ต้องการของตลาดและมีราคาสูง เกษตรกรหลายรายจึงหันมาให้ความสนใจปลูกมะยงชิดเพื่อสร้างรายได้ บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับมะยงชิดอย่างละเอียด ทั้งประวัติความเป็นมา สายพันธุ์ยอดนิยม วิธีการปลูกและดูแลให้ออกผลดก เพื่อให้คุณสามารถปลูกมะยงชิดไว้รับประทานเองหรือปลูกเพื่อการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มะยงชิดคืออะไร? ทำความรู้จักกับผลไม้มงคลรสชาติเยี่ยม มะยงชิด (Marian Plum) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bouea oppositifolia (Roxb.) เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ในวงศ์ Anacardiaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับมะม่วง มะปราง และมะกอก ต้นมะยงชิดสามารถสูงได้ถึง 10-30 เมตร มีลำต้นสีน้ำตาลแก่ แตกกิ่งก้านเป็นทรงพุ่ม ใบมีลักษณะเป็นรูปขอบขนาน (oblong) มีสีเขียวอ่อนปนน้ำตาลเมื่อยังอ่อน และเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มเมื่อแก่ ความยาวประมาณ 10-12 เซนติเมตร กว้าง 3-5 เซนติเมตร ผิวใบเป็นมัน ดอกมะยงชิดมีสีขาว ขนาดเล็กประมาณ 0.5 เซนติเมตร คล้ายกับดอกมะปราง ออกเป็นช่อที่ซอกใบ ส่วนผลมีลักษณะกลมยาวรีคล้ายไข่เป็ด เมื่อยังอ่อนจะมีสีเขียว และเมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ในแต่ละผลจะมีเมล็ดเพียง 1 เมล็ด โดยเนื้อในของเมล็ดมีสีม่วง [...]

2025/3/10 • 由 Homeday
ปัญหาข้อสะโพกเป็นหนึ่งในโรคที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมว ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง หากเจ้าของสังเกตเห็นอาการผิดปกติ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้าใจและดูแลอย่างถูกวิธี สาเหตุของปัญหาข้อสะโพก พันธุกรรม สายพันธุ์บางชนิดมีความเสี่ยงสูงต่อปัญหาข้อสะโพก เช่น: สุนัขพันธุ์ใหญ่ เช่น เยอรมันเชพเพิร์ด สุนัขพันธุ์เล็ก เช่น ปั๊ก ชิสุ แมวบางสายพันธุ์ อายุ เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอายุมากขึ้น โอกาสเกิดปัญหาข้อสะโพกจะเพิ่มสูงขึ้น น้ำหนัก น้ำหนักเกินเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้ข้อสะโพกเสื่อมเร็ว อาการที่บ่งชี้ปัญหาข้อสะโพก สัญญาณเตือนเบื้องต้น เดินลำบาก ขาเซ ถอยหลังยากหรือขึ้นบันไดไม่ได้ มีเสียงดังจากข้อต่อเมื่อเคลื่อนไหว แสดงอาการปวดเมื่อถูกสัมผัสบริเวณสะโพก อาการรุนแรง ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ มีอาการปวดมาก ถอยหลังหรือเดินไม่ได้ การวินิจฉัยปัญหาข้อสะโพก การตรวจร่างกาย สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกายโดยละเอียด ประกอบด้วย: การตรวจสอบการเคลื่อนไหว การคลำบริเวณข้อสะโพก การประเมินระดับความเจ็บปวด การตรวจเพิ่มเติม เอกซเรย์ การสแกนด้วยเครื่อง MRI การตรวจเลือด วิธีการรักษา การรักษาแบบไม่ใช้ศัลยกรรม ยาบรรเทาปวด อาหารเสริมบำรุงข้อ การควบคุมน้ำหนัก กายภาพบำบัด การรักษาด้วยศัลยกรรม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก การซ่อมแซมข้อต่อ การตัดปลายกระดูก [...]

2025/5/22 • 由 Homeday
กุหลาบ ราชินีแห่งดอกไม้ (Queen of Flower) เป็นดอกไม้ที่ครองใจคนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ด้วยความงดงามของกลีบดอกที่ซ้อนทับกันอย่างประณีต กลิ่นหอมละมุนที่ชวนให้หลงใหล และความหลากหลายของสีสันที่แต่ละสีล้วนมีความหมายลึกซึ้ง กุหลาบไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของความรักความโรแมนติก แต่ยังเป็นไม้มงคลที่เชื่อกันว่าจะนำโชคลาภและวาสนามาสู่ผู้ปลูก คุณเคยสงสัยไหมว่ากุหลาบมีกี่สายพันธุ์ แต่ละสีมีความหมายอย่างไร และจะปลูกอย่างไรให้ออกดอกสวยงามตลอดทั้งปี? บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับกุหลาบให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น กุหลาบคืออะไร? ลักษณะทั่วไปที่ควรรู้ กุหลาบ หรือมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Rosa spp. จัดอยู่ในวงศ์ Rosaceae มีถิ่นกำเนิดทั่วโลก ทั้งในเอเชีย ยุโรป อเมริกา และแอฟริกา โดยมีลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กไปจนถึงไม้เลื้อย เป็นไม้ผลัดใบที่มีอายุยืนหลายปี มีความสูงตั้งแต่ 20-300 เซนติเมตร ลำต้นกุหลาบมีทั้งแบบมีหนามและไร้หนาม เมื่อลำต้นยังอ่อนจะมีสีเขียวและค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อแก่ขึ้น มีใบประกอบแบบขนนก ปลายใบเรียวแหลม โคนสอบ ขอบใบมีรอยหยัก และมีสีเขียวเข้มตลอดทั้งใบ จุดเด่นที่สุดของกุหลาบอยู่ที่ดอกที่มีสีสันงดงามหลากหลายตามสายพันธุ์ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ และมีการจัดเรียงกลีบดอกซ้อนกันประมาณ 4-6 ชั้น ที่น่าสนใจคือ คำว่า “กุหลาบ” มีรากศัพท์มาจากภาษาเปอร์เซีย จากคำว่า “Gul” หรือ “Gol” และมีการเติม [...]

2025/5/23 • 由 Homeday
ช่วงนี้กระแสการดื่มน้ำขึ้นฉ่ายฝรั่งกำลังฮิตในหมู่คนรักสุขภาพ เพราะมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกาย ช่วยลดน้ำหนัก ดีท็อกซ์ และมีแคลลอรี่ต่ำ แต่การซื้อขึ้นฉ่ายฝรั่งมากินทุกวันอาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายไม่น้อย และยังมีความกังวลเรื่องสารเคมีตั้งแต่ยาฆ่าแมลงที่อาจเจือปน1 การปลูกขึ้นฉ่ายฝรั่งไว้กินเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดี ที่จะช่วยให้เรามั่นใจในความปลอดภัยและประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ขึ้นฉ่ายฝรั่งคืออะไร และแตกต่างจากขึ้นฉ่ายจีนอย่างไร ผักในตระกูลขึ้นฉ่ายมีอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก คือ ขึ้นฉ่ายจีน และ ขึ้นฉ่ายฝรั่ง โดยขึ้นฉ่ายฝรั่งหรือเซเลอรี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Apium graveolens L. จัดอยู่ในวงศ์ผักชี ลักษณะเด่นของขึ้นฉ่ายฝรั่งคือมีก้านใบขนาดใหญ่และสูงกว่า เมื่อโตเต็มที่ลำต้นจะสูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร มีลำต้นสีขาวและใบสีเหลืองอมเขียว ดอกสีขาวออกเป็นช่อคล้ายซี่ร่ม ส่วนใหญ่นิยมทำไปใส่ในสลัด ซุป หรือนำไปทำน้ำผัก1 ในขณะที่ขึ้นฉ่ายจีนจะมีลำต้นหรือก้านใบที่เรียวเล็กกว่า ความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร มีสีเข้มและกลิ่นฉุนมากกว่า ไว้สำหรับทำกับข้าวประเภทผัด ยำ หรือแกงจืด ขึ้นฉ่ายฝรั่งจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผักที่มีลำต้นหนาใหญ่ เหมาะสำหรับทำน้ำปั่นและใช้ในอาหารสไตล์ตะวันตก คุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ต่อสุขภาพ ขึ้นฉ่ายฝรั่งเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยในน้ำหนัก 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 67 กิโลแคลลอรี่ มีน้ำถึง 95 กรัม ทำให้เป็นผักที่มีแคลลอรี่ต่ำมาก [...]

2023/4/26 • 由 Homeday
เคยสงสัยกันไหมคะว่าแคนตาลูปต่างจากเมล่อนอย่างไร และแคนตาลูปนั้นมีเพียงหนึ่งสายพันธุ์ หรือมีหลายสายพันธุ์กันแน่ วันนี้ Homeday มีสาระน่ารู้เกี่ยวกับแคน

2025/2/21 • 由 Homeday
สุนัขหน้าสั้นเป็นที่นิยมเลี้ยงมากขึ้นในปัจจุบัน ด้วยรูปร่างกะทัดรัด นิสัยน่ารัก และการดูแลที่ไม่ยุ่งยากมากนัก แต่สิ่งที่เจ้าของควรตระหนักคือ สุนัขกลุ่มนี้มีความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เฉพาะตัว เนื่องจากลักษณะทางกายภาพที่ถูกผสมพันธุ์มาให้มีจมูกและใบหน้าสั้น สาเหตุที่ทำให้สุนัขหน้าสั้นมีความเสี่ยงด้านสุขภาพ สุนัขหน้าสั้นหรือที่เรียกทางการแพทย์ว่ากลุ่ม Brachycephalic breeds มีลักษณะโครงสร้างกะโหลกและใบหน้าที่แตกต่างจากสุนัขทั่วไป โดยมีกะโหลกส่วนหน้าสั้นกว่าปกติ ทำให้อวัยวะต่างๆ ในช่องปากและจมูกถูกอัดแน่นในพื้นที่จำกัด ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายประการ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ สายพันธุ์ที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ ปั๊ก บูลด็อก ชิสุ เปอร์เซีย (แมว) ปักกิ่ง บอสตัน เทอร์เรียร์ โรคและความเสี่ยงที่พบบ่อยในสุนัขหน้าสั้น 1. กลุ่มอาการทางเดินหายใจในสุนัขหน้าสั้น (Brachycephalic Airway Syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างทางเดินหายใจหลายส่วน ได้แก่: รูจมูกแคบ เพดานอ่อนยาวเกิน หลอดลมตีบ ถุงลมในช่องคอโป่งพอง อาการที่พบ: หายใจลำบาก มีเสียงดัง ทนความร้อนได้น้อย เหนื่อยง่าย นอนกรน อาจเป็นลมหมดสติเมื่อออกกำลังกายหนัก 2. ปัญหาดวงตา เนื่องจากเบ้าตาตื้นและโปน ทำให้พบปัญหาต่างๆ เช่น: ตาแห้ง แผลที่กระจกตา ตาอักเสบ เยื่อตาม้วนเข้า/ออก 3. [...]

2025/6/10 • 由 Homeday
การปลูกสมุนไพรไทยที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการความสะดวกในการประกอบอาหาร เนื่องจากสมุนไพรไทยส่วนใหญ่สามารถปลูกได้ง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก และให้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้งในด้านการปรุงอาหารและสุขภาพ12 การมีสวนสมุนไพรไว้ที่บ้านไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องปรุงสด แต่ยังมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยจากสารเคมี นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความร่มรื่นให้กับบริเวณบ้านและสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้อีกด้วย สมุนไพรไทยยอดนิยมสำหรับปลูกที่บ้าน กะเพรา – เครื่องปรุงหลักในครัวไทย กะเพราเป็นพืชล้มลุกที่มี 2 สายพันธุ์หลักคือ กะเพราแดงที่มีลำต้นสีแดงและกะเพราขาวที่มีลำต้นสีเขียว1 ต้นกะเพรามีความสูงตั้งแต่ 30-60 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้านสาขา ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน รูปทรงรี มีรสเผ็ดร้อนกลิ่นฉุน1 กะเพรามีสรรพคุณแก้ปวดท้อง ท้องอืด แก้ลมจุกเสียดแน่นท้อง ขับลมทำให้เรอ เหมาะสำหรับเด็ก ในแง่คุณค่าทางอาหาร กะเพรามีเบต้าแคโรทีนสูง เสริมด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน การปลูกกะเพราทำได้โดยการเพาะเมล็ดหรือปักชำกิ่ง หว่านเมล็ดให้ทั่วแปลง ใช้ฟางกลบหรือปุ๋ยคอกโรยทับบางๆ รดน้ำตามทันที ใช้ฟักบัวรดน้ำต้นไม้รูเล็กๆ เมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้าภายใน 7 วัน รอจนต้นกล้าอายุ 1 เดือน ค่อยถอนแยกจัดระยะต้นให้มีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร กะเพราชอบแสงแดดแบบเต็มวัน ควรรดน้ำทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง ปลูกในดินร่วนระบายน้ำดี ขิงและข่า – สมุนไพรตระกูลเดียวกัน ขิงเป็นไม้ล้มลุกมีเหง้าอยู่ใต้ดิน [...]
