加载中...
加载中...
พบ 10 บทความ

2025/5/20 • 由 Homeday
การพบหนอนผีเสื้อในสวนเป็นปัญหาที่สร้างความกังวลให้กับคนรักต้นไม้หลายคน เพราะเจ้าตัวหนอนพวกนี้สามารถกัดกินใบ ยอดอ่อน และส่วนต่างๆ ของพืชจนเสียหายอย่างรวดเร็ว บางครั้งเพียงชั่วข้ามคืนก็พบว่าต้นไม้ที่ปลูกไว้อาจถูกกัดกินจนแทบไม่เหลือใบสักใบ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับวิธีการสังเกตและกำจัดหนอนผีเสื้อด้วยวิธีที่ปลอดภัย ไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย ซึ่งคุณสามารถทำได้เองที่บ้านด้วยวัตถุดิบง่ายๆ หนอนผีเสื้อคืออะไร และทำไมจึงเป็นศัตรูพืชที่น่ากลัว? หนอนผีเสื้อเป็นตัวอ่อนในวงจรชีวิตของผีเสื้อและแมลงกลุ่มเลพิดอพเทรา (Lepidoptera) ซึ่งเป็นระยะที่กินอาหารมากที่สุดเพื่อสะสมพลังงานก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นดักแด้และผีเสื้อตัวเต็มวัยต่อไป ธรรมชาติของหนอนผีเสื้อคือการกินใบพืชเป็นอาหารหลัก โดยเฉพาะพืชที่มีดอกที่ผลิตน้ำหวาน เช่น ต้นพุด ดอกรัก และไม้ดอกต่างๆ ที่น่าตกใจคือ หลังจากที่ผีเสื้อวางไข่ประมาณ 10-12 วัน ไข่จะฟักเป็นหนอนที่มีช่วงอายุเพียง 7 วันก่อนจะเข้าสู่ระยะดักแด้ แต่ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ นี้ หนอนจะกินอาหารตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เกิดความเสียหายอย่างรวดเร็วและรุนแรง ในฟาร์มปลูกผักและสวนผลไม้ หนอนผีเสื้อสามารถสร้างความเสียหายหลายรูปแบบ ทั้งทำลายใบพืช ทำให้พื้นที่สังเคราะห์แสงลดลง ทำลายดอกและผล และบางครั้งยังนำเชื้อโรคมาสู่พืชอีกด้วย จะสังเกตอย่างไรว่ามีหนอนผีเสื้อในสวนของเรา? การสังเกตหนอนผีเสื้อในระยะเริ่มต้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันความเสียหายรุนแรง มีวิธีสังเกตง่ายๆ ดังนี้: สังเกตไข่ผีเสื้อ: ผีเสื้อมักวางไข่บนต้นไม้ที่เป็นแหล่งอาหาร ไข่มักมีขนาดเล็กและอาจเห็นเป็นกลุ่มอยู่ใต้ใบ ใบแหว่งหรือมีรอยกัดแทะ: หนอนผีเสื้อมักกัดใบจากขอบใบเข้ามา ไม่ใช่เจาะเป็นรูจากกลางใบ ใยดักแด้หรือรังไหม: หากพบใยหรือรังไหมตามต้นไม้ แสดงว่าอาจมีหนอนกำลังเตรียมเข้าสู่ระยะดักแด้ มูล: หนอนผีเสื้อมักถ่ายทิ้งไว้บริเวณที่กินอาหาร มีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ [...]

2025/3/17 • 由 Homeday
“บริษัท สวนทรายงาม จำกัด” ธุรกิจสวนเกษตรอินทรีย์ อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ภายใต้การบริหารของกลุ่มธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้เอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) ทำธุรกิจสวนเกษตรที่รักษาสมดุลของธรรมชาติและส่งเสริมการผลิตพืชผลทางการเกษตรที่ยั่งยืน ด้วยยึดแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นายศิวโรจน์ เสาวมล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สวนทรายงาม จำกัด เปิดเผยว่า “สวนทรายงาม” ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการที่ยึดมั่นในความรับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งเน้นใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ, สังคม, และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งยึดถือหลักธรรมาภิบาลที่เข้มงวด เพื่อให้ทุกกิจกรรมของบริษัทมีส่วนในการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน “สวนทรายงาม” ได้เลือกใช้แนวทางของการทำเกษตรแบบผสมผสาน โดยปลูกพืชหลากหลายทั้งปาล์มน้ำมัน, ยางพารา, ยูคาลิปตัส, กระถินเทพา, และเมล่อน ฯลฯ ที่มีการดูแลด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์ที่เข้มข้น อาทิ การใช้ปุ๋ยจากมูลไส้เดือน และการทดลองปุ๋ยจากใบกระถินเทพา เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน และลดการใช้สารเคมี รวมถึงมีการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพยังเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความชุ่มชื้นในดิน และลดการใช้น้ำที่ไม่จำเป็น จึงทำให้สวนทรายงามสามารถผลิตพืชผลคุณภาพสูง เช่น เมล่อนที่มีรสชาติหวานฉ่ำ ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และตอบสนองความต้องการของตลาดที่มองหาผลผลิตที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน ประกอบกับเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกและไม่ได้หยุดแค่การเกษตรอินทรีย์เท่านั้น แต่ยังคงเดินหน้าสร้างอนาคตด้วยการปลูกไม้เศรษฐกิจ โดยมีโครงการร่วมปลูกต้นไม้เศรษฐกิจ [...]

2025/3/11 • 由 Homeday
ตำบลแม่ทอม อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา จากโครงการ “วัฒนธรรมสร้างสุข ท่องเที่ยวปลอดภัย” มีเรื่องราวของการท่องเที่ยววัฒนธรรมที่มีความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร หนึ่งในสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในชุมชนแห่งนี้คือ “ปิ่นโตร้อยสาย” ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้านผ่านการรับประทานอาหารพื้นถิ่นภาคใต้ ที่มีการเตรียมอย่างพิถีพิถัน อาหารแต่ละเมนูพื้นบ้านยังสะท้อนถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิถีชีวิตที่ยั่งยืนของชุมชนย่านนี้ โดยทุกเมนูผ่านการปรุงรสจากแม่ครัวของแต่ละบ้านในชุมชน ที่ล้วนประกอบขึ้นจากวัตถุดิบคุณภาพจากพื้นที่ในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นผักสวนเกษตรอินทรีย์ภายในครัวเรือน ปลาจากทะเลสาบสงขลา หรือ ตลาดนัด 100 ปี วัดคูเต่า ศูนย์รวมวัตถุดิบจากลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา กำเนิดปิ่นโตร้อยสาย นางเตือนจิต ศรีสวัสดิ์ หรือ “พี่เตือน” อาสาสมัครวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตำบลแม่ทอม อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา เล่าถึงที่มาของการก่อกำเนิดของ “ปิ่นโตร้อยสาย” ว่า เกิดขึ้นจากปัญหาการจัดประชุมในชุมชนที่ไม่มีงบประมาณสำหรับค่าเดินทางและค่าอาหาร จึงเกิดแนวคิดให้ทุกคนในชุมชนทำอาหารใส่ปิ่นโตมาเพื่อรับประทานร่วมกันหลังการประชุม หลังจากนั้น เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมพื้นที่ท่องเที่ยวของเรา จึงเสนอให้นำอาหารท้องถิ่น อาหารพื้นบ้าน ที่เราทำกินกันทุกวันในครัวเรือนมาเสิร์ฟให้กับนักท่องเที่ยว ในรูปแบบของปิ่นโต ส่วนคำว่า ร้อยสาย เกิดจากกลุ่มชาวประมงภาคใต้ ได้มาจัดกิจกรรมปล่อยกุ้ง ในพื้นที่ของเรา ทางประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (นายชาญวิทูร สุขสว่างไกร) เสนอให้ทางชุมชนเราจัดปิ่นโตไปเสิร์ฟให้กับคณะ ซึ่งคราวนั้นมากันกว่า 150 [...]

2025/2/20 • 由 Homeday
กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการผลิตวัสดุสัมผัสอาหารจากธรรมชาติ ลงพื้นที่พบผู้ผลิตภาชนะกาบหมากใน 3 จังหวัด ตั้งเป้ายกระดับมาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค ระหว่างวันที่ 3 – 4 กุมภาพันธ์ 2568 ศูนย์ตรวจและรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ (ศรผ.) สถาบันพัฒนามาตรฐานและตรวจสอบรับรอง (สมต.) กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวง อว. ได้ลงพื้นที่ จังหวัดพิษณุโลก พบผู้ประกอบการชุมชน วิสาหกิจชุมชนไทไอดิน และวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง 459 เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อกำหนดและการรับรองผลิตภัณฑ์วัสดุสัมผัสอาหารจากธรรมชาติ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะ เพื่อพัฒนาการให้บริการรับรองผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น จากนั้นในวันที่ 5 – 6 กุมภาพันธ์ 2568 ศรผ. ได้เดินทางต่อไปยัง จังหวัดตาก และจังหวัดลำปาง เพื่อตรวจประเมินสุขลักษณะของสถานประกอบการผู้ผลิตภาชนะกาบหมาก ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนโฮมฮักตาก และ วิสาหกิจชุมชนผลิตจานกาบหมากและวัสดุธรรมชาติห้างฉัตร ลำปาง การตรวจประเมินครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.พิทยา ใจคำ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เป็นหัวหน้าทีมตรวจสอบการตรวจประเมินมุ่งเน้นให้การผลิตภาชนะกาบหมากเป็นไปตามข้อกำหนดด้านสุขลักษณะและคุณภาพ ครอบคลุมตั้งแต่ [...]

2025/2/17 • 由 Homeday
กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ขับเคลื่อนการพัฒนาฟาร์มไข่ผำอินทรีย์ต้นแบบให้ได้มาตรฐาน Good Agriculture Practices (GAP) และ Participatory Guarantee System (PGS) และพัฒนาสู่ฟาร์มไข่ผำให้สอดคล้องเป็นไปตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ โดยนำร่องใน 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ มหาสารคาม ร้อยยเอ็ด กาฬสินธุ์และ ขอนแก่น เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิตและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรไทย ระหว่างวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ 2568 ดร.กนิษฐ์ ตะปะสา ผู้อำนวยการสถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ (สอช.) วศ. เปิดเผยว่า ไข่ผำ (Wolffia) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “คาเวียร์เขียว (Green Caviar)” เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะโปรตีน ซึ่งบางสายพันธุ์มีปริมาณสูงถึง 48.6% ทั้งยังได้รับการผลักดันให้เป็นพืชยุทธศาสตร์ในหมวดอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ภายใต้นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่างไรก็ตาม การเพาะเลี้ยงไข่ผำในแหล่งน้ำธรรมชาติบางแห่ง ซึ่งอาจมีความเสี่ยงจากปัญหาการปนเปื้อนจากสารเคมี โลหะหนัก [...]

2025/3/17 • 由 Homeday
เชียงใหม่ เมืองแห่งวัฒนธรรมที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ ได้ต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลกมายาวนาน และหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบคือ “โครงการจริงใจมาร์เก็ต – ในย่านจริงใจเซ็นทรัล” ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ 28 ไร่ ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2549 โดยเป็นตลาดชุมชนที่พลิกโฉมตลาดแบบดั้งเดิมสู่พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและเศรษฐกิจยั่งยืนที่สะท้อนความสุขในการอยู่ร่วมกัน โครงการนี้เป็นมากกว่าตลาดทั่วไป แต่คือ ชุมชนรักษ์โลก ที่รวบรวมที่สุดของผลผลิตเกษตรอินทรีย์, หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน, ร้านไอเดียสร้างสรรค์, ร้านอาหารประจำถิ่น พร้อมขับเคลื่อนแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อมทุกมิติ ครอบคลุมทั้งบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก, สินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และจัดการขยะอย่างถูกวิธี ตอบโจทย์ท่องเที่ยววิถีชุมชนยั่งยืน ในปี 2567 ที่ผ่านมา “โครงการจริงใจมาร์เก็ต – ในย่านจริงใจเซ็นทรัล” ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 1.6 ล้านคน และช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนผ่านร้านค้ากว่า 390 ร้าน ก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดตลอดปีมากกว่า 500 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีคณะเยี่ยมชมและศึกษาดูงานรวม 45 คณะ รวมถึงสามารถจัดการขยะอย่างถูกต้องได้ถึง 17,087 กิโลกรัม ในปี 2567 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 32,727.42 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 2,618 ต้น [...]

2025/5/29 • 由 Homeday
การปลูกผักสวนครัวอายุสั้นกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนที่ต้องการผักปลอดสารพิษไว้บริโภคเองและสร้างรายได้เสริม ด้วยระยะเวลาเพาะปลูกที่สั้น ใช้เวลาเพียง 4 วัน ถึง 2 เดือนก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว ทำให้ได้ผลตอบแทนที่รวดเร็วและคุ้มค่าการลงทุน ผักเหล่านี้ส่วนใหญ่ปลูกง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก และสามารถปลูกได้ทั้งในพื้นที่จำกัดอย่างคอนโดหรือบ้านทาวน์เฮาส์ รวมถึงพื้นที่เกษตรขนาดใหญ่เพื่อการค้า ผักสวนครัวอายุสั้นเหล่านี้ยังมีความต้องการในตลาดสูง จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างอาชีพเสริมหรือเริ่มต้นธุรกิจเกษตรอินทรีย์ ถั่วงอก ผักสวนครัวอายุสั้นที่สุดเพียง 4 วัน ถั่วงอกถือเป็นผักสวนครัวที่มีอายุการปลูกสั้นที่สุด โดยใช้เวลาเพียงแค่ 4 วันก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรายได้เร็วและหมุนเวียนการผลิตได้บ่อย วิธีการปลูกถั่วงอกเริ่มต้นจากการนำเมล็ดถั่วเขียวไปแช่น้ำประมาณ 6-12 ชั่วโมง จากนั้นจึงนำภาชนะที่มีฝาปิดมาเปิดออก ปูกระดาษทิชชูรองไว้ด้านล่าง แล้วโรยเมล็ดถั่วเขียวให้ทั่ว ปิดทับด้วยกระดาษทิชชูอีกชั้นหนึ่ง และปิดฝาให้สนิท การดูแลทำได้ง่ายๆ เพียงฉีดน้ำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ใช้เวลาเพียง 4 วันก็จะได้ถั่วงอกไว้รับประทานหรือขายได้แล้ว ถั่วงอกมีความต้องการในตลาดสูงเนื่องจากเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารไทยหลายชนิด ทั้งผัดไทย ผัดซีอิ๊ว และก๋วยเตี๋ยวต่างๆ ทำให้การปลูกถั่วงอกเป็นธุรกิจที่มีความต่อเนื่องและสร้างรายได้ที่มั่นคง ต้นอ่อนทานตะวัน ซุปเปอร์ฟู้ดที่โตภายใน 7 วัน ต้นอ่อนทานตะวันเป็นอีกหนึ่งผักสวนครัวอายุสั้นที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 7 วัน ต้นอ่อนทานตะวันมีรสชาติหวานนำ เหมาะสำหรับการทำสลัดหรือโรยหน้าอาหารเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ การเพาะปลูกต้นอ่อนทานตะวันเริ่มจากการนำเมล็ดทานตะวันสำหรับเพาะต้นอ่อนไปแช่ในน้ำอุ่นประมาณ 12 ชั่วโมง [...]

2025/11/4 • 由 Homeday
BC4C ปีที่ 14 มอบทุน 3 กิจการเพื่อสังคมรวม 750,000 บาท จุดไฟสร้างสรรค์ให้ “กลุ่มชาติพันธุ์ – ผู้พิการ – เกษตรอินทรีย์” บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ร่วมกับสถาบัน ChangeFusion ประกาศผล 3 ผู้ชนะกิจการเพื่อสังคมในโครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (Banpu Champions for Change: BC4C) ปีที่ 14 ภายใต้แนวคิด “จุดไฟ โตไปพร้อมกัน” ได้แก่ “Seeds Journey” จาก NGO สู่ SE ที่สืบสานอัตลักษณ์อาหารของชาติพันธุ์ “ไม้เมืองเลย” สร้างรายได้ต่อเนื่องให้ผู้พิการจากการจ้างผลิต ‘อุปกรณ์ฟื้นฟูผู้พิการจากงานไม้’ และการขยายตลาดสู่ภาครัฐ “แสนบุญฟาร์ม” สร้างความแข็งแกร่งให้ชุมชน ดึงคนรุ่นใหม่กลับบ้านด้วยไลน์สินค้า ‘เปเปอร์มิ้นต์’ [...]

2025/5/25 • 由 Homeday
ปุ๋ยไส้เดือนหรือเวอร์มิคอมโพสต์ได้กลายเป็นหนึ่งในวิธีการเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูงในการบำรุงดินและส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ปุ๋ยชนิดนี้ผลิตจากกระบวนการย่อยสลายเศษอินทรีย์วัตถุโดยไส้เดือนดิน ซึ่งสามารถเพิ่มปริมาณธาตุอาหารในดิน ปรับปรุงโครงสร้างดิน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การศึกษาวิจัยต่างๆ พบว่าปุ๋ยไส้เดือนมีธาตุอาหารที่พืชนำไปใช้ได้ในปริมาณสูงกว่าปุ๋ยหมักทั่วไป และยังช่วยเพิ่มจุลินทรีย์มีประโยชน์ในดินอีกด้วย ปุ๋ยไส้เดือนคืออะไรและมีที่มาอย่างไร? ปุ๋ยไส้เดือนหรือปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนเป็นผลผลิตที่เกิดจากกระบวนการย่อยสลายเศษอินทรีย์วัตถุต่างๆ โดยไส้เดือนดิน กระบวนการนี้เรียกว่า “เวอร์มิคอมโพสติ้ง” ซึ่งเป็นการนำไส้เดือนดินมาเลี้ยงเพื่อเปลี่ยนองค์ประกอบของเศษอินทรีย์วัตถุและเพิ่มจุลินทรีย์มีประโยชน์ ไส้เดือนจะกินเศษอินทรีย์วัตถุเข้าไป ผ่านกระบวนการย่อยสลายภายในลำไส้ แล้วขับถ่ายออกมาเป็นมูลที่อุดมไปด้วยธาตุอาหาร ลักษณะของปุ๋ยไส้เดือนมีรูปทรงเป็นเม็ดร่วนละเอียด สีดำหรือสีน้ำตาล โปร่งเบา มีความพรุนสูง สามารถระบายน้ำและอากาศได้ดีมาก ปุ๋ยชนิดนี้มีความจุความชื้นสูงและประมาณอินทรีย์วัตถุสูงมาก เนื่องจากเป็นผลจากการย่อยสลายโดยกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่อยู่ในลำไส้และน้ำย่อยของไส้เดือนดิน ไส้เดือนที่นิยมใช้ในการผลิตปุ๋ยมี 3 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ ไทเกอร์ วอร์ม แอฟริกัน ไนท์ คลอเลอร์ และขี้ตาแร่ โดยแอฟริกัน ไนท์ คลอเลอร์เป็นสายพันธุ์ที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากสามารถย่อยสลายมูลวัวและมูลควายได้ดี สายพันธุ์ไส้เดือนที่มีประสิทธิภาพในการผลิตเวอร์มิคอมโพสต์ ได้แก่ Eisenia foetida, Amyanthes differigens และ Eudrillus eugineae วิธีการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ยมีกี่แบบ? การเลี้ยงไส้เดือนเพื่อทำปุ๋ยสามารถทำได้หลายวิธี โดยส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น 2 วิธีหลัก คือ วิธีเลี้ยงในกะละมังและวิธีเลี้ยงในบ่อซีเมนต์1 [...]

2025/5/23 • 由 Homeday
การปลูกฟักทองญี่ปุ่นในพื้นที่จำกัดด้วยวิธีการเกษตรอินทรีย์กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากฟักทองญี่ปุ่นมีราคาค่อนข้างสูงในท้องตลาด แต่สามารถปลูกเองได้ง่ายแม้ในพื้นที่เล็ก การใช้เทคนิคการปลูกแบบเลื้อยขึ้นฟ้าร่วมกับการดูแลด้วยสารธรรมชาติ ทำให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยและมีคุณภาพดี โดยผู้ที่ทำงานประจำยังสามารถดูแลได้ในช่วงเย็นและวันหยุด นอกจากนี้การใช้สูตรฮอร์โมนไข่และน้ำสมุนไพรไล่แมลงยังช่วยเพิ่มผลผลิตและรักษาความปลอดภัยของพืชผลอีกด้วย เตรียมวัสดุและพื้นที่ปลูกอย่างไรให้เหมาะสม? การเตรียมวัสดุปลูกเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการปลูกฟักทองญี่ปุ่น วัสดุหลักที่ต้องใช้ ได้แก่ ถุงเพาะชำขนาด 8×13 นิ้ว ที่ไม่เจาะรู กาบมะพร้าวสับผสมกับขุยมะพร้าวในอัตราส่วน 50:50 และปุ๋ยเม็ดสูตร 16-16-16สิ่งสำคัญที่ต้องระวังคือการเตรียมขุยมะพร้าว เนื่องจากมีสารแทนนินที่มีฤทธิ์เป็นกรดและอาจทำให้ต้นกล้าเติบโตไม่ดี ก่อนนำขุยมะพร้าวและกาบมะพร้าวสับมาใช้ จำเป็นต้องแช่น้ำสะอาดทิ้งไว้ 1-2 คืน หรือล้างน้ำหลายครั้งจนกว่าน้ำจะใสไม่เป็นสีน้ำตาลการกำจัดสารแทนนินนี้จะช่วยป้องกันปัญหาต้นไม่โต ใบเหลือง และขอบใบไหม้ นอกจากนี้ควรผสมสารป้องกันแมลงชนิดดูดซึมเข้าทางระบบรากลงในวัสดุปลูก และเพิ่มไตรโคเดอร์มาเพื่อป้องกันโรครากเน่า โดยต้องบ่มเชื้อไว้ประมาณ 7 วัน การย้ายต้นกล้าลงถุงควรทำในช่วงเช้าหรือเย็น หรือช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัด เพื่อไม่ให้ต้นกล้าเครียดจากการเปลี่ยนสภาพแวดล้อม หลังจากลงถุงแล้ว ต้นฟักทองจะเติบโตอย่างรวดเร็ว สามารถวัดได้วันละคืบ จึงต้องเตรียมโครงสร้างให้เลื้อยขึ้นไปด้วย โรงเรือนและโครงสร้างสำหรับฟักทองควรสร้างอย่างไร? การสร้างโรงเรือนเล็กสำหรับฟักทองญี่ปุ่นสามารถทำได้ด้วยท่อ PVC ขนาด 6 หุน โดยมีขนาดกว้าง 2-3 เมตร ยาว 3-4 เมตร สูง 2.30 เมตร วัสดุคลุมสามารถใช้พลาสติกใสที่ซื้อมาจากร้านขายอุปกรณ์เกษตร [...]