加载中...
加载中...

2026/1/30 • 由 Homeday
‘สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน’ กางแผนปี 2569 สานต่อวิสัยทัศน์ B-Q-O : Brand Awareness – Quality – Organization เดินหน้าจัดตั้ง ‘บอร์ดภูมิภาค’ (Regional Committee) เป็นครั้งแรก นำร่องภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ หัวหอกลุยจัดงานแฟร์สัญจร ขยายพื้นที่สร้างการรับรู้มาตรฐานก่อสร้างบ้านถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ เผยสรุปตัวเลขปี 2568 ตลาดบ้านสร้างเอง มีมูลค่า 190,134 ล้านบาท หดตัว 11% ชี้ ‘ต่างจังหวัด’ เติบโตแข็งแกร่ง ครองส่วนแบ่ง 77% กรุงเทพฯ และปริมณฑล ร่วงมาอยู่ที่ 23% เตรียมชงรัฐอัดยาแรง 3 เรื่อง 1. คนละครึ่งภาคอสังหาฯ 2. ต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษี ‘อีก 2 ปี’ สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2570 และ 3. เตรียมเสนอขยายวงเงินลดหย่อนภาษีปลูกสร้างบ้านจาก [...]

2025/6/4 • 由 Homeday
การสร้างสตูดิโอในสวนหลังบ้านหรือที่เรียกกันว่า Backyard Studio กำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะในหมู่คนที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวสำหรับการทำงาน พักผ่อน หรือดำเนินกิจกรรมต่างๆ แยกออกจากตัวบ้านหลัก แนวคิดนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับบ้าน แต่ยังสร้างพื้นที่หลากหลายประโยชน์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคใหม่ โดยมีการพัฒนาและปรับแต่งให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและความต้องการของแต่ละครอบครัว ขอบคุณภาพจาก : Studio Shed ความหมายและที่มาของสตูดิโอในสวนหลังบ้าน สตูดิโอในสวนหลังบ้านเป็นแนวคิดที่มีต้นกำเนิดจากประเทศในแถบตะวันตก ซึ่งเป็นการเปลี่ยนพื้นที่ว่างในสวนหลังบ้านให้กลายเป็นห้องสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ตามความต้องการ เช่น ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น หรือห้องจัดปาร์ตี้ โครงสร้างเหล่านี้มักจะเป็นอาคารขนาดเล็กที่แยกออกจากตัวบ้านหลัก แต่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้สะดวก แต่ยังคงความเป็นส่วนตัว การออกแบบสตูดิโอในสวนหลังบ้านมักจะคำนึงถึงการใช้งานจริงและสภาพแวดล้อม โดยต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น ทิศทางแสงแดด การระบายอากาศ และความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงการเชื่อมโยงกับพื้นที่สวนและตัวบ้านหลัก เพื่อให้เกิดความลงตัวและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอบคุณภาพจาก : Summerwood Products หลากหลายรูปแบบของสตูดิโอในสวนหลังบ้าน รูปแบบของสตูดิโอในสวนหลังบ้านมีความหลากหลายมาก ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งานและพื้นที่ที่มีอยู่ โดยสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภท เช่น สตูดิโอสำหรับการทำงาน ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นโฮมออฟฟิศแยกต่างหาก ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดการรบกวนจากกิจกรรมภายในบ้าน หรือสตูดิโอสำหรับการพักผ่อน ที่เน้นความสงบและผ่อนคลาย บางครั้งอาจเป็นสตูดิโอแบบอเนกประสงค์ที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย เช่น เป็นห้องออกกำลังกาย ห้องเล่นดนตรี หรือพื้นที่สำหรับจัดงานเลี้ยงเล็กๆ การออกแบบจะต้องยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามความต้องการ [...]

2025/5/12 • 由 Homeday
การต่อเติมครัวหลังบ้านเป็นเรื่องที่เจ้าของบ้านหลายคนต้องการทำ โดยเฉพาะในบ้านทาวน์โฮมที่มีพื้นที่ครัวภายในตัวบ้านจำกัด แต่การต่อเติมที่ไม่ถูกหลักวิศวกรรมอาจนำมาซึ่งปัญหาโครงสร้างและการทรุดตัวในระยะยาว ซึ่งแก้ไขได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง บทความนี้จะรวบรวมเทคนิคสำคัญและข้อควรรู้เกี่ยวกับการต่อเติมครัวหลังบ้านอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และยั่งยืน เพื่อให้ท่านได้ใช้ห้องครัวได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาโครงสร้างในอนาคต ทำไมครัวหลังบ้านมักประสบปัญหาการทรุดตัว? การทรุดตัวของครัวที่ต่อเติมด้านหลังบ้านเป็นปัญหาที่พบบ่อย สาเหตุหลักมาจากการก่อสร้างที่ไม่คำนึงถึงโครงสร้างและฐานรากที่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับตัวบ้านหลัก ซึ่งมีการวางเสาเข็มที่ลึกถึงชั้นดินแข็ง ขณะที่ส่วนต่อเติมมักใช้เสาเข็มสั้นที่ลงลึกเพียง 3-6 เมตรเท่านั้น เมื่อเสาเข็มของส่วนต่อเติมไม่ได้ลงลึกถึงชั้นดินแข็งเช่นเดียวกับตัวบ้าน จึงทำให้การรับน้ำหนักและการทรุดตัวของโครงสร้างทั้งสองส่วนแตกต่างกัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นดินแข็งหรือดินดานมักอยู่ที่ระดับความลึกประมาณ 16-21 เมตร แต่เสาเข็มของส่วนต่อเติมมักวางอยู่บนชั้นดินอ่อน ซึ่งอาศัยแรงฝืดของดินเป็นหลัก ทำให้เมื่อดินมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีปัจจัยอื่นมากระทบ ส่วนต่อเติมจะทรุดตัวเร็วกว่าตัวบ้าน นอกจากนี้ หากโครงสร้างของส่วนต่อเติมเชื่อมติดกับตัวบ้านโดยไม่มีการแยกโครงสร้างอย่างถูกต้อง เมื่อเกิดการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน จะทำให้เกิดรอยร้าวและแยกตัวตามรอยต่อระหว่างส่วนต่อเติมกับตัวบ้าน บางกรณีรุนแรงถึงขั้นสามารถสอดแขนเข้าไปในรอยแยกได้ สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างบ้านในระยะยาว วิธีต่อเติมครัวอย่างไรให้โครงสร้างแข็งแรงและปลอดภัย? การต่อเติมครัวหลังบ้านให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยในระยะยาวควรคำนึงถึงหลักการสำคัญหลายประการ ประการแรกคือการแยกโครงสร้างของส่วนต่อเติมออกจากตัวบ้านหลัก วิธีนี้จะช่วยป้องกันปัญหาการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันซึ่งอาจทำให้ตัวบ้านหลักเกิดความเสียหาย การแยกโครงสร้างทำได้โดยการออกแบบให้ครัวหลังบ้านมีเสา คาน และฐานรากแยกจากตัวบ้านอย่างชัดเจน เมื่อมีการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน ส่วนต่อเติมและตัวบ้านจะเคลื่อนตัวอย่างอิสระ ไม่ดึงรั้งซึ่งกันและกัน ทำให้ไม่เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างบ้านหลัก ในส่วนของหลังคา ควรออกแบบให้หลังคาของส่วนต่อเติมแยกออกจากหลังคาของตัวบ้าน และติดตั้งแฟลชชิ่งกันน้ำบริเวณรอยต่อของหลังคา เพื่อป้องกันน้ำรั่วซึมเมื่อเกิดการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน หลังคาที่ต่อเชื่อมกับตัวบ้านอาจทำให้เกิดปัญหาเมื่อส่วนต่อเติมทรุดตัว เพราะจะดึงรั้งหลังคาบ้านลงมาด้วย อีกทั้งควรใช้วัสดุก่อสร้างที่มีน้ำหนักเบาเพื่อลดน้ำหนักที่กดทับลงบนฐานราก เช่น การใช้อิฐมวลเบาแทนอิฐมอญ หรือการเลือกใช้วัสดุตกแต่งที่มีน้ำหนักเบา เช่น สแตนเลสแทนหินอ่อนหรือหินแกรนิต [...]

2025/4/15 • 由 Homeday
เมื่อเข้าอยู่บ้านใหม่หรืออาศัยในบ้านมาระยะหนึ่ง หลายคนอาจพบกับปัญหารอยร้าวตามผนัง ขอบประตู หรือแม้แต่พื้นบ้าน ซึ่งนอกจากจะทำให้บ้านดูไม่สวยงามแล้ว ยังอาจสร้างความกังวลใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของโครงสร้างบ้าน รอยร้าวบางประเภทสามารถซ่อมแซมได้ด้วยตัวเอง แต่บางประเภทอาจต้องเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญมาดูแล บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจสาเหตุ ประเภทของรอยร้าว และวิธีการซ่อมแซมที่เหมาะสม เพื่อให้บ้านกลับมาสวยงามและปลอดภัยอีกครั้ง สาเหตุหลักที่ทำให้ผนังบ้านเกิดรอยร้าว รอยร้าวบนผนังบ้านสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ความเข้าใจถึงต้นตอของปัญหาจะช่วยให้คุณซ่อมแซมได้ตรงจุดและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต โดยสาเหตุหลักๆ มีดังนี้ การก่อสร้างที่ขาดคุณภาพ โดยส่วนใหญ่แล้ว บ้านหรือห้องที่มีรอยผนังร้าวมักเกิดจากการก่อสร้างที่ไม่มีคุณภาพ อาจเป็นเพราะช่างที่ทำงานขาดทักษะความชำนาญ หรือมีการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน การผสมปูนที่ไม่ถูกสัดส่วน หรือการฉาบที่ไม่ละเอียดพอ ทำให้เกิดความผิดพลาดและส่งผลให้เกิดรอยร้าวในเวลาต่อมา หากเป็นเพียงรอยเล็กๆ อาจไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าเป็นรอยใหญ่ควรซ่อมหรืออุดรอยร้าวนั้นให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมาภายหลัง โครงสร้างบ้านเกิดการทรุดตัว เมื่อบ้านมีอายุมากขึ้น บ้านอาจเกิดการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ยิ่งบ้านอายุนานเท่าไร โอกาสในการเกิดรอยร้าวก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากโครงสร้างของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเสา คาน หรือพื้น อาจเกิดการทรุดตัวตามธรรมชาติ จนบางครั้งเสาหรือคานรับน้ำหนักไม่ไหว ส่งผลให้ผนังเริ่มแตกร้าวเป็นรอย โดยเฉพาะเมื่อมีการทรุดตัวของฐานรากที่ไม่เท่ากัน ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดรอยร้าวมากขึ้น การต่อเติมหรือรีโนเวทบ้าน อีกสาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยคือการต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านในภายหลัง โดยเฉพาะเมื่อดำเนินการโดยช่างที่ไม่มีความชำนาญพอ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเดิมและทำให้เกิดรอยร้าวตามผนังได้ บริเวณที่มักพบรอยร้าวหลังการต่อเติมคือขอบและวงกบประตูหรือหน้าต่าง รวมถึงรอยต่อระหว่างโครงสร้างเดิมและส่วนที่ต่อเติม ดังนั้น เวลาที่จะทุบหรือซ่อมแซมบ้าน ควรต้องระมัดระวังและวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง สภาพอากาศที่แปรปรวน สภาพอากาศก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดรอยร้าวได้ อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น [...]

2025/4/15 • 由 Homeday
บ้านเลขที่เป็นตัวเลขสำคัญที่ระบุพิกัดที่อยู่อาศัยได้อย่างชัดเจน และมีความจำเป็นต่อการดำเนินการเรื่องระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการขอใช้ไฟฟ้า น้ำประปา หรือโทรศัพท์ การขอบ้านเลขที่ต้องดำเนินการภายใน 15 วันหลังจากสร้างบ้านเสร็จสมบูรณ์ เพื่อให้ได้เลขที่บ้านอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รายงานนี้จะแนะนำขั้นตอน เอกสารที่จำเป็น และข้อมูลสำคัญทั้งหมดเกี่ยวกับการขอบ้านเลขที่ในประเทศไทย ความสำคัญของการขอบ้านเลขที่ การขอเลขที่บ้านเป็นขั้นตอนสำคัญตามกฎหมายที่ช่วยรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของเจ้าของบ้าน ทั้งในเรื่องการออกทะเบียนบ้านและการขอใช้สาธารณูปโภคต่างๆ เช่น น้ำประปา ไฟฟ้า และโทรศัพท์1 การไม่ดำเนินการขอบ้านเลขที่ภายในระยะเวลาที่กำหนดอาจมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของบ้านควรดำเนินการให้ถูกต้องและทันเวลา12 บ้านเลขที่ยังมีความสำคัญในแง่ของการระบุตำแหน่งของบ้านอย่างชัดเจน ทำให้สามารถจัดส่งไปรษณีย์ การติดต่อราชการ และการทำธุรกรรมต่างๆ ที่ต้องใช้ที่อยู่เป็นไปอย่างถูกต้องและสะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ การมีบ้านเลขที่ยังเป็นการยืนยันว่าบ้านของคุณได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย3 ลักษณะบ้านที่ขอเลขที่บ้านได้ ตามความหมายในพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 “บ้าน” หมายถึง โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยซึ่งมีเจ้าบ้านครอบครอง โดยบ้านหนึ่งหลังจะกำหนดเลขที่บ้านให้เพียงหมายเลขเดียวเท่านั้น1 ลักษณะบ้านที่สามารถขอเลขที่บ้านได้มีดังนี้: บ้านทั่วไป: บ้านที่สร้างเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว โดยหากมีบ้านหลายหลังในบริเวณเดียวกัน ก็ให้กำหนดเลขที่บ้านเพียงเลขเดียว แต่ในกรณีที่ต้องการกำหนดเลขที่บ้านเพิ่ม สามารถยื่นเรื่องขอกับนายทะเบียนได้12 ตึกแถว ห้องแถว หรืออาคารชุด: ในกรณีนี้ จะต้องขอเลขที่บ้านทุกห้องเป็นชุดแยกกัน เพราะถือว่าแต่ละห้องนับเป็นบ้านหนึ่งหลัง12 บ้านน็อคดาวน์หรือบ้านสำเร็จรูป: สามารถขอเลขที่บ้านได้ตามปกติเหมือนกับบ้านที่ก่อสร้างแบบทั่วไป หากตั้งอยู่บนที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง ก็ถือเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ถูกต้องตามกฎหมาย12 [...]

2025/4/2 • 由 Homeday
แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นโดยไม่อาจคาดเดาล่วงหน้าได้ สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ในประเทศไทยแม้จะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวรุนแรงเท่าบางประเทศ แต่ก็เคยเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายมาแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ การเตรียมบ้านให้พร้อมรับมือกับแผ่นดินไหวเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกครอบครัวควรตระหนักถึง บทความนี้จะแนะนำ 7 วิธีที่ช่วยให้บ้านของคุณและผู้อยู่อาศัยปลอดภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว 1. การตรวจสอบโครงสร้างบ้านให้มั่นคงแข็งแรง การเตรียมบ้านให้พร้อมรับมือกับแผ่นดินไหวเริ่มต้นที่โครงสร้างหลักของบ้าน โครงสร้างที่แข็งแรงคือด่านแรกในการปกป้องผู้อยู่อาศัยจากภัยแผ่นดินไหว สำหรับบ้านที่สร้างใหม่ ควรออกแบบและก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐานการต้านทานแผ่นดินไหว (Seismic Design) ซึ่งจะทำให้โครงสร้างบ้านสามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี มาตรฐานดังกล่าวประกอบด้วยการเลือกใช้วัสดุที่มีความยืดหยุ่น การเสริมเหล็กในจุดสำคัญ และการออกแบบให้น้ำหนักกระจายตัวอย่างสมดุล สำหรับบ้านที่มีอยู่แล้ว ควรตรวจสอบสภาพโครงสร้างอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นเสา คาน และฐานราก หากพบรอยแตกร้าว การทรุดตัว หรือความผิดปกติใดๆ ควรรีบซ่อมแซมทันที การเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การติดตั้งค้ำยันเพิ่มเติม การเสริมกำแพงรับแรงเฉือน (Shear Wall) หรือการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เสริมความแข็งแรงในจุดสำคัญ นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับจุดต่อระหว่างโครงสร้างต่างๆ เช่น รอยต่อระหว่างเสากับคาน หรือผนังกับพื้น ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่มักเกิดความเสียหายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว การใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อที่แข็งแรงและยืดหยุ่น เช่น แผ่นเหล็กเสริมกำลัง หรือสลักเกลียวพิเศษ จะช่วยให้โครงสร้างสามารถเคลื่อนตัวและรับแรงสั่นสะเทือนได้ดีขึ้น 2. การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของใช้ภายในบ้าน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของใช้ภายในบ้านอย่างเหมาะสมเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ เช่น ตู้เสื้อผ้า [...]

2025/4/2 • 由 Homeday
แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า การเตรียมความพร้อมของที่อยู่อาศัยจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายและการบาดเจ็บ แม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวรุนแรง แต่เรายังคงสามารถรับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในประเทศเพื่อนบ้านได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดบ้านให้ปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยเน้นที่ 5 จุดสำคัญที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1. การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้าน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้านอย่างเหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการป้องกันอันตรายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากขณะเกิดแรงสั่นสะเทือน วัตถุหนักอาจล้มหรือเคลื่อนที่จนเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย การยึดติดเฟอร์นิเจอร์กับผนังหรือพื้น เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่เช่น ตู้เสื้อผ้า ตู้หนังสือ หรือชั้นวางของ ควรได้รับการยึดติดกับผนังหรือพื้นอย่างแน่นหนา สามารถใช้อุปกรณ์ยึดเฟอร์นิเจอร์ (Furniture Anchor) หรือสายรัดกันล้ม (Anti-tip Straps) ซึ่งมีจำหน่ายตามร้านอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป การยึดติดจะช่วยป้องกันไม่ให้เฟอร์นิเจอร์ล้มทับผู้อยู่อาศัยขณะเกิดแผ่นดินไหว โดยเฉพาะในห้องนอนเด็กหรือห้องที่มีการใช้งานเป็นประจำ การจัดวางของหนักในระดับต่ำ ควรวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากไว้ในชั้นล่างของชั้นวางของหรือตู้ เช่น หนังสือเล่มใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของสะสมที่มีน้ำหนัก ส่วนของเบาควรจัดเก็บไว้ในชั้นบน เพื่อลดความเสี่ยงที่ของหนักจะตกลงมาทำให้เกิดการบาดเจ็บ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการวางของหนักบนหัวเตียงหรือเหนือที่นั่งที่ใช้งานเป็นประจำ การจัดเตรียงทางหนีไฟ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ไม่กีดขวางทางออกฉุกเฉิน ประตู หน้าต่าง หรือเส้นทางการอพยพ ควรมีเส้นทางอพยพอย่างน้อย 2 เส้นทางในแต่ละห้อง โดยไม่มีสิ่งกีดขวางที่อาจล้มขวางทางได้ขณะเกิดแผ่นดินไหว การจัดให้มีพื้นที่ว่างที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับหลบภัยเฉพาะหน้า เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรงหรือใกล้เสาบ้าน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม 2. การตรวจสอบโครงสร้างอาคารและจุดเสี่ยง บ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรงย่อมปลอดภัยกว่าเมื่อเกิดแผ่นดินไหว [...]

2025/4/1 • 由 Homeday
บ้านเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงและเป็นที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยสำหรับครอบครัว แต่หลายคนมักมองข้ามสัญญาณเตือนที่บ่งบอกถึงปัญหาโครงสร้างที่อาจเกิดขึ้น การละเลยปัญหาเหล่านี้อาจนำไปสู่ความเสียหายที่รุนแรงและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่สูงขึ้นในอนาคต บทความนี้จะแนะนำ 7 สัญญาณเตือนสำคัญที่บ่งบอกว่าบ้านของคุณอาจกำลังประสบปัญหาโครงสร้าง พร้อมคำแนะนำในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเบื้องต้น รอยแตกบนผนังและเพดาน: สัญญาณเตือนที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุด รอยแตกบนผนังและเพดานเป็นสัญญาณเตือนที่พบได้บ่อยที่สุดและสังเกตเห็นได้ง่าย แต่หลายคนมักมองว่าเป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยเกี่ยวกับสีหรือปูนฉาบ ความจริงแล้ว รอยแตกเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของปัญหาโครงสร้างที่ร้ายแรงกว่าที่คิด รอยแตกในแนวทแยงมักเกิดจากการทรุดตัวของฐานรากบ้าน โดยเฉพาะเมื่อพบที่มุมของประตูหรือหน้าต่าง ลักษณะนี้บ่งบอกว่าโครงสร้างกำลังเคลื่อนตัวและรับน้ำหนักไม่สม่ำเสมอ ส่วนรอยแตกในแนวนอนอาจเกิดจากแรงกดทับจากด้านบนที่มากเกินไป หรือการเคลื่อนตัวของผนังจากความชื้นที่มากเกินไป ควรสังเกตความกว้างของรอยแตกด้วย รอยแตกขนาดเล็กกว่า 1 มิลลิเมตรอาจเป็นเพียงการหดตัวของวัสดุก่อสร้างตามอายุการใช้งาน แต่รอยแตกที่กว้างกว่า 5 มิลลิเมตรขึ้นไปควรได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว นอกจากนี้ควรสังเกตการขยายตัวของรอยแตก โดยอาจใช้วิธีทำเครื่องหมายที่ปลายรอยแตกและติดตามดูว่ามีการขยายตัวเพิ่มขึ้นหรือไม่ การตรวจสอบเบื้องต้นสามารถทำได้โดยใช้ไม้บรรทัดวัดความกว้างของรอยแตก และถ่ายภาพเก็บไว้เพื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงในอนาคต หากพบว่ารอยแตกมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างโดยเร็วที่สุด ประตูและหน้าต่างติดขัด: ปัญหาที่มากกว่าเรื่องบานพับ เมื่อประตูหรือหน้าต่างในบ้านเริ่มปิด-เปิดได้ยาก หลายคนมักคิดว่าเป็นเพียงปัญหาบานพับหรือกลไกเปิด-ปิดเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว นี่อาจเป็นสัญญาณของปัญหาโครงสร้างที่กำลังเกิดขึ้นกับบ้าน การที่ประตูหรือหน้าต่างติดขัด ปิดไม่สนิท หรือเปิดเองโดยไม่ได้ล็อค มักเกิดจากกรอบประตูหรือหน้าต่างเสียรูปทรง ซึ่งเป็นผลจากการเคลื่อนตัวของโครงสร้างบ้าน สาเหตุหลักมาจากฐานรากที่ทรุดตัวไม่เท่ากัน หรือการบิดตัวของโครงสร้างไม้เนื่องจากความชื้นหรือปลวก วิธีตรวจสอบอย่างง่ายคือการใช้ระดับน้ำวัดความสมดุลของกรอบประตูและหน้าต่าง หากพบว่ากรอบเอียงทั้งที่เคยตั้งตรง นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีการเคลื่อนตัวของโครงสร้าง โดยเฉพาะหากปัญหานี้เกิดขึ้นกับประตูหรือหน้าต่างหลายบานพร้อมกัน นอกจากนี้ ควรสังเกตช่องว่างระหว่างประตูกับกรอบประตู หากมีช่องว่างที่ไม่สม่ำเสมอ เช่น ด้านบนกว้างกว่าด้านล่าง หรือด้านหนึ่งกว้างกว่าอีกด้านหนึ่งมาก นั่นแสดงว่ากรอบประตูกำลังเสียรูปทรงเนื่องจากการเคลื่อนตัวของโครงสร้าง [...]

2025/3/26 • 由 Homeday
ในยุคปัจจุบัน การสร้างบ้านโมเดิร์นไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อต้องคำนึงถึงงบประมาณที่เหมาะสมและปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อราคาก่อสร้าง การเตรียมตัวและทำความเข้าใจปัจจัยสำคัญจะช่วยให้คุณวางแผนและควบคุมงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจัยที่ 1: ทำเลที่ตั้งและราคาที่ดิน ทำเลเป็นปัจจัยแรกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่องบประมาณก่อสร้างบ้าน พื้นที่ในเขตเมือง ย่านใจกลางธุรกิจ หรือทำเลที่มีความต้องการสูงจะมีราคาที่ดินแพงกว่าพื้นที่ชานเมืองหรือพื้นที่ห่างออกไป นอกจากนี้ ความแตกต่างของสภาพพื้นที่ เช่น พื้นที่ลาดชัน พื้นที่ต่ำ หรือพื้นที่มีข้อจำกัดทางธรณีวิทยา ยังส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการเตรียมพื้นที่และการก่อสร้างอีกด้วย ปัจจัยที่ 2: ขนาดและแบบของบ้าน ขนาดของบ้านเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดงบประมาณโดยตรง บ้านขนาด 150 ตารางเมตรจะมีต้นทุนต่างจากบ้านขนาด 250 ตารางเมตร แบบบ้านที่มีความซับซ้อนทางสถาปัตยกรรม เช่น การออกแบบโมเดิร์นที่ต้องการโครงสร้างพิเศษ มุมเฉียง หรือพื้นที่โล่งกว้าง จะส่งผลให้ค่าแรงและวัสดุเพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยที่ 3: คุณภาพและประเภทของวัสดุก่อสร้าง คุณภาพของวัสดุเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบอย่างมากต่องบประมาณ วัสดุก่อสร้างระดับพรีเมียม เช่น หินอ่อน กระจกพิเศษ เหล็กคุณภาพสูง หรือวัสดุที่มีนวัตกรรมพิเศษ จะมีราคาสูงกว่าวัสดุทั่วไป การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพและความทนทานจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ปัจจัยที่ 4: ระบบสาธารณูปโภคภายในบ้าน ระบบไฟฟ้า ประปา ระบบปรับอากาศ และระบบอัจฉริยะต่างๆ มีผลกระทบต่องบประมาณค่อนข้างมาก การติดตั้งระบบอัจฉริยะบ้าน [...]

2025/3/12 • 由 Homeday
องค์ประกอบหลักของโครงสร้างบ้านที่ต้องตรวจสอบ รากฐานและพื้นดิน รากฐานถือเป็นหัวใจสำคัญของความมั่นคงของบ้าน การตรวจสอบรากฐานอย่างละเอียดช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต นักประเมินมืออาชีพจะให้ความสำคัญกับสัญญาณต่อไปนี้: รอยแตกร้าวบริเวณพื้นและผนัง การทรุดตัวของพื้นบ้าน น้ำขังหรือความชื้นรอบฐานราก รอยแตกที่มีขนาดเกิน 3 มิลลิเมตร โครงสร้างหลัก โครงสร้างหลักของบ้านประกอบด้วยเสา คาน และผนัง ซึ่งต้องมีความแข็งแรงและทนทาน การตรวจสอบควรครอบคลุมประเด็นดังนี้: สภาพของเสาและคานหลัก ความเรียบร้อยของผนังก่อ การยึดเกาะระหว่างโครงสร้าง สัญญาณการผุกร่อนหรือความเสียหาย หลังคาและระบบกันซึม หลังคาเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ปกป้องบ้านจากสภาพอากาศ การตรวจสอบควรให้ความสนใจ: สภาพของวัสดุมุงหลังคา ระบบระบายน้ำบนหลังคา รอยรั่วซึม สภาพของโครงหลังคา เครื่องมือและเทคนิคการตรวจสอบ เครื่องมือพื้นฐาน นักตรวจสอบมืออาชีพจะใช้เครื่องมือเฉพาะทาง เช่น: เครื่องวัดความชื้น กล้องถ่ายภาพความร้อน เครื่องตรวจจับโครงสร้าง เครื่องวัดรอยแตกร้าว เทคนิคการตรวจสอบเชิงลึก การใช้อุปกรณ์ตรวจจับโครงสร้างด้วยคลื่นเสียง การถ่ายภาพด้วยกล้องอินฟราเรด การทดสอบความแข็งแรงของวัสดุ ระยะเวลาในการตรวจสอบ ช่วงเวลาที่เหมาะสม ทุก 3-5 ปี สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป ทุก 1-2 ปี สำหรับบ้านเก่าหรือมีอายุการใช้งานเกิน 20 ปี หลังเกิดภัยธรรมชาติรุนแรง เช่น แผ่นดินไหว [...]

2024/9/18 • 由 Homeday
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) ปลุกแรงซื้อครั้งใหญ่ ฉลองครบรอบ 20 ปี เปิดฉากงานใหญ่แห่งปี ‘รับสร้างบ้านและวัสดุ Expo 2024’ จัดหนัก จุใจ กระหน่ำดับเบิ้ลโปรโมชั่น ทั้งส่วนลดดอกเบี้ยเพิ่ม 20 สตางค์ เฉพาะจองในงานเท่านั้น!! ลุ้นทองคำ 20 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 530,000 บาท บูมกำลังซื้อคนต้องการสร้างบ้านโค้งสุ

2024/7/31 • 由 Homeday
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) นำโดย นายโอฬาร จันทร์ภู่ (แถวนั่งที่ 5 จากขวา) นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน นำทัพคณะกรรมการบริหาร กรรมการกิตติมศักดิ์ และบริษัทสมาชิกสมาคมฯ จัดงานทำบุญ เจริญพระพุทธมนต์ ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อเป็นสิริมงคลเนื่องในโอกาส “ครบรอบ 20 ปี” ก
