加载中...
加载中...
พบ 4 บทความ

2025/5/26 • 由 Homeday
หลายคนอาจเคยสงสัยว่าการปลูกสตรอว์เบอร์รีที่บ้านเป็นไปได้หรือไม่ ความจริงแล้วการปลูกสตรอว์เบอร์รีไม่ได้ยากอย่างที่คิด และไม่จำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่อากาศหนาวเท่านั้น ด้วยเทคนิคการปลูกที่เหมาะสม คุณสามารถมีสตรอว์เบอร์รีสดใหม่ปลอดสารพิษไว้รับประทานที่บ้านได้ตลอดปี การปลูกสตรอว์เบอร์รีสามารถทำได้ทั้งในแปลงผักข้างบ้านและในกระถาง ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่มีอยู่ โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมดินที่เหมาะสม การดูแลรักษาอย่างถูกวิธี และการควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการเจริญเติบโตของพืชชนิดนี้ การเตรียมดินและวัสดุปลูกที่เหมาะสม การเตรียมดินถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในการปลูกสตรอว์เบอร์รี เนื่องจากพืชชนิดนี้ต้องการดินที่มีการระบายน้ำดี มีความอุดมสมบูรณ์ และมีค่าความเป็นกรด-ด่างที่เหมาะสม สำหรับการปลูกในกระถาง ส่วนผสมของดินที่แนะนำคือดินกับแกลบดิบในอัตราส่วน 1:1 โดยสามารถเพิ่มขุยมะพร้าวประมาณ 1/4 ส่วน และปูนขาวเล็กน้อยเพื่อปรับสภาพดิน วัสดุเหล่านี้จะช่วยให้ดินมีการระบายน้ำที่ดี ไม่อ่างน้ำ และมีความพรุนที่เหมาะสมสำหรับการแพร่กระจายของรากพืช สำหรับการปลูกในแปลงดิน การเตรียมแปลงจะต้องเริ่มจากการกำจัดวัชพืชให้หมด และพรวนดินให้ร่วนซุยก่อน จากนั้นจึงเพิ่มปุ๋ยหมักที่ย่อยสลายแล้วลงไปในดิน โดยปุ๋ยหมักจะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินและปรับปรุงโครงสร้างดินให้ดีขึ้น การใช้ปุ๋ยหมักมูลสัตว์ในอัตราส่วนที่เท่ากันกับหน้าดินและดินร่วน พร้อมเพิ่มแกลบดิบและขุยมะพร้าว จะให้ผลลัพธ์ที่ดีในการปลูกสตรอว์เบอร์รี การเตรียมดินที่ดีจะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้ต้นสตรอว์เบอร์รีเจริญเติบโตได้อย่างแข็งแรงและให้ผลผลิตที่คุณภาพดี ค่าความเป็นกรด-ด่างของดิน (pH) ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกสตรอว์เบอร์รีอยู่ในช่วง 6.0-6.8 ซึ่งเป็นค่าที่ออกไปทางกรดเล็กน้อย การควบคุมค่า pH ให้อยู่ในช่วงนี้จะช่วยให้ต้นสตรอว์เบอร์รีสามารถดูดซับธาตุอาหารจากดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากค่า pH สูงเกินไป ต้นพืชจะไม่สามารถดูดซับธาตุอาหารบางชนิดได้ดี ส่งผลให้การเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ นอกจากนี้ ค่าการนำไฟฟ้า (EC) ที่เหมาะสมสำหรับสตรอว์เบอร์รีอยู่ในช่วง 1800-2000 µS/cm ซึ่งบ่งชี้ถึงความเข้มข้นของธาตุอาหารในดินที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโต เทคนิคการปลูกและการจัดวางต้นกล้า [...]

2025/6/18 • 由 Homeday
ทำไมต้องรีไซเคิลของเก่าในสวน? การตกแต่งสวนด้วยวัสดุรีไซเคิลไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะที่ส่งไปยังหลุมฝังกลบเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างสรรค์พื้นที่สีเขียวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย ในยุคที่ความยั่งยืนกลายเป็นประเด็นสำคัญ การนำของเก่าหรือวัสดุเหลือใช้มาแปลงโฉมใหม่จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การรีไซเคิลวัสดุเหลือใช้ในสวนไม่เพียงแต่ช่วยลดขยะ แต่ยังเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างกิจกรรมเชิงการศึกษา และสามารถนำมาใช้ในโครงการรีไซเคิลของคุณได้1 นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มเสน่ห์และบุคลิกให้กับสวนของคุณด้วยชิ้นงานที่มีประวัติและเรื่องราวเฉพาะตัว ไอเดียสร้างสรรค์จากวัสดุเหลือใช้ 1. ไม้พาเลทสำหรับสวนแนวตั้ง ไม้พาเลทเป็นวัสดุอเนกประสงค์ที่สามารถนำมาใช้สร้างสวนแนวตั้งได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะสำหรับบ้านหรือคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด คุณสามารถนำต้นไม้ปลูกในกระถางขนาดเล็กมาผูกติดกับไม้พาเลท ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอก ไม้ประดับ หรือผักสวนครัว การสร้างสวนแนวตั้งจากไม้พาเลทเป็นโครงการที่ทำได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมงและสามารถใช้ปลูกพืชได้หลากหลายชนิด7 เพียงแค่หาไม้พาเลทเก่า ติดผ้าคลุมดินเพื่อสร้างช่องสำหรับใส่ดิน แล้วเลือกพืชที่เหมาะสม เช่น พืชอวบน้ำหรือดอกไม้ตามฤดูกาล 2. เฟอร์นิเจอร์เก่าสู่ชีวิตใหม่ โต๊ะไม้เก่าที่ดูเหมือนจะหมดประโยชน์สามารถกลายเป็นจุดเด่นในสวนได้ เพียงแค่นำไปวางในสวน นอกจากจะได้ของตกแต่งชิ้นใหม่โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อแล้ว ยังได้พื้นที่สำหรับเก็บของและใช้ประโยชน์เพิ่มเติมอีกด้วย เก้าอี้เก่าก็สามารถนำมาแปลงโฉมเป็นที่วางกระถางต้นไม้ได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะโครงเก้าอี้เหล็กที่สามารถใช้เป็นฐานรองกระถาง ช่วยเปลี่ยนสวนธรรมดาให้ดูมีสไตล์มากขึ้น 3. บันไดเก่าสู่มุมสวนสวย บันไดเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วสามารถนำมาแขวนบนเพดานหรือผนัง พร้อมตกแต่งด้วยต้นไม้รากอากาศและหลอดไฟ เพื่อสร้างมุมพักผ่อนที่มีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เป็นค้ำยันสำหรับไม้เลื้อยหรือสร้างเป็นสวนแนวตั้งได้อีกด้วย บันไดเก่าสามารถใช้เป็นที่วางกระถางต้นไม้ได้หลายระดับ โดยวางกระถางบนแต่ละขั้น หรือแขวนกระถางด้วยตะขอหรือลวด สวนแนวตั้งแบบนี้ไม่เพียงประหยัดพื้นที่ แต่ยังสร้างจุดสนใจให้กับมุมที่ดูจืดชืดได้อย่างง่ายดาย 4. แผ่นไม้เหลือใช้ แผ่นไม้ธรรมดาสามารถแปลงโฉมเป็นป้ายชื่อต้นไม้น่ารักๆ หรือป้ายข้อความที่ชื่นชอบเพื่อวางตามมุมต่างๆ ในสวน นอกจากนี้ ยังสามารถนำมาสร้างเป็นทางเดินในสวนโดยใช้แผ่นไม้ตัดเป็นชิ้นวางเรียงกัน สร้างบรรยากาศแบบชนบทที่เป็นธรรมชาติ [...]

2025/2/14 • 由 Homeday
ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ดร.พงศธร ประภักรางกูล รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ ตรวจเยี่ยมการฝึกอบรมและสาธิตเครื่องอบดินและวัสดุปลูกให้แก่กลุ่มเกษตรกร ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 ณ บ้านนาเกียรตินิยม ต.สะแกโพรง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่ง ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก.) วว. นำโดย ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ ผอ.ศนก. และคณะวิจัย ดำเนินการฝึกอบรมฯ ทั้งนี้เครื่องอบดินและวัสดุปลูก เป็นนวัตกรรมถังผลิตไอน้ำร้อนแบบท่อจากการต้มน้ำด้วยก๊าซหุงต้ม สำหรับการอบแบบคลุมกอง (Sheet steaming) เพื่อทำลายศัตรูพืชในดินแปลงเพาะปลูกพืชหรือวัสดุปลูก โดยนำไปใช้อบหน้าดินแปลงเพาะปลูกในขนาดพื้นที่ 20 ตารางกิโลเมตรต่อชั่วโมง หรืออบวัสดุปลูก 1 ตัน/ชั่วโมง สามารถทำลายเชื้อราโรคพืช แมลงศัตรูและเมล็ดวัชพืช ที่ปนเปื้อนในดินหรือวัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับกลุ่มเป้าหมายในการนำนวัตกรรมนี้ไปใช้ประโยชน์คือ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ปลูกพืชผักแบบยกแปลง ที่ประสบปัญหาเชื้อโรคพืชและ/หรือไส้เดือนฝอยสะสมในพื้นที่เพาะปลูก ปัจจุบันถังอบและกระบวนการอบดินถูกไปใช้ในแปลงผักอินทรีย์พื้นที่สูงภาคเหนือ ภายใต้การกำกับดูแลของ [...]

2025/3/5 • 由 Homeday
กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนและส่งเสริมการใช้ประโยชน์และเพิ่มมูลค่าให้กับพืชกระท่อม ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยและตรวจวิเคราะห์สารไมทราไจนีนในใบกระท่อมมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้จัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) สารสกัดใบกระท่อมชนิดผง และผงใบกระท่อม อีกทั้งจัดกิจกรรมการเปรียบเทียบผลการทดสอบระหว่างห้องปฏิบัติการ เรื่องการวิเคราะห์ปริมาณสารไมทราไจนีนในตัวอย่างใบกระท่อม และสร้างความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาพืชกระท่อมกับ มหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐและเกษตรกรผู้ปลูกพืชกระท่อมในพื้นที่เป้าหมาย เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ศูนย์วิจัยและพัฒนาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ (ศวว.) สถาบันวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีชุมชน(สทช.) โดย นางสุบงกช ทรัพย์แตง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ ร่วมด้วยคณะนักวิทยาศาสตร์ เดินทางเข้าร่วมหารือกับสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 กรมวิชาการเกษตร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสร้างความร่วมมือและต่อยอดการวิจัยและพัฒนาพืชกระท่อม และในวันที่ 26 – 27 กุมภาพันธ์ 2568 ได้ลงพื้นที่สำรวจและเก็บตัวอย่างใบกระท่อมของเกษตรกรในจังหวัดนครศรีธรรมราช และตรัง เพื่อนำมาใช้ในการวิจัยและพัฒนาในห้องปฏิบัติการ พร้อมให้คำปรึกษาเชิงลึกในเรื่องของปริมาณสารไมทราไจนีนในใบกระท่อม และความสำคัญของค่าปริมาณสารสำคัญในใบกระท่อมตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ตลอดจนการขอรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practice; GAP) เพื่อให้สามารถนำไปจำหน่ายให้กับอุตสาหกรรม ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดความเชื่อมั่นด้านคุณภาพของใบกระท่อมต่อเกษตรกร ผู้ผลิต และผู้บริโภค ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับพืชกระท่อม สร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรผู้ปลูก [...]