加载中...
加载中...
พบ 10 บทความ

2025/2/15 • 由 Homeday
การดูแลสุขภาพช่องปากของสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม แต่ความจริงแล้วมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการดูแลสุขภาพด้านอื่นๆ เพราะปัญหาสุขภาพช่องปากสามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงได้อย่างมาก ทำไมต้องทำความสะอาดฟันสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงไม่สามารถบอกความรู้สึกหรือความเจ็บปวดได้โดยตรง การสะสมของคราบพลัคและหินปูนในช่องปากจะนำไปสู่การอักเสบของเหงือก เกิดกลิ่นปาก และอาจลุกลามเป็นโรคปริทันต์ได้ หากปล่อยทิ้งไว้นานอาจทำให้ฟันโยก หลุดร่วง และแบคทีเรียจากช่องปากอาจแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ ตับ และไต นอกจากนี้ สัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาสุขภาพช่องปากมักจะมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น: เบื่ออาหาร ทานอาหารได้น้อยลง หงุดหงิดง่าย ไม่อยากให้จับบริเวณใบหน้า น้ำลายไหลมากผิดปกติ เลือดออกตามไรฟัน ฟันผุ หรือมีคราบหินปูนสีน้ำตาลเกาะตามซอกฟัน วิธีทำความสะอาดฟันสัตว์เลี้ยงที่ถูกต้อง เลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสม แปรงสีฟันสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ยาสีฟันสำหรับสัตว์เลี้ยง (ห้ามใช้ยาสีฟันของมนุษย์เด็ดขาด) ผ้าสะอาดสำหรับเช็ดทำความสะอาด สร้างความคุ้นเคย เริ่มจากการสัมผัสบริเวณปากและฟันเบาๆ ให้รางวัลเมื่อสัตว์เลี้ยงให้ความร่วมมือ ค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาการสัมผัส ใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ในการสร้างความคุ้นเคย ขั้นตอนการแปรงฟัน จัดท่าทางให้เหมาะสม นั่งในที่สงบ ไม่มีสิ่งรบกวน จับสัตว์เลี้ยงให้อยู่ในท่าที่สบาย อาจห่อตัวด้วยผ้าขนหนูเพื่อให้รู้สึกปลอดภัย เริ่มแปรงฟัน บีบยาสีฟันปริมาณเล็กน้อยลงบนแปรง แปรงในลักษณะวนเป็นวงกลมเบาๆ เน้นบริเวณรอยต่อระหว่างฟันกับเหงือก ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาทีต่อครั้ง หลังแปรงฟัน [...]

2025/3/11 • 由 Homeday
เมื่อเรามีสัตว์เลี้ยงในชีวิต เราล้วนอยากรู้ว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรต่อเรา การสื่อสารของสัตว์เลี้ยงมีความหมายและซับซ้อนกว่าที่หลายคนคิด การเข้าใจภาษากายและพฤติกรรมของพวกเขาจะช่วยให้เราสัมผัสถึงความรักที่แท้จริง สัญญาณความรักจากสุนัข การส่งสายตาหวานๆ สุนัขที่มีความรู้สึกดีต่อเจ้าของจะมีการสบตาอย่างนุ่มนวล โดยดวงตาจะดูอ่อนโยนและไม่ดุดัน การสบตาแบบนี้เกิดจากการหลั่งฮอร์โมนออกซีโทซินซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความรัก ทำให้ทั้งสุนัขและเจ้าของรู้สึกผูกพันกัน การส่งเสียงครวญคราง เสียงครวญคราวเบาๆ หรือเสียงหอนเบาในยามที่เจอเจ้าของเป็นสัญญาณบอกความรู้สึกที่ดี สุนัขพยายามสื่อสารถึงความดีใจและความรู้สึกอบอุ่นที่มีต่อเจ้าของ การพาดตัวและการกอด สุนัขที่ชอบพาดตัวหรือแนบตัวกับเจ้าของแสดงถึงความต้องการความใกล้ชิด การกอดหรือซบตัวนี้เป็นวิธีการแสดงความรู้สึกปลอดภัยและไว้วางใจ สัญญาณความรักจากแมว การโบกหางตั้งขึ้น แมวที่โบกหางตั้งขึ้นเวลาเห็นเจ้าของเป็นสัญญาณบอกความยินดีและรู้สึกเป็นมิตร หางที่ชี้ขึ้นราวกับจุดอุทกาณ์บอกถึงความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อเจ้าของ การถูตัวและส่งเสียงครวญ การถูตัวเจ้าของและส่งเสียงครวญๆ เป็นการสร้างความผูกพันทางกายภาพ แมวจะแลกเปลี่ยนกลิ่นกับเจ้าของเพื่อสร้างความรู้สึกเป็นครอบครัวเดียวกัน การนอนคว่ำหน้าและโชว์ท้อง เมื่อแมวนอนคว่ำหน้าหรือพลิกท้องให้เจ้าของ นั่นแสดงถึงความไว้วางใจอย่างสูงสุด เพราะท้องเป็นจุดที่แมวเปราะบางและอ่อนไหวที่สุด สัญญาณความรักจากสัตว์เลี้ยงอื่นๆ สัตว์ฟันแทะ หนูแฮมสเตอร์ที่วิ่งเข้ามาหาเจ้าของแทนที่จะหนี นกแก้วที่ร้องเพลงหรือเลียนเสียงเจ้าของ สัตว์เลื้อยคลาน งูบางสายพันธุ์ที่ไม่หลบหนีและยอมให้จับ ตุ๊กแกที่อยู่นิ่งเวลาเจ้าของจับ สรุป ความรักของสัตว์เลี้ยงไม่ได้เหมือนกันทุกตัว แต่ละตัวมีวิธีการแสดงออกที่แตกต่าง การสังเกตและเรียนรู้ภาษากายของพวกเขาจะช่วยให้เราเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริง #สัตว์เลี้ยง #ความรักสัตว์เลี้ยง #พฤติกรรมสัตว์เลี้ยง #การสื่อสารสัตว์เลี้ยง #ความผูกพันระหว่างมนุษย์และสัตว์ #สาระ

2025/3/1 • 由 Homeday
สัตว์เลี้ยงเป็นเหมือนสมาชิกในครอบครัวที่เราต้องดูแลเอาใจใส่ แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่าภายในบ้านของเรามีอันตรายซ่อนอยู่มากมายสำหรับน้องหมา น้องแมว หรือสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ บทความนี้รวบรวมสาระสำคัญเกี่ยวกับการทำให้บ้านปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและช่วยให้สัตว์เลี้ยงของคุณมีคุณภาพชีวิตที่ดี เข้าใจพฤติกรรมสัตว์เลี้ยง คือกุญแจสำคัญของความปลอดภัย ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า สัตว์เลี้ยงแต่ละประเภทมีพฤติกรรมเฉพาะตัว: สุนัข มักสำรวจโลกด้วยปากและจมูก ชอบเคี้ยวสิ่งของและอาจกลืนสิ่งที่เป็นอันตราย แมว มีความคล่องแคล่ว ชอบปีนป่าย กระโดด และเข้าถึงพื้นที่สูง สัตว์ฟันแทะ เช่น กระต่าย หนูแฮมสเตอร์ ต้องกัดแทะอยู่เสมอเพื่อสึกฟันที่งอกตลอดเวลา เมื่อเข้าใจพฤติกรรมพื้นฐานแล้ว คุณจะสามารถคาดการณ์และป้องกันอันตรายได้ดีขึ้น จุดอันตรายหลักในบ้านและวิธีป้องกัน 1. ห้องครัว: แหล่งรวมอันตรายอันดับหนึ่ง ห้องครัวเต็มไปด้วยอันตรายทั้งจากอาหารและสารเคมี: อาหารต้องห้าม ที่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง: ช็อกโกแลต กาแฟ (มีสารเทโอโบรมีนและคาเฟอีน) หัวหอม กระเทียม ต้นหอม (ทำลายเม็ดเลือดแดง) องุ่นและลูกเกด (ทำให้ไตวายในสุนัข) ไซลิทอลและสารให้ความหวานเทียม (ทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (กระทบตับและสมอง) วิธีป้องกัน: เก็บอาหารในตู้ที่ปิดสนิท ใช้ถังขยะที่มีฝาปิดแน่นหนา เก็บผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก ติดตั้งที่ครอบปุ่มเตาเพื่อป้องกันการกดโดยไม่ตั้งใจ 2. ห้องน้ำ: ระวังยาและสารเคมี ห้องน้ำมีทั้งยา ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด [...]

2025/3/11 • 由 Homeday
การเห็นสุนัขและแมวกินหญ้าอาจทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงรู้สึกสงสัยและกังวล พฤติกรรมนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่สัตว์เลี้ยงชอบทำ โดยมีหลายเหตุผลที่น่าสนใจเบื้องหลังการกระทำนี้ สาเหตุทางธรรมชาติของการกินหญ้า สัญชาตญาณบรรพบุรุษ สุนัขและแมวเป็นสัตว์ที่สืบเชื้อสายมาจากสัตว์ล่าที่มีพฤติกรรมกินเหยื่อรวมทั้งเนื้อและกระเพาะอาหารของเหยื่อ การกินหญ้าจึงเป็นพฤติกรรมที่ติดตัวมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งช่วยให้พวกมันได้รับสารอาหารและเส้นใยที่จำเป็น การบรรเทาอาการระคายเคือง เมื่อสัตว์เลี้ยงรู้สึกไม่สบายหรือมีความรู้สึกระคายเคืองในกระเพาะอาหาร การกินหญ้าอาจช่วยบรรเทาอาการได้ เส้นหญ้าจะกระตุ้นให้เกิดอาการอาเจียน ซึ่งช่วยขับสิ่งที่รบกวนออกจากระบบย่อยอาหาร ประโยชน์ทางโภชนาการ แหล่งเส้นใยธรรมชาติ หญ้าประกอบด้วยเส้นใยสูง ช่วยระบบการย่อยอาหารของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะการขับถ่ายและการเคลื่อนไหวของอาหารในระบบล้ำไส้ แร่ธาตุและวิตามิน บางครั้งสัตว์เลี้ยงอาจกินหญ้าเพื่อเติมแร่ธาตุหรือวิตามินที่ขาดในอาหารประจำวัน โดยเฉพาะแมวที่มีแนวโน้มชอบสำรวจและแสวงหาสารอาหารเพิ่มเติม ความแตกต่างระหว่างสุนัขและแมว สุนัข: นักล่าโบราณ สุนัขมีแนวโน้มกินหญ้ามากกว่าแมว โดยอาจเป็นเพราะต้องการช่วยระบบย่อยอาหารหรือบรรเทาอาการไม่สบาย แมว: นักสำรวจตัวฉลาด แมวมักกินหญ้าน้อยกว่าสุนัข แต่จะมีความเจตนาที่ชัดเจนกว่า อาจเป็นเพราะต้องการขับก้อนขน หรือต้องการสารอาหารบางอย่าง ข้อควรระวังในการกินหญ้า หญ้าที่ปลอดภัย ควรมั่นใจว่าหญ้าที่สัตว์เลี้ยงกินปราศจากสารเคมีหรือยาฆ่าแมลง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น สัญญาณเตือน หากสัตว์เลี้ยงกินหญ้าบ่อยครั้งหรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรปรึกษาสัตวแพทย์ สรุป การกินหญ้าของสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องปกติ ซึ่งมีทั้งประโยชน์และเหตุผลทางธรรมชาติ เจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด และมั่นใจว่าสภาพแวดล้อมปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงรัก #สัตว์เลี้ยง #สุขภาพสัตว์เลี้ยง #การกินหญ้าของสุนัข #การกินหญ้าของแมว #โภชนาการสัตว์เลี้ยง #พฤติกรรมสัตว์เลี้ยง #สาระ

2025/3/11 • 由 Homeday
ความผูกพันระหว่างสัตว์เลี้ยงกับเจ้าของเป็นเรื่องที่น่าสนใจและซับซ้อน สิ่งที่ทำให้สัตว์เลี้ยงมีความผูกพันกับเจ้าของแตกต่างกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่น่าค้นหา พันธุกรรมและสัญชาตญาณ สัตว์เลี้ยงแต่ละสายพันธุ์มีความโน้มเอียงในการสร้างความผูกพันที่แตกต่างกัน บางสายพันธุ์มีแนวโน้มที่จะติดเจ้าของมากกว่า เช่น: สุนัขพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ที่มีนิสัยเป็นมิตร แมวพันธุ์เปอร์เซีย ที่ชอบการดูแลและความใกล้ชิด นกแก้วบางสายพันธุ์ที่มีความสามารถในการสร้างความผูกพันสูง กระบวนการสร้างความผูกพัน การสร้างความผูกพันเกิดจากหลายกระบวนการทางชีววิทยาและจิตวิทยา: การหลั่งฮอร์โมน เมื่อสัตว์เลี้ยงและเจ้าของมีปฏิสัมพันธ์กัน จะเกิดการหลั่งฮอร์โมนออกซิโทซินซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความรัก ทำให้เกิดความรู้สึกผูกพันและไว้วางใจ ประสบการณ์แรกของสัตว์เลี้ยง ช่วงอายุระหว่าง 3-16 สัปดาห์เป็นช่วงวิกฤตในการสร้างความผูกพัน หากได้รับการดูแลที่ดีจะทำให้สัตว์เลี้ยงมีความไว้วางใจและผูกพันสูง ปัจจัยด้านการเลี้ยงดู คุณภาพการดูแล การให้อาหารอย่างสม่ำเสมอ การดูแลสุขภาพ การฝึกอบรมด้วยความรัก การใช้เวลาร่วมกัน ภาษากาย สัตว์เลี้ยงจะสังเกตภาษากายและน้ำเสียงของเจ้าของ การสื่อสารที่นุ่มนวลและอ่อนโยนจะช่วยสร้างความไว้วางใจ อิทธิพลของสภาพแวดล้อม สภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยมีส่วนสำคัญในการสร้างความผูกพัน: บ้านที่มีความสงบและปลอดภัย การจัดพื้นที่เฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง การลดความเครียดให้กับสัตว์เลี้ยง เทคนิคการสร้างความผูกพัน การฝึกฝน ฝึกอบรมด้วยรางวัล สร้างกิจวัตรประจำวันร่วมกัน เล่นและทำกิจกรรมร่วมกัน การสื่อสาร การเรียนรู้ภาษากายและเสียงร้องของสัตว์เลี้ยงจะช่วยให้เข้าใจความรู้สึกและความต้องการได้ดียิ่งขึ้น สรุป ความผูกพันระหว่างสัตว์เลี้ยงกับเจ้าของเกิดจากปัจจัยหลากหลาย ทั้งพันธุกรรม การเลี้ยงดู และประสบการณ์ร่วมกัน การเข้าใจและใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่แนบแน่นและลึกซึ้ง #สัตว์เลี้ยง #ความผูกพัน #การเลี้ยงสัตว์ #ความรักสัตว์เลี้ยง #พฤติกรรมสัตว์เลี้ยง [...]

2025/2/15 • 由 Homeday
การแปรงขนสัตว์เลี้ยงเป็นกิจกรรมที่สำคัญในการดูแลสุขภาพและความสะอาดของสัตว์เลี้ยง แต่หลายคนอาจพบปัญหาว่าสัตว์เลี้ยงมักจะเครียดหรือไม่ชอบเวลาแปรงขน บทความนี้จะแนะนำวิธีการแปรงขนที่ถูกต้องและเทคนิคที่จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกผ่อนคลายระหว่างการแปรงขน ทำความเข้าใจพฤติกรรมสัตว์เลี้ยงกับการแปรงขน สัตว์เลี้ยงแต่ละตัวมีความรู้สึกและการตอบสนองต่อการแปรงขนที่แตกต่างกัน บางตัวอาจชอบและรู้สึกผ่อนคลาย แต่บางตัวอาจรู้สึกเครียดและพยายามหลีกเลี่ยง สาเหตุที่ทำให้สัตว์เลี้ยงเครียดระหว่างการแปรงขนมีหลายประการ เช่น: ประสบการณ์ที่ไม่ดีในอดีต ความไม่คุ้นเคยกับอุปกรณ์ การแปรงที่แรงเกินไปจนเจ็บ สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ความกลัวเสียงและการเคลื่อนไหวของแปรง การสังเกตภาษากายและพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงจะช่วยให้เราเข้าใจและปรับวิธีการแปรงขนให้เหมาะสม การเตรียมตัวก่อนแปรงขน การเตรียมตัวที่ดีเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการแปรงขน ควรเตรียมสิ่งต่อไปนี้: อุปกรณ์ที่จำเป็น แปรงขนที่เหมาะกับประเภทขนของสัตว์เลี้ยง หวีสางขน ผ้าเช็ดตัว ของรางวัลหรือขนมที่สัตว์เลี้ยงชอบ สเปรย์น้ำ (กรณีจำเป็น) สภาพแวดล้อม เลือกพื้นที่ที่เงียบสงบ อุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป แสงสว่างเพียงพอ พื้นที่ที่สัตว์เลี้ยงคุ้นเคย เทคนิคการแปรงขนอย่างถูกวิธี การเริ่มต้นที่ถูกต้อง ให้สัตว์เลี้ยงทำความคุ้นเคยกับอุปกรณ์ เริ่มจากการลูบเบาๆ ด้วยมือเปล่า แปรงเบาๆ ในจุดที่สัตว์เลี้ยงชอบก่อน ค่อยๆ เพิ่มแรงและระยะเวลา วิธีการแปรงที่เหมาะสม แปรงตามทิศทางของเส้นขน หลีกเลี่ยงการดึงขนที่พันกัน ใช้หวีสางขนช่วยในจุดที่ขนพันกัน แบ่งพื้นที่แปรงเป็นส่วนๆ ให้พักเป็นระยะหากสัตว์เลี้ยงเริ่มแสดงอาการเครียด การสร้างประสบการณ์ที่ดี การให้รางวัล ให้ขนมเป็นระยะระหว่างแปรงขน ชมเชยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ให้ของเล่นที่ชอบหลังแปรงขนเสร็จ การสร้างความคุ้นเคย เริ่มฝึกตั้งแต่อายุน้อย ทำเป็นประจำสม่ำเสมอ เพิ่มระยะเวลาทีละน้อย [...]

2025/10/6 • 由 Homeday
ครั้งแรกในประเทศไทยกับการยกระดับมาตรฐานการดูแลสัตว์เลี้ยงด้วยสเต็มเซลล์ PetGeneX ธนาคารสเต็มเซลล์สำหรับสัตว์เลี้ยง และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA ร่วมกับ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” จัดงานเสวนา “ครั้งแรกของนวัตกรรมสเต็มเซลล์ในสัตว์เลี้ยง PetGeneX Future Health, Forever Love” นำเสนอองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีศักยภาพในการฟื้นฟูและยืดอายุขัยของสัตว์เลี้ยง ตอบรับเทรนด์ Pet Parenting ที่เติบโตต่อเนื่องทั้งในไทยและต่างประเทศ สอดคล้องกับข้อมูลจากเคทีซีที่พบว่าสมาชิกมีการใช้จ่ายในหมวดสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มียอดรวมกว่า 730 ล้านบาทในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่าความรักต่อสัตว์เลี้ยงวันนี้ถูกยกระดับจากการดูแลทั่วไป สู่การลงทุนด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน น.สพ.ชัยยศ ธารรัตนะ อาจารย์ประจำคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ร่วมก่อตั้ง PetGeneX กล่าวว่า อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ปัจจุบันคนไทยกว่า 1 ใน 3 ของครัวเรือน มีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในบ้าน และมีการใช้จ่ายเฉลี่ยด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงปีละหลายหมื่นบาท ทำให้ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยมีมูลค่ามากกว่า 6–7 หมื่นล้านบาทต่อปี สิ่งที่ตามมาพร้อมกับอายุที่ยืนยาวขึ้นของสัตว์เลี้ยง คือการเพิ่มขึ้นของโรคเรื้อรังและโรคเสื่อมตามวัย ซึ่งต้องอาศัยการรักษาอย่างต่อเนื่อง [...]

2025/2/21 • 由 Homeday
อุบัติเหตุในบ้านเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาโดยไม่คาดคิด หลายคนอาจไม่รู้ว่าประกันบ้านที่ทำไว้คุ้มครองอุบัติเหตุอะไรบ้าง วันนี้เราเลยรวบรวมอุบัติเหตุที่เคลมประกันได้มาให้รู้กัน จะได้ไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเองเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน 6 อุบัติเหตุในบ้าน ที่ประกันบ้านคุ้มครอง ประกันบ้านส่วนใหญ่ มักจะให้ความคุ้มครองครอบคลุมอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในบ้าน หรือบริเวณบ้าน ซึ่งอาจเกิดจากความประมาทของผู้อาศัยเอง หรือจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ โดย 6 อุบัติเหตุที่พบบ่อยและประกันบ้านคุ้มครองมีดังนี้ 1. มีคนลื่นล้มหรือได้รับอุบัติเหตุในบ้าน กรณีที่มีแขกหรือบุคคลภายนอกมาเยี่ยมบ้านแล้วเกิดอุบัติเหตุ เช่น ลื่นล้มในห้องน้ำ สะดุดพรมล้ม หรือตกบันได ประกันบ้านจะคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล เช่น ค่าแพทย์ ค่ายา ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ และอาจมีการจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้บาดเจ็บเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอุบัติเหตุและเงื่อนไขของกรมธรรม์ 2. อุบัติเหตุจากสิ่งของที่ปลิวมากับลม-พายุ เมื่อเกิดพายุหรือลมแรง อาจมีสิ่งของปลิวมากระทบบ้านหรือทรัพย์สินของผู้อื่น เช่น กระเบื้องหลังคาปลิว กิ่งไม้หัก หรือป้ายโฆษณาหล่นใส่รถของแขก ประกันบ้านจะรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งความเสียหายต่อทรัพย์สินของเราและของบุคคลอื่น รวมถึงค่าซ่อมแซมที่จำเป็น 3. สัตว์เลี้ยงทำร้ายแขก ทาสน้องหมาน้องแมวต้องรู้! หากสุนัขหรือแมวที่เลี้ยงไว้กัดหรือทำร้ายแขกที่มาเยี่ยมบ้าน ประกันบ้านจะคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยให้กับผู้เสียหาย แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น เหตุการณ์นั้นต้องเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ และไม่ได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของเจ้าของสัตว์เลี้ยง ทั้งนี้ความคุ้มครองและเงื่อนไขของประกันบ้านจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับบริษัทประกันภัยและแผนที่คุณเลือก ดังนั้น ควรอ่านรายละเอียดในกรมธรรม์อย่างละเอียด 4. มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในบ้าน [...]

2025/3/13 • 由 Homeday
ครั้งแรกของการฉลองวันสตรีสากลผ่านกิจกรรม ฮีลใจและสร้างสมดุลทางอารมณ์ ไปพร้อมกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก ด้วยบรรยากาศที่ดีต่อใจที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 กับงาน “PET PARQ PLAY DAY VOL.2” ที่ เดอะ ปาร์ค (The PARQ) ร่วมกับ บ้านและสวน PETS จัดงานนี้ขึ้นเพื่อให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคนพร้อมเพื่อนตัวน้อยได้หยุดพัก ฟื้นฟูพลังใจ และเชื่อมโยงกับตัวเองอีกครั้ง ท่ามกลางพื้นที่สีเขียว ดนตรีเพราะ ๆ และกิจกรรมที่เติมเต็มความสุขบน PET PARQ ที่เป็นมิตรกับทั้งคนและสัตว์เลี้ยง ภายใต้แนวความคิดที่เน้นถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงและสัตว์เลี้ยง ทั้งในบทบาทของเพื่อนคู่ใจ และแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพกายและเติมเต็มความสุขร่วมกัน เมื่อวันที่ 8 – 9 มีนาคมที่ผ่านมา กิจกรรม Sound Healing with Furry Friends by FOREO เป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงทุกคนได้สัมผัสศาสตร์บำบัดผ่านเสียง ด้วยคลื่นความถี่ที่ช่วยคืนสมดุลให้ร่างกายและจิตใจ รวมถึงน้องๆสัตว์เลี้ยงได้รับความสงบและความรักไปพร้อมกัน รวมไปถึงเทคนิคในการดูแลสัตว์เลี้ยงตัวโปรดกับกิจกรรม Prep Food 101 by Storge เวิร์กชอปให้สาวๆ [...]

2025/2/26 • 由 Homeday
เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ความชื้นที่เพิ่มขึ้นนำมาซึ่งปัญหาโรคผิวหนังในสัตว์เลี้ยง ทั้งสุนัขและแมว เจ้าของหลายคนอาจเคยพบว่าสัตว์เลี้ยงของตนเริ่มเกาตัวบ่อย มีผื่นแดง หรือขนร่วงในช่วงนี้ บทความนี้จะแนะนำวิธีป้องกันและดูแลสัตว์เลี้ยงในหน้าฝนอย่างถูกวิธี เพื่อให้พวกเขามีสุขภาพผิวที่ดีตลอดฤดูกาล สาเหตุของโรคผิวหนังในสัตว์เลี้ยงช่วงหน้าฝน หน้าฝนเป็นช่วงเวลาที่สัตว์เลี้ยงเสี่ยงต่อการเกิดโรคผิวหนังมากกว่าฤดูอื่น ด้วยสาเหตุต่างๆ ดังนี้ ความชื้นสูงและอากาศอบอุ่น สภาพอากาศที่ชื้นและอบอุ่นในหน้าฝนเป็นสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของเชื้อรา แบคทีเรีย และไรต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคผิวหนังในสัตว์เลี้ยง เมื่อผิวหนังของสัตว์เลี้ยงสัมผัสกับความชื้นเป็นเวลานาน โอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อก็เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณซอกพับต่างๆ เช่น ใต้ขาหนีบ ใต้ใบหู หรือระหว่างนิ้วเท้า ขนเปียกและแห้งช้า เมื่อสัตว์เลี้ยงเปียกฝนและขนแห้งช้า จะทำให้ผิวหนังชื้นและอับเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์ที่มีขนหนาหรือขนยาว เช่น โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ชิห์ สุ หรือชาวเชาว์ จะมีความเสี่ยงมากกว่าพันธุ์ขนสั้น น้ำท่วมขังและสิ่งสกปรก ในช่วงฝนตก มักมีน้ำท่วมขังตามพื้นที่ต่างๆ ซึ่งอาจปนเปื้อนสารเคมี เชื้อโรค หรือพยาธิ เมื่อสัตว์เลี้ยงเดินลุยน้ำหรือนอนบนพื้นเปียก สิ่งสกปรกเหล่านี้จะสัมผัสกับผิวหนังและอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือติดเชื้อได้ แมลงและปรสิตภายนอก หน้าฝนเป็นช่วงที่มีแมลงและปรสิตชุกชุม เช่น เห็บ หมัด ไร และยุง ซึ่งสามารถเป็นพาหะนำโรคมาสู่สัตว์เลี้ยงได้ การกัดของแมลงเหล่านี้ทำให้เกิดอาการคันและระคายเคือง นำไปสู่การเกาที่มากเกินไปจนผิวหนังบาดเจ็บและติดเชื้อ โรคผิวหนังที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยงช่วงหน้าฝน [...]