加载中...
加载中...
พบ 2 บทความ

2025/5/28 • 由 Homeday
การปลูกผักคะน้าไว้รับประทานเองที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการผักสวนครัวปลอดสารพิษ คะน้าเป็นผักที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว และให้ผลผลิตได้ตลอดปี ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผัก นอกจากจะได้ผักสดใหม่ปราศจากสารเคมีแล้ว คะน้ายังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากมาย การศึกษาวิธีการปลูกและดูแลคะน้าอย่างถูกต้องจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการปลูกผักสวนครัวที่บ้าน ผักคะน้าคืออะไรและทำไมถึงนิยมปลูกในบ้าน? ผักคะน้า หรือที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Brassica Oleracea Var alboglabra เป็นผักใบเขียวในวงศ์กะหล่ำ (Cruciferac) ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชีย1 คะน้าเป็นผักที่รับประทานได้ทั้งใบและก้าน ทำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ความนิยมของการปลูกคะน้าในบ้านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นการผัด ยำ หรือใส่ในข้าวผัด คะน้าได้รับความนิยมในการปลูกที่บ้านเพราะเป็นพืชที่เติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทราย และดินเหนียวปนดินร่วน1 ความสามารถในการปรับตัวที่ดีของคะน้าทำให้เหมาะสำหรับการปลูกในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นกระถางหรือแปลงเล็กๆ ในบ้าน นอกจากนี้คะน้ายังเป็นผักที่ปลูกได้ตลอดปี แม้จะมีช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือระหว่างเดือนตุลาคมถึงเมษายน ข้อดีอีกประการหนึ่งของการปลูกคะน้าคือระยะเวลาการเก็บเกี่ยวที่รวดเร็ว โดยสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 45-55 วันหลังปลูก ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับผักชนิดอื่น การที่คะน้าให้ผลผลิตเร็วนี้ทำให้ผู้ปลูกได้รับความพึงพอใจและแรงบันดาลใจในการปลูกผักอย่างต่อเนื่อง ความง่ายในการดูแลและผลตอบแทนที่รวดเร็วจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คะน้าเป็นตัวเลือกแรกสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผักสวนครัวที่บ้าน สายพันธุ์คะน้าแบบไหนที่เหมาะสำหรับการปลูกในบ้าน? สายพันธุ์คะน้าที่นิยมปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นคะน้าจีนที่ได้รับการนำเข้าเมล็ดพันธุ์มาปรับปรุงและพัฒนาให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของไทย1 โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 พันธุ์หลักที่แต่ละพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานและสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการปลูกคะน้าให้ประสบความสำเร็จ พันธุ์ใบกลมเป็นสายพันธุ์ที่มีลักษณะใบกว้างใหญ่ ปล้องสั้น ปลายใบมนและผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย1 ข้อดีของพันธุ์นี้คือความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศได้ดี ทำให้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกหรือพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมไม่ค่อยเอื้ออำนวย ตัวอย่างสายพันธุ์ที่นิยมได้แก่ พันธุ์ฝางเบอร์ 1 [...]

2025/3/19 • 由 Homeday
ห้องอาหารจีนหยก โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ คัดสรรเมนูที่ครบถ้วนทั้งรสชาติ คุณภาพอาหาร วัตถุดิบ และคุณประโยชน์ครบครันต่อร่างกาย เพื่อมื้อกลางวันให้คุณได้อร่อยกับ “บุฟเฟต์ติ่มซำ” กว่า 35 รายการ อิ่มเพิ่มกับหมวดต่างๆ อีกมากมาย ดังนี้ โปรบุฟเฟต์ติ่มซำ 999 บาท รวมหมวดออเดิร์ฟ (ไก่แช่เหล้า/ยำแมงกะพรุน/กุ้งทอดครีมสลัด) ซุป (ซุปเสฉวน/ซุปเยื่อไผ่) ผัดผัก (กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา/ผักกาดแก้วน้ำมันหอย/คะน้าฮ่องกงน้ำมันหอย/ผักบุ้งไฟแดง) จานหลัก (ข้าวผัดกุนเชียง/โกยซีหมี่) ของหวาน (บัวลอยน้ำขิง/สาคูแคนตาลูป) และ เครื่องดื่ม (ชาจีน/เก็กฮวย) เพียงท่านละ 999 บาทถ้วนเท่านั้น (จากปกติ 1,300 บาท) โปรบุฟเฟต์ติ่มซำและเป็ดปักกิ่งไม่อั้น 1,399 บาท รวมหมวดออเดิร์ฟและบาร์บีคิว (ไก่แช่เหล้า/ยำแมงกะพรุน/กุ้งทอดครีมสลัด/เป็ดปักกิ่ง/เป็ดย่าง/หมูแดง/หมูกรอบ) ซุป (ซุปเสฉวน/ซุปเยื่อไผ่/ซุปเต้าหู้ซีฟู้ด) จานร้อน (กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา/ผักกาดแก้วน้ำมันหอย/คะน้าฮ่องกงน้ำมันหอย/ผักบุ้งไฟแดง/ปวยเล้งผัดกระเทียม/หมูเปรี้ยวหวาน/เป็ดผัดเสฉวน/ผัดกะเพราเป็ด/เมี่ยงเป็ด/ปูนิ่มผัดพริกเกลือ) จานหลัก (ข้าวผัดกุนเชียง/โกยซีหมี่/ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าเป็ด) ของหวาน (บัวลอยน้ำขิง/สาคูแคนตาลูป/เยลลี่ตะไคร้ว่านหางจระเข้/แปะก๊วยน้ำขิง) และ เครื่องดื่ม (ชาจีน/เก็กฮวย) [...]