Logo
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们
发布房源
发布房源
Homeday
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们收藏夹
HOMEDAY Logo

泰国排名第一的一站式房地产平台。轻松找到您的梦想家园、优质公寓或进行房产投资。

Line
DBD Registered

主菜单

  • 首页
  • 买房
  • 租房
  • 新楼盘
  • 热门地段
  • 房产文章
  • 使用指南
  • 联系我们

房产类型

  • 公寓
  • 独栋别墅
  • 联排别墅
  • 土地

联系我们

  • 电话090-916-9993每天 9:00 - 18:00
  • Email[email protected]
  • 办公室159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    暖武里府 11110,泰国

热门搜索

素坤逸公寓轻轨公寓邦纳别墅便宜联排别墅考艾土地拉差达出租公寓暖武里二手房新公寓评测房屋贷款土地估价投资房产免费发布房产

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. 版权所有。

条款与条件隐私政策Sitemap
Add LINE Sticky

บทความ

พบ 102 บทความ

เรียงตาม:
กำลังค้นหา:
คำค้น: กู้ซื้อบ้าน
123...789
ดอกเบี้ยบ้านควรเลือกแบบไหน? ลอยตัวหรือคงที่ที่ใช่สำหรับคุณ?
ทั่วไป

ดอกเบี้ยบ้านควรเลือกแบบไหน? ลอยตัวหรือคงที่ที่ใช่สำหรับคุณ?

2025/4/24 • 由 Homeday

เมื่อตัดสินใจกู้เงินซื้อบ้านหรือคอนโด คำถามสำคัญที่หลายคนมักต้องเผชิญคือควรเลือกดอกเบี้ยแบบไหนระหว่างลอยตัวและคงที่ ซึ่งทั้งสองแบบมีลักษณะเฉพาะและข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมกับสถานะทางการเงินและแผนการชำระเงินระยะยาว บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับดอกเบี้ยทั้งสองประเภท เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย และให้คำแนะนำเพื่อช่วยให้คุณเลือกรูปแบบดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับความต้องการมากที่สุด ดอกเบี้ยลอยตัวคืออะไร และมีรูปแบบใดบ้าง? ดอกเบี้ยลอยตัว คือ อัตราดอกเบี้ยที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามดอกเบี้ยอ้างอิงของสถาบันการเงินในแต่ละช่วงเวลา โดยไม่คงที่ตลอดอายุสัญญา การคำนวณดอกเบี้ยลอยตัวอาศัยปัจจัยหลายประการ ได้แก่ นโยบายการบริหารของธนาคาร สภาพคล่องของธนาคาร สถานะทรัพย์สินและหนี้สิน อัตราเงินเฟ้อ และสภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้น หลักการสำคัญของดอกเบี้ยลอยตัวคือการคำนวณจากเงินต้นคงเหลือที่แท้จริง โดยไม่ได้ระบุจำนวนเงินดอกเบี้ยเจาะจงว่าจะเป็นเปอร์เซ็นต์เท่าไหร่ไปตลอดอายุสัญญา ดอกเบี้ยลอยตัวสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักตามกลุ่มลูกค้าและวัตถุประสงค์ของการกู้ ได้แก่: ดอกเบี้ย MLR (Minimum Loan Rate) – เป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวที่มีเรทราคาเงินกู้ขั้นต่ำสุด สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีหรือผู้มีประวัติการชำระเงินตรงต่อเวลา เหมาะกับการกู้ที่มีระยะเวลาการชำระแน่นอนในระยะยาว ดอกเบี้ย MRR (Minimum Retail Rate) – คืออัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่ใช้กับสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบ้านสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี มักมีเงื่อนไขการชำระที่ยืดหยุ่นกว่า MLR ดอกเบี้ย MOR (Minimum Overdraft Rate) – เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสำหรับเงินกู้เบิกเกินบัญชี มักเกี่ยวข้องกับลูกค้าธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่นในการบริหารเงินสดหมุนเวียน ธนาคารจะมีการพิจารณาอย่างเข้มงวดสำหรับอัตรานี้ การที่ดอกเบี้ยสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลานี้เองทำให้มีทั้งโอกาสและความเสี่ยง โดยผู้กู้อาจได้ประโยชน์เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลง [...]

ดอกเบี้ยบ้านนำไปลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? เงื่อนไขและวิธีการที่คุณควรรู้ก่อนยื่นภาษี
ทั่วไป

ดอกเบี้ยบ้านนำไปลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? เงื่อนไขและวิธีการที่คุณควรรู้ก่อนยื่นภาษี

2025/4/24 • 由 Homeday

การซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัยเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของชีวิต ส่วนใหญ่มักใช้วิธีกู้เงินจากสถาบันการเงิน ซึ่งต้องจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นรายเดือน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าดอกเบี้ยบ้านสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้? บทความนี้จะอธิบายเงื่อนไขและขั้นตอนการนำดอกเบี้ยบ้านไปลดหย่อนภาษีอย่างละเอียด พร้อมแนะนำวิธีคำนวณและการยื่นภาษีออนไลน์ที่ทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ดอกเบี้ยบ้านคืออะไร? ทำไมจึงสำคัญในการลดหย่อนภาษี ดอกเบี้ยบ้าน คือ ค่าตอบแทนที่ผู้กู้ต้องจ่ายให้กับสถาบันการเงินเมื่อกู้ยืมเงินเพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย โดยจะมีอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันไปตามนโยบายของแต่ละสถาบันการเงิน รวมถึงปัจจัยด้านเครดิตของผู้กู้ ระยะเวลาการกู้ยืม และสภาวะเศรษฐกิจในช่วงนั้นๆ การนำดอกเบี้ยบ้านมาลดหย่อนภาษีถือเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่รัฐบาลให้กับประชาชน เพื่อส่งเสริมการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง อีกทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้ผู้เสียภาษีประหยัดเงินได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะในช่วงแรกของการผ่อนบ้านที่สัดส่วนของดอกเบี้ยมักจะสูงกว่าเงินต้น ดอกเบี้ยบ้านลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? หลายคนอาจสงสัยว่าดอกเบี้ยบ้านสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้มากน้อยเพียงใด คำตอบคือ คุณสามารถนำดอกเบี้ยบ้านมาลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีภาษี นั่นหมายความว่า หากคุณจ่ายดอกเบี้ยบ้านในปีภาษีนั้นเป็นจำนวน 80,000 บาท คุณก็สามารถนำไปลดหย่อนได้เต็มจำนวน แต่หากคุณจ่ายดอกเบี้ยบ้านเกิน 100,000 บาท เช่น 120,000 บาท คุณจะสามารถนำไปลดหย่อนได้เพียง 100,000 บาทเท่านั้น การลดหย่อนภาษีด้วยดอกเบี้ยบ้านนี้จะช่วยลดฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของคุณ ซึ่งจะส่งผลให้คุณเสียภาษีน้อยลง หรืออาจได้รับเงินภาษีคืนมากขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราภาษีเงินได้ของคุณด้วย ใครบ้างที่มีสิทธิลดหย่อนภาษีจากดอกเบี้ยบ้าน? ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ผ่อนบ้านจะสามารถนำดอกเบี้ยไปลดหย่อนภาษีได้ ผู้ที่มีสิทธิใช้การลดหย่อนภาษีจากดอกเบี้ยบ้านจะต้องเป็นผู้ที่มีชื่อเป็นผู้กู้หรือผู้กู้ร่วมในสัญญากู้ยืมเงินเท่านั้น หากคุณเป็นเพียงผู้ร่วมจ่ายค่าบ้านแต่ไม่ได้มีชื่อเป็นผู้กู้หรือผู้กู้ร่วม คุณจะไม่สามารถนำดอกเบี้ยบ้านไปลดหย่อนภาษีได้ นอกจากนี้ แม้ว่าคุณจะเป็นสามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกับผู้กู้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากไม่ได้มีชื่อเป็นผู้กู้ร่วม ก็จะไม่สามารถนำดอกเบี้ยบ้านไปลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน [...]

เงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะผ่อนบ้านได้? วิธีคำนวณและเตรียมตัวให้ได้สินเชื่อบ้าน
ทั่วไป

เงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะผ่อนบ้านได้? วิธีคำนวณและเตรียมตัวให้ได้สินเชื่อบ้าน

2025/4/21 • 由 Homeday

การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนจำนวนมาก ทว่าคำถามที่หลายคนสงสัยคือ “เงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะผ่อนบ้านได้?” เพราะการซื้อบ้านเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะด้านการเงิน บทความนี้จะแนะนำวิธีคำนวณความสามารถในการผ่อนบ้าน ปัจจัยที่ธนาคารใช้พิจารณาสินเชื่อ รวมถึงการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนยื่นกู้ เพื่อให้คุณบริหารค่าใช้จ่ายและได้ที่อยู่อาศัยในฝันอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจัยที่ธนาคารใช้พิจารณาในการให้สินเชื่อบ้าน ก่อนจะเข้าใจว่าเงินเดือนเท่าไหร่จึงเหมาะกับการผ่อนบ้าน ควรทำความเข้าใจปัจจัยที่ธนาคารใช้ประเมินความสามารถในการกู้ของคุณก่อน การให้สินเชื่อบ้านของธนาคารไม่ได้พิจารณาเพียงแค่รายได้เท่านั้น แต่มีหลายปัจจัยประกอบกัน ดังนี้ รายรับของผู้กู้ รายรับเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรกที่ธนาคารพิจารณา โดยทั่วไปธนาคารจะกำหนดอัตราผ่อนรายเดือนไว้ที่ประมาณ 40% ของรายรับในแต่ละเดือน ตัวอย่างเช่น หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน คุณจะสามารถผ่อนได้สูงสุดประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน สำหรับรายรับที่ธนาคารนำมาคำนวณนั้นรวมถึงเงินเดือนประจำ รายได้พิเศษที่สม่ำเสมอ และโบนัสประจำปี แต่สำหรับรายได้ที่ไม่แน่นอน ธนาคารอาจคิดเป็นเพียงบางส่วนหรือพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ รายจ่ายและภาระหนี้สินที่มีอยู่ ธนาคารจะตรวจสอบรายจ่ายและหนี้สินทั้งหมดของคุณ เพื่อประเมินว่าหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว คุณจะมีเงินเหลือพอสำหรับการผ่อนบ้านหรือไม่ โดยทั่วไป หลักการคิดจะเป็นดังนี้: เงินเดือน – หนี้สินปัจจุบัน = เงินคงเหลือจากนั้นในเงินคงเหลือ จะประเมินว่า 40% ของจำนวนนี้คือความสามารถในการผ่อนสูงสุด ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นพนักงานใหม่ มีเงินเดือน 20,000 บาท และมีหนี้สินอยู่ 5,000 บาทต่อเดือน เงินคงเหลือของคุณคือ [...]

อัตราดอกเบี้ยบ้านปี 2568 เป็นอย่างไร? เปรียบเทียบสินเชื่อบ้านแต่ละธนาคารที่คุณต้องรู้
ทั่วไป

อัตราดอกเบี้ยบ้านปี 2568 เป็นอย่างไร? เปรียบเทียบสินเชื่อบ้านแต่ละธนาคารที่คุณต้องรู้

2025/4/17 • 由 Homeday

การตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโดเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องการเลือกสินเชื่อที่ให้อัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระของเรา บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับอัตราดอกเบี้ยบ้านล่าสุดในปี 2568 พร้อมเปรียบเทียบสินเชื่อจากธนาคารต่างๆ ตลอดจนเคล็ดลับเลือกสินเชื่อบ้านให้ได้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการเงินในการซื้อที่อยู่อาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อัตราดอกเบี้ยบ้านปี 2568 แต่ละธนาคารแตกต่างกันอย่างไร? ในปี 2568 ธนาคารแต่ละแห่งมีการนำเสนออัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่แตกต่างกัน ทั้งในแง่ของอัตราดอกเบี้ย วงเงินกู้สูงสุด และระยะเวลาในการผ่อนชำระ ซึ่งผู้กู้จำเป็นต้องศึกษารายละเอียดให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ มาดูอัตราดอกเบี้ยล่าสุดของแต่ละธนาคารกัน: ตารางเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยบ้านปี 2568 (อัปเดต 3 มีนาคม 2568) จากตารางจะเห็นว่า ธนาคารกรุงศรีอยุธยาเสนออัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำในช่วง 3 ปีแรกที่ต่ำที่สุดที่ 3.10% ขณะที่ธนาคารออมสินให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 110% และธนาคารอาคารสงเคราะห์กับธนาคารกรุงไทยให้ระยะเวลาผ่อนนานที่สุดถึง 40 ปี สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ อัตราดอกเบี้ยเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะเศรษฐกิจและนโยบายของแต่ละธนาคาร รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น คุณสมบัติของผู้กู้ ระยะเวลากู้ยืม และประเภทของสินเชื่อ ดังนั้นควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากธนาคารโดยตรงก่อนตัดสินใจ วิธีเลือกสินเชื่อบ้านให้ตรงกับความต้องการทำอย่างไร? การเลือกสินเชื่อบ้านที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการและสถานะทางการเงินของแต่ละบุคคล มาดูรายละเอียดสินเชื่อจากธนาคารต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ: ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธอส. มีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยปี 2568 ที่เสนออัตราดอกเบี้ยคงที่ในปีแรกที่ 3.20% ต่อปี และปรับเป็น [...]

เคลียร์ชัดเรื่อง LTV คืออะไร ทำไมใครๆ ก็พูดถึง? พร้อมอัปเดตล่าสุด! ธปท. ผ่อนเกณฑ์ LTV ชั่วคราว ช่วยคนซื้อบ้านง่ายขึ้น
ข่าวสาร

เคลียร์ชัดเรื่อง LTV คืออะไร ทำไมใครๆ ก็พูดถึง? พร้อมอัปเดตล่าสุด! ธปท. ผ่อนเกณฑ์ LTV ชั่วคราว ช่วยคนซื้อบ้านง่ายขึ้น

2025/4/9 • 由 Homeday

การซื้อบ้านหรือคอนโดเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของชีวิตที่หลายคนต้องพึ่งพาสินเชื่อจากธนาคาร โดยปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อวงเงินกู้คือ “LTV” ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศผ่อนคลายเกณฑ์ LTV เป็นการชั่วคราว เพื่อช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น บทความนี้จะพาทุกท่านทำความเข้าใจเรื่อง LTV และการเปลี่ยนแปลงล่าสุดอย่างละเอียด LTV คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร LTV หรือ Loan to Value Ratio คือ อัตราส่วนของวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติเทียบกับมูลค่าหลักประกัน ซึ่งในกรณีสินเชื่อที่อยู่อาศัย หลักประกันก็คือบ้านหรือคอนโดที่กำลังจะซื้อนั่นเอง โดยค่า LTV จะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่างเช่น หากบ้านราคา 3 ล้านบาท และธนาคารอนุมัติสินเชื่อให้ 2.4 ล้านบาท ค่า LTV จะเท่ากับ 80% (2.4 ล้าน ÷ 3 ล้าน × 100) LTV เป็นเครื่องมือสำคัญที่ธนาคารใช้ในการพิจารณาความเสี่ยงของการปล่อยสินเชื่อ ยิ่งค่า LTV สูง หมายความว่า ผู้กู้นำเงินดาวน์มาน้อย และธนาคารต้องให้สินเชื่อในสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับมูลค่าบ้าน [...]

อะไรคือความแตกต่างระหว่างการจำนองและการค้ำประกัน?
ทั่วไป

อะไรคือความแตกต่างระหว่างการจำนองและการค้ำประกัน?

2025/3/15 • 由 Homeday

เส้นทางสู่การเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ การเป็นเจ้าของบ้านเป็นความฝันของใครหลายคน แต่กระบวนการทางการเงินที่เกี่ยวข้องมักสร้างความสับสนให้กับผู้ที่กำลังเริ่มต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการจำนองและการค้ำประกัน ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดอยู่บ่อยครั้ง บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่างอย่างชัดเจน และสามารถตัดสินใจทางการเงินได้อย่างมั่นใจ การจำนอง: หลักประกันทางกฎหมายสำหรับสินเชื่อ การจำนองเป็นกระบวนการทางกฎหมายที่ผู้กู้โอนสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ให้กับสถาบันการเงินเพื่อเป็นหลักประกันเงินกู้ ในขณะที่ผู้กู้ยังคงครอบครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินนั้นได้ หลักการสำคัญของการจำนองประกอบด้วย: สิทธิในทรัพย์สิน: เมื่อทำการจำนอง สถาบันการเงินจะมีสิทธิในทรัพย์สินที่ใช้ค้ำประกัน หากผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ สถาบันการเงินมีสิทธิยึดทรัพย์สินเพื่อชดใช้หนี้ เงื่อนไขการกู้: สัญญาจำนองจะระบุรายละเอียดต่างๆ เช่น วงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาการกู้ และเงื่อนไขการชำระคืน การประเมินมูลค่า: สถาบันการเงินจะทำการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อกำหนดวงเงินกู้ที่เหมาะสม โดยทั่วไปจะให้กู้ไม่เกิน 80-90% ของมูลค่าทรัพย์สิน การค้ำประกัน: การรับผิดชอบร่วมกันในหนี้ การค้ำประกันมีความแตกต่างจากการจำนองอย่างสิ้นเชิง เป็นกระบวนการที่บุคคลอื่นยอมรับผิดชอบหนี้แทนผู้กู้หากผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ลักษณะสำคัญของการค้ำประกันประกอบด้วย: ความรับผิดชอบร่วม: ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดชอบการชำระหนี้ทั้งหมดหากผู้กู้ไม่สามารถชำระได้ ความเสี่ยงส่วนบุคคล: ผู้ค้ำประกันจะต้องมีความมั่นคงทางการเงินและมีความน่าเชื่อถือ สถาบันการเงินจะประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ค้ำประกัน ขอบเขตความรับผิดชอบ: การค้ำประกันอาจครอบคลุมเฉพาะเงินต้นหรือรวมถึงดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ขึ้นอยู่กับข้อตกลง ความแตกต่างหลักระหว่างการจำนองและการค้ำประกัน ด้านหลักประกัน การจำนอง: ใช้ทรัพย์สินเป็นหลักประกัน การค้ำประกัน: ใช้บุคคลเป็นหลักประกัน สิทธิในทรัพย์สิน การจำนอง: สถาบันการเงินมีสิทธิในทรัพย์สิน การค้ำประกัน: ไม่มีสิทธิในทรัพย์สิน ความเสี่ยง การจำนอง: [...]

เงินเดือน 30,000 ซื้อบ้านได้ไหม? แนะวิธีคำนวณวงเงินและเพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อ
ทั่วไป

เงินเดือน 30,000 ซื้อบ้านได้ไหม? แนะวิธีคำนวณวงเงินและเพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อ

2025/4/17 • 由 Homeday

เงินเดือน 30,000 บาทสามารถซื้อบ้านหรือคอนโดได้หรือไม่? คำตอบคือ “ได้” โดยคนที่มีรายได้ระดับนี้มีโอกาสกู้ซื้อที่อยู่อาศัยได้สูงสุดประมาณ 3 ล้านบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะภาระหนี้สินที่มีอยู่และความสามารถในการชำระหนี้ บทความนี้จะแนะนำวิธีคำนวณวงเงินกู้ที่เหมาะสม เทคนิคเพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อ และตัวอย่างโครงการที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับงบประมาณของคนรายได้ระดับนี้ เงินเดือน 30,000 กู้ซื้อบ้านได้เท่าไหร่? ถ้าคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือนและกำลังวางแผนซื้อบ้านหรือคอนโด สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือวงเงินกู้สูงสุดที่คุณมีโอกาสได้รับ โดยธนาคารจะพิจารณาจากรายได้และภาระหนี้สินที่มีอยู่เป็นหลัก ทั้งนี้วงเงินกู้สินเชื่อจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร รวมถึงอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระ โดยทั่วไป คนที่มีเงินเดือน 30,000 บาท มีโอกาสได้รับอนุมัติวงเงินกู้สูงสุดประมาณ 3 ล้านบาท แต่จำนวนนี้จะลดลงหากคุณมีภาระหนี้สินอื่นอยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถยนต์ หรือมีหนี้บัตรเครดิต การเตรียมความพร้อมจึงเป็นกุญแจสำคัญในการขอสินเชื่อให้ผ่านและได้วงเงินสูงสุด วิธีคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระและวงเงินกู้สูงสุด เมื่อพิจารณาการกู้ซื้อบ้านหรือคอนโด สิ่งสำคัญที่ธนาคารคำนึงถึงคือความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ โดยคุณสามารถคำนวณได้ตามขั้นตอนดังนี้ การคำนวณความสามารถผ่อนชำระสูงสุดต่อเดือน สูตรคำนวณพื้นฐานคือ: (เงินเดือน x 70%) – ภาระหนี้สินต่อเดือน = ความสามารถในการผ่อนต่อเดือน ตัวอย่างที่ 1: นาย A มีเงินเดือน 30,000 บาท [...]

กู้ซื้อบ้านหลังแรก ต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่? เตรียมตัวให้พร้อมก่อนขอสินเชื่อ
ทั่วไป

กู้ซื้อบ้านหลังแรก ต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่? เตรียมตัวให้พร้อมก่อนขอสินเชื่อ

2025/3/4 • 由 Homeday

การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนทำงานหลายคน แต่ด้วยราคาบ้านที่สำคัญที่สุดคือต้องศึกษาทำเลและโครงการให้ดีครับ ดูว่ามีแผนพัฒนาอะไรในอนาคต เพราะนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว บ้านยังเป็นการลงทุนระยะยาวด้วย และอีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือการวางแผนรับมือกับดอกเบี้ยที่อาจปรับขึ้นในอนาคตครับ ควรประเมินความสามารถในการผ่อนในกรณีที่ดอกเบี้ยสูงขึ้น และวางแผนการเงินให้รองรับได้ ถ้าเตรียมตัวให้พร้อมตามนี้ การกู้ซื้อบ้านหลังแรกก็ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดครับ แค่ต้องวางแผนให้ดีและมีวินัยทางการเงินูงขึ้นทุกปี ทำให้การซื้อบ้านด้วยเงินสดเป็นเรื่องยาก การกู้ซื้อบ้านจึงเป็นทางเลือกที่นิยมมากที่สุด แต่หลายคนอาจสงสัยว่าต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ และต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง มาดูกันว่าเราควรวางแผนอย่างไรให้ได้บ้านในฝัน เงินเก็บที่ต้องมีก่อนกู้ซื้อบ้าน การกู้ซื้อบ้านไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องมีเงินเก็บเลย เพราะยังมีค่าใช้จ่ายอีกหลายส่วนที่ต้องจ่ายด้วยเงินสด ดังนี้ เงินดาวน์ โดยทั่วไปธนาคารจะให้กู้ประมาณ 90-95% ของราคาบ้าน นั่นหมายความว่าเราต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 5-10% ของราคาบ้าน เช่น บ้านราคา 3 ล้านบาท ต้องมีเงินดาวน์ประมาณ 150,000-300,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคารและประวัติทางการเงินของผู้กู้ ค่าใช้จ่ายในการโอน ประกอบด้วยค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนอง และภาษีต่างๆ โดยรวมแล้วประมาณ 2-3% ของราคาบ้าน ในกรณีบ้านราคา 3 ล้านบาท จะมีค่าใช้จ่ายในการโอนประมาณ 60,000-90,000 บาท เงินสำรองสำหรับตกแต่งบ้าน ควรมีเงินสำรองสำหรับค่าตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าประมาณ 10-15% ของราคาบ้าน หรือประมาณ [...]

การกู้ร่วมซื้อบ้านช่วยให้คุณมีบ้านเร็วขึ้นได้จริงหรือ? ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจกู้ร่วม
ทั่วไป

การกู้ร่วมซื้อบ้านช่วยให้คุณมีบ้านเร็วขึ้นได้จริงหรือ? ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจกู้ร่วม

2025/4/17 • 由 Homeday

การกู้ร่วมซื้อบ้านหรือคอนโดกำลังเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง แต่มีข้อจำกัดด้านรายได้หรือคุณสมบัติไม่เพียงพอสำหรับการกู้เดี่ยว การกู้ร่วมช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อและอาจได้วงเงินกู้ที่สูงขึ้น แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อควรระวังที่ผู้กู้ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ บทความนี้จะอธิบายทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการกู้ร่วมซื้อบ้าน-ซื้อคอนโด เพื่อประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม การกู้ร่วมคืออะไร? ทำไมถึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ซื้อบ้าน การกู้ร่วมซื้อบ้านหรือคอนโด คือการที่มีผู้กู้ตั้งแต่ 1-3 คน ซึ่งเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เช่น พ่อแม่-ลูก พี่-น้อง เครือญาติ สามี-ภรรยา ร่วมกันยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงิน โดยผู้กู้ทุกคนจะมีสิทธิและความรับผิดชอบเท่าเทียมกันในการชำระหนี้ ธนาคารจะนำความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ทุกคนมาคำนวณรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นฐานเงินเดือน ภาระหนี้สิน ทำให้มักได้วงเงินกู้สินเชื่อที่สูงขึ้น สร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้มากขึ้น การกู้ร่วมเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เพียงพอที่จะกู้เองเพียงคนเดียว หรือมีประวัติเครดิตที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจทำให้การขอสินเชื่อคนเดียวเป็นไปได้ยาก การมีผู้กู้ร่วมที่มีคุณสมบัติทางการเงินที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น การกู้ร่วมแตกต่างจากการค้ำประกันอย่างไร? หลายคนอาจสับสนระหว่างการกู้ร่วมกับการค้ำประกัน ทั้งสองวิธีล้วนช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ แต่มีความแตกต่างกันในหลายประเด็นสำคัญ: คุณสมบัติของผู้เข้าร่วม การกู้ร่วม: ผู้กู้ร่วมต้องเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ในครอบครัวเดียวกัน การค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันเป็นบุคคลใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ต้องมีประวัติทางการเงินที่ดี กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การกู้ร่วม: ผู้กู้ร่วมทุกคนมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในทรัพย์สิน การค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันไม่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การคำนวณวงเงินกู้ การกู้ร่วม: ธนาคารจะนำรายได้ของผู้กู้ทุกคนมารวมกันเพื่อคำนวณวงเงินกู้ การค้ำประกัน: ธนาคารจะพิจารณาเฉพาะรายได้ของผู้กู้หลักเท่านั้น ความรับผิดชอบในการชำระหนี้ การกู้ร่วม: ผู้กู้ทุกคนมีหน้าที่ชำระหนี้ร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้นสัญญา การค้ำประกัน: [...]

เกิดอะไรขึ้นกับตลาดอสังหาฯ เมื่อกฎหมาย ‘สมรสเท่าเทียม’ ปลดล็อคคู่รัก LGBTQ+ ซื้อบ้าน
ทั่วไป

เกิดอะไรขึ้นกับตลาดอสังหาฯ เมื่อกฎหมาย ‘สมรสเท่าเทียม’ ปลดล็อคคู่รัก LGBTQ+ ซื้อบ้าน

2024/1/12 • 由 Homeday

กฎหมาย ‘สมรสเท่าเทียม’ ปลดล็อคคู่รัก LGBTQ+ ซื้อบ้านการซื้อบ้านสักหลังของคู่รัก LGBTQ+ ในอนาคตจะเป็นประสบการณใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม หลังจาก ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือ ร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม มีผลบังคับใช้ในอนาคตสิทธิประโยชน์ที่ คู่รัก LGBTQ+ จะได้รับจา

อัปเดต! อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน มิถุนายน 2565 เลือกธนาคารไหนดี?
ทั่วไป

อัปเดต! อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน มิถุนายน 2565 เลือกธนาคารไหนดี?

2022/6/30 • 由 Homeday

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเป็นแบบไหน โดยทั่วไปแล้วอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อสำหรับการกู้ซื้อบ้าน จะเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ทางธนาคารกำหนด ซึ่งจะคงที่ในระยะเวลาช่วง 1-3 ปี หรือที่เรียกว่า อัตราดอกเ

ทำไมต้องอ่านนโยบายสินเชื่อที่อยู่อาศัยปี 2025? สิ่งที่ผู้ซื้อบ้านต้องรู้
ทั่วไป

ทำไมต้องอ่านนโยบายสินเชื่อที่อยู่อาศัยปี 2025? สิ่งที่ผู้ซื้อบ้านต้องรู้

2025/3/28 • 由 Homeday

การซื้อบ้านในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับระบบสินเชื่อที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นโยบายสินเชื่อที่อยู่อาศัยปี 2025 มีการปรับเปลี่ยนที่สำคัญซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงรายละเอียดสำคัญที่นักลงทุนและผู้ซื้อบ้านมือใหม่ควรรับรู้ การเปลี่ยนแปลงหลักของสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปี 2025 ในปี 2025 วงการอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สถาบันการเงินต่างปรับตัวเพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาด การเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยจึงมีความยืดหยุ่นและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ผู้ซื้อจำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงเกณฑ์และเงื่อนไขใหม่ๆ เพื่อวางแผนการซื้อบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น สถาบันการเงินได้ปรับเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อให้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้าน ไม่เพียงแต่รายได้และประวัติการเงิน แต่ยังรวมถึงความมั่นคงในอาชีพ เสถียรภาพทางการเงิน และความสามารถในการชำระหนี้ในระยะยาว เกณฑ์ใหม่นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงให้กับทั้งผู้ให้กู้และผู้กู้ การประเมินความสามารถในการชำระหนี้จะพิจารณาจากอัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ (Debt-to-Income Ratio) อย่างเคร่งครัด โดยปกติแล้วสถาบันการเงินจะต้องการให้อัตราส่วนนี้ไม่เกิน 40-45% ซึ่งหมายความว่าค่าผ่อนชำระบ้านรวมหนี้อื่นๆ จะต้องไม่เกิน 40-45% ของรายได้รวมต่อเดือน นวัตกรรมทางการเงินสำหรับที่อยู่อาศัย ปี 2025 เห็นการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ต้องการซื้อบ้าน สินเชื่อแบบใหม่เริ่มมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น สินเชื่อที่สามารถปรับอัตราดอกเบี้ยได้ตามสถานการณ์ส่วนบุคคล หรือสินเชื่อที่มีระยะเวลาผ่อนชำระที่ยาวขึ้น นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนทำงานอิสระและผู้ประกอบการ ซึ่งมีรูปแบบรายได้ที่ไม่คงที่ โดยพิจารณาจากประวัติการเงินและศักยภาพในการหารายได้ ไม่ได้ยึดติดกับรายได้ประจำเพียงอย่างเดียว ปัจจัยที่ส่งผลต่อสินเชื่อที่อยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ยและผลกระทบทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการกู้ซื้อบ้าน ในปี 2025 แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยมีความผันผวน ธนาคารกลางและสถาบันการเงินต่างปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง การเลือกระหว่างสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยคงที่หรือลอยตัวจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday FB
Banner TOA
Homeday Tiktok