加载中...
加载中...
พบ 7 บทความ

2025/4/2 • 由 Homeday
ภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ แต่เราสามารถเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ได้ การรู้จักวิธีป้องกันตัวและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและสูญเสียได้อย่างมาก บทความนี้จะแนะนำ 10 วิธีในการเตรียมความพร้อมและรับมือกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวอย่างปลอดภัย ตั้งแต่การเตรียมการล่วงหน้า การปฏิบัติตัวขณะเกิดเหตุ ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ 1. การเตรียมพร้อมที่อยู่อาศัยให้แข็งแรง การเตรียมบ้านเรือนให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการรับมือกับแผ่นดินไหว เริ่มต้นจากการตรวจสอบโครงสร้างของบ้านว่ามีความมั่นคงเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะบ้านเก่าหรืออาคารที่ก่อสร้างมานาน ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเพื่อประเมินความแข็งแรงและทำการเสริมความมั่นคงให้กับตัวอาคาร การติดตั้งระบบเสริมความมั่นคงให้กับบ้านมีหลายวิธี เช่น การเสริมเสาและคานให้แข็งแรง การติดตั้งระบบต้านแรงแผ่นดินไหว หรือการใช้วัสดุก่อสร้างที่มีความยืดหยุ่น ที่สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี นอกจากนี้ ยังควรตรวจสอบและซ่อมแซมรอยแตกร้าวของกำแพงหรือฐานรากอาคารอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผู้ที่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรืออาคารสูง ควรสอบถามนิติบุคคลอาคารชุดถึงมาตรฐานการก่อสร้างและระบบป้องกันแผ่นดินไหวของอาคาร รวมถึงแผนอพยพในกรณีฉุกเฉิน การเลือกที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานการก่อสร้างตามหลักวิศวกรรมแผ่นดินไหวจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสียหายเมื่อเกิดภัยพิบัติได้อย่างมาก 2. การจัดเตรียมพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัย เฟอร์นิเจอร์และสิ่งของภายในบ้านอาจกลายเป็นอันตรายได้เมื่อเกิดแผ่นดินไหว การจัดการพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ เริ่มจากการยึดเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ เช่น ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ หรือตู้หนังสือเข้ากับผนังอย่างมั่นคง เพื่อป้องกันไม่ให้ล้มทับเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน ควรจัดวางของหนักไว้บนชั้นล่างของชั้นวางของ และไม่วางสิ่งของที่แตกง่ายหรือมีน้ำหนักมากไว้เหนือเตียงนอนหรือโซฟา ติดตั้งอุปกรณ์ล็อคสำหรับตู้และลิ้นชักเพื่อป้องกันการเปิดออกระหว่างเกิดแผ่นดินไหว นอกจากนี้ ยังควรใช้แผ่นกันลื่นหรือตีนตุ๊กแกรองใต้เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหรือชั้นวาง การจัดเตรียมเส้นทางอพยพภายในบ้านให้โล่งและปราศจากสิ่งกีดขวางก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรกำหนดพื้นที่ปลอดภัยในแต่ละห้องสำหรับหลบภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรง หรือบริเวณมุมห้องที่ไม่มีสิ่งของหนักตั้งอยู่เหนือศีรษะ และให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนทราบถึงตำแหน่งเหล่านี้ 3. การจัดเตรียมถุงยังชีพและแผนอพยพฉุกเฉิน การจัดเตรียมถุงยังชีพสำหรับภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกครัวเรือนควรมี ถุงยังชีพควรบรรจุของใช้ที่จำเป็นอย่างน้อยสำหรับ 3-7 วัน ได้แก่ [...]

2025/4/2 • 由 Homeday
กระทรวง อว. ระดมสรรพกำลังผนึกทุกภาคส่วน นำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มาเป็นกลไกหลัก ในการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติทุกรูปแบบ โดยบูรณาการเครื่องมือ ววน. ทุกแขนง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที พร้อมสนับสนุนงบประมาณการวิจัย กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จะจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับมือกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว ผ่านสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้แผนงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ ภัยพิบัติ และการบริหารจัดการภัยธรรมชาติแบบบูรณาการ เพื่อเร่งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม อันเป็นการเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้านสำหรับเหตุภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 31 มีนาคม 2568 – กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ผนึกกำลังภาครัฐ นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญ จัดเวทีเสวนา “ก้าวข้ามธรณีพิโรธ : นวัตกรรม ววน. พลิกเกมภัยแผ่นดินไหว เพื่ออนาคตที่ปลอดภัยของไทย” ถอดบทเรียนกรณีแผ่นดินไหวในกรุงเทพมหานคร เปิดเทคโนโลยีและนวัตกรรม ววน. พร้อมใช้รับมือภัยพิบัติในทุกมิติ โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวศุภมาส อิศรภักดี [...]

2025/4/4 • 由 Homeday
การซื้อบ้านเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ในชีวิตที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่หลายครั้งเรามักให้ความสำคัญกับตัวบ้าน ราคา หรือการออกแบบภายใน จนลืมพิจารณาปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว นั่นคือ “สภาพแวดล้อมรอบบ้าน” ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่ายๆ หลังจากตัดสินใจซื้อบ้านไปแล้ว การดูสภาพแวดล้อมก่อนซื้อบ้านมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสภาพแวดล้อมที่ดีไม่เพียงส่งผลต่อความสุขในการอยู่อาศัย แต่ยังส่งผลต่อมูลค่าของทรัพย์สินในอนาคต รวมไปถึงสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้อยู่อาศัย บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของสภาพแวดล้อมที่มักถูกมองข้าม และจุดสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน มลภาวะและคุณภาพอากาศ – ปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาว มลภาวะและคุณภาพอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นหรือพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงงานอุตสาหกรรม การอาศัยในพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูงเป็นเวลานานอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ หรือแม้กระทั่งโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากมลพิษทางอากาศแล้ว มลพิษทางเสียงก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม บ้านที่อยู่ติดถนนใหญ่ ใกล้สนามบิน หรือสถานีรถไฟ อาจประสบปัญหาเสียงรบกวนตลอดเวลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพการนอนหลับและสุขภาพจิตในระยะยาว การศึกษาหลายชิ้นพบว่า การอาศัยในพื้นที่ที่มีเสียงรบกวนสูงเป็นเวลานานอาจส่งผลให้เกิดความเครียด ความวิตกกังวล และปัญหาด้านความจำ การประเมินคุณภาพอากาศในพื้นที่ที่สนใจซื้อบ้านสามารถทำได้โดยสังเกตสภาพแวดล้อมในช่วงเวลาต่างๆ ของวัน โดยเฉพาะในช่วงเช้าและเย็นซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการจราจรหนาแน่น สิ่งที่ควรสังเกต ได้แก่ ปริมาณฝุ่นละออง กลิ่น และความทึบของอากาศ นอกจากนี้ ผู้ซื้อบ้านควรสอบถามข้อมูลจากชุมชนหรือผู้อยู่อาศัยในละแวกนั้นเกี่ยวกับปัญหามลพิษที่อาจเกิดขึ้นในบางช่วงเวลาหรือบางฤดูกาล การเลือกพื้นที่ที่มีคุณภาพอากาศดีไม่เพียงแต่ช่วยรักษาสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว แต่ยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลและอุปกรณ์ฟอกอากาศที่อาจต้องลงทุนเพิ่มเติมหากอาศัยในพื้นที่ที่มีมลพิษสูง ดังนั้น การพิจารณาปัจจัยด้านมลภาวะและคุณภาพอากาศจึงเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ – การเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ภัยธรรมชาติเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผู้ซื้อบ้านควรพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม [...]

2025/4/15 • 由 Homeday
ปรากฏการณ์แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นโดยไม่อาจคาดเดาได้ล่วงหน้า และสามารถสร้างความเสียหายมหาศาลภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที การเตรียมความพร้อมและเข้าใจถึงวิธีรับมืออย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่อาจช่วยรักษาชีวิตของคุณและคนที่คุณรักได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.7 ริกเตอร์ที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ซึ่งส่งผลกระทบถึงประเทศไทย ทำให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้และเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติดังกล่าว บทความนี้จะแนะนำข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับแผ่นดินไหว ตั้งแต่สาเหตุการเกิด ผลกระทบ ไปจนถึงวิธีการรับมืออย่างเหมาะสมในทุกขั้นตอน แผ่นดินไหวคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร? แผ่นดินไหว (Earthquake) เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการปรับสมดุลของแผ่นเปลือกโลก ทำให้ชั้นหินขนาดใหญ่เกิดการเคลื่อนที่ แตกหัก และส่งแรงสั่นสะเทือนบนพื้นดินเป็นวงกว้าง แผ่นดินไหวสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากธรรมชาติและจากการกระทำของมนุษย์ สาเหตุจากธรรมชาติ แผ่นดินไหวส่วนใหญ่เกิดจากการเคลื่อนตัวอย่างฉับพลันของเปลือกโลกตามแนวรอยเลื่อน เมื่อแผ่นเปลือกโลกสะสมพลังงานจากการเคลื่อนที่ของแมกมาใต้พื้นผิวโลกเป็นเวลานาน จะเกิดการปลดปล่อยพลังงานอย่างฉับพลัน ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรง นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ หรือการตกกระทบของอุกกาบาตขนาดใหญ่ สาเหตุจากมนุษย์ กิจกรรมของมนุษย์บางอย่างสามารถก่อให้เกิดแผ่นดินไหวได้เช่นกัน เช่น การทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดิน การทำเหมืองแร่ในบริเวณใกล้รอยเลื่อน หรือการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมหาศาลกดทับผิวโลก ซึ่งอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ทำไมแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ ถึงรุนแรง? เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมา ด้วยความรุนแรง 7.7 ริกเตอร์ ซึ่งมีพลังงานมากกว่าระเบิดปรมาณูที่ถูกทิ้งลงที่เมืองฮิโรชิมาในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่ากรุงเทพฯ จะอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางถึงกว่า 1,000 กิโลเมตร แต่ยังรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างชัดเจน [...]

2025/5/27 • 由 Homeday
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ (ดร.ยุ้ย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าวยกระดับความร่วมมือกับพันธมิตรญี่ปุ่น ฮันคิวฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ (HHP) พร้อมลุยพัฒนาโครงการด้วยองค์ความรู้จากญี่ปุ่น ทั้งคุณภาพการก่อสร้างและการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ ผสานกับความใส่ใจสไตล์เสนา พร้อมดูแลอยู่เคียงข้างลูกค้าอย่างยั่งยืนในทุกช่วงชีวิต ด้วยความร่วมมือกว่า 9 ปี กับโครงการร่วมพัฒนา 66 แห่ง มูลค่ากว่า 83,000 ล้านบาท เสนาได้นำเอาความรู้ต่าง ๆ มาพัฒนาโดยตลอด อาทิ แนวคิด Geo Fit+ ซึ่งพัฒนาจากความเข้าใจเชิงลึกในพฤติกรรมผู้บริโภค มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบและพัฒนาโครงการต่าง ๆ ทั้งกลุ่มคอนโดมิเนียม เช่น Niche Mono สุขุมวิท-แบริ่ง, Niche Pride เตาปูน, คอนโดภายใต้แบรนด์ Flexi ขยายต่อสู่กลุ่มบ้านแนวราบ และล่าสุด เสนาได้เริ่ม ยกระดับแนวทางการป้องกันภัยพิบัติ ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ภายใต้แนวคิด Geo Fit+ inspired by [...]

2025/2/20 • 由 Homeday
ในยุคที่สภาพอากาศแปรปรวน ภัยธรรมชาติสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยง บทความนี้จะแนะนำวิธีการเตรียมชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินสำหรับสัตว์เลี้ยงอย่างครบถ้วน อาหารและน้ำสำหรับสัตว์เลี้ยง: สิ่งจำเป็นพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ การเตรียมอาหารและน้ำสำรองเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ควรเตรียมอาหารแห้งหรืออาหารกระป๋องให้เพียงพอสำหรับ 7-14 วัน เก็บในภาชนะกันน้ำและแมลง อาหารกระป๋องควรมีฝาเปิดง่ายแบบดึง สำหรับน้ำดื่ม ให้เตรียมในปริมาณ 1 ลิตรต่อวันสำหรับสุนัขขนาดกลาง และ 250 มิลลิลิตรต่อวันสำหรับแมว นอกจากนี้ควรมีชามอาหารและน้ำแบบพกพา เอกสารสำคัญและข้อมูลการติดต่อ จัดเตรียมแฟ้มเอกสารกันน้ำที่บรรจุสำเนาเอกสารสำคัญ เช่น: ประวัติการฉีดวัคซีน ใบรับรองการผ่าตัดทำหมัน รูปถ่ายสัตว์เลี้ยงพร้อมเจ้าของ รายชื่อและเบอร์โทรศัพท์สัตวแพทย์ ข้อมูลการรักษาโรคประจำตัว สำเนาไมโครชิพ (ถ้ามี) อุปกรณ์ปฐมพยาบาลและยาประจำตัว ชุดปฐมพยาบาลสำหรับสัตว์เลี้ยงควรประกอบด้วย: ผ้าพันแผล และผ้าก๊อซปลอดเชื้อ เทปกาวทางการแพทย์ กรรไกรปลายมน ถุงมือยาง น้ำยาฆ่าเชื้อ ยาทาแผลภายนอก ยาประจำตัว (ถ้ามี) พร้อมคำแนะนำการใช้ อุปกรณ์ควบคุมและขนส่ง เตรียมอุปกรณ์สำหรับเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง: กรงขนส่งที่แข็งแรง สายจูงและปลอกคอสำรอง ผ้าห่มหรือที่นอนขนาดเล็ก ถุงขยะสำหรับทำความสะอาด ของเล่นที่คุ้นเคย 1-2 ชิ้น เพื่อลดความเครียด การฝึกซ้อมและการเตรียมความพร้อม ควรมีการซ้อมแผนอพยพกับสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ: [...]

2025/4/11 • 由 Homeday
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร อุบลราชธานี ร่วมกันถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เพื่อพลิกวิกฤตสู่โอกาส สร้างความตระหนักรู้ รับมือเหตุแผ่นดินไหวในอนาคต แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แผ่นดินไหว ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่มีระดับความรุนแรง 8.2 ความลึก10 กิโลเมตร ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบหลายพื้นที่ มีประชาชนได้รับผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก อีกทั้ง สถานการณ์ดังกล่าวนั้น ยังอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ประเทศไทย จำเป็นต้องเรียนรู้และตระหนักว่าปัญหาสาธารณภัย ภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข มีหลายรูปแบบ ทั้งปัญหาโรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ อุทกภัย ภัยร้อน ภัยแล้ง ไฟไหม้ หมอกควัน อุบัติภัยสารเคมีรั่วไหล รวมทั้ง ภัยจากแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นภัยธรรมชาติที่การพยากรณ์ หรือ แจ้งเตือนล่วงหน้ายังไม่สามารถทำได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่สิ่งที่สามารถทำได้ คือ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ ตั้งแต่ระยะก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ [...]
