Logo
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们
发布房源
发布房源
Homeday
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们收藏夹
HOMEDAY Logo

泰国排名第一的一站式房地产平台。轻松找到您的梦想家园、优质公寓或进行房产投资。

Line
DBD Registered

主菜单

  • 首页
  • 买房
  • 租房
  • 新楼盘
  • 热门地段
  • 房产文章
  • 使用指南
  • 联系我们

房产类型

  • 公寓
  • 独栋别墅
  • 联排别墅
  • 土地

联系我们

  • 电话090-916-9993每天 9:00 - 18:00
  • Email[email protected]
  • 办公室159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    暖武里府 11110,泰国

热门搜索

素坤逸公寓轻轨公寓邦纳别墅便宜联排别墅考艾土地拉差达出租公寓暖武里二手房新公寓评测房屋贷款土地估价投资房产免费发布房产

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. 版权所有。

条款与条件隐私政策Sitemap
Add LINE Sticky
Banner TOA
Homeday Tiktok

บทความ

พบ 100 บทความ

เรียงตาม:
123...789
กำลังค้นหา:
คำค้น: ปลูกต้นไม้
ทิลแลนด์เซียคืออะไร และทำไมถึงเป็นต้นไม้ที่ปลูกได้โดยไม่ต้องใช้ดิน?
ทั่วไป

ทิลแลนด์เซียคืออะไร และทำไมถึงเป็นต้นไม้ที่ปลูกได้โดยไม่ต้องใช้ดิน?

2025/6/9 • 由 Homeday

ทิลแลนด์เซียเป็นต้นไม้รากอากาศที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในการตกแต่งบ้านและสวน เนื่องจากสามารถเจริญเติบโตได้โดยไม่ต้องใช้ดิน ทำให้การดูแลรักษาง่ายและเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลามาก พืชชนิดนี้มีมากกว่า 500 สายพันธุ์ทั่วโลกและจัดอยู่ในวงศ์เดียวกับสับปะรดสี ด้วยความสามารถพิเศษในการดูดซับอาหารและความชื้นจากอากาศผ่านรากและใบ ทิลแลนด์เซียจึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนรักต้นไม้ที่ต้องการความสวยงามแต่ไม่ต้องการความยุ่งยากในการดูแล ลักษณะเฉพาะของทิลแลนด์เซียที่แตกต่างจากไม้ทั่วไป ทิลแลนด์เซียเป็นพืชอิงอาศัยที่มีคุณสมบัติพิเศษในการดำรงชีพโดยไม่ต้องพึ่งพาดิน3 พืชชนิดนี้ใช้รากเพียงเพื่อเกาะยึดกับต้นไม้ใหญ่ กิ่งไม้ โขดหิน หรือวัสดุอื่นๆ แต่ไม่ได้แย่งอาหารจากพืชที่เป็นเจ้าบ้าน จุดเด่นที่สำคัญของทิลแลนด์เซียคือการมีโครงสร้างพิเศษที่เรียกว่า “ไทรโคม” (Trichome) ซึ่งเป็นขนเล็กๆ สีขาวหรือสีเงินที่ปกคลุมใบและลำต้น ไทรโคมมีลักษณะแบน บาง คล้ายปีกหรือเกล็ดที่ล้อมรอบช่องดูดซับ ทำหน้าที่ดูดซับละอองน้ำและแร่ธาตุต่างๆ จากอากาศเข้าสู่ใบและลำต้น นอกจากการหาอาหารแล้ว ไทรโคมยังช่วยสะท้อนแสงและป้องกันการสูญเสียน้ำจากแสงแดดโดยตรง ลม หรือพื้นที่ที่มีอากาศแห้ง โครงสร้างพิเศษนี้ทำให้ทิลแลนด์เซียสามารถปรับตัวและทนแล้งได้เป็นอย่างดี วิธีการปลูกและดูแลทิลแลนด์เซียอย่างถูกต้อง การปลูกทิลแลนด์เซียไม่ต้องการดินหรือปุ๋ย เพียงแค่จับพันกับต้นไม้ใหญ่ พันกับลวด หรือนำไปเกาะขอนไม้ก็สามารถเจริญเติบโตได้แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดในการปลูกคือแสงแดด ควรปลูกในบริเวณที่มีแสงแดดรำไรหรือแสงแดดอ่อนๆ ประมาณ 50-70% หากโดนแดดจัดหรือแดดแรงๆ อาจทำให้ใบไหม้ได้ สำหรับการรดน้ำ มีหลายวิธีที่สามารถเลือกใช้ได้ วิธีแรกคือการพ่นละอองน้ำ 1-2 วันต่อครั้ง วิธีที่สองคือการแช่ในน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ประมาณ 20 นาที แล้วนำขึ้นมาสะบัดน้ำส่วนเกินออก สำหรับการปลูกในห้อง แค่รดน้ำให้ทิลแลนด์เซีย [...]

หนอนผีเสื้อกำจัดได้อย่างไร ไม่ให้มากัดกินต้นไม้จนเกลี้ยงสวน?
ทั่วไป

หนอนผีเสื้อกำจัดได้อย่างไร ไม่ให้มากัดกินต้นไม้จนเกลี้ยงสวน?

2025/5/20 • 由 Homeday

การพบหนอนผีเสื้อในสวนเป็นปัญหาที่สร้างความกังวลให้กับคนรักต้นไม้หลายคน เพราะเจ้าตัวหนอนพวกนี้สามารถกัดกินใบ ยอดอ่อน และส่วนต่างๆ ของพืชจนเสียหายอย่างรวดเร็ว บางครั้งเพียงชั่วข้ามคืนก็พบว่าต้นไม้ที่ปลูกไว้อาจถูกกัดกินจนแทบไม่เหลือใบสักใบ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับวิธีการสังเกตและกำจัดหนอนผีเสื้อด้วยวิธีที่ปลอดภัย ไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย ซึ่งคุณสามารถทำได้เองที่บ้านด้วยวัตถุดิบง่ายๆ หนอนผีเสื้อคืออะไร และทำไมจึงเป็นศัตรูพืชที่น่ากลัว? หนอนผีเสื้อเป็นตัวอ่อนในวงจรชีวิตของผีเสื้อและแมลงกลุ่มเลพิดอพเทรา (Lepidoptera) ซึ่งเป็นระยะที่กินอาหารมากที่สุดเพื่อสะสมพลังงานก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นดักแด้และผีเสื้อตัวเต็มวัยต่อไป ธรรมชาติของหนอนผีเสื้อคือการกินใบพืชเป็นอาหารหลัก โดยเฉพาะพืชที่มีดอกที่ผลิตน้ำหวาน เช่น ต้นพุด ดอกรัก และไม้ดอกต่างๆ ที่น่าตกใจคือ หลังจากที่ผีเสื้อวางไข่ประมาณ 10-12 วัน ไข่จะฟักเป็นหนอนที่มีช่วงอายุเพียง 7 วันก่อนจะเข้าสู่ระยะดักแด้ แต่ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ นี้ หนอนจะกินอาหารตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เกิดความเสียหายอย่างรวดเร็วและรุนแรง ในฟาร์มปลูกผักและสวนผลไม้ หนอนผีเสื้อสามารถสร้างความเสียหายหลายรูปแบบ ทั้งทำลายใบพืช ทำให้พื้นที่สังเคราะห์แสงลดลง ทำลายดอกและผล และบางครั้งยังนำเชื้อโรคมาสู่พืชอีกด้วย จะสังเกตอย่างไรว่ามีหนอนผีเสื้อในสวนของเรา? การสังเกตหนอนผีเสื้อในระยะเริ่มต้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันความเสียหายรุนแรง มีวิธีสังเกตง่ายๆ ดังนี้: สังเกตไข่ผีเสื้อ: ผีเสื้อมักวางไข่บนต้นไม้ที่เป็นแหล่งอาหาร ไข่มักมีขนาดเล็กและอาจเห็นเป็นกลุ่มอยู่ใต้ใบ ใบแหว่งหรือมีรอยกัดแทะ: หนอนผีเสื้อมักกัดใบจากขอบใบเข้ามา ไม่ใช่เจาะเป็นรูจากกลางใบ ใยดักแด้หรือรังไหม: หากพบใยหรือรังไหมตามต้นไม้ แสดงว่าอาจมีหนอนกำลังเตรียมเข้าสู่ระยะดักแด้ มูล: หนอนผีเสื้อมักถ่ายทิ้งไว้บริเวณที่กินอาหาร มีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ [...]

อยากจัดสวนในพื้นที่จำกัดต้องทำอย่างไร? 10 ไอเดียสร้างสรรค์สำหรับบ้าน คอนโด และระเบียงเล็ก
ทั่วไป

อยากจัดสวนในพื้นที่จำกัดต้องทำอย่างไร? 10 ไอเดียสร้างสรรค์สำหรับบ้าน คอนโด และระเบียงเล็ก

2025/6/3 • 由 Homeday

การสร้างพื้นที่สีเขียวในบ้านไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่กว้างขวาง ด้วยไอเดียสร้างสรรค์และเทคนิคการจัดสวนแนวใหม่ เราสามารถเปลี่ยนพื้นที่จำกัดให้กลายเป็นสวนสวยที่ช่วยฟอกอากาศและเพิ่มความสดชื่นให้กับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นระเบียงคอนโด ลานหน้าบ้าน หรือมุมเล็กๆ ภายในบ้าน ทุกพื้นที่สามารถเปลี่ยนเป็นสวนส่วนตัวได้ ไอเดียสวนแนวตั้งสำหรับพื้นที่จำกัด สวนแขวนติดผนังกำแพง การจัดสวนแนวตั้งเป็นวิธีการประหยัดพื้นที่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สามารถเริ่มต้นได้ง่ายด้วยการสร้างแผงไม้ติดผนัง แล้วนำต้นไม้ที่ปลูกในกระถางเจาะรูมาแขวนตามต้องการ สวนแนวตั้งไม่เพียงช่วยประหยัดพื้นที่ แต่ยังช่วยลดมลพิษและความร้อนจากภายนอกที่เข้าสู่ตัวอาคาร ทำให้ผนังว่างเปล่าดูมีชีวิตชีวาและเป็นฉากหลังที่สวยงาม การเลือกพืชสำหรับสวนแนวตั้งควรพิจารณาปริมาณแสงแดดที่ได้รับ หากเป็นบริเวณที่โดนแดดค่อนข้างมาก สามารถเลือกปลูกเปปเปอร์มินต์ ดาดตะกั่ว เฟิร์นข้าหลวง เตยด่าง สับปะรดสี เฟิร์นใบมะขาม ไผ่ฟิลิปปินส์ และเดฟเขียว ส่วนถ้าเป็นบริเวณที่แสงแดดน้อย ควรเลือกพืชที่ชอบแสงน้อย เช่น เฟิร์นหรือพลูด่าง สวนแขวนบนราวระเบียง สำหรับผู้ที่อยู่คอนโดหรือมีระเบียง การแขวนต้นไม้บนราวระเบียงเป็นทางเลือกที่ยอดเยียม วิธีนี้มีข้อดีกว่าการแขวนติดกำแพง เพราะไม่ต้องตอกตะปูและสามารถโยกย้ายได้ง่าย สามารถเลือกซื้ออุปกรณ์แขวนพร้อมกระถางที่มีหลากหลายรูปแบบ หรือเลือกซื้อแยกส่วนตามความต้องการ พันธุ์ไม้ที่เหมาะสำหรับสวนแขวนบนราวระเบียง ได้แก่ กลุ่มไม้ดอกประดับอย่างกล้วยไม้ เวอร์บีน่า หรือกลุ่มไม้ใบประดับที่มีกิ่งก้านห้อยย้อยลงมา เช่น สายป่านดวงใจ ริบบิ้นชาลี หรือต้นคุณนายตื่นสาย การดูแลสวนแขวนควรใช้ฟ็อกกี้ในการฉีดน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำหยดไปรบกวนผู้อยู่อาศัยห้องด้านล่าง การปรับแต่งพื้นที่ด้วยวัสดุธรรมชาติ การปูพรมหญ้าสร้างฟีลธรรมชาติ การปูพรมหญ้าสีเขียวในลานนั่งเล่น บนระเบียง หรือในห้องนั่งเล่น ช่วยให้รู้สึกเหมือนได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติตลอดเวลา และยังช่วยเพิ่มความสดชื่นให้บ้าน [...]

พลูชนิดไหนที่เลี้ยงง่ายและเหมาะสำหรับมือใหม่?พลูชนิดไหนที่เลี้ยงง่ายและเหมาะสำหรับมือใหม่?
ทั่วไป

พลูชนิดไหนที่เลี้ยงง่ายและเหมาะสำหรับมือใหม่?พลูชนิดไหนที่เลี้ยงง่ายและเหมาะสำหรับมือใหม่?

2025/5/24 • 由 Homeday

การเลือกต้นไม้ประดับในบ้านสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นจัดสวนอาจเป็นเรื่องที่ท้าทายหากไม่รู้จักคุณสมบัติของแต่ละชนิด แต่หากกำลังมองหาต้นไม้ที่ทั้งสวยงาม ดูแลง่าย และไม่ต้องใช้เทคนิคการปลูกซับซ้อน ต้นไม้ตระกูลพลูถือเป็นทางเลือกที่ยอดเยียมสำหรับทุกคน เพราะนอกจากจะมีใบที่สวยงามหลากหลายสีสันแล้ว ยังมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันและต้องการการดูแลที่ไม่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นการรดน้ำที่ไม่บ่อยมาก การให้แสงแดดรำไร และความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศในบ้าน ทำความรู้จักกับพลูชนิดต่างๆ ที่มือใหม่ควรเริ่มต้น พลูด่างและพลูทอง: ตัวเลือกหลักสำหรับผู้เริ่มต้น พลูด่างหรือที่รู้จักกันในชื่อ Devil’s Ivy มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Epipremnum aureum เป็นไม้เลื้อยที่มีลำต้นกลมอ่อนและรากอากาศ ใบมีทรงหัวใจสีเขียวปนเหลืองหรือขาว โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ และแผ่นใบหนา สิ่งที่ทำให้พลูด่างเป็นที่นิยมอย่างมากคือความสามารถในการปลูกได้ทั้งในกระถางและแจกัน รวมถึงความทนทานต่อโรคและแมลง โตได้ในทุกสภาพแวดล้อม และไม่ต้องเปลี่ยนกระถางบ่อย พลูทองหรือราชินีสีทอง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Epipremnum aureum ‘Bunting Lime’ เป็นไม้เลื้อยอายุหลายปีที่มีกิ่งก้านสีเขียวอมเหลืองพร้อมขีดสีอ่อนตามแนวยาว ใบเป็นทรงไข่ สีเขียวอมเหลือง ปลายใบเรียว โคนใบเว้า และขอบใบเรียบ นอกจากความสวยงามแล้ว พลูทองยังมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษในอากาศ ทำให้เป็นทั้งไม้ประดับและไม้ฟอกอากาศในตัวเดียวกัน การดูแลพลูด่างและพลูทองอย่างถูกต้อง พลูด่างและพลูทองต้องการการดูแลที่คล้ายคลึงกัน โดยชอบดินร่วนที่ผสมปุ๋ย ทรายหยาบ และใบไม้แห้ง ชอบอุณหภูมิประมาณ 18-24 องศาเซลเซียส ต้องการแสงแดดจัดแต่ไม่ควรเป็นแสงแดดโดยตรง และต้องการความชื้นสูง [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday Tiktok