
2025/6/18 • 由 Homeday
พื้นที่ในการจัดสวนที่บ้านมีจำกัดไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไปสำหรับคนรักต้นไม้ เพราะการปลูกพืชแขวนจะช่วยให้เราใช้พื้นที่แนวตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเพิ่มความสวยงามและสีเขียวให้กับบ้าน พืชแขวนไม่เพียงแต่ประหยัดพื้นที่เท่านั้น แต่ยังช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศและส่งผลดีต่อสุขภาพจิตใจอีกด้วย พืชแขวนคืออะไรและทำไมถึงได้รับความนิยม พืชแขวนหรือ Hanging Plants เป็นพืชที่มีลักษณะการเจริญเติบโตแบบห้อยลงมาหรือเลื้อยยาว เหมาะสำหรับการปลูกในกระถางแขวนหรือตะกร้าแขวน ความนิยมของพืชแขวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากสามารถใช้พื้นที่แนวตั้งได้อย่างคุ้มค่า ทำให้แม้บ้านที่มีพื้นที่จำกัดก็สามารถมีมุมสีเขียวได้ การปลูกพืชแขวนช่วยสร้างมิติให้กับพื้นที่ทำให้ห้องดูกว้างขวางและน่าอยู่มากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศและฟอกอากาศภายในบ้านได้อีกด้วย ประโยชน์ของการปลูกพืชแขวนในบ้าน ประโยชน์ต่อสุขภาพกายและใจ การปลูกพืชแขวนในบ้านมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการช่วยลดความเครียดและปรับปรุงสภาพจิตใจ การศึกษาพบว่าการอยู่ร่วมกับพืชสีเขียวช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดคอร์ติซอลได้อย่างมีนัยสำคัญ พืชแขวนยังช่วยเพิ่มความสามารถในการจดจ่อและสมาธิ ทำให้การทำงานหรือเรียนหนังสือมีประสิทธิภาพมากขึ้น สีเขียวของใบไม้ส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจ ช่วยให้มองโลกในแง่บวกและลดความดันโลหิตได้ การฟอกอากาศและปรับปรุงคุณภาพอากาศ พืชแขวนทำหน้าที่เป็นเครื่องฟอกอากาศตามธรรมชาติที่ช่วยกรองสารพิษและฝุ่นละอองต่างๆ การศึกษาพบว่าพืชชั้นนำเช่น โปโทสและแมงมุม สามารถลดมลพิษในอากาศภายในได้ถึง 50% พืชเหล่านี้ช่วยดูดซับสารพิษต่างๆ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน และไซลีน ที่มักพบในบ้านจากเฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้าง ใบของพืชแขวนยังทำหน้าที่ดักจับฝุ่นและสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ ทำให้อากาศในบ้านสะอาดขึ้น วิธีการเลือกพืชแขวนที่เหมาะสม การพิจารณาแสงแดดและสภาพแวดล้อม การเลือกพืชแขวนควรพิจารณาปริมาณแสงแดดที่ตำแหน่งจะได้รับ พืชแขวนสำหรับที่แสงแดดจัดต้องการแสงแดดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน ในขณะที่พืชสำหรับแสงแดดรำไรต้องการแสงแดดน้อยกว่า 4 ชั่วโมง สำหรับพื้นที่ในร่มหรือระเบียงที่แสงแดดจำกัด ควรเลือกพืชที่ทนแสงแดดรำไรได้ดี เช่น โปโทส หรือฟิโลเดนดรอน ส่วนพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดเต็มวันเหมาะสำหรับพืชอวบน้ำและพืชดอกไม้ การเลือกกระถางและวัสดุปลูก ขนาดของกระถางมีความสำคัญมาก [...]

2025/6/23 • 由 Homeday
ในช่วงที่อากาศของประเทศไทยมีความร้อนชื้นสูงตลอดปี ทำให้ยุงและแมลงต่างๆ เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมาก ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ ที่มียุงเป็นพาหะ เช่น โรคไข้เลือดออก มาลาเรีย และไข้สมองอักเสบ การใช้มุ้งครอบจึงกลายเป็นวิธีการป้องกันที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีกันยุงที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ การเลือกมุ้งครอบที่เหมาะสมไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการ ทั้งขนาดของมุ้ง วัสดุที่ใช้ผลิต ความทนทาน และความสะดวกในการใช้งาน มุ้งครอบสมัยใหม่ได้รับการพัฒนาให้ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ไม่เพียงแต่ป้องกันยุงและแมลงเท่านั้น แต่ยังช่วยกรองฝุ่นละออง ป้องกันสัตว์มีพิษตัวเล็ก และสร้างพื้นที่ส่วนตัวที่ปลอดภัยสำหรับการพักผ่อน การออกแบบที่เน้นความสะดวกสบายในการใช้งาน ทั้งแบบพับเก็บได้ แบบติดตั้งง่าย และแบบพกพาสะดวก ทำให้มุ้งครอบกลายเป็นเครื่องใช้ที่ขาดไม่ได้ในทุกบ้าน ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวหน้า วัสดุที่ใช้ในปัจจุบันมีความทนทาน ระบายอากาศได้ดี และมีราคาที่เข้าถึงได้สำหรับทุกครอบครัว #มุ้งครอบ #มุ้งกันยุง #มุ้งเด็ก #มุ้งผู้ใหญ่ #ป้องกันยุง #ของใช้ในบ้าน #shopzy

2025/6/20 • 由 Homeday
การปลูกผักไม้เลื้อยในบ้านเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับคนรักสวนที่ต้องการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผักไม้เลื้อยไม่เพียงแต่ให้ผลผลิตที่สามารถนำมารับประทานได้ แต่ยังช่วยสร้างร่มเงาและความสวยงามให้กับบ้านอีกด้วย ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจประโยชน์ของผักไม้เลื้อยและแนะนำชนิดที่เหมาะสำหรับปลูกในบ้านของคุณ ทำไมควรปลูกผักไม้เลื้อยในบ้าน? ประหยัดพื้นที่ได้มากกว่า การปลูกผักไม้เลื้อยช่วยให้คุณใช้พื้นที่ในแนวตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ แทนที่จะปลูกพืชในแนวราบซึ่งต้องใช้พื้นที่มาก คุณสามารถปลูกผักไม้เลื้อยให้เติบโตขึ้นไปตามค้างหรือโครงสร้างที่จัดเตรียมไว้ วิธีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด เช่น คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮาส์ หรือบ้านในเมืองที่มีพื้นที่สวนน้อย ให้ร่มเงาและลดความร้อน ผักไม้เลื้อยสามารถช่วยสร้างร่มเงาให้กับบ้านและลดอุณหภูมิโดยรอบได้ เมื่อปลูกให้เลื้อยขึ้นตามซุ้มหรือระแนง ใบของพืชจะช่วยกรองแสงแดดและลดความร้อนที่เข้าสู่บ้าน นี่เป็นประโยชน์อย่างมากในประเทศที่มีอากาศร้อนอย่างประเทศไทย ช่วยประหยัดพลังงานในการใช้เครื่องปรับอากาศได้อีกด้วย ปรับปรุงคุณภาพอากาศ ผักไม้เลื้อยช่วยดูดซับมลพิษและปล่อยออกซิเจนออกมา ทำให้อากาศรอบบ้านสะอาดขึ้น พืชเหล่านี้สามารถกรองฝุ่นละอองและสารพิษต่างๆ ในอากาศ ช่วยให้สภาพแวดล้อมในบ้านดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ ทำให้บรรยากาศในบ้านน่าอยู่มากขึ้น เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ การปลูกผักไม้เลื้อยช่วยดึงดูดแมลงที่เป็นประโยชน์ เช่น ผึ้ง ผีเสื้อ และแมลงช่วยผสมเกสรอื่นๆ สิ่งนี้ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่บ้านของคุณ และส่งเสริมระบบนิเวศที่สมดุล แมลงเหล่านี้ยังช่วยในการควบคุมศัตรูพืชโดยธรรมชาติอีกด้วย ประโยชน์ต่อสุขภาพ การปลูกผักไม้เลื้อยไว้รับประทานเองที่บ้านช่วยให้คุณได้รับผักที่สดใหม่ ปลอดสารพิษ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง การทำสวนยังช่วยลดความเครียด เพิ่มความสุข และส่งเสริมการออกกำลังกายเบาๆ ได้อีกด้วย การได้สัมผัสกับธรรมชาติผ่านการทำสวนมีผลดีต่อสุขภาพจิตใจอย่างมาก 10 ผักไม้เลื้อยที่ควรปลูกในบ้าน 1. ตำลึง: ผักใบเขียวคุณค่าสูง ตำลึงเป็นไม้เลื้อยที่ปลูกง่ายและเติบโตเร็ว มีลักษณะลำต้นเป็นเถาเลื้อยมีมือเกาะ ใบคล้ายรูปหัวใจ [...]

2023/4/12 • 由 Homeday
3. บางกอก ทรี เฮ้าส์ โฮมสเตย์ใกล้ชิดธรรมชาติริมน้ำ บรรยากาศดี ตกแต่งเก๋ แปลกตา ไม่ไกลจากกรุงเทพฯมาก แต่เมื่อเข้ามาถึงเหมือนหลุดไปอีกโลกหนึ่งที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ เหมาะแก่ก

2025/5/9 • 由 Homeday
การออกแบบบ้านอย่างยั่งยืนหรือ Sustainable Design ไม่ใช่เพียงเทรนด์การแต่งบ้านชั่วคราว แต่เป็นแนวคิดที่คำนึงถึงระบบนิเวศและความยั่งยืนของธรรมชาติ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่และรักษาทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อมกัน หลักการนี้เน้นการออกแบบและแต่งบ้านโดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบเป็นหลัก ทั้งเรื่องของพื้นที่ สภาพภูมิอากาศ การเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง และเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงานทั้งในระหว่างการก่อสร้างและการอยู่อาศัย แนวคิดการออกแบบบ้านอย่างยั่งยืนมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการของมนุษย์กับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยผู้อยู่อาศัยยังคงได้รับความสะดวกสบายและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ในขณะที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยประหยัดทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืนต่อไปในอนาคต ทำไมเทรนด์การออกแบบบ้านอย่างยั่งยืนจึงกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ? กระแสของการออกแบบบ้านอย่างยั่งยืนเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหลักมาจากปัญหาภาวะโลกรวน (Climate Change) ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก ทั้งอุณหภูมิที่แปรปรวน สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไม่เป็นไปตามฤดูกาล และภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง นอกจากนี้ สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมายังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการออกแบบบ้านอย่างยั่งยืนมากขึ้น เนื่องจากผู้คนใช้เวลาอยู่ในบ้านมากขึ้น ทำให้ความต้องการมีพื้นที่ที่น่าอยู่ เย็นสบาย และเป็นมิตรกับสุขภาพมีมากขึ้นกว่าเดิม บ้านจึงไม่ได้เป็นเพียงที่พักอาศัยหลังเลิกงานอีกต่อไป แต่กลายเป็นพื้นที่สำหรับการทำงาน การเรียน และกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแรงผลักดันให้ผู้คนหันมาสนใจการออกแบบบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับตนเองและครอบครัว รวมถึงมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จะปรับบ้านให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร ด้วยเทคนิคง่ายๆ 7 ประการ? การปรับบ้านให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่จำเป็นต้องรื้อและสร้างใหม่ทั้งหมด เพียงปรับเปลี่ยนบางส่วนก็สามารถทำให้บ้านประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับธรรมชาติได้มากขึ้น ด้วยเทคนิคต่อไปนี้: 1. ออกแบบหน้าต่างและช่องแสงให้รับแสงธรรมชาติ การเพิ่มหน้าต่างหรือช่องแสงขนาดใหญ่ในตำแหน่งที่เหมาะสมจะช่วยให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาในบ้านได้มากขึ้น ลดการใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวัน และยังช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดีอีกด้วย ควรออกแบบให้ช่องเปิดกว้างและวางในตำแหน่งที่ตรงกัน เพื่อให้ลมพัดผ่านได้สะดวก [...]

2026/2/23 • 由 Homeday
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ชวนทุกครอบครัวที่กำลังมองหาบ้านพร้อมอยู่ บนทำเลศักยภาพโซนลำลูกกา–วงแหวน ร่วมรับข้อเสนอพิเศษกับแคมเปญสุดร้อนแรง “HEAT IT UP ซัมเมอร์นี้ ลดเยอะสุด!” ที่โครงการ “ศุภาลัย วิลล์ วงแหวน–ลำลูกกา คลอง 7” คัดสรรบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดแปลงพิเศษในราคาคุ้มค่า พร้อมเข้าอยู่ทันที ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว เหมาะกับการอยู่อาศัยของครอบครัวยุคใหม่ เฉพาะวันที่ 7–8 มีนาคมนี้เท่านั้น* ไฮไลต์งานนี้พบกับบ้านแฝดอิสระ “ศุภชวาล” พื้นที่ใช้สอย 130 ตารางเมตร ออกแบบให้สามารถเดินได้รอบตัวบ้าน ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก และมอบความเป็นส่วนตัวมากกว่าบ้านแฝดทั่วไป พร้อมฟังก์ชันครบครัน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2 คัน เอกสิทธิ์เฉพาะบ้านแปลงพิเศษ เพียงราคา 3.09 ล้านบาท* พร้อมกันนี้ ยังมีบ้านเดี่ยว 3–4 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง รองรับการอยู่อาศัยของครอบครัวทุกช่วงวัย ในราคาพิเศษเริ่มต้น 4.19 ล้านบาท* [...]

2025/3/12 • 由 Homeday
แลนดี้ โฮม ผู้นำธุรกิจรับสร้างบ้านรายแรกและรายเดียวในสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ที่ติดตั้ง CAP+ (Clean Air Positive Pressure) ระบบแรงดันบวก ป้องกันฝุ่น PM 2.5 เพื่อให้บ้านปลอดฝุ่นตั้งแต่ต้นทาง พร้อมเติม Fresh Air ให้อากาศหมุนเวียนอย่างสะอาดโดยไม่ต้องเปิดหน้าต่าง ลดฝุ่น ลดเชื้อโรค และลดปัญหาภูมิแพ้ นับเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทุกบ้านต้องมีในยุคปัจจุบัน ท่ามกลางปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่รุนแรงขึ้นทุกปี บ้านที่ไม่มีระบบป้องกันฝุ่น อาจไม่ใช่บ้านที่ปลอดภัยอีกต่อไป ปัจจุบันหลายครอบครัวเข้าใจผิดว่า แค่ติดเครื่องฟอกอากาศ หรือใช้แอร์คุณภาพสูงก็เพียงพอ แต่ในความเป็นจริง นั่นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะคุณปล่อยให้ฝุ่นเข้ามาในบ้านแล้วทางหน้าต่างหรือประตู ซึ่งต่างจากระบบแรงดันบวกที่ดึง Fresh air เข้าบ้านพร้อมการกรองฝุ่น PM 2.5 และเชื้อโรคโดยไม่ต้องเปิดหน้าต่างรับฝุ่น-รับยุง นางสาวพรรัตน์ มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท แลนดี้ โฮม จำกัด เปิดในฐานะผู้นำธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า สภาพอากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ด้านสุขภาพที่ทุกคนเฝ้าระวังและหาวิธีป้องกันอย่างถูกต้อง การใส่หน้ากากป้องกันฝุ่น [...]

2024/1/19 • 由 Homeday
บริทาเนีย จับมือ พานาโซนิค ส่งมอบนวัตกรรมเพื่อให้ใช้ชีวิตในแบบที่รักสร้างอากาศดีบริสุทธิ์ BRI AIR CRAFTING ด้วยการติดตั้งระบบฟอกอากาศ nanoe™X นวัตกรรมล่าสุดจากพานาโซนิค ให้พื้นที่ส่วนกลางและบ้านในโครงการใหม่ทุกหลัง ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา สารก่อภูมิแพ้ ละอองเกสร ฝุ่นมลพิษ

2025/7/14 • 由 Homeday
ในโลกทุกวันนี้ เราอาจดูแลสุขภาพด้วยการไม่สูบบุหรี่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หรือรับประทานอาหารดี ๆ แต่รู้หรือไม่ว่า “การหายใจ” อาจเป็นช่องทางที่ทำให้โรคร้ายอย่างมะเร็งปอดคืบคลานเข้ามาโดยไม่รู้ตัว มะเร็งปอด…ไม่ใช่แค่โรคของคนสูบบุหรี่ มะเร็งปอดมักถูกมองว่าเป็นโรคของคนที่สูบบุหรี่เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง กลับมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่เคยแตะบุหรี่เลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่กลับตรวจพบว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็งปอดในระยะลุกลามแล้ว คำถามสำคัญคือ ถ้าไม่ใช่เพราะบุหรี่ แล้วอะไรคือปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เราเป็นมะเร็งได้? หนึ่งในคำตอบที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ “มลพิษในอากาศ” โดยเฉพาะฝุ่นขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ที่สามารถทะลุเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจไปจนถึงถุงลมปอด และก่อให้เกิดการอักเสบในระดับเซลล์อย่างต่อเนื่อง แม้เราจะหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ได้ แต่หลีกเลี่ยงการหายใจกลับเป็นเรื่องแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะอากาศคือสิ่งที่เราต้องพึ่งพาทุกวินาที และเมื่ออากาศไม่สะอาดเท่าที่คิด การหายใจก็อาจกลายเป็นการสะสมสารพิษเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว โดยหนึ่งในโรคร้ายแรงที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ “มะเร็งปอด” ซึ่งเกิดได้จากการสะสมฝุ่นพิษที่มองไม่เห็น แต่แฝงอันตรายไว้ในทุกลมหายใจ แต่ฝุ่นในอากาศไม่ได้มีแค่ PM2.5 เท่านั้น ยังมีอีกหนึ่งชนิดที่หลายคนอาจไม่รู้จัก หรือไม่ทันระวัง นั่นคือ “ฝุ่นใยหิน” ซึ่งเป็นฝุ่นที่เกิดจากวัสดุก่อสร้างเก่าที่เสื่อมสภาพ เช่น กระเบื้องมุงหลังคา ผนังบ้าน ท่อซีเมนต์ หรือแม้แต่ผ้าเบรกและคลัทช์ในรถยนต์ วัสดุเหล่านี้มักถูกผลิตโดยใช้แร่ใยหิน (Asbestos) ซึ่งมีโครงสร้างเป็นเส้นใยขนาดเล็กมาก เมื่อถูกตัด เจาะ หรือรื้อถอน เส้นใยเหล่านี้จะแตกออกเป็นฝุ่นขนาดจิ๋ว ลอยปะปนอยู่ในอากาศ และหากถูกสูดเข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปติดอยู่ในปอดหรือเยื่อหุ้มปอดได้ทันที [...]