加载中...
加载中...

2025/10/1 • 由 Homeday
ทีทีบี เดินหน้าช่วยให้คนไทยมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งมอบโซลูชันทางการเงินที่ช่วยลดภาระให้กับคนผ่อนบ้าน-คอนโด ผ่านแคมเปญส่งท้ายปี มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับสินเชื่อบ้าน รีไฟแนนซ์ อัตราดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้นเพียง 1.50% ต่อปี นายอธิศ วงศ์ศศิธร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าผลิตภัณฑ์สินเชื่อมีหลักประกัน ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ทีทีบีมุ่งมั่นเดินหน้าช่วยคนไทยให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น โดยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ธนาคารมอบโซลูชันทางการเงินเพื่อสนับสนุนให้ผู้ที่กำลังผ่อนบ้าน-คอนโด มีโอกาสเป็นเจ้าของบ้านได้เร็วขึ้น โดยนำเสนออัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ รวมทั้งสินเชื่อบ้านแลกเงิน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยและบริหารการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับโปรโมชันดอกเบี้ยพิเศษดังกล่าว เหมาะสำหรับลูกค้าที่กำลังผ่อนบ้านและต้องการลดภาระดอกเบี้ยลง พร้อมมีเงินส่วนต่างเหลือไว้ใช้จ่ายในเรื่องที่จำเป็นในชีวิต มีรายละเอียด ดังนี้ สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้นเพียง 1.50% ต่อปี ช่วยให้ลูกค้าสามารถลดภาระดอกเบี้ยและลดภาระค่างวดลงได้ สินเชื่อบ้านแลกเงิน ดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้นเพียง 3.99% ต่อปี สำหรับคนที่มีบ้านปลอดภาระหรือยังผ่อนอยู่ และต้องการเงินก้อนไปใช้จ่าย ไม่ว่าจะนำไปรวบหนี้เพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้เบาลง หรือนำไปเสริมสภาพคล่อง เพื่อบริหารจัดการทางการเงินให้ดีขึ้น ทีทีบียังช่วยลูกค้าลดค่าใช้จ่ายด้วยข้อเสนอพิเศษ ฟรี! ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยตลอดสัญญา และทางเลือกฟรี! ค่าจดจำนอง* นอกจากนี้ ทีทีบียังมีโซลูชันใหม่ สำหรับลูกค้าที่ผ่อนบ้านตรงเวลาสม่ำเสมอ สามารถรีไฟแนนซ์พร้อมวางแผนการเงินในระยะยาว ด้วยโปรแกรม [...]

2024/8/5 • 由 Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เอาใจชาวภาคเหนือตอนบน ให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองง่ายขึ้น ด้วยการจัดงาน “บ้าน ธอส. เอ็กซ์โป @ เชียงใหม่” ระหว่างวันที่ 9-11 สิงหาคม 2567 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ ทั้งผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน นำโดย (1) สินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยพิเศษ อัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 1 –

2025/3/13 • 由 Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เดินหน้าสานต่อนโยบายรัฐบาล สนับสนุนให้คนไทยมีบ้านเป็นของตนเอง พร้อมช่วยแบ่งเบาภาระการผ่อนชำระเงินงวดของลูกค้ารายย่อย จัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ ประกอบด้วย (1) โครงการบ้าน ธอส. แสนสุข ปี 2568 สำหรับลูกค้าที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 เป็นต้นไป หากลูกค้ามีประวัติการผ่อนชำระปกติย้อนหลัง 12 เดือน จะได้รับอัตราดอกเบี้ยปีแรก 2.55% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 3.20% ต่อปี (2) โครงการบ้าน ธอส. สุขสบาย ปี 2568 สำหรับลูกค้าปัจจุบันของ ธอส. ที่มีการผ่อนชำระเงินงวดมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี และไม่มีหนี้ค้างชำระ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขอเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย จะได้รับอัตราดอกเบี้ย 2 ปีแรกเท่ากับ MRR-2.00% ต่อปี (4.545% ต่อปี) อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 4.878% ต่อปี โดยผู้ที่สนใจสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ [...]

2025/3/18 • 由 Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในช่องทางการสร้างความมั่งคั่งที่น่าสนใจที่สุดในปัจจุบัน หลายคนใฝ่ฝันที่จะสร้างรายได้และความมั่นคงทางการเงินผ่านการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะประสบความสำเร็จ เราจะเปิดเผย 7 เคล็ดลับที่นักการเงินมืออาชีพมักจะปกปิดไว้ 1. การวิเคราะห์ตลาดอย่างลึกซึ้ง: กุญแจสู่ความสำเร็จ รู้จักวงจรอสังหาริมทรัพย์ ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีวงจรที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การเข้าใจจังหวะและทิศทางของตลาดจะช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนได้อย่างชาญฉลาด นักลงทุนมืออาชีพจะติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด ประกอบด้วย: แนวโน้มราคาอสังหาริมทรัพย์ อัตราการเติบโตของเมือง ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบ กลยุทธ์การเก็บข้อมูล ติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากรายงานภาครัฐและเอกชน ศึกษาโครงการพัฒนาใหม่ในพื้นที่ 2. การเงินที่แข็งแกร่ง: รากฐานของการลงทุน การวางแผนงบประมาณอย่างรอบคอบ งบประมาณที่แม่นยำเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนมืออาชีพให้ความสำคัญกับ: การสำรองเงินสด การประเมินความเสี่ยงทางการเงิน การคำนวณผลตอบแทนที่แท้จริง เครื่องมือทางการเงิน ใช้สินเชื่อด้วยความระมัดระวัง เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินต่างๆ พิจารณาแหล่งเงินทุนที่หลากหลาย 3. ทำเลที่ตั้ง: ปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จ การเลือกทำเลอย่างชาญฉลาด ทำเลเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ คำนึงถึง: ความพร้อมของระบบสาธารณูปโภค การคมนาคม แนวโน้มการพัฒนาในอนาคต เกณฑ์การประเมินทำเล ระยะห่างจากแหล่งชุมชน ศักยภาพการเติบโตของพื้นที่ มูลค่าที่ดินในบริเวณใกล้เคียง 4. กลยุทธ์การลงทุนที่หลากหลาย การกระจายความเสี่ยง นักลงทุนมืออาชีพไม่เคยวางเดิมพันทั้งหมดในที่เดียว วิธีการกระจายการลงทุน: ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หลายประเภท กระจายการลงทุนในพื้นที่ต่างๆ สร้างพอร์ตการลงทุนที่สมดุล [...]

2022/9/21 • 由 Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ฉลองครบรอบการดำเนินงาน 69 ปี จัดงาน Variety Home Virtual Fair : มหกรรมที่อยู่อาศัยและการเงินออนไลน์จาก ธอส. ครั้งที่ 2 เริ

2025/4/25 • 由 Homeday
การเป็นหนี้อาจฟังดูน่ากลัวสำหรับหลายคน แต่รู้หรือไม่ว่าหนี้ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป เพราะในความเป็นจริงแล้วหนี้มีทั้งด้านที่ดีและไม่ดี การเข้าใจความแตกต่างระหว่างหนี้ดีและหนี้เสียจะช่วยให้เราวางแผนการเงินได้อย่างชาญฉลาด เพิ่มโอกาสในการสร้างความมั่งคั่ง และหลีกเลี่ยงกับดักทางการเงินที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางการเงินในอนาคต หนี้ดีคืออะไร? มีประเภทใดบ้าง? หนี้ดี หมายถึง หนี้ที่เมื่อก่อขึ้นแล้วสามารถสร้างรายได้หรือผลตอบแทนในอนาคต เป็นหนี้ที่เมื่อลงทุนแล้วมีโอกาสงอกเงย หรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้กู้ในระยะยาว โดยทั่วไปหนี้ดีมักแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้ หนี้เพื่อการลงทุนและประกอบอาชีพ หนี้ประเภทนี้เป็นการกู้ยืมเพื่อนำเงินไปลงทุนหรือประกอบธุรกิจที่สามารถสร้างกระแสเงินสดเข้ามาในอนาคต เช่น การกู้เงินเพื่อขยายกิจการ ซื้อเครื่องมือหรืออุปกรณ์สำหรับประกอบอาชีพ หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า หนี้เหล่านี้มีศักยภาพในการสร้างรายได้ที่เพียงพอต่อการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย พร้อมทั้งอาจมีกำไรเหลือเก็บอีกด้วย หนี้เพื่อการศึกษา การกู้ยืมเพื่อการศึกษาถือเป็นการลงทุนในตัวเอง เพราะการศึกษาจะช่วยพัฒนาความรู้และทักษะที่สามารถนำไปประกอบอาชีพที่มั่นคงและมีรายได้ที่ดีในอนาคต การกู้ยืมเพื่อเรียนต่อในสาขาที่มีความต้องการสูงในตลาดแรงงาน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานที่มีรายได้สูงขึ้น ทำให้สามารถชำระหนี้คืนได้ในระยะเวลาอันสมควร หนี้เพื่อความมั่นคงในระยะยาว หนี้ประเภทนี้มักเกี่ยวข้องกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าและอาจเพิ่มค่าในระยะยาว เช่น สินเชื่อบ้าน ซึ่งนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ยังสามารถเพิ่มมูลค่าตามเวลาที่ผ่านไป และอาจสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าหรือขายเมื่อราคาสูงขึ้นในอนาคต การผ่อนบ้านยังเป็นการบังคับออมและสร้างความมั่นคงทางที่อยู่อาศัยในระยะยาว หนี้เสียคืออะไร? สาเหตุการเกิดหนี้เสียมีอะไรบ้าง? หนี้เสีย หมายถึง หนี้ที่เมื่อก่อขึ้นแล้วไม่สามารถสร้างรายได้หรือมูลค่าเพิ่มในอนาคต รวมถึงหนี้ที่ผู้กู้ไม่สามารถชำระคืนได้ตามกำหนด จนกลายเป็นหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน ซึ่งเรียกว่า NPL (Non-Performing Loan) หนี้เสียมีหลายรูปแบบและเกิดจากหลายสาเหตุ ดังนี้ ประเภทของหนี้เสีย [...]

2025/2/20 • 由 Homeday
– ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT ยึดมั่นในนโยบายส่งเสริมการให้สินเชื่อกับพ่อค้าแม่ค้าอย่างมีคุณภาพ ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจธนาคารเคียงข้างผู้ประกอบการรายย่อย เปิดตัว “สินเชื่อเถ้าแก่ใหญ่” เพิ่มทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขยายกิจการหรือเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนเพื่อสร้างสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางสถานการณ์ผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยสินเชื่อเถ้าแก่ใหญ่ มีวงเงินสินเชื่อสูงสุด 500,000 บาท แบบไม่ใช้หลักประกัน นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT กล่าวว่า “จากสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่ยังคงชะลอตัวจากความท้าทายหลายปัจจัย รวมถึงมีผู้ประกอบการรายย่อยหลายกิจการได้มีการเลิกธุรกิจไป ธนาคารไทยเครดิตยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยหรือพ่อค้าแม่ค้า โดยเปิดตัวผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ “สินเชื่อเถ้าแก่ใหญ่” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเงินสำรองในการ เสริมสภาพคล่องหรือใช้ในการขยายธุรกิจสำหรับพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งถือเป็นรากฐานของเศรษฐกิจในประเทศไทย แต่ยังขาดโอกาสที่จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ สอดคล้องกับมาตรการการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending)” นายกมลภู ภูริดิฐสกุล รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริหารธุรกิจไมโครไฟแนนซ์และสาขาสินเชื่อ กล่าวว่า “อาชีพค้าขายในปัจจุบันต้องประสบกับปัญหาจากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นรายได้ที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายต่างๆ ใน การดำเนินกิจการเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ธนาคารได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงผลักดัน สินเชื่อเถ้าแก่ใหญ่ ที่มีวงเงินกู้ตั้งแต่ 200,001 – [...]

2025/1/11 • 由 Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เผยผลการดำเนินงาน ณ สิ้นปี 2567 สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้รวม 236,547 ล้านบาท โดยเป็นการปล่อยสินเชื่อใหม่สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางวงเงินกู้ไม่เกิน3 ล้านบาท จำนวน 123,774 ราย ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 4/2567 เทียบกับ ณ สิ้นปี 2566 สินเชื่อคงค้าง 1,800,170 ล้านบาท

2025/9/5 • 由 Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ตอบแทนลูกค้าในโอกาสครบ 6 รอบ 72 ปี จัดแคมเปญ “สินเชื่อบ้าน 72 ปี ธอส.” กรอบวงเงิน 27,000 ล้านบาท ครอบคลุมทุกวัตถุประสงค์การกู้ อัตราดอกเบี้ย 6 เดือนแรกเริ่มต้นเพียง 0.72% ต่อปี, เดือนที่ 7 – 24 อยู่ที่ 2.72% ต่อปี, ปีที่ MRR-2.525% ต่อปี (3.72% ต่อปี) เฉลี่ย 3 ปีแรก 2.72% ต่อปี ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา สำหรับลูกค้าสวัสดิการ MRR-1.00% ต่อปี ลูกค้ารายย่อย MRR-0.50% ต่อปี กรณีชำระหนี้ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR (ปัจจุบัน MRR ธอส. เท่ากับ 6.245% ต่อปี) [...]

2025/4/18 • 由 Homeday
เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ปี 2568 เริ่มมีสัญญาณชะลอตัว โดยมีสาเหตุหลักจากการลงทุนภาคเอกชนที่ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก ภาคการผลิตยังคงเผชิญแรงกดดัน แม้ว่าการผลิตในกลุ่มยานยนต์จะเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวแต่ระดับการผลิตโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ภาคบริการยังคงขยายตัว แม้จะได้รับแรงกดดันจากการปรับลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและค่าใช้จ่ายต่อหัว อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวจากสัญชาติอื่นยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยพยุงภาคการท่องเที่ยวในภาพรวม ภาคการส่งออกเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว แม้จะยังอยู่ภายใต้แรงกดดันจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ส่วนแรงกดดันด้านราคายังคงอยู่ในระดับต่ำสะท้อนอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังไม่เข้มแข็ง ทั้งนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ยังคงเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญหลายประการ ได้แก่ ความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา ความผันผวนของราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจมีผลกระทบในระดับที่สำคัญต่อกำลังซื้อของประชาชนและความเชื่อมั่นของภาคเอกชน ธนาคารกรุงเทพตระหนักถึงความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจ และเข้าใจถึงความไม่แน่นอนทางธุรกิจที่ต้องเผชิญอยู่ในช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก การปรับเปลี่ยนนโยบายและกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ผลักดันให้ธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัล ธนาคารกรุงเทพพร้อมยืนเคียงข้างลูกค้าในฐานะ “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” จึงยังคงเน้นการให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม ทั้งด้านเงินทุนและองค์ความรู้ที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมสนับสนุนลูกค้าให้ได้ประโยชน์จากโอกาสในการขยายกิจการไปยังต่างประเทศ รวมทั้งยังมุ่งมั่นให้บริการทางการเงินที่รับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกันธนาคารยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง พร้อมทั้งยึดมั่นแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible lending) โดยให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมและการเติบโตอย่างยั่งยืน ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน 12,618 ล้านบาท ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน [...]

2025/4/9 • 由 Homeday
การซื้อบ้านหรือคอนโดเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของชีวิตที่หลายคนต้องพึ่งพาสินเชื่อจากธนาคาร โดยปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อวงเงินกู้คือ “LTV” ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศผ่อนคลายเกณฑ์ LTV เป็นการชั่วคราว เพื่อช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น บทความนี้จะพาทุกท่านทำความเข้าใจเรื่อง LTV และการเปลี่ยนแปลงล่าสุดอย่างละเอียด LTV คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร LTV หรือ Loan to Value Ratio คือ อัตราส่วนของวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติเทียบกับมูลค่าหลักประกัน ซึ่งในกรณีสินเชื่อที่อยู่อาศัย หลักประกันก็คือบ้านหรือคอนโดที่กำลังจะซื้อนั่นเอง โดยค่า LTV จะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่างเช่น หากบ้านราคา 3 ล้านบาท และธนาคารอนุมัติสินเชื่อให้ 2.4 ล้านบาท ค่า LTV จะเท่ากับ 80% (2.4 ล้าน ÷ 3 ล้าน × 100) LTV เป็นเครื่องมือสำคัญที่ธนาคารใช้ในการพิจารณาความเสี่ยงของการปล่อยสินเชื่อ ยิ่งค่า LTV สูง หมายความว่า ผู้กู้นำเงินดาวน์มาน้อย และธนาคารต้องให้สินเชื่อในสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับมูลค่าบ้าน [...]

2025/3/25 • 由 Homeday
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ KKP HOME FLEXI สินเชื่อบ้านที่ออกแบบให้สามารถเปลี่ยนบ้านเป็นความยืดหยุ่นทางการเงินได้สุดสะดวก โดยนำเงินที่ผ่อนชำระค่างวดบ้านกลับมาใช้ได้โดยไม่ต้องยื่นขอสินเชื่อใหม่ พร้อมเบิกใช้เงินได้ตลอดเวลาผ่านแอปพลิเคชัน KKP MOBILE นายภัทรพงศ์ รักตะบุตร ประธานสายธุรกิจสินเชื่อรายย่อย และประธานสายเครือข่ายสาขา เปิดเผยว่า ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนไทยสูงถึง 90% ของ GDP โดยหนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้จากบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งเป็นสินเชื่อมีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 16% – 25% ต่อปี ยิ่งกว่านั้น หากสังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคยังพบว่ามียอดการจำนองบ้านที่ต่ำ โดยมียอดคงค้างเพียง 70,000 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับยอดสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันอยู่ที่ 200,000 กว่าล้านบาท แม้ดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านจะมีอัตราต่ำกว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกันถึงประมาณ 3 เท่า แต่ผู้บริโภคก็ยังไม่นิยมเลือกใช้ โดยสาเหตุสำคัญมาจากผู้บริโภคมีความกังวลเรื่องการถูกยึดทรัพย์หากผิดนัดชำระค่างวด ตลอดจนภาระด้านเอกสาร กระบวนการสมัคร และระยะเวลาในการขอสินเชื่อที่ยุ่งยากกว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกัน KKP จึงต้องการเข้ามาปิดช่องว่างในส่วนนี้และเปิดทางเลือกทางการเงินให้เป็นไปได้มากกว่า สำหรับผู้ต้องการบริหารจัดการเงินให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด “ธนาคารพบว่าผู้กู้สินเชื่อบ้านที่มีศักยภาพจำนวนมากต้องการนำเงินก้อน เช่น โบนัสหรือเงินออม มาโปะบ้านเพื่อลดภาระดอกเบี้ยและปลดหนี้ได้เร็วขึ้นตามหลักการจัดการทางการเงินที่ดี แต่ในขณะเดียวกันก็ลังเลว่าหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน จะนำเงินที่โปะไปออกมาใช้ไม่ได้ หากต้องการกู้ใหม่ หรือต้องใช้เวลาในการดำเนินการซึ่งอาจไม่ทันกับการใช้จ่าย และต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นอย่างค่าจดจำนองกับกรมที่ดินใหม่ในส่วนวงเงินกู้เพิ่มเติม [...]