加载中...
加载中...

2025/4/11 • 由 Homeday
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร อุบลราชธานี ร่วมกันถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เพื่อพลิกวิกฤตสู่โอกาส สร้างความตระหนักรู้ รับมือเหตุแผ่นดินไหวในอนาคต แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แผ่นดินไหว ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่มีระดับความรุนแรง 8.2 ความลึก10 กิโลเมตร ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบหลายพื้นที่ มีประชาชนได้รับผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก อีกทั้ง สถานการณ์ดังกล่าวนั้น ยังอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ประเทศไทย จำเป็นต้องเรียนรู้และตระหนักว่าปัญหาสาธารณภัย ภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข มีหลายรูปแบบ ทั้งปัญหาโรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ อุทกภัย ภัยร้อน ภัยแล้ง ไฟไหม้ หมอกควัน อุบัติภัยสารเคมีรั่วไหล รวมทั้ง ภัยจากแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นภัยธรรมชาติที่การพยากรณ์ หรือ แจ้งเตือนล่วงหน้ายังไม่สามารถทำได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่สิ่งที่สามารถทำได้ คือ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ ตั้งแต่ระยะก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ [...]

2025/2/27 • 由 Homeday
แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพแกนนำระดับเขต ในการขับเคลื่อนการบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 โดยมี นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย บุคลากรสาธารณสุข นิติกรระดับเขต ร่วมการประชุม เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น นาดา ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพมหานคร แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข รณรงค์และส่งเสริมให้ลูกกินนมแม่ตั้งแต่หลังคลอดจนถึงอายุ 6 เดือน และกินนมแม่ต่อเนื่องร่วมกับอาหารตามวัยถึง 2 ปี รวมทั้ง ปกป้องแม่ และลูกน้อยจากการตลาดนมผง จากการสำรวจ การวิจัยและรวบรวมข้อมูล พบว่า การส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กภายหลังจากที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ มีวิธีการ ช่องทาง และเครื่องมือในการส่งเสริมการตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วอย่างมาก ซึ่งมีวิธีการที่หลากหลายรูปแบบ ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ อีกทั้ง การตีความข้อกฎหมายที่มีความซับซ้อน จึงทำให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรด้านสาธารณสุขที่รับผิดชอบงานพระราชบัญญัติฯ นี้ ในหลายพื้นที่ยังไม่เข้าใจ ไม่มั่นใจ [...]

2025/3/11 • 由 Homeday
นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กทม. กล่าวถึงมาตรการเฝ้าระวังสารแอมโมเนียรั่วไหล หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้คลังสินค้าแช่เย็นถนนบางนา-ตราด ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการว่า เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว ศูนย์วิทยุพระราม (สายด่วน 199) ได้รับแจ้งจากองค์การบริหารส่วนตำบลบางโฉลง จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 68 เวลา 19.24 น. ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคาร 3 ชั้น ลักษณะเป็นคลังสินค้าห้องเย็นขนาดใหญ่ ใกล้เคียงถนนบางนา-ตราด คู่ขนาน กม.18 และขอรับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัย พร้อมทั้งยานพาหนะและอุปกรณ์จาก กทม. เพื่อเข้าระงับเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว โดย กทม. ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัย 30 นาย พร้อมรถหอน้ำดับเพลิงขนาดความสูง 90 เมตรและรถดับเพลิง 3 คัน เดินทางไปยังที่เกิดเหตุและได้ร่วมกับหน่วยดับเพลิงและกู้ภัยในพื้นที่เจาะผนังอาคาร เพื่อระบายควันและฉีดน้ำดับจนเพลิงสงบ และไม่พบการรั่วไหลของก๊าซแอมโมเนียแต่อย่างใด สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านการป้องกันและระงับเหตุอันตราย หรืออุบัติภัยที่เกิดจากสารเคมีและวัตถุอันตรายในพื้นที่กรุงเทพฯ สปภ. ได้ประสานความร่วมมือสำนักอนามัย (สนอ.) และสำนักงานเขตพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบ ติดตาม และให้คำแนะนำการประกอบกิจการโรงงาน หรือสถานประกอบการในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ผลิต เก็บ ครอบครอง หรือใช้สารเคมีและวัตถุอันตรายให้ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเกิดเหตุอันตรายที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่ใกล้จะถึง ทั้งนี้ หากประชาชนพบเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน หรือเหตุสาธารณภัยอื่น ๆ สามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน โทร. 199 ตลอด 24 ชั่วโมง นางภาวิณี รุ่งทนต์กิจ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวว่า [...]

2025/3/19 • 由 Homeday
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เตรียม ผลักดันมาตรการควบคุม ป้องกัน และเฝ้าระวังเหตุฉุกเฉิน กรณีก๊าซแอมโมเนียรั่วไหลจากสถานประกอบกิจการผลิตน้ำแข็งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หวั่นเกิดเหตุช่วงอากาศร้อน เพื่อดูแลและป้องกันสุขภาพผู้ปฏิบัติงานในโรงงาน และประชาชนบริเวณโดนรอบ แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากข้อมูลกรมอุตินิยมวิทยาแจ้งประกาศประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ โดยอุณหภูมิสูงสุดในช่วงที่ผ่านมา อุณหภูมิสูงสุดวัดได้ 44.2 องศาเซลเซียส ซึ่งปกติช่วงหน้าร้อนร้านค้าและประชาชนจะมีความต้องการบริโภคน้ำแข็งมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการเร่งผลิตน้ำแข็งให้ทันต่อความต้องการ และมักเกิดเหตุก๊าซแอมโมเนียรั่วไหล จากสถานประกอบกิจการประเภทการผลิตน้ำแข็ง และส่งผลกระทบกับประชาชนที่อาศัยโดยรอบ กรมอนามัย จึงเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยมอบหมายให้ทีมปฏิบัติการอนามัยสิ่งแวดล้อม หรือทีม SEhRT ของศูนย์อนามัยประสานไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบ ควบคุม กำกับ และบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขในระดับพื้นที่ ดำเนินการตามมาตรการควบคุม ป้องกันภาวะฉุกเฉินจากก๊าซแอมโมเนียรั่วไหลจากสถานประกอบกิจการประเภทผลิตน้ำแข็ง ลดความเสี่ยงผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ด้าน นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า มาตรการควบคุม ป้องกัน และเฝ้าระวังเหตุฉุกเฉิน กรณีก๊าซแอมโมเนียรั่วไหลจากสถานประกอบกิจการผลิตน้ำแข็งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น [...]

2025/4/2 • 由 Homeday
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มอบทีม SEhRT ประสานภารกิจร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และหน่วยงานท้องถิ่นในระดับพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง ลดความเสี่ยงผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากสถานการณ์อุณหภูมิความร้อนที่สูงขึ้นในหลายจังหวัด ทำให้เกิดภาวะภัยแล้งในหลายพื้นที่ ภัยแล้งลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเกิดภาวะโรคจากความร้อน จากข้อมูลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในปี 2567 ที่ผ่านมาได้ประกาศเขตประสบสาธารณภัย กรณีภัยแล้ง ทั้งหมด 21 จังหวัด 78 อำเภอ 299 ตำบล 2,504 หมู่บ้าน ส่งผลกระทบให้ประชาชนในหลายพื้นที่ขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค ไม่มีน้ำใช้ เกิดการปนเปื้อนเชื้อโรคในแหล่งน้ำและอาหาร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน กลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบางในชุมชน เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงสุขภาพประชาชนจากภัยสุขภาพดังกล่าว กรมอนามัย จึงกำหนดมาตรการเชิงรุก และมีการสื่อสารความเสี่ยงให้ประชาชนในพื้นที่ทราบต่อไป “ทั้งนี้ กรมอนามัย ได้มอบหมายทีมปฏิบัติการอนามัยสิ่งแวดล้อม หรือ ทีม SEhRT ของศูนย์อนามัย ประสานภารกิจร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและหน่วยงานท้องถิ่นในระดับพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง [...]

2025/3/20 • 由 Homeday
นางภาวิณี รุ่งทนต์กิจ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย รักษาราชการผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวถึงสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในปี 2568 รวมถึงมาตรการเชิงรุกการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า กทม. มุ่งเน้นส่งเสริมการให้ความรู้แก่เจ้าของสุนัขและแมว รวมถึงการสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนในการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า โดยรณรงค์ให้นำสัตว์เลี้ยงเข้ารับบริการฉีดวัคซีนตามกำหนดเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ ประชาชนสามารถป้องกันตนเองจากการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า โดยใช้คาถา 5 ย. ได้แก่ อย่าแหย่ อย่าเหยียบ อย่าแยก อย่าหยิบ อย่ายุ่ง โดยอย่าแหย่ให้สุนัขโมโห อย่าเหยียบสุนัข หรือทำให้สุนัขตกใจ อย่าแยกสุนัขที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า อย่าหยิบชามอาหารขณะสุนัขกำลังกิน และอย่ายุ่งกับสุนัขนอกบ้าน หรือที่ไม่ทราบประวัติ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ หรือซากสัตว์ที่เสี่ยงเป็นโรคพิษสุนัขบ้า ไม่ควรรับประทานผลิตภัณฑ์จากสัตว์ หรือดื่มน้ำนมสัตว์ที่เป็นโรค หรือสงสัยว่าจะเป็นโรคพิษสุนัขบ้า หากถูกสุนัข หรือแมวกัด ข่วน หรือเลียบาดแผลแม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบล้างแผลด้วยน้ำและสบู่นาน 10-15 ปี ใส่ยาฆ่าเชื้อ แล้วรีบไปพบแพทย์เพื่อพิจารณารับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ครบชุด พร้อมกักสัตว์เพื่อสังเกตอาการอย่างน้อย 10 วัน หากสัตว์เสียชีวิตให้ส่งสัตว์ตรวจหาเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า นอกจากนี้ ประชาชนสามารถนำสุนัขและแมวเข้ารับบริการทำหมัน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และฉีดไมโครชิปสุนัข จดทะเบียนสุนัข หรือขอรับคำปรึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย [...]
