Logo
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们
发布房源
发布房源
Homeday
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们收藏夹
HOMEDAY Logo

泰国排名第一的一站式房地产平台。轻松找到您的梦想家园、优质公寓或进行房产投资。

Line
DBD Registered

主菜单

  • 首页
  • 买房
  • 租房
  • 新楼盘
  • 热门地段
  • 房产文章
  • 使用指南
  • 联系我们

房产类型

  • 公寓
  • 独栋别墅
  • 联排别墅
  • 土地

联系我们

  • 电话090-916-9993每天 9:00 - 18:00
  • Email[email protected]
  • 办公室159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    暖武里府 11110,泰国

热门搜索

素坤逸公寓轻轨公寓邦纳别墅便宜联排别墅考艾土地拉差达出租公寓暖武里二手房新公寓评测房屋贷款土地估价投资房产免费发布房产

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. 版权所有。

条款与条件隐私政策Sitemap
Add LINE Sticky
Homeday TOP
Homeday FB

บทความ

พบ 97 บทความ

เรียงตาม:
123...56789
กำลังค้นหา:
คำค้น: ขอสินเชื่อ
เงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะผ่อนบ้านได้? วิธีคำนวณและเตรียมตัวให้ได้สินเชื่อบ้าน
ทั่วไป

เงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะผ่อนบ้านได้? วิธีคำนวณและเตรียมตัวให้ได้สินเชื่อบ้าน

2025/4/21 • 由 Homeday

การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนจำนวนมาก ทว่าคำถามที่หลายคนสงสัยคือ “เงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะผ่อนบ้านได้?” เพราะการซื้อบ้านเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะด้านการเงิน บทความนี้จะแนะนำวิธีคำนวณความสามารถในการผ่อนบ้าน ปัจจัยที่ธนาคารใช้พิจารณาสินเชื่อ รวมถึงการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนยื่นกู้ เพื่อให้คุณบริหารค่าใช้จ่ายและได้ที่อยู่อาศัยในฝันอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจัยที่ธนาคารใช้พิจารณาในการให้สินเชื่อบ้าน ก่อนจะเข้าใจว่าเงินเดือนเท่าไหร่จึงเหมาะกับการผ่อนบ้าน ควรทำความเข้าใจปัจจัยที่ธนาคารใช้ประเมินความสามารถในการกู้ของคุณก่อน การให้สินเชื่อบ้านของธนาคารไม่ได้พิจารณาเพียงแค่รายได้เท่านั้น แต่มีหลายปัจจัยประกอบกัน ดังนี้ รายรับของผู้กู้ รายรับเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรกที่ธนาคารพิจารณา โดยทั่วไปธนาคารจะกำหนดอัตราผ่อนรายเดือนไว้ที่ประมาณ 40% ของรายรับในแต่ละเดือน ตัวอย่างเช่น หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน คุณจะสามารถผ่อนได้สูงสุดประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน สำหรับรายรับที่ธนาคารนำมาคำนวณนั้นรวมถึงเงินเดือนประจำ รายได้พิเศษที่สม่ำเสมอ และโบนัสประจำปี แต่สำหรับรายได้ที่ไม่แน่นอน ธนาคารอาจคิดเป็นเพียงบางส่วนหรือพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ รายจ่ายและภาระหนี้สินที่มีอยู่ ธนาคารจะตรวจสอบรายจ่ายและหนี้สินทั้งหมดของคุณ เพื่อประเมินว่าหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว คุณจะมีเงินเหลือพอสำหรับการผ่อนบ้านหรือไม่ โดยทั่วไป หลักการคิดจะเป็นดังนี้: เงินเดือน – หนี้สินปัจจุบัน = เงินคงเหลือจากนั้นในเงินคงเหลือ จะประเมินว่า 40% ของจำนวนนี้คือความสามารถในการผ่อนสูงสุด ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นพนักงานใหม่ มีเงินเดือน 20,000 บาท และมีหนี้สินอยู่ 5,000 บาทต่อเดือน เงินคงเหลือของคุณคือ [...]

ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ !  แสนสิริเปิดตัวแคมเปญ #HeySansiri บนแพลตฟอร์ม X
ข่าวสาร

ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ! แสนสิริเปิดตัวแคมเปญ #HeySansiri บนแพลตฟอร์ม X

2024/10/24 • 由 Homeday

ตอบทุกคำถามเกี่ยวกับบ้านและคอนโด ตอกย้ำความเป็นผู้เชี่ยวชาญอสังหาฯ ที่เข้าถึงได้จับมือ 4 กูรูอสังหาฯ ให้คำปรึกษาผ่าน X ครอบคลุม 4 ด้าน: การเงินและสินเชื่อ, คอนโดมิเนียม, การดูแลและซ่อมแซมบ้าน, บ้านและทาวน์โฮมเจาะลึกแคมเปญ #HeySansiri อยากรู้เรื่องบ้านและคอนโด ถามมาเลย!จับมือ 4 กูรูอสังหาริมทรัพย์ให้

ธอส. พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุให้มีบ้านเป็นของตัวเอง จัด 5 ผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียงล้านละ  3,200 บาทต่อเดือนเท่านั้น!
ข่าวสาร

ธอส. พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุให้มีบ้านเป็นของตัวเอง จัด 5 ผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียงล้านละ 3,200 บาทต่อเดือนเท่านั้น!

2025/2/17 • 由 Homeday

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล และกระทรวงการคลัง ยกระดับคุณภาพชีวิตกับผู้สูงอายุได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง จัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ ประกอบด้วย (1) โครงการบ้าน ธอส. สร้างสุขเพื่อผู้สูงวัย ปี 2568 : อัตราดอกเบี้ยคงที่ปีแรก 1.90% ต่อปี เฉลี่ย 3 ปีแรก 2.50% กู้ 1 ล้านบาท ระยะเวลาการกู้ 40 ปี ผ่อนชำระเริ่มต้น 4,600 บาทต่อเดือน (2) โครงการสินเชื่อ Aging Home ปี 2568 : อัตราดอกเบี้ยคงที่ 10 ปี เท่ากับ 4.25% ต่อปี กู้ 1 ล้านบาท ระยะเวลาการกู้ 52 ปี ผ่อนชำระเริ่มต้น 4,000 บาทต่อเดือน (3) โครงการสินเชื่อ Senior [...]

วิธีประเมินความคุ้มค่าระหว่างซื้อหรือเช่า อย่างไรให้ตัดสินใจถูก?
ทั่วไป

วิธีประเมินความคุ้มค่าระหว่างซื้อหรือเช่า อย่างไรให้ตัดสินใจถูก?

2025/3/30 • 由 Homeday

การตัดสินใจระหว่างซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิต ซึ่งส่งผลกระทบทั้งทางการเงินและคุณภาพชีวิตในระยะยาว บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจหลักการประเมินความคุ้มค่าอย่างรอบด้าน เพื่อให้คุณสามารถเลือกทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวคุณ ปัจจัยทางการเงินที่ต้องพิจารณา การวิเคราะห์ทางการเงินเป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินใจระหว่างซื้อหรือเช่า นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า การเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายระยะยาวมีความสำคัญอย่างยิ่ง ต้นทุนในการซื้อบ้าน ค่าใช้จ่ายเริ่มแรกในการซื้อบ้านประกอบด้วยหลายส่วน ได้แก่ เงินดาวน์ (20-30% ของราคาบ้าน) ค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนอง ค่าประเมินหลักทรัพย์ ค่าภาษีเงินได้ ต้นทุนรายเดือนเมื่อซื้อบ้าน ค่างวดสินเชื่อ ค่าประกันอัคคีภัย ค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา ค่าภาษีโรงเรือน ค่าส่วนกลาง (กรณีบ้านจัดสรรหรือคอนโด) ต้นทุนในการเช่าบ้าน ค่ามัดจำ (มักเท่ากับ 1-2 เดือนแรก) ค่าเช่ารายเดือน ค่าประกันทรัพย์สิน ค่าสาธารณูปโภค การวิเคราะห์สถานการณ์ส่วนตัว การตัดสินใจที่ดีต้องคำนึงถึงบริบทชีวิตส่วนตัวเป็นหลัก ปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณามีดังนี้ ความมั่นคงทางอาชีพ ความเสถียรของรายได้ แนวโน้มการเติบโตในอาชีพ โอกาสในการย้ายงานหรือย้ายถิ่น เป้าหมายชีวิตระยะสั้นและระยะยาว แผนการสร้างครอบครัว ความต้องการเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัย การวางแผนการเงินในอนาคต การคำนวณความคุ้มค่า การเปรียบเทียบต้นทุนระหว่างซื้อและเช่ามีหลักการคำนวณดังนี้ สูตรการคำนวณจุดคุ้มทุน คำนวณค่าเช่ารายปีเทียบกับมูลค่าบ้าน พิจารณาอัตราการเติบโตของราคาอสังหาริมทรัพย์ คำนวณดอกเบี้ยเงินกู้และค่าใช้จ่ายต่างๆ ตัวแปรสำคัญในการคำนวณ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ แนวโน้มราคาอสังหาริมทรัพย์ ค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน ต้นทุนค่าเสียโอกาส [...]

เคทีซี ขยายการเข้าถึงสินเชื่อ รถแลกเงิน เคทีซี พี่เบิ้ม ผ่านเครือข่ายทิพยประกันภัยทั่วประเทศ ดึงคนมีรถเข้าสู่สินเชื่อในระบบ ตั้งเป้า 500 ล้านบาทในปีนี้
ข่าวสาร

เคทีซี ขยายการเข้าถึงสินเชื่อ รถแลกเงิน เคทีซี พี่เบิ้ม ผ่านเครือข่ายทิพยประกันภัยทั่วประเทศ ดึงคนมีรถเข้าสู่สินเชื่อในระบบ ตั้งเป้า 500 ล้านบาทในปีนี้

2026/4/27 • 由 Homeday Aum

เคทีซี ขยายการเข้าถึงสินเชื่อ รถแลกเงิน เคทีซี พี่เบิ้ม ผ่านเครือข่ายทิพยประกันภัยทั่วประเทศ ดึงคนมีรถเข้าสู่สินเชื่อในระบบ ตั้งเป้า 500 ล้านบาทในปีนี้

อะไรคือความแตกต่างระหว่างสินเชื่อบ้านและสินเชื่อที่ดินเปล่า?
ทั่วไป

อะไรคือความแตกต่างระหว่างสินเชื่อบ้านและสินเชื่อที่ดินเปล่า?

2025/3/15 • 由 Homeday

ทำความเข้าใจโลกของสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ การตัดสินใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นก้าวสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเลือกระหว่างสินเชื่อบ้านและสินเชื่อที่ดินเปล่า แต่ละประเภทมีความแตกต่างที่สำคัญซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการวางแผนทางการเงินและการลงทุนของคุณ สินเชื่อบ้าน: ทางเลือกสำหรับผู้ต้องการที่อยู่อาศัย สินเชื่อบ้านเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้บุคคลสามารถซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัยได้โดยไม่ต้องชำระเงินก้อนเต็มจำนวน สถาบันการเงินจะพิจารณาปัจจัยหลายประการในการอนุมัติสินเชื่อ ประกอบด้วย: รายได้และความสามารถในการชำระหนี้: สถาบันการเงินจะประเมินรายได้ประจำของผู้กู้เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถผ่อนชำระได้ตลอดระยะเวลาของสินเชื่อ โดยทั่วไปจะพิจารณาว่ารายได้ต่อเดือนควรมากกว่าค่างวดประมาณ 3-4 เท่า ประวัติทางการเงิน: คะแนนเครดิตและประวัติการชำระหนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่บ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือทางการเงิน มูลค่าหลักประกัน: บ้านที่ซื้อจะทำหน้าที่เป็นหลักประกันสำหรับสินเชื่อ โดยธนาคารจะประเมินมูลค่าบ้านเพื่อกำหนดวงเงินกู้ ข้อดีของสินเชื่อบ้าน อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อประเภทอื่น ระยะเวลาผ่อนชำระยาวนาน (สูงสุดถึง 30 ปี) สามารถนำดอกเบี้ยมาหักลดหย่อนภาษีได้ ข้อควรระวังในสินเชื่อบ้าน ต้องมีเงินดาวน์ประมาณ 10-20% ของมูลค่าบ้าน มีค่าใช้จ่ายแฝงเพิ่มเติม เช่น ค่าประเมิน ค่าจดจำนอง หากผิดนัดชำระอาจถูกยึดทรัพย์ สินเชื่อที่ดินเปล่า: การลงทุนเพื่ออนาคต สินเชื่อที่ดินเปล่ามีความแตกต่างจากสินเชื่อบ้านอย่างสิ้นเชิง เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อที่ดินเพื่อการลงทุนหรือเตรียมปลูกบ้านในอนาคต ลักษณะเฉพาะของสินเชื่อที่ดินเปล่า วัตถุประสงค์: ซื้อที่ดินที่ยังไม่มีการพัฒนาหรือก่อสร้าง ข้อจำกัดด้านการใช้ประโยชน์: ไม่สามารถปลูกสร้างอยู่อาศัยทันที การประเมินความเสี่ยง: สูงกว่าสินเชื่อบ้านเนื่องจากยังไม่มีสิ่งปลูกสร้าง ข้อแตกต่างที่สำคัญ อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อบ้าน วงเงินกู้น้อยกว่า (มักไม่เกิน 50-70% ของมูลค่าที่ดิน) ระยะเวลากู้สั้นกว่า (โดยทั่วไป 10-15 [...]

SC ส่งโปรแรงซื้อบ้านเเละคอนโด ผ่อน 0% สูงสุด 60 เดือน  พร้อมเสิร์ฟบริการ Pre-approve ให้คำปรึกษา-ประเมินสินเชื่อ ในงาน SC Days 26-31 พ.ค.นี้ ที่สยามพารากอน เพียง 6 วันเท่านั้น
ข่าวสาร

SC ส่งโปรแรงซื้อบ้านเเละคอนโด ผ่อน 0% สูงสุด 60 เดือน พร้อมเสิร์ฟบริการ Pre-approve ให้คำปรึกษา-ประเมินสินเชื่อ ในงาน SC Days 26-31 พ.ค.นี้ ที่สยามพารากอน เพียง 6 วันเท่านั้น

2026/5/22 • 由 Homeday Aum

SC ส่งโปรแรงซื้อบ้านเเละคอนโด ผ่อน 0% สูงสุด 60 เดือน พร้อมเสิร์ฟบริการ Pre-approve ให้คำปรึกษา-ประเมินสินเชื่อ ในงาน SC Days 26-31 พ.ค.นี้ ที่สยามพารากอน เพียง 6 วันเท่านั้น

สัญญาจะซื้อจะขายสำคัญอย่างไร? เตรียมตัวอย่างไรก่อนซื้อบ้านให้ถูกกฎหมาย?
ทั่วไป

สัญญาจะซื้อจะขายสำคัญอย่างไร? เตรียมตัวอย่างไรก่อนซื้อบ้านให้ถูกกฎหมาย?

2025/4/24 • 由 Homeday

สัญญาจะซื้อจะขายเป็นเอกสารสำคัญในกระบวนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ เพราะเป็นหลักฐานทางกฎหมายที่ผูกมัดทั้งสองฝ่ายและช่วยคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของทุกฝ่าย บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับสัญญาจะซื้อจะขาย รายละเอียดสำคัญที่ควรมีในสัญญา และสิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนทำสัญญาประเภทนี้ ความหมายของสัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย หรือ คำมั่นในการซื้อขาย คือรูปแบบของสัญญาการซื้อขายที่เกิดขึ้นระหว่างคู่สัญญาในวันทำสัญญา โดยมีการตกลงกันว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ หรือซื้อขายอย่างถูกกฎหมายให้จบสิ้นในอนาคต เพื่อรอให้ถึงวัน-เวลาที่เหมาะสม เช่น เงินอนุมัติผ่าน คอนโด บ้านหรืออาคารที่ตกลงจะซื้อนั้นสร้างเสร็จเรียบร้อย กล่าวง่ายๆ คือสัญญาที่ผู้ซื้อยังไม่มีกรรมสิทธิ์ครอบครอง แต่แจ้งไว้ก่อนว่าจะมีการซื้อขายเกิดขึ้นในอนาคตแน่นอน การทำสัญญาจะซื้อจะขายเป็นสัญญาที่ยังไม่มอบกรรมสิทธิ์ให้กับผู้ซื้อ แต่มีเจตนาที่จะซื้อขาย หรือโอนกรรมสิทธิ์ในอนาคตต่อไป ซึ่งสัญญารูปแบบนี้สามารถใช้เพียงการตกลงกันแบบไม่เป็นลายลักษณ์อักษรได้ แต่การมีหนังสือสัญญาจะเป็นหลักฐานที่สำคัญในกรณีที่มีฝ่ายใดผิดสัญญา สัญญาจะซื้อจะขายแตกต่างจากสัญญาซื้อขายอย่างไร สัญญาจะซื้อจะขายและสัญญาซื้อขายมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในแง่ของเวลาที่เกิดขึ้น ผลทางกฎหมาย และเจตนาในการทำสัญญา สัญญาจะซื้อจะขาย เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของกระบวนการซื้อขาย เมื่อผู้ซื้อสนใจในทรัพย์สินและต้องการจับจองไว้ แต่ยังไม่พร้อมทำการโอนกรรมสิทธิ์ ด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น รอการอนุมัติสินเชื่อ หรือรอให้การก่อสร้างแล้วเสร็จ สัญญานี้มีผลทางกฎหมายแม้ตกลงด้วยปากเปล่า แต่การทำเป็นลายลักษณ์อักษรจะช่วยเป็นหลักฐานที่ชัดเจนกว่า สัญญาซื้อขาย หรือที่เรียกว่า “สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด” เป็นสัญญาที่เกิดขึ้นเมื่อทั้งสองฝ่ายพร้อมโอนกรรมสิทธิ์แล้ว และจะมีผลทางกฎหมายต่อเมื่อมีการจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดินเท่านั้น ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ ผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องใช้หนังสือสัญญาทั้ง 2 ฉบับ คือทั้งสัญญาจะซื้อจะขาย และสัญญาซื้อขาย ร่วมกัน ยกเว้นกรณีที่ตกลงซื้อขายแล้วไปสำนักงานที่ดินพร้อมกัน เพื่อจ่ายเงินสดและโอนกรรมสิทธิ์ให้กันในทันที [...]

แบงค์ไม่ผ่าน ซื้อบ้านได้ไหม? ทางเลือกและวิธีแก้ปัญหาที่ควรรู้
ทั่วไป

แบงค์ไม่ผ่าน ซื้อบ้านได้ไหม? ทางเลือกและวิธีแก้ปัญหาที่ควรรู้

2025/3/4 • 由 Homeday

การซื้อบ้านถือเป็นความฝันของคนจำนวนมาก แต่อุปสรรคสำคัญที่มักพบเจอคือการไม่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคาร ซึ่งอาจทำให้หลายคนรู้สึกท้อแท้และคิดว่าความฝันในการมีบ้านคงเป็นไปไม่ได้ แต่ความจริงแล้ว ยังมีทางเลือกและวิธีแก้ปัญหาอีกหลายแนวทางที่จะช่วยให้คุณสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้ สาเหตุที่มักทำให้ไม่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อ การที่ธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อบ้านนั้นมีหลายสาเหตุ การทำความเข้าใจถึงสาเหตุจะช่วยให้เราสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด รายได้ไม่เพียงพอหรือไม่มั่นคง เงินเดือนไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่ธนาคารกำหนด รายได้ไม่แน่นอน เช่น อาชีพอิสระที่ไม่มีหลักฐานรายได้ชัดเจน อายุงานน้อยเกินไป โดยทั่วไปธนาคารต้องการให้มีอายุงานอย่างน้อย 6 เดือน-2 ปี ประวัติเครดิตมีปัญหา มีประวัติการผิดนัดชำระหนี้ มีภาระหนี้สินมากเกินไป เคยถูกฟ้องร้องดำเนินคดีทางการเงิน หลักประกันไม่เพียงพอ ราคาประเมินบ้านต่ำกว่าราคาซื้อขายมาก ที่ตั้งของบ้านอยู่ในพื้นที่ที่ธนาคารประเมินความเสี่ยงสูง สภาพบ้านไม่เหมาะสมหรือทรุดโทรม แนวทางการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ก่อนที่จะมองหาทางเลือกอื่น ควรพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เป็นสาเหตุของการไม่ผ่านสินเชื่อก่อน การปรับปรุงสถานะทางการเงิน จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้เป็นระบบ ลดภาระหนี้สินที่มีอยู่ เพิ่มรายได้จากช่องทางอื่น เก็บออมเงินดาวน์ให้มากขึ้น การแก้ไขประวัติเครดิต ชำระหนี้ให้ตรงเวลา ปิดบัญชีบัตรเครดิตที่ไม่จำเป็น ขอหนังสือรับรองการปิดบัญชีหนี้เก่า ตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลเครดิตที่ผิดพลาด การเตรียมเอกสารให้พร้อม รวบรวมหลักฐานรายได้ให้ครบถ้วน จัดทำแผนธุรกิจหากประกอบอาชีพอิสระ เตรียมเอกสารยืนยันแหล่งที่มาของเงินดาวน์ ทางเลือกในการซื้อบ้านเมื่อแบงค์ไม่ผ่าน หากได้พยายามแก้ไขปัญหาแล้วยังไม่ผ่านการอนุมัติ มีทางเลือกอื่นที่น่าสนใจ ดังนี้ การผ่อนตรงกับโครงการ ข้อดี: ไม่ต้องผ่านการพิจารณาจากธนาคาร ข้อควรระวัง: อัตราดอกเบี้ยอาจสูงกว่าธนาคาร เงื่อนไข: ต้องมีเงินดาวน์สูง (30-50%) [...]

เต็มกรอบวงเงินแล้ว!! ธอส. ขอขอบคุณลูกค้า “เงินฝากออมทรัพย์ ESG” ฝากเงินกับเราเท่ากับร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ต่อยอดปล่อยสินเชื่อ Green Loan ให้คนไทย
ข่าวสาร

เต็มกรอบวงเงินแล้ว!! ธอส. ขอขอบคุณลูกค้า “เงินฝากออมทรัพย์ ESG” ฝากเงินกับเราเท่ากับร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ต่อยอดปล่อยสินเชื่อ Green Loan ให้คนไทย

2025/6/25 • 由 Homeday

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ขอขอบคุณลูกค้าที่ให้ความสนใจ “เงินฝากออมทรัพย์ ESG” อัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงถึง 1.55% ต่อปี เป็นเงินฝากภายใต้โครงการ ESG Funding ปัจจุบันเต็มกรอบวงเงินแล้ว ธอส. จึงขอปิดรับเปิดบัญชีดังกล่าว ทั้งนี้ลูกค้าทั่วไปและหน่วยงานหรือพนักงานของหน่วยงานที่มีการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ที่เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ESG เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกับ ธอส. โดยธนาคารจะนำเงินฝากที่ได้รับไปต่อยอดปล่อยสินเชื่อให้กับโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Loan) เพื่อสนับสนุนให้คนไทยซื้อ ปลูกสร้าง และปรับปรุงที่อยู่อาศัยที่ช่วยประหยัดพลังงาน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ก้าวขึ้นสู่การเป็นธนาคารเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Bank) มุ่งเน้นพัฒนาองค์กรให้มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ผ่านการออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อและเงินฝากที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดย ธอส. ยังมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกจำนวนมาก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ G H Bank Call Center โทร.0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Application :GHB ALL GEN [...]

ธอส. เสิร์ฟสินเชื่อ Solar Rooftop ลดค่าไฟระยะยาว ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99% ต่อปี ช่วยค่าติดตั้งสูงสุด 50,000 บาท ในงานมหกรรมการเงินหาดใหญ่ ครั้งที่ 16
ข่าวสาร

ธอส. เสิร์ฟสินเชื่อ Solar Rooftop ลดค่าไฟระยะยาว ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99% ต่อปี ช่วยค่าติดตั้งสูงสุด 50,000 บาท ในงานมหกรรมการเงินหาดใหญ่ ครั้งที่ 16

2026/7/2 • 由 Homeday

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดสินเชื่อบ้าน Solar Rooftop ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 0.99% ต่อปี สนับสนุนค่าติดตั้งสูงสุด 50,000 บาท ในงานมหกรรมการเงินหาดใหญ่ ครั้งที่ 16

อะไรคือความแตกต่างระหว่างการจำนองและการค้ำประกัน?
ทั่วไป

อะไรคือความแตกต่างระหว่างการจำนองและการค้ำประกัน?

2025/3/15 • 由 Homeday

เส้นทางสู่การเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ การเป็นเจ้าของบ้านเป็นความฝันของใครหลายคน แต่กระบวนการทางการเงินที่เกี่ยวข้องมักสร้างความสับสนให้กับผู้ที่กำลังเริ่มต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการจำนองและการค้ำประกัน ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดอยู่บ่อยครั้ง บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่างอย่างชัดเจน และสามารถตัดสินใจทางการเงินได้อย่างมั่นใจ การจำนอง: หลักประกันทางกฎหมายสำหรับสินเชื่อ การจำนองเป็นกระบวนการทางกฎหมายที่ผู้กู้โอนสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ให้กับสถาบันการเงินเพื่อเป็นหลักประกันเงินกู้ ในขณะที่ผู้กู้ยังคงครอบครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินนั้นได้ หลักการสำคัญของการจำนองประกอบด้วย: สิทธิในทรัพย์สิน: เมื่อทำการจำนอง สถาบันการเงินจะมีสิทธิในทรัพย์สินที่ใช้ค้ำประกัน หากผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ สถาบันการเงินมีสิทธิยึดทรัพย์สินเพื่อชดใช้หนี้ เงื่อนไขการกู้: สัญญาจำนองจะระบุรายละเอียดต่างๆ เช่น วงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาการกู้ และเงื่อนไขการชำระคืน การประเมินมูลค่า: สถาบันการเงินจะทำการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อกำหนดวงเงินกู้ที่เหมาะสม โดยทั่วไปจะให้กู้ไม่เกิน 80-90% ของมูลค่าทรัพย์สิน การค้ำประกัน: การรับผิดชอบร่วมกันในหนี้ การค้ำประกันมีความแตกต่างจากการจำนองอย่างสิ้นเชิง เป็นกระบวนการที่บุคคลอื่นยอมรับผิดชอบหนี้แทนผู้กู้หากผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ลักษณะสำคัญของการค้ำประกันประกอบด้วย: ความรับผิดชอบร่วม: ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดชอบการชำระหนี้ทั้งหมดหากผู้กู้ไม่สามารถชำระได้ ความเสี่ยงส่วนบุคคล: ผู้ค้ำประกันจะต้องมีความมั่นคงทางการเงินและมีความน่าเชื่อถือ สถาบันการเงินจะประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ค้ำประกัน ขอบเขตความรับผิดชอบ: การค้ำประกันอาจครอบคลุมเฉพาะเงินต้นหรือรวมถึงดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ขึ้นอยู่กับข้อตกลง ความแตกต่างหลักระหว่างการจำนองและการค้ำประกัน ด้านหลักประกัน การจำนอง: ใช้ทรัพย์สินเป็นหลักประกัน การค้ำประกัน: ใช้บุคคลเป็นหลักประกัน สิทธิในทรัพย์สิน การจำนอง: สถาบันการเงินมีสิทธิในทรัพย์สิน การค้ำประกัน: ไม่มีสิทธิในทรัพย์สิน ความเสี่ยง การจำนอง: [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday FB