加载中...
加载中...

2025/3/4 • 由 Homeday
ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย และถือเป็นวิกฤตเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสุขภาพที่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และมะเร็งปอด หรือผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยว อุตสาหกรรม และคุณภาพอากาศในเมืองใหญ่ แม้ภาครัฐจะออกมาตรการรับมือมาหลายปี แต่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่การควบคุมฝุ่นในระยะสั้น แต่รวมถึงการปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง ทั้งในภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การขนส่ง และพฤติกรรมของประชาชน จากวิกฤตที่คนไทยในหลายภาคส่วน จึงนำมาสู่ โมเดล 8-3-1: กรอบการทำงานเพื่อจัดการฝุ่นอย่างเป็นระบบ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่พัฒนาขึ้นเพื่อจัดการปัญหาฝุ่นอย่างเป็นระบบ ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกภาคส่วนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน นอกจากนี้ ยังมีการสร้างระบบฐานข้อมูลที่ครอบคลุมช่วยให้การตัดสินใจแม่นยำขึ้นและสนับสนุนการทำงานร่วมกัน แบ่งกระบวนการแก้ปัญหาออกเป็น 3 ระยะสำคัญ ได้แก่ ระยะป้องกัน (8 เดือน) : ลดแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น ควบคุมการเผาในที่โล่ง สนับสนุนพลังงานสะอาด และบังคับใช้มาตรการลดมลพิษจากภาคอุตสาหกรรมและขนส่ง ระยะเผชิญเหตุ (3 เดือน) : รับมือช่วงฝุ่นสูง เช่น การแจ้งเตือนล่วงหน้า การประกาศเขตควบคุม และแจกหน้ากากอนามัยให้ประชาชน ระยะฟื้นฟู (1 เดือน) : [...]

2025/3/18 • 由 Homeday
นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา (สนศ.) กทม. กล่าวถึงมาตรการป้องกันการเข้าถึงและการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียนสังกัด กทม. ว่า สนศ. ได้ขอความร่วมมือโรงเรียนในสังกัดทั้ง 437 โรงเรียน ดำเนินการตามประกาศ กทม. เรื่อง มาตรการเฝ้าระวังป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กัญชา กัญชง กระท่อม บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอบายมุขของโรงเรียนในสังกัด กทม. ลงวันที่ 31 พ.ค. 67 โดยป้องกันเฝ้าระวังควบคุมการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มนักเรียน ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนในสังกัด ซึ่งเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ลงวันที่ 10 มี.ค. 68 เรื่องมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มของนักเรียนและนักศึกษา ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การให้ความรู้และการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันพิษภัยและโทษของบุหรี่ไฟฟ้าทั้งต่อสุขภาพร่างกายและโทษทางอาญา โดยบูรณาการความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าในหลักสูตรการเรียนการสอนรายวิชาต่าง ๆ อาทิ วิทยาศาสตร์ สุขศึกษา สังคมศึกษา และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ใช้สื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งวีดิทัศน์ อินโฟกราฟิก ข่าวสารกรณีศึกษา และกิจกรรม Workshop พร้องทั้งส่งเสริมให้โรงเรียนจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในวันงดสูบบุหรี่โลก หรือกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน การฝึกอบรมเกี่ยวกับการปฏิเสธสิ่งเสพติดผ่านโครงการเพื่อนช่วยเพื่อนของชมรม To Be Number One ในโรงเรียน [...]

2025/2/17 • 由 Homeday
มารู้จัก! โครงการช้อปลดหย่อนภาษี “Easy e-Receipt 2.0” ปี 2568 ให้มากขึ้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศของรัฐบาล ซึ่งขยายผลจาก “Easy e-Receipt” ของปี 2567ยิ่งซื้อมากก็ยิ่งได้ลดหย่อนมากที่โดนใจสายช้อปปิ้ง และเป็นหนึ่งในตัวช่วยของคนที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วงต้นปี 2569 fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ จะพาไปรู้จักโครงการและเงื่อนไข พร้อมแนะนำวิธีใช้สิทธิประโยชน์ให้คุ้มค่า โครงการ Easy e-Receipt 2.0 เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2568 โดยผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการซื้อสินค้าและบริการตามเงื่อนไขที่ได้จ่ายจริงสูงสุด 50,000 บาท มาใช้ลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งหลักฐานที่ใช้ต้องเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) ของกรมสรรพากรเท่านั้น เงื่อนไขการช้อปลดหย่อนภาษีปี 2568 มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม ดังนี้ ค่าใช้จ่ายในร้านค้าทั่วไป ซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือจากผู้มิได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท ค่าใช้จ่ายในวิสาหกิจชุมชนหรือร้านค้าOTOP ซื้อสินค้าหรือบริการที่หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท ในกรณีที่ใช้จ่ายตามเงื่อนไข ดังนี้ ซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซึ่งลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว ซื้อสินค้าหรือรับบริการจากวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนต่อกรมส่งเสริมการเกษตร ซื้อสินค้าหรือรับบริการจากวิสาหกิจเพื่อสังคมที่จดทะเบียนต่อสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม สินค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการ Easy e-Receipt 2.0 มีอะไรบ้าง อะไรใช้ลดหย่อนได้ สินค้าและบริการทั่วไป เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือของใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงค่าซื้อหนังสือ หนังสือพิมพ์ นิตยสารทั้งแบบเล่มและอีบุ๊ก ซึ่งซื้อจากร้านค้า ห้างสรรพสินค้า หรือซูเปอร์มาร์เก็ตที่ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ ผ่านระบบ e-Tax Invoice หรือ e-Receipt ของกรมสรรพากรเท่านั้น หากเป็นร้านค้าอื่น ๆ [...]

2025/3/3 • 由 Homeday
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษศักดิ์ สงมูลนาค กรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นำทีมผู้บริหาร สคส. เข้าพบ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินหน้าสร้างเกราะป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มข้น ประกาศความพร้อมบังคับใช้กฎหมายเต็มรูปแบบ ปิดประตูช่องทางการซื้อขายข้อมูลโดยมิชอบ สร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าข้อมูลสำคัญของพวกเขาจะได้รับการปกป้องอย่างสูงสุด พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กล่าวว่า “การยกระดับบูรณาการในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนอย่างจริงจัง เราให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อขจัดปัญหาการซื้อขายข้อมูลโดยมิชอบที่เป็นต้นเหตุของอาชญากรรมไซเบอร์ นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นสร้างมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลภายในองค์กรตำรวจ และขยายองค์ความรู้สู่ประชาชน เพื่อให้ทุกคนมีภูมิคุ้มกันและตระหนักถึงสิทธิของตนเอง ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนต้องได้รับการปกป้องอย่างสูงสุด และจะไม่มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับมิจฉาชีพอีกต่อไป” พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ กล่าวต่อว่า การยกระดับการบูรณาการในครั้งนี้มุ่งเน้น 3 เป้าหมายสำคัญเพื่อปกป้องประชาชนจากอาชญากรรมทางข้อมูล ได้แก่ 1. เปิดเกมบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด ปิดตลาดมืดซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล เร่งปราบปรามเครือข่ายซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นต้นตอสำคัญของอาชญากรรมไซเบอร์ รองรับมติคณะรัฐมนตรีที่ปรับปรุง พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้การซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบเป็นความผิดอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี พร้อมเดินหน้าเต็มกำลังด้วยระบบ PDPC Eagle [...]

2025/7/25 • 由 Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมช่วยเหลือลูกค้าผู้ประสบอุทกภัยจากเหตุการณ์พายุวิภา จัดทำมาตรการช่วยเหลือดูแลลูกค้าให้ผ่านพ้นวิกฤต ประกอบด้วย “โครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือ ที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย” และ “มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปี 2568” ลูกค้าผู้ประสบภัยสามารถติดต่อสาขาธนาคารอาคารสงเคราะห์ทั่วประเทศเพื่อรับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ในฐานะ สถาบันการเงินของรัฐร่วมเป็นกำลังใจให้แก่ลูกค้าและประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มส่งผลให้ที่อยู่อาศัยและการประกอบอาชีพของประชาชนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ธอส. จึงจัดทำ “โครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย” และ “มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปี 2568” โดยมีรายละเอียด ดังนี้ โครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย ประกอบด้วย สำหรับลูกค้าปัจจุบัน : ลดเงินงวดและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยพักชำระหนี้นาน 3 เดือน พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 0% ต่อปี 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 – 12 คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง [...]

2026/4/9 • 由 Homeday
ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตระหนักถึงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ...

2022/11/20 • 由 Homeday
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย ในลักษณะผู้พำนักระยะยาว (long-term stay) แผนระยะ 5 ปี (2565-2569)

2026/2/24 • 由 Homeday
กรุงเทพฯ – 24 กุมภาพันธ์ 2569 – ซีบีอาร์อี ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลก เผยแพร่รายงานแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยฉบับสมบูรณ์ประจำปี 2569 โดยซีบีอาร์อีคาดการณ์ว่าปีนี้เป็นปีที่ผู้พัฒนาโครงการและนักลงทุนต้องรักษาสมดุลระหว่าง “ความเสี่ยงและผลตอบแทน” อย่างมีกลยุทธ์ ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง “ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยยังคงเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายถึงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องวางแผนอย่างมีกลยุทธ์และมีความคล่องตัวในการลงทุนและพัฒนา” นางสาวรุ่งรัตน์ วีระภาคย์การุณ กรรมการผู้จัดการ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าว “บทวิเคราะห์ของเราชี้ให้เห็นว่า แม้บางภาคธุรกิจจะยังคงเผชิญแรงกดดัน แต่บางภาคธุรกิจอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยหนุนจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค มาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ และทิศทางความเปลี่ยนแปลงระดับโลก ดังนั้น การปรับตัวและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ” ตลาดพื้นที่ค้าปลีก: เน้นสร้างประสบการณ์เพื่อรับมือกับผู้บริโภคที่ระมัดระวัง สำหรับตลาดค้าปลีกในกรุงเทพฯ ซึ่งมีความหลากหลาย ตั้งแต่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมืองไปจนถึงโครงการที่มุ่งเน้นกลุ่มผู้อาศัยโดยรอบ ผู้พัฒนาโครงการยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงการใหม่และปรับปรุงโครงการเดิม เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 ปริมาณพื้นที่ค้าปลีกโดยรวมแตะระดับ 8.25 ล้าน ตร.ม. โดยมีอีก 3 แสน ตร.ม. ที่มีกำหนดจะแล้วเสร็จในปี 2569 ซึ่งคาดการณ์ว่าปริมาณพื้นที่ค้าปลีกใหม่ที่เพิ่มขึ้นจะแซงหน้าความต้องการใช้พื้นที่ของผู้เช่า ส่งผลให้อัตราเฉลี่ยของการใช้พื้นที่จะลดลงจนต่ำกว่า [...]

2025/4/18 • 由 Homeday
กลุ่มอลิอันซ์ เปิดเผยบทวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกหลังนโยบายทรัมป์ ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เข้มข้นขึ้น หลังจากสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวาระที่สอง ประกาศใช้มาตรการภาษีแบบตอบโต้ (reciprocal tariffs) โดยตั้งเป้าเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนสูงสุดถึง 130% ซึ่งถือเป็นระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1890 ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ต้นทุนการค้าระหว่างประเทศพุ่งสูงขึ้นทันที โดยเฉพาะในภาคยานยนต์ อุตสาหกรรมการผลิต และอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณว่าจะใช้มาตรการภาษีกับประเทศอื่นเพิ่มเติม เช่น กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เม็กซิโก และยุโรปตะวันออก นำไปสู่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่แผ่ขยายไปทั่วโลก ส่งผลให้ธนาคารกลางและนักลงทุนต่างเริ่มประเมินความเสี่ยงใหม่อีกครั้ง ประเทศไทยถูกคาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบในระดับปานกลางจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยมีการปรับลดคาดการณ์ GDP เหลือ 2% ในปี 2025 และ 2.1% ในปี 2026 จาก 2.5% ในปี 2024 โดยประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงปานกลาง ซึ่งจะมีแรงกดดันจากภาคการส่งออกและห่วงโซ่อุปทาน แม้จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ เหมือนบางประเทศในภูมิภาค แต่ก็ยังเผชิญกับผลกระทบทางอ้อมจากความไม่แน่นอนทางการค้า ทั้งนี้ ธนาคารกลางมีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ขณะที่การพึ่งพานโยบายภายในประเทศและการกระจายความเสี่ยงทางการค้าจะมีบทบาทสำคัญในการรองรับแรงสั่นสะเทือนจากภายนอกในระยะต่อไป. ผลกระทบจากสงครามการค้าครั้งนี้ทำให้องค์กรต่างๆ ลดการลงทุนและชะลอแผนขยายธุรกิจ โดยอัตราการเติบโตของ GDP [...]

2025/3/31 • 由 Homeday
แอสเซทไวส์ (AssetWise) ยืนยันความแข็งแรงปลอดภัยโครงสร้างอาคารในทุกโครงการ พร้อมแจ้ง “4 มาตรการเร่งด่วน” เพื่อดูแลความปลอดภัยของลูกบ้าน และแนวทางปฏิบัติสำหรับการแจ้งซ่อม รวมถึงสิทธิ์การรับประกัน เพื่อให้ทุกท่านได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง สะดวก และรวดเร็ว ดังนี้ แอสเซทไวส์ได้จัดส่งทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้าตรวจสอบโครงการที่มีผู้พักอาศัยและโครงการที่กำลังก่อสร้างอยู่อย่างเร่งด่วน โดยโครงสร้างอาคารทุกโครงการของแอสเซทไวส์มีความแข็งแรง ปลอดภัย 100% ตามมาตรฐานวิศวกรรม และตามข้อบังคับอาคาร กฎกระทรวง ปี 2550 และมาตรฐานการออกแบบอาคารต้านทานการสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว กรมโยธาธิการและผังเมือง 1301/1302 ขณะนี้ลูกบ้านสามารถเข้าพักอาศัยได้ตามปกติอย่างมั่นใจ และกำลังดำเนินการตรวจสอบวิเคราะห์สถาปัตยกรรมอาคารเชิงลึกในทุกโครงการอย่างต่อเนื่อง ให้แล้วเสร็จ 100% ภายในวันที่ 1 เมษายน 2568 หากพบร่องรอยความเสียหายภายในห้องพัก เช่น รอยร้าว ผนังหลุดร่อน สามารถแจ้งขอรับบริการตรวจสอบและซ่อมแซมได้ตามขั้นตอนดังนี้ แจ้งปัญหาผ่านนิติบุคคลอาคารชุด หรือโครงการที่พักอาศัย เจ้าหน้าที่จะประสานงานกับทีมช่างเพื่อนัดหมายวันเข้าตรวจสอบ ทีมวิศวกรและช่างจะเข้าตรวจสอบและประเมินแนวทางการซ่อมแซม แจ้งผลการตรวจสอบ และเริ่มดำเนินการซ่อมแซมตามขอบเขตการรับประกัน การใช้สิทธิ์การรับประกัน และเงื่อนไขการเคลมต่างๆ ลูกบ้านสามารถใช้สิทธิ์การรับประกันงานซ่อมแซมตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด โดยครอบคลุมถึง โครงสร้างอาคาร – เสา คาน พื้น และองค์ประกอบสำคัญที่รองรับน้ำหนักของอาคาร [...]

2024/2/13 • 由 Homeday
บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS เหล็กดีที่คุณไว้ใจ เหล็กไทยหัวใจกรีน เดินหน้ารับมือมาตรการ CBAM ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจน ผนึก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และกลุ่มโรงงานนำร่อง ร่วมผลักดันโครงการ “การเตรียมความพร้อมสินค้าส่งออกสหภาพยุโรปเพื่อรับมือกับมาตรการ CBAM” เพื่อ

2025/8/4 • 由 Homeday
นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า SAM ได้ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ของ SAM ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ประสบสาธารณภัยจากพายุ “วิภา” ตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด รวม 10 จังหวัด ได้แก่ น่าน แพร่ สุโขทัย กำแพงเพชร นครปฐม อุตรดิตถ์ อุดรธานี ร้อยเอ็ด เชียงราย ลำปาง และอยู่ระหว่างการผ่อนชำระตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้หรือค้างชำระไม่เกิน 90 วัน โดยลูกค้าจะได้รับการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยทั้งจำนวน สูงสุด 3 เดือน หลังจากนั้น SAM ผ่อนปรนให้ชำระหนี้บางส่วนตามความสามารถภายในระยะเวลาสูงสุดถึง 6 เดือน นับจากวันที่เข้าร่วมมาตรการ ส่วนดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในระหว่างเข้าร่วมมาตรการส่วนที่เหลือและดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่วันชำระครั้งสุดท้าย โดยไม่เกิน 90 วันให้ตั้งพักไว้และชำระในงวดสุดท้ายของสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่ SAM กำหนด ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่บัดนี้ – 28 [...]