加载中...
加载中...

2023/10/31 • 由 Homeday
ผนังขึ้นราเป็นปัญหากวนใจภายในบ้านที่มาพร้อมกับหน้าฝนที่รับมือได้ยาก เพราะรู้ตัวอีกทีคราบราดำก็เปลี่ยนผนังบ้านของคุณที่เคยสดใสให้หม่นหมอง ไม่น่ามองไปเสียแล้ว ซึ่งปัญหาผนังขึ้นราในช่วงหน้าฝนเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น โครงสร้างผนังที่รั่วซึม หรือปัจจัยด้านสภาพอากาศที่ทำให้อากาศภายในห้องชื้นติดต่อกันเป็น

2025/5/23 • 由 Homeday
ปัญหาบ้านรก หาของไม่เจอ เป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนปวดหัวไม่น้อย Homeday เข้าใจดีถึงความสำคัญของบ้านที่เป็นระเบียบ จึงได้รวบรวม “ไอเทมจัดเก็บบ้านที่เวิร์กจริง” มาให้ทุกคนได้เลือกสรร บอกเลยว่าแต่ละชิ้นคือตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้การจัดระเบียบบ้านเป็นเรื่องง่าย ชีวิตดีขึ้นแบบรู้สึกได้จริง! ไม่ว่าบ้านของคุณจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ ลองมาดูไอเทมเหล่านี้ แล้วนำไปปรับใช้กันนะครับ 7 ไอเทมจัดเก็บสุดปัง ที่จะเปลี่ยนบ้านรกให้เป็นระเบียบ 1. กล่องจัดเก็บสารพัดไซส์ กล่องพลาสติก กล่องผ้า หรือกล่องกระดาษ เป็นไอเทมพื้นฐานที่ไม่ว่าบ้านไหนก็ต้องมี เลือกขนาดให้เหมาะสมกับการใช้งาน ตั้งแต่กล่องเล็กสำหรับเก็บเครื่องเขียน เครื่องสำอาง ไปจนถึงกล่องใหญ่สำหรับเก็บเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน หรือของเล่น ควรเลือกแบบมีฝาปิดและสามารถซ้อนกันได้ เพื่อประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ 2. ตะกร้าหวายและตะกร้าผ้า นอกจากจะมีประโยชน์ในการจัดเก็บแล้ว ตะกร้าหวายและตะกร้าผ้ายังมีดีไซน์ที่สวยงาม ช่วยเพิ่มความอบอุ่นและเป็นระเบียบให้กับบ้าน เหมาะสำหรับเก็บผ้าห่ม หมอน หนังสือ นิตยสาร หรือของใช้จุกจิกต่างๆ วางไว้ในห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือห้องน้ำก็ดูดี 3. ชั้นวางของแบบติดผนัง สำหรับบ้านหรือคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด ชั้นวางของแบบติดผนังเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมในการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บในแนวตั้ง สามารถใช้วางหนังสือ ต้นไม้ กรอบรูป ของตกแต่ง หรือแม้แต่เครื่องครัวในห้องครัว ติดตั้งได้ง่ายและช่วยให้ผนังดูมีอะไรมากขึ้น 4. ที่แขวนของหลังบานประตู [...]

2025/6/3 • 由 Homeday
การสร้างพื้นที่สีเขียวในบ้านไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่กว้างขวาง ด้วยไอเดียสร้างสรรค์และเทคนิคการจัดสวนแนวใหม่ เราสามารถเปลี่ยนพื้นที่จำกัดให้กลายเป็นสวนสวยที่ช่วยฟอกอากาศและเพิ่มความสดชื่นให้กับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นระเบียงคอนโด ลานหน้าบ้าน หรือมุมเล็กๆ ภายในบ้าน ทุกพื้นที่สามารถเปลี่ยนเป็นสวนส่วนตัวได้ ไอเดียสวนแนวตั้งสำหรับพื้นที่จำกัด สวนแขวนติดผนังกำแพง การจัดสวนแนวตั้งเป็นวิธีการประหยัดพื้นที่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สามารถเริ่มต้นได้ง่ายด้วยการสร้างแผงไม้ติดผนัง แล้วนำต้นไม้ที่ปลูกในกระถางเจาะรูมาแขวนตามต้องการ สวนแนวตั้งไม่เพียงช่วยประหยัดพื้นที่ แต่ยังช่วยลดมลพิษและความร้อนจากภายนอกที่เข้าสู่ตัวอาคาร ทำให้ผนังว่างเปล่าดูมีชีวิตชีวาและเป็นฉากหลังที่สวยงาม การเลือกพืชสำหรับสวนแนวตั้งควรพิจารณาปริมาณแสงแดดที่ได้รับ หากเป็นบริเวณที่โดนแดดค่อนข้างมาก สามารถเลือกปลูกเปปเปอร์มินต์ ดาดตะกั่ว เฟิร์นข้าหลวง เตยด่าง สับปะรดสี เฟิร์นใบมะขาม ไผ่ฟิลิปปินส์ และเดฟเขียว ส่วนถ้าเป็นบริเวณที่แสงแดดน้อย ควรเลือกพืชที่ชอบแสงน้อย เช่น เฟิร์นหรือพลูด่าง สวนแขวนบนราวระเบียง สำหรับผู้ที่อยู่คอนโดหรือมีระเบียง การแขวนต้นไม้บนราวระเบียงเป็นทางเลือกที่ยอดเยียม วิธีนี้มีข้อดีกว่าการแขวนติดกำแพง เพราะไม่ต้องตอกตะปูและสามารถโยกย้ายได้ง่าย สามารถเลือกซื้ออุปกรณ์แขวนพร้อมกระถางที่มีหลากหลายรูปแบบ หรือเลือกซื้อแยกส่วนตามความต้องการ พันธุ์ไม้ที่เหมาะสำหรับสวนแขวนบนราวระเบียง ได้แก่ กลุ่มไม้ดอกประดับอย่างกล้วยไม้ เวอร์บีน่า หรือกลุ่มไม้ใบประดับที่มีกิ่งก้านห้อยย้อยลงมา เช่น สายป่านดวงใจ ริบบิ้นชาลี หรือต้นคุณนายตื่นสาย การดูแลสวนแขวนควรใช้ฟ็อกกี้ในการฉีดน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำหยดไปรบกวนผู้อยู่อาศัยห้องด้านล่าง การปรับแต่งพื้นที่ด้วยวัสดุธรรมชาติ การปูพรมหญ้าสร้างฟีลธรรมชาติ การปูพรมหญ้าสีเขียวในลานนั่งเล่น บนระเบียง หรือในห้องนั่งเล่น ช่วยให้รู้สึกเหมือนได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติตลอดเวลา และยังช่วยเพิ่มความสดชื่นให้บ้าน [...]

2025/3/27 • 由 Homeday
ทำความเข้าใจเบื้องต้นกับ Design Studio ในบ้าน Design Studio ไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่ทำงาน แต่เป็นพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ที่สะท้อนตัวตนของนักออกแบบ การเลือกบ้านที่เหมาะสมสำหรับการจัดทำ Design Studio จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง พื้นที่ที่ดีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและแรงบันดาลใจในการทำงานได้อย่างมหาศาล ปัจจัยสำคัญในการเลือกบ้านสำหรับ Design Studio 1. ลักษณะพื้นที่และขนาด การเลือกพื้นที่สำหรับ Design Studio ต้องคำนึงถึงความต้องการใช้งานอย่างรอบคอบ พื้นที่ควรมีความกว้างขวางเพียงพอสำหรับการวางอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ โดยทั่วไปควรมีพื้นที่ใช้สอยอย่างน้อย 20-30 ตารางเมตร เพื่อให้สามารถจัดวางโต๊ะทำงาน อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พื้นที่นำเสนอผลงาน และพื้นที่พักผ่อนได้อย่างเป็นสัดส่วน 2. แสงธรรมชาติและการระบายอากาศ แสงเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับนักออกแบบ บ้านที่มีหน้าต่างกว้างและรับแสงธรรมชาติได้ดีจะช่วยสร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ควรเลือกพื้นที่ที่มีแสงธรรมชาติส่องถึงและสามารถระบายอากาศได้ดี การมีหน้าต่างขนาดใหญ่หรือระเบียงจะเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจ 3. การออกแบบภายในและความยืดหยุ่น พื้นที่ Design Studio ควรมีความยืดหยุ่นในการจัดวางและปรับเปลี่ยน เลือกบ้านที่มีผังพื้นเปิดโล่งหรือสามารถดัดแปลงได้ง่าย ผนังที่สามารถติดตั้งชั้นวางของหรือบอร์ดนำเสนอผลงานจะเป็นประโยชน์อย่างมาก พื้นที่ควรสามารถแบ่งสรรค์เป็นโซนต่างๆ ได้ เช่น พื้นที่ทำงาน พื้นที่เก็บอุปกรณ์ และพื้นที่พักผ่อน เทคนิคการเลือกทำเลที่เหมาะสม 1. ความเงียบสงบ สภาพแวดล้อมที่เงียบสงบจะช่วยให้นักออกแบบมีสมาธิในการทำงาน เลือกบ้านที่ตั้งอยู่ในย่านที่ไม่พลุกพล่านหรือมีเสียงรบกวนน้อย [...]

2025/3/27 • 由 Homeday
ทำความเข้าใจความสำคัญของสถานที่สำหรับ Recording Studio การเลือกบ้านเพื่อจัดทำ Recording Studio ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพเสียงและประสิทธิภาพในการบันทึกเสียง พื้นที่ที่เหมาะสมจะช่วยสร้างบรรยากาศและคุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยม นักดนตรี นักร้อง และนักผลิตเสียงต่างให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมทางอะคูสติกเป็นอย่างมาก คุณสมบัติทางกายภาพที่เหมาะสมสำหรับ Recording Studio การวิเคราะห์โครงสร้างพื้นที่ การเลือกพื้นที่ภายในบ้านสำหรับ Recording Studio ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะโครงสร้างทางกายภาพที่จะช่วยควบคุมคุณภาพเสียง ห้องที่มีขนาดเหมาะสมโดยทั่วไปควรมีพื้นที่ประมาณ 20-30 ตารางเมตร ซึ่งจะช่วยให้สามารถออกแบบพื้นที่บันทึกเสียงและพื้นที่ควบคุมเสียงได้อย่างลงตัว วัสดุและโครงสร้างอาคาร ผนังคอนกรีต: ให้การตัดเสียงที่ดีเยี่ยม มีความหนาแน่นสูง ช่วยป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก พื้นที่มีความสูงเพียงพอ: ความสูงของห้องควรอยู่ระหว่าง 3-4 เมตร เพื่อให้เสียงกระจายตัวได้อย่างดี วัสดุกันเสียง: เลือกใช้วัสดุดูดซับเสียงและกระจายเสียง เช่น แผ่นอะคูสติก แผงไม้ และวัสดุดูดซับเสียงพิเศษ เทคนิคการควบคุมเสียงและการออกแบบอะคูสติก การป้องกันเสียงรบกวน ระบบกันเสียง: ติดตั้งระบบกันเสียงที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้เทคนิคการแยกชั้นเสียง (Acoustic Isolation) หน้าต่างและประตู: เลือกหน้าต่างและประตูที่มีคุณสมบัติกันเสียง มีความหนาแน่นสูง และผนึกได้สนิท การจัดวางอุปกรณ์: วางอุปกรณ์เครื่องเสียงและเครื่องดนตรีโดยคำนึงถึงการกระจายเสียงที่เหมาะสม การออกแบบภายในห้อง [...]

2025/5/9 • 由 Homeday
คุณกำลังเผชิญกับปัญหาพื้นที่จัดเก็บของในบ้านไม่เพียงพอ? ชั้นวางของติดผนังอาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังมองหา ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นการเพิ่มความสวยงามให้กับการตกแต่งภายในบ้านอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจไอเดียชั้นวางของติดผนังหลากหลายรูปแบบ พร้อมคำแนะนำการเลือกใช้และติดตั้งอย่างเหมาะสม เพื่อให้บ้านของคุณทั้งสวยงามและเป็นระเบียบ ทำไมชั้นวางของติดผนังจึงเป็นที่นิยม? ชั้นวางของติดผนังคือแผ่นวางของที่ถูกยึดกับผนังแบบลอยๆ โดยยกสูงขึ้นมาจากพื้นตามความต้องการและความเหมาะสม มักยึดด้วยสกรูหรือดีไซน์อื่นๆ เช่น เชือก ขาแขวน ซึ่งช่วยให้คุณวางของเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ ความนิยมของชั้นวางของติดผนังมาจากข้อดีหลายประการ เริ่มจากการช่วยประหยัดพื้นที่ โดยเฉพาะสำหรับที่พักอาศัยขนาดเล็กอย่างคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ที่มีพื้นที่จำกัด การใช้ผนังให้เกิดประโยชน์จึงเป็นทางเลือกที่ฉลาด นอกจากนี้ ยังช่วยให้ห้องดูโปร่งโล่ง ไม่มีของชิ้นเล็กชิ้นน้อยวางเกะกะ ทำให้ไม่รู้สึกถึงความคับแคบของห้อง อีกข้อดีที่สำคัญคือชั้นวางของติดผนังสามารถเป็นทั้งเฟอร์นิเจอร์ใช้สอยและเป็นของตกแต่งบ้านไปในตัว โดยคุณสามารถเลือกสไตล์และวัสดุที่ชอบ เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ในการตกแต่งบ้านของคุณได้อีกด้วย 10 ไอเดียชั้นวางของติดผนังที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน 1. ชั้นวางของแบบมีขา รองรับน้ำหนักได้มากกว่า ชั้นวางของแบบมีขาเป็นรูปแบบที่พบเห็นได้บ่อยตามบ้านและคอนโด จุดเด่นของชั้นวางประเภทนี้คือขาที่เพิ่มเข้ามาช่วยเสริมให้โครงสร้างแข็งแรงยิ่งขึ้น สามารถรองรับน้ำหนักของสิ่งของได้มากกว่าปกติ โดยเฉพาะเมื่อติดตั้งด้วยการเจาะสกรูยึดเข้ากับผนังอย่างแน่นหนา ส่วนมากวัสดุที่นำมาทำขามักเป็นเหล็กเพื่อเพิ่มความแข็งแรง เหมาะสำหรับวางของที่มีน้ำหนักพอสมควร เช่น แก้วน้ำ จานชาม หรือหนังสือเล่มใหญ่ 2. ชั้นวางของไม่มีขา เรียบง่ายแต่มีสไตล์ ชั้นวางของไม่มีขา หรือที่เรียกว่า “floating shelf” เป็นชั้นวางของที่ให้ความรู้สึกลอยตัว สวยงามและเรียบง่าย มักพบเห็นได้ในคอนโดมิเนียมหรือบ้านสไตล์มินิมอล ข้อดีของชั้นวางแบบนี้คือความยืดหยุ่นในการจัดวาง คุณสามารถวางเป็นชั้นยาวในแนวนอน [...]

2025/3/12 • 由 Homeday
ทำความรู้จักบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด การเลือกซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิต การเข้าใจความแตกต่างระหว่างบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น บ้านทั้งสองประเภทมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการที่แตกต่างกัน บ้านเดี่ยว: อิสระในทุกมิติ บ้านเดี่ยวคือบ้านที่ปลูกอยู่บนที่ดินของตนเอง โดยไม่ติดกับบ้านอื่น มีพื้นที่ใช้สอยรอบทิศทาง ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด เจ้าของสามารถออกแบบและตกแต่งได้อย่างอิสระ ไม่มีข้อจำกัดในการขยายพื้นที่ทั้งภายในและภายนอก สามารถสร้างสวน จัดพื้นที่นันทนาการ หรือทำลานจอดรถเพิ่มเติมได้ตามต้องการ บ้านแฝด: การผสมผสานระหว่างความเป็นส่วนตัวและการประหยัด บ้านแฝดเป็นบ้านที่มีการแบ่งผนังกลางร่วมกับบ้านข้างเคียง โดยปกติจะมี 2 หน่วย แต่ละหน่วยจะมีเอกสารสิทธิ์และเจ้าของแยกกัน มีความแตกต่างจากทาวน์เฮ้าส์ตรงที่มีพื้นที่ใช้สอยและที่ดินมากกว่า และมีความเป็นส่วนตัวใกล้เคียงกับบ้านเดี่ยว ข้อดีและข้อจำกัด ข้อดีของบ้านเดี่ยว ความเป็นส่วนตัวสูงสุด สามารถออกแบบและตกแต่งได้อย่างเต็มที่ มีพื้นที่ใช้สอยรอบทิศทาง สามารถขยายบ้านหรือสร้างสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติมได้ มูลค่าการเพิ่มขึ้นของที่ดินสูง เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว ระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ข้อจำกัดของบ้านเดี่ยว ต้นทุนการก่อสร้างและค่าดูแลรักษาสูง ค่าใช้จ่ายในการซื้อที่ดินและบ้านสูงกว่าบ้านแฝด ต้องดูแลและบำรุงรักษาพื้นที่โดยรอบด้วยตนเอง ข้อดีของบ้านแฝด ราคาถูกกว่าบ้านเดี่ยว เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด ยังคงมีความเป็นส่วนตัวและพื้นที่ใช้สอยมากกว่าทาวน์เฮ้าส์ ค่าใช้จ่ายในการดูแลและบำรุงรักษาต่ำกว่าบ้านเดี่ยว ทำเลที่ตั้งมักอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก ข้อจำกัดของบ้านแฝด มีความเป็นส่วนตัวน้อยกว่าบ้านเดี่ยว เนื่องจากมีการใช้ผนังร่วมกัน ข้อจำกัดในการออกแบบและตกแต่งบ้าน พื้นที่ใช้สอยและที่ดินน้อยกว่าบ้านเดี่ยว การเลือกระหว่างบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด การตัดสินใจเลือกบ้านขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่: งบประมาณ ไลฟ์สไตล์ ความต้องการพื้นที่ใช้สอย ทำเลที่ตั้ง [...]

2025/4/30 • 由 Homeday
ครัวหลังบ้านเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับครอบครัวที่ชอบทำอาหาร โดยเฉพาะอาหารไทยที่มีกลิ่นและควันจากการปรุงค่อนข้างมาก การต่อเติมครัวหลังบ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดีเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยและป้องกันกลิ่นอาหารกระจายเข้าไปในตัวบ้าน แต่หลายคนอาจพบปัญหาหลังจากต่อเติมไปแล้ว เช่น ครัวทรุดตัว ผนังร้าว หรือใช้งานไม่สะดวก บทความนี้จะแนะนำวิธีต่อเติมครัวหลังบ้านอย่างถูกต้อง พร้อมไอเดียการตกแต่งในสไตล์ต่างๆ ให้ทั้งสวยงามและใช้งานได้อย่างยาวนาน หลักการสำคัญในการต่อเติมครัวหลังบ้านให้ปลอดภัย การต่อเติมครัวหลังบ้านที่ปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดปัญหาในระยะยาวนั้นต้องคำนึงถึงโครงสร้างเป็นอันดับแรก หลักการสำคัญที่ควรยึดถือคือการแยกโครงสร้างครัวออกจากตัวบ้านหลัก หลายคนเข้าใจผิดว่าสามารถต่อเติมโดยใช้ผนังเดียวกับบ้านหรือเสาเข็มเดียวกับบ้านได้ แต่ความจริงแล้ว วิธีนี้จะทำให้ส่วนที่ต่อเติมเพิ่มมาไปรั้งตัวบ้านให้เกิดการแยก ร้าว หรือทรุดได้ โครงสร้างของครัวหลังบ้านควรแยกออกมาจากตัวบ้านอย่างชัดเจน โดยไม่ควรใช้ผนังร่วมกับบ้านหรือใช้เสาเข็มชุดเดียวกัน แม้แต่กรณีที่ครัวต่อเติมลงเข็มลึกเท่ากันกับเสาเข็มของตัวบ้าน อัตราการทรุดอาจจะไล่เลี่ยกัน แต่ก็ถือว่าเป็นโครงสร้างคนละชุด จึงควรแยกโครงสร้างออกจากกันอย่างเด็ดขาด กรณีที่ต้องการต่อเติมครัวโดยหลังคายื่นจากตัวบ้านไม่เกิน 2 เมตร อาจใช้วิธีที่ง่ายกว่าคือติดตั้งหลังคากันสาดเข้ากับโครงสร้างบนผนังบ้านเดิม โดยสามารถเลือกสร้างหลังคากันสาดเองหรือซื้อหลังคากันสาดสำเร็จรูปมาติดตั้งก็ได้ วิธีนี้จะช่วยลดความซับซ้อนในการก่อสร้างและประหยัดต้นทุนได้ อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการเลือกใช้วัสดุน้ำหนักเบาในการต่อเติม เนื่องจากส่วนต่อเติมบางครั้งไม่มีการลงเสาเข็ม หรือลงแค่เสาเข็มสั้นด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้ทรุดตัวเร็วกว่าตัวบ้าน การเลือกวัสดุน้ำหนักเบาจะช่วยลดภาระน้ำหนักที่กดทับดิน และช่วยชะลอการทรุดตัวได้ ตัวอย่างวัสดุน้ำหนักเบาที่แนะนำ ได้แก่ ผนังโครงเบา ผนังโปร่งตีระแนงไม้ เคาน์เตอร์ครัวจากอิฐมวลเบาหรือแผ่นเคาน์เตอร์มวลเบาสำเร็จรูป และวัสดุมุงหลังคาน้ำหนักเบา เช่น เมทัลชีท แผ่นหลังคาโปร่งแสงประเภทต่างๆ ระบบไฟฟ้าและประปาก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องวางแผนให้ดี โดยเฉพาะในบริเวณหลังบ้านที่มักเป็นแหล่งรวมอุปกรณ์งานระบบ ทั้งถังบำบัดน้ำเสีย ถังเก็บน้ำ ปั๊มน้ำ พร้อมแนวท่อน้ำดีน้ำเสีย สิ่งเหล่านี้ต้องคำนึงก่อนจะเทพื้น เช่น จะเลี่ยงตำแหน่งฝาเปิดของถังบำบัดน้ำเสียหรือถังเก็บน้ำใต้ดินอย่างไร [...]

2021/6/18 • 由 Homeday
เวลาหันไปเห็นคราบเปื้อนที่ผนังบ้านทีไร ก็อดไม่ได้ที่จะต้องหาอะไรไปเช็ดให้สะอาดกันใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นคราบเหลือง คราบน้ำมัน หรือคราบสกปรกอื่นๆวันนี้แอ

2025/4/4 • 由 Homeday
นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด หัวเรือหลักของธุรกิจ ‘ทัช พร็อพเพอร์ตี้’ บริการด้านระบบวิศวกรรมอาคารครบวงจรในเครือพลัสฯ เปิดเผยถึงขั้นตอนในการตรวจสอบอาคารหลังเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นไปตามคู่มือการสำรวจความเสียหายขั้นต้นของโครงสร้างอาคารหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ว่าการสำรวจความเสียหายสามารถแบ่งได้เป็น 2 ระดับ คือ การสำรวจขั้นต้น และ การสำรวจอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญในจุดที่อาจเกิดอันตรายกับโครงสร้างอาคาร 1. การสำรวจขั้นต้นเป็นการประเมินว่าความเสียหายที่พบมีผลกระทบต่อตัวอาคารหรือไม่ ซึ่งการเข้าตรวจประเมินขั้นต้นนี้ จะใช้ผู้ที่มีความความเข้าใจพื้นฐานในเรื่องวิศวกรรมโครงสร้าง อย่างบริษัทผู้ตรวจสอบอาคารที่ปกติจะมีการเข้าตรวจอาคารประจำปีให้กับอาคารอยู่แล้วมาเป็นผู้ตรวจให้ โดยบริษัทตรวจสอบอาคารมีการขึ้นทะเบียนรับรองโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้ว จะเป็นผู้เข้าตรวจพื้นที่ทันทีหลังเกิดเหตุ ในขั้นต้นนี้สามารถสำรวจด้วยตาเปล่า (visual check) โดยจะตรวจดูความเสียหายของสภาพอาคารที่อาจส่งผลกระทบต่ออาคารที่กำลังประเมิน ความเสียหายเมื่อสังเกตจากภายนอกอาคาร และ ความเสียหายของโครงสร้างอาคาร ได้แก่ พื้น คาน เสา กำแพง โครงหลังคา ผนังก่อ ฝ้า เพดาน และ วัสดุมุงหลังคา การประเมินความเสียหายขั้นต้นของอาคารหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวนี้ ผู้ตรวจส่วนใหญ่ใช้แบบสำรวจความเสียหายขั้นต้นของโครงสร้างอาคารหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ของกรมโยธาธิการและผังเมืองกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2560 โดยแบ่งระดับความเสียหายของอาคารเป็น 3 ระดับ: [...]

2025/4/15 • 由 Homeday
เมื่อเข้าอยู่บ้านใหม่หรืออาศัยในบ้านมาระยะหนึ่ง หลายคนอาจพบกับปัญหารอยร้าวตามผนัง ขอบประตู หรือแม้แต่พื้นบ้าน ซึ่งนอกจากจะทำให้บ้านดูไม่สวยงามแล้ว ยังอาจสร้างความกังวลใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของโครงสร้างบ้าน รอยร้าวบางประเภทสามารถซ่อมแซมได้ด้วยตัวเอง แต่บางประเภทอาจต้องเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญมาดูแล บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจสาเหตุ ประเภทของรอยร้าว และวิธีการซ่อมแซมที่เหมาะสม เพื่อให้บ้านกลับมาสวยงามและปลอดภัยอีกครั้ง สาเหตุหลักที่ทำให้ผนังบ้านเกิดรอยร้าว รอยร้าวบนผนังบ้านสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ความเข้าใจถึงต้นตอของปัญหาจะช่วยให้คุณซ่อมแซมได้ตรงจุดและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต โดยสาเหตุหลักๆ มีดังนี้ การก่อสร้างที่ขาดคุณภาพ โดยส่วนใหญ่แล้ว บ้านหรือห้องที่มีรอยผนังร้าวมักเกิดจากการก่อสร้างที่ไม่มีคุณภาพ อาจเป็นเพราะช่างที่ทำงานขาดทักษะความชำนาญ หรือมีการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน การผสมปูนที่ไม่ถูกสัดส่วน หรือการฉาบที่ไม่ละเอียดพอ ทำให้เกิดความผิดพลาดและส่งผลให้เกิดรอยร้าวในเวลาต่อมา หากเป็นเพียงรอยเล็กๆ อาจไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าเป็นรอยใหญ่ควรซ่อมหรืออุดรอยร้าวนั้นให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมาภายหลัง โครงสร้างบ้านเกิดการทรุดตัว เมื่อบ้านมีอายุมากขึ้น บ้านอาจเกิดการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ยิ่งบ้านอายุนานเท่าไร โอกาสในการเกิดรอยร้าวก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากโครงสร้างของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเสา คาน หรือพื้น อาจเกิดการทรุดตัวตามธรรมชาติ จนบางครั้งเสาหรือคานรับน้ำหนักไม่ไหว ส่งผลให้ผนังเริ่มแตกร้าวเป็นรอย โดยเฉพาะเมื่อมีการทรุดตัวของฐานรากที่ไม่เท่ากัน ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดรอยร้าวมากขึ้น การต่อเติมหรือรีโนเวทบ้าน อีกสาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยคือการต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านในภายหลัง โดยเฉพาะเมื่อดำเนินการโดยช่างที่ไม่มีความชำนาญพอ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเดิมและทำให้เกิดรอยร้าวตามผนังได้ บริเวณที่มักพบรอยร้าวหลังการต่อเติมคือขอบและวงกบประตูหรือหน้าต่าง รวมถึงรอยต่อระหว่างโครงสร้างเดิมและส่วนที่ต่อเติม ดังนั้น เวลาที่จะทุบหรือซ่อมแซมบ้าน ควรต้องระมัดระวังและวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง สภาพอากาศที่แปรปรวน สภาพอากาศก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดรอยร้าวได้ อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น [...]

2024/8/11 • 由 Homeday
แบบบ้าน : Jung Frau 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถรายละเอียดอื่นๆ• ตกแต่งห้องน้ำ พร้อมสุขภัณฑ์• ตกแต่งสวนภายนอกบ้าน• ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ• ตกแต่งพื้นภายใน• ผนังบุวอลล์
