加载中...
加载中...

2025/4/16 • 由 Homeday
จากกรณีลำน้ำกกมีสีขุ่น และได้เก็บตัวอย่างน้ำผิวดินจากลำน้ำกก ส่งตรวจทางห้องปฎิบัติการโดยสำนักงานควบคุมมลพิษและสิ่งแวดล้อมที่ 1 เชียงใหม่ พบผลการตรวจน้ำผิวดินในลำน้ำกกปนเปื้อนสารหนูและตะกั่วเกินค่ามาตรฐาน นั้น แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย ได้มอบหมายให้ ศูนย์อนามัยที่1 เชียงใหม่ ตรวจคุณน้ำประปาหมู่บ้าน โดยประสานความร่วมมือสำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่อาย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เก็บตัวอย่างน้ำประปาหมู่บ้าน 9 แห่ง พื้นที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ส่งตรวจทางห้องปฎิบัติการ ทั้งทางกายภาพ เคมี และโลหะหนัก ณ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับผลการตรวจวันที่ 11 เมษายน 2568 พบว่า ไม่พบการปนเปื้อนสารหนูและตะกั่วเกินค่ามาตรฐาน พบเพียง สี และความขุ่นเกินค่ามาตรฐาน แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า สำหรับการแก้ปัญหา สี และความขุ่นที่เกินค่ามาตรฐานของน้ำประปา สามารถดำเนินการได้ ดังนี้ 1) สี แก้ไขได้โดยให้น้ำผ่านไปยังชั้นกรองผงถ่าน [...]

2025/3/24 • 由 Homeday
นายประสาน ปานคง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 2 จังหวัดราชบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานวิสาหกิจชุมชนระดับเขต ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ ห้องประชุมสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 2 จังหวัดราชบุรี ตำบลเบิกไพร อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจการดำเนินงานโครงการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 กำกับ ดูแลการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน ติดตามความก้าวหน้า ปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงานโครงการ และหาแนวทางในการสนับสนุนและขับเคลื่อนงานวิสาหกิจชุมชนของจังหวัดภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ และเสนอมาตรการในการแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนในระดับเขตต่อคณะกรรมการประสานงานวิสาหกิจชุมชนกรมส่งเสริมการเกษตรพิจารณาดำเนินการต่อไป เนื้อหาการประชุมขับเคลื่อนในครั้งนี้ ได้แก่ คำสั่งกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ 768/2562 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานวิสาหกิจชุมชน กรมส่งเสริมการเกษตร ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2562 การแต่งตั้งกรรมการผู้แทนวิสาหกิจชุมชน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สถานการณ์วิสาหกิจชุมชนในปัจจุบัน การนำเสนอข้อมูลผลแบบประเมินความสามารถในการดำเนินธุรกิจของวิสาหกิจชุมชนในรูปแบบ Dashboard การใช้งานระบบสารสนเทศวิสาหกิจชุมชน ตัวชี้วัดเกษตรจังหวัด รอบที่ 1/2568 โครงการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน ประจำปีงบประมาณ 2568 นำเสนอข้อมูลโครงการที่ให้การส่งเสริมสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน และเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน [...]

2025/3/14 • 由 Homeday
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น สำหรับการบริหารจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ ร่วมกับมูลนิธิชไนเดอร์ อิเล็คทริค และมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ “Conserve my Planet” โดยมุ่งเน้นเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบการศึกษาไทย เพื่อสนับสนุนให้ครูสามารถบูรณาการการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) ควบคู่กับความรู้ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน นายมงคล ตั้งศิริวิช ประธาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ดูแลกลุ่มคลัสเตอร์ประเทศไทย ลาว และเมียนมา กล่าวถึงความสำคัญของโครงการ “เนื่องจากการศึกษาคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน โครงการ Conserve my Planet เป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของชไนเดอร์ อิเล็คทริคที่พร้อมสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาไทยโดยเฉพาะบูรณาการด้าน STEM ร่วมกับการปลูกฝังเรื่องของความยั่งยืน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับโลกปัจจุบันรวมถึงเส้นทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อพร้อมรับอนาคตต่อไปในภายภาคหน้า” การเรียนรู้แบบบูรณาการในสาขา STEM ถือเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับการศึกษาของไทย ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และความคิดสร้างสรรค์ให้กับผู้เรียน ซึ่งเป็นทักษะจำเป็นสำหรับตลาดแรงงานในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของประเทศไทย 4.0 ที่ต้องการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนานวัตกรรมเพื่อรองรับความท้าทายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม โครงการ Conserve my Planet จึงไม่เพียงช่วยปลูกฝังความรู้ด้านพลังงานสะอาดเท่านั้น แต่ยังเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงหลักการทางวิทยาศาสตร์สู่การปฏิบัติจริงโดยคำนึงถึงเรื่องสภาพแวดล้อมและความยั่งยืนควบคู่กันไป โครงการ Conserve my Planet เป็นหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นโดยชไนเดอร์ อิเล็คทริค โดยอาศัยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานและการจัดการเพื่อให้เกิดความยั่งยืน และดำเนินการผ่านความร่วมมือระหว่างมูลนิธิชไนเดอร์ อิเล็คทริค และมูลนิธิคีนัน แห่งเอเชีย ทั้งนี้ มูลนิธิชไนเดอร์ อิเล็คทริค ถือเป็นหน่วยงานระดับโลก [...]

2025/8/19 • 由 Homeday Eins
“พื้นที่แคบไม่ใช่ปัญหา...แต่ถ้าไม่มีฟีเจอร์พวกนี้ ห้องน้ำจะกลายเป็นจุดอันตรายที่สุดในบ้าน!” มาดู 5 ฟีเจอร์ Universal Design ที่ไม่ควรมองข้าม

2024/2/23 • 由 Homeday
เสนาดีเวลลอปเม้นท์ เดินแผนตามพันธกิจของบริษัท “เพิ่มความสามารถในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย” ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาการเป็นเจ้าของบ้านยาก และสินเชื่อบ้านกู้ไม่ผ่าน ได้ฤกษ์เปิดตัว “เงินสดใจดี” ผู้ช่วยทางการเงินเพื่อการซื้อบ้านครบวงจร ชูจุดเด่นทั้งให้บริการคำปรึกษา และโปรแกรมด้านสินเชื่อ ที่อยู่อาศั

2021/9/3 • 由 Homeday
ต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการความเอาใจใส่ และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกต้อง การรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย อาจไม่เพียงพอต่อการดูแลพันธุ์ไม้อีกต่อไป เนื่องจาก

2024/4/5 • 由 Homeday
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและชุมชน มอบเงินสนับสนุนกว่า 112 ล้านบาท ให้กับกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เพื่อดำเนินก่อสร้างทางลอดกลับรถบนถนนบรมราชชนนี (ทางหลวงหมายเลข 338) เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้แก่ประชาชน บรรเทาปัญหาการจราจรหนาแน่น และเพิ่มประสิทธิภ

2025/5/21 • 由 Homeday
ปัญหากลิ่นอับชื้นของเสื้อผ้าเป็นสิ่งที่หลายคนเผชิญโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่อากาศมีความชื้นสูง ซึ่งทำให้การตากผ้าในที่ร่มหรือในห้องที่ไม่มีแสงแดดส่องถึงกลายเป็นความจำเป็น น้ำยาปรับผ้านุ่มจึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม นอกจากจะช่วยให้เนื้อผ้านุ่มสบายแล้ว ยังมีคุณสมบัติสำคัญในการขจัดกลิ่นอับชื้น ปกป้องเส้นใยผ้า และมอบกลิ่นหอมที่ติดทนนาน ปัจจุบันมีน้ำยาปรับผ้านุ่มหลากหลายสูตรให้เลือกใช้ ทั้งสูตรมาตรฐานทั่วไป และสูตรเข้มข้นพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับตากในที่ร่มโดยเฉพาะ ซึ่งมีความเข้มข้นมากกว่าสูตรธรรมดาถึง 4-6 เท่า ช่วยปกป้องกลิ่นอับจากการตากในที่ร่มและต่อต้านกลิ่นอับได้ตลอดวัน การเลือกน้ำยาปรับผ้านุ่มที่เหมาะกับความต้องการนั้น ควรพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ประสิทธิภาพในการขจัดกลิ่นอับ ระดับความเข้มข้น กลิ่นหอมที่ติดทนนาน รวมถึงเทคโนโลยีพิเศษที่แต่ละผลิตภัณฑ์นำเสนอ เช่น แคปซูลน้ำหอม สารต้านแบคทีเรีย หรือส่วนผสมจากธรรมชาติที่อ่อนโยนต่อผิว บทความนี้จะแนะนำน้ำยาปรับผ้านุ่มยอดนิยม 10 ยี่ห้อในปี 2025 ที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดกลิ่นอับและมอบความหอมยาวนาน เพื่อให้คุณสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการและสภาพแวดล้อมในการซักผ้าของคุณมากที่สุด #น้ำยาปรับผ้านุ่ม #ลดกลิ่นอับ #กลิ่นหอมนาน #ผ้านุ่ม #น้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรเข้มข้น #น้ำยาปรับผ้านุ่มตากในร่ม #กลิ่นดอกไม้ #น้ำยาหอมติดทนนาน #ขจัดกลิ่นอับชื้น #ถนอมเส้นใยผ้า

2025/3/2 • 由 Homeday
เมื่อพูดถึงการดูแลสัตว์เลี้ยง หลายคนอาจนึกถึงการอาบน้ำ แปรงขน หรือพาไปฉีดวัคซีน แต่มีอีกหนึ่งเรื่องเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม นั่นคือ การตัดขนรอบทวารสัตว์เลี้ยง ซึ่งแม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่กลับมีความสำคัญอย่างมากต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยงของเรา บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าทำไมการตัดขนบริเวณนี้จึงสำคัญ พร้อมทั้งวิธีการดูแลที่ถูกต้องเหมาะสม ความสำคัญของการตัดขนรอบทวารสัตว์เลี้ยง การตัดขนรอบทวารสัตว์เลี้ยง หรือที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า “Sanitary Trim” ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามหรือความสะอาดเท่านั้น แต่เป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพโดยรวมของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะในสัตว์ที่มีขนยาวหรือขนหนา เช่น สุนัขพันธุ์ชิสุ พูเดิ้ล โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ หรือแมวเปอร์เซีย เมนคูน เป็นต้น สัตว์เลี้ยงที่มีขนยาวรอบบริเวณทวารมักประสบปัญหาสุขอนามัยได้ง่าย เพราะขนที่ยาวเกินไปจะเป็นที่สะสมของสิ่งสกปรก เช่น อุจจาระที่ติดขน ปัสสาวะที่เปียกขน หรือแม้แต่การสะสมของแบคทีเรียที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ การปล่อยให้ขนรอบทวารยาวเกินไปยังอาจเป็นสาเหตุของการอุดตันของต่อมสกังค์ (anal glands) ในสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นต่อมที่ผลิตสารคัดหลั่งที่มีกลิ่นเฉพาะตัว ใช้ในการบ่งบอกอาณาเขตและส่งสัญญาณทางสังคมระหว่างสัตว์ด้วยกัน ต่อมเหล่านี้จะระบายออกตามธรรมชาติเมื่อสัตว์ขับถ่าย แต่หากมีขนปกคลุมมากเกินไป อาจทำให้ต่อมเหล่านี้ไม่สามารถระบายออกได้ตามปกติ ทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ หรือแม้กระทั่งฝีได้ ปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ตัดขนรอบทวาร การละเลยการตัดขนรอบทวารสัตว์เลี้ยงสามารถก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายประการ ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความสะอาดเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงอีกด้วย ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยมีดังนี้: ปัญหาเรื่องกลิ่นตัว: ขนที่ปนเปื้อนด้วยปัสสาวะและอุจจาระจะมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ แม้จะอาบน้ำแล้วแต่หากไม่ได้ทำความสะอาดบริเวณนี้อย่างทั่วถึง [...]

2025/2/24 • 由 Homeday
การตัดแต่งขนสัตว์เลี้ยงไม่ใช่เพียงเรื่องความสวยงาม แต่เป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยงโดยตรง โดยเฉพาะในประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลอย่างชัดเจน การดูแลขนให้เหมาะสมกับสภาพอากาศจึงเป็นสิ่งที่เจ้าของต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ความสำคัญของการตัดแต่งขนตามฤดูกาล สัตว์เลี้ยงมีการปรับตัวตามธรรมชาติด้วยการผลัดขนตามฤดูกาล โดยในฤดูหนาวจะมีขนหนาและแน่นเพื่อเก็บความอบอุ่น ส่วนในฤดูร้อนจะมีขนบางลงเพื่อระบายความร้อน แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงที่อาศัยในบ้านซึ่งมีการควบคุมอุณหภูมิ อาจทำให้วงจรการผลัดขนตามธรรมชาติผิดปกติไป การตัดแต่งขนให้เหมาะสมจึงช่วยเสริมการทำงานของระบบการปรับตัวตามธรรมชาติ ผลกระทบต่อสุขภาพหากละเลยการตัดแต่งขน การปล่อยให้ขนยาวเกินไปในฤดูร้อนอาจทำให้สัตว์เลี้ยงเกิดความเครียดจากความร้อน นำไปสู่ปัญหาสุขภาพต่างๆ เช่น: ภาวะร้อนเกิน (Hyperthermia) ผิวหนังอักเสบจากความชื้นสะสม การติดเชื้อที่ผิวหนัง ปัญหาขนพันกันจนเป็นก้อน ในทางกลับกัน การตัดขนสั้นเกินไปในฤดูหนาวก็อาจทำให้: เกิดภาวะหนาวเย็นเกิน (Hypothermia) ผิวไหม้จากแสงแดด ภูมิแพ้ผิวหนังกำเริบ การเตรียมตัวสัตว์เลี้ยงในแต่ละฤดูกาล ฤดูร้อน (มีนาคม-มิถุนายน) ตัดขนให้สั้นลงแต่ไม่ควรโกนจนหมด เน้นการตัดแต่งบริเวณท้อง ขาหนีบ และใต้คาง เพิ่มความถี่ในการแปรงขน หลีกเลี่ยงการตัดขนในช่วงแดดจัด ฤดูฝน (กรกฎาคม-ตุลาคม) รักษาความยาวขนปานกลาง เน้นการระบายความชื้น ตัดแต่งบริเวณที่สัมผัสพื้นให้สั้น เพิ่มการดูแลความสะอาดหลังเปียกฝน ฤดูหนาว (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์) ปล่อยขนให้ยาวขึ้นเพื่อเก็บความอบอุ่น ลดความถี่ในการตัดขน เน้นการแปรงขนเพื่อกำจัดขนตาย หลีกเลี่ยงการโกนขน เทคนิคการตัดแต่งขนที่ถูกต้อง การเตรียมอุปกรณ์ กรรไกรตัดขนคุณภาพดี ปัตตาเลี่ยนที่คมและสะอาด แปรงขนหลากชนิด ผ้าเช็ดตัว น้ำยาฆ่าเชื้อ ขั้นตอนการตัดแต่งขน [...]

2025/2/26 • 由 Homeday
เมื่อสัตว์เลี้ยงของเรามีอายุมากขึ้น พวกเขาไม่เพียงแต่เผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเท่านั้น แต่ยังมีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และพฤติกรรมด้วย หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยงสูงอายุคือ “ภาวะซึมเศร้า” ซึ่งเป็นสภาวะที่หลายคนอาจไม่ทราบว่าสัตว์เลี้ยงก็สามารถประสบได้เช่นกัน บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงสูงอายุ สาเหตุ อาการที่พบ และวิธีการช่วยเหลือพวกเขา สัตว์เลี้ยงมีอาการซึมเศร้าได้จริงหรือ? แม้ว่าสัตว์เลี้ยงจะไม่สามารถบอกความรู้สึกของตัวเองออกมาเป็นคำพูดได้ แต่การศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่าสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมว มีความสามารถในการรับรู้อารมณ์พื้นฐานคล้ายกับมนุษย์ ซึ่งรวมถึงความสุข ความกลัว ความโกรธ และความเศร้า ภาวะซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงมักแสดงออกในรูปแบบของความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อความเครียด การสูญเสีย หรือการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน นักวิทยาศาสตร์มักเรียกภาวะนี้ว่า “Clinical depression” หรือ “Canine depression” ในสุนัข และ “Feline depression” ในแมว เมื่อสัตว์เลี้ยงเข้าสู่วัยชรา พวกเขาอาจเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งทางร่างกายและสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวดจากโรคข้อเสื่อม การมองเห็นที่แย่ลง การได้ยินที่ลดลง หรือการเปลี่ยนแปลงในบ้าน ทั้งหมดนี้สามารถส่งผลต่อสภาพจิตใจและนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้ สาเหตุของอาการซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงสูงอายุ อาการซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงสูงอายุสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งสำคัญที่เจ้าของต้องเข้าใจเพื่อการช่วยเหลือที่เหมาะสม 1. การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเนื่องจากวัยที่มากขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น สัตว์เลี้ยงมักเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต เช่น โรคข้อเสื่อม ปัญหาทางเดินปัสสาวะ ไตเสื่อม โรคหัวใจ หรือความเสื่อมของระบบประสาท ความเจ็บปวดเรื้อรังหรือความไม่สบายจากโรคเหล่านี้สามารถทำให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกซึมเศร้าและลดกิจกรรมที่เคยชอบ [...]

2025/5/28 • 由 Homeday
ในยุคที่ปัญหาสารเคมีตกค้างในผักสดที่วางจำหน่ายตามตลาดกลายเป็นประเด็นที่น่าวิตกสำหรับผู้บริโภค การหันมาปลูกผักไว้กินเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการมีผักสด ๆ ปลอดสารพิษไว้บริโภค การปลูกผักในกระถางไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังสามารถควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของผักที่เรากินได้อย่างมั่นใจ แม้ว่าจะมีพื้นที่จำกัดในบ้านหรือคอนโดมิเนียม ก็สามารถปลูกผักหลากหลายชนิดไว้กินเองได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีการที่เรียบง่าย การดูแลที่ไม่ซับซ้อน และได้ผลผลิตที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ปัญหาสารเคมีตกค้างในผักที่ควรรู้ กรมอนามัยได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับสถานการณ์สารเคมีตกค้างในผักสดที่จำหน่ายในท้องตลาด โดยพบว่าผักสด 10 ชนิดที่มีการบริโภคกันอย่างแพร่หลายมีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในระดับสูง ผักเหล่านี้ได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน มะเขือ และผักชี การได้รับสารเคมีเหล่านี้ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง และในบางกรณีอาจรุนแรงถึงขั้นหัวใจวาย นอกจากผลกระทบในระยะสั้นแล้ว การได้รับสารเคมีในปริมาณน้อย ๆ แต่สะสมในร่างกายเป็นระยะเวลานานยังเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในระยะยาวอีกด้วย ปัญหานี้ทำให้ผู้บริโภคที่ต้องการรับประทานผักเพื่อสุขภาพต้องเผชิญกับความกังวลเรื่องความปลอดภัย ดังนั้นการหันมาปลูกผักไว้กินเองจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการมีผักปลอดสารพิษ การปลูกผักเองยังช่วยให้เราสามารถเลือกใช้วิธีการปลูกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ปุ๋ยธรรมชาติ การใช้น้ำหมักชีวภาพในการบำรุงพืช หรือการใช้สมุนไพรธรรมชาติในการป้องกันแมลงศัตรูพืช วิธีการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคแล้ว ยังช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศในสวนเล็ก ๆ ของเราอีกด้วย วิธีปลูกผักใบเขียวในกระถาง การปลูกกวางตุ้งในกระถาง กวางตุ้งเป็นผักที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีและเจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทรายที่มีความชื้นสูง การเตรียมดินเริ่มจากการพรวนดินให้พร้อม กำจัดวัชพืชให้หมด แล้วผสมปุ๋ยคอกลงไป จากนั้นหย่อนเมล็ดลงในกระถางเพาะกล้า รดน้ำและใส่ปุ๋ยตามความเหมาะสม [...]
