加载中...
加载中...

2025/4/17 • 由 Homeday
ทรัพย์สินรอการขาย หรือที่เรียกกันว่า NPA เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยหรือนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ด้วยราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดและโอกาสในการลงทุนที่น่าสนใจ แต่การซื้อทรัพย์สินประเภทนี้ก็มีความเสี่ยงและข้อควรระวังที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับทรัพย์สินรอการขาย ข้อดี ข้อควรระวัง และคำแนะนำสำคัญก่อนการตัดสินใจลงทุน NPA คืออะไร? ทำความเข้าใจทรัพย์สินรอการขายจากธนาคาร ทรัพย์สินรอการขาย หรือ Non-Performing Asset (NPA) คือ สินทรัพย์ที่สถาบันการเงินหรือธนาคารยึดมาจากลูกหนี้ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามสัญญา สินทรัพย์เหล่านี้เป็นหลักประกันที่ลูกหนี้นำมาใช้ในการกู้ยืมเงิน เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระ ธนาคารจึงยึดทรัพย์สินเหล่านี้มาเพื่อนำไปขายทอดตลาดและนำเงินมาชำระหนี้ ทรัพย์สินรอการขายมีหลากหลายประเภท ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ ที่ดิน รวมถึงอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์อื่นๆ เช่น โรงงาน โกดัง หรือสำนักงาน โดยทั่วไปแล้ว ทรัพย์สินเหล่านี้มักมีราคาขายต่ำกว่าราคาตลาดประมาณ 10-30% ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งและสภาพของทรัพย์สิน ทำไมทรัพย์สิน NPA ถึงได้รับความนิยม? 6 จุดเด่นที่น่าสนใจ 1. มีทรัพย์สินให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทรัพย์สินรอการขายมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ และที่ดิน นอกจากนี้ ยังมีช่องทางการขายที่หลากหลาย [...]

2025/4/17 • 由 Homeday
การโอนที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียม เป็นเรื่องที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าการโอนกรรมสิทธิ์นั้นมีค่าใช้จ่ายมากมายที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า ซึ่งแตกต่างกันไปตามประเภทของการโอน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขาย การโอนให้ลูก คู่สมรส หรือญาติ รวมถึงการโอนมรดก บทความนี้จะรวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมโอนที่ดิน บ้าน และคอนโดล่าสุดในปี 2568 พร้อมเอกสารที่ต้องใช้และขั้นตอนการโอน เพื่อช่วยให้คุณเตรียมความพร้อมได้อย่างครบถ้วน เอกสารอะไรบ้างที่ต้องเตรียมในการโอนอสังหาริมทรัพย์? การโอนอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กรณีหลัก คือ การโอนในนามบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยมีรายละเอียดดังนี้ การโอนในนามบุคคลธรรมดา สำหรับการโอนในนามบุคคลธรรมดา ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องเตรียมเอกสารไม่เหมือนกัน เอกสารที่ผู้ซื้อต้องเตรียม: บัตรประชาชนพร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลพร้อมสำเนา (ถ้ามี) เอกสารที่ผู้ขายต้องเตรียม: โฉนดที่ดินที่ต้องการขาย บัตรประชาชนพร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลพร้อมสำเนา (ถ้ามี) หนังสือยินยอมจากคู่สมรส (กรณีมีคู่สมรส) ทะเบียนสมรสพร้อมสำเนา (กรณีมีคู่สมรส) ใบสำคัญการหย่าพร้อมสำเนา (กรณีหย่าร้าง) หากให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่: ใบมอบอำนาจที่ดิน (ทด.21) สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ การโอนในนามนิติบุคคล สำหรับการโอนในนามนิติบุคคล จำเป็นต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้: [...]

2025/4/17 • 由 Homeday
เงินเดือน 30,000 บาทสามารถซื้อบ้านหรือคอนโดได้หรือไม่? คำตอบคือ “ได้” โดยคนที่มีรายได้ระดับนี้มีโอกาสกู้ซื้อที่อยู่อาศัยได้สูงสุดประมาณ 3 ล้านบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะภาระหนี้สินที่มีอยู่และความสามารถในการชำระหนี้ บทความนี้จะแนะนำวิธีคำนวณวงเงินกู้ที่เหมาะสม เทคนิคเพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อ และตัวอย่างโครงการที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับงบประมาณของคนรายได้ระดับนี้ เงินเดือน 30,000 กู้ซื้อบ้านได้เท่าไหร่? ถ้าคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือนและกำลังวางแผนซื้อบ้านหรือคอนโด สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือวงเงินกู้สูงสุดที่คุณมีโอกาสได้รับ โดยธนาคารจะพิจารณาจากรายได้และภาระหนี้สินที่มีอยู่เป็นหลัก ทั้งนี้วงเงินกู้สินเชื่อจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร รวมถึงอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระ โดยทั่วไป คนที่มีเงินเดือน 30,000 บาท มีโอกาสได้รับอนุมัติวงเงินกู้สูงสุดประมาณ 3 ล้านบาท แต่จำนวนนี้จะลดลงหากคุณมีภาระหนี้สินอื่นอยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถยนต์ หรือมีหนี้บัตรเครดิต การเตรียมความพร้อมจึงเป็นกุญแจสำคัญในการขอสินเชื่อให้ผ่านและได้วงเงินสูงสุด วิธีคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระและวงเงินกู้สูงสุด เมื่อพิจารณาการกู้ซื้อบ้านหรือคอนโด สิ่งสำคัญที่ธนาคารคำนึงถึงคือความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ โดยคุณสามารถคำนวณได้ตามขั้นตอนดังนี้ การคำนวณความสามารถผ่อนชำระสูงสุดต่อเดือน สูตรคำนวณพื้นฐานคือ: (เงินเดือน x 70%) – ภาระหนี้สินต่อเดือน = ความสามารถในการผ่อนต่อเดือน ตัวอย่างที่ 1: นาย A มีเงินเดือน 30,000 บาท [...]

2025/4/17 • 由 Homeday
การกู้ร่วมซื้อบ้านหรือคอนโดกำลังเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง แต่มีข้อจำกัดด้านรายได้หรือคุณสมบัติไม่เพียงพอสำหรับการกู้เดี่ยว การกู้ร่วมช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อและอาจได้วงเงินกู้ที่สูงขึ้น แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อควรระวังที่ผู้กู้ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ บทความนี้จะอธิบายทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการกู้ร่วมซื้อบ้าน-ซื้อคอนโด เพื่อประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม การกู้ร่วมคืออะไร? ทำไมถึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ซื้อบ้าน การกู้ร่วมซื้อบ้านหรือคอนโด คือการที่มีผู้กู้ตั้งแต่ 1-3 คน ซึ่งเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เช่น พ่อแม่-ลูก พี่-น้อง เครือญาติ สามี-ภรรยา ร่วมกันยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงิน โดยผู้กู้ทุกคนจะมีสิทธิและความรับผิดชอบเท่าเทียมกันในการชำระหนี้ ธนาคารจะนำความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ทุกคนมาคำนวณรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นฐานเงินเดือน ภาระหนี้สิน ทำให้มักได้วงเงินกู้สินเชื่อที่สูงขึ้น สร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้มากขึ้น การกู้ร่วมเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เพียงพอที่จะกู้เองเพียงคนเดียว หรือมีประวัติเครดิตที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจทำให้การขอสินเชื่อคนเดียวเป็นไปได้ยาก การมีผู้กู้ร่วมที่มีคุณสมบัติทางการเงินที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น การกู้ร่วมแตกต่างจากการค้ำประกันอย่างไร? หลายคนอาจสับสนระหว่างการกู้ร่วมกับการค้ำประกัน ทั้งสองวิธีล้วนช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ แต่มีความแตกต่างกันในหลายประเด็นสำคัญ: คุณสมบัติของผู้เข้าร่วม การกู้ร่วม: ผู้กู้ร่วมต้องเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ในครอบครัวเดียวกัน การค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันเป็นบุคคลใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ต้องมีประวัติทางการเงินที่ดี กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การกู้ร่วม: ผู้กู้ร่วมทุกคนมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในทรัพย์สิน การค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันไม่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การคำนวณวงเงินกู้ การกู้ร่วม: ธนาคารจะนำรายได้ของผู้กู้ทุกคนมารวมกันเพื่อคำนวณวงเงินกู้ การค้ำประกัน: ธนาคารจะพิจารณาเฉพาะรายได้ของผู้กู้หลักเท่านั้น ความรับผิดชอบในการชำระหนี้ การกู้ร่วม: ผู้กู้ทุกคนมีหน้าที่ชำระหนี้ร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้นสัญญา การค้ำประกัน: [...]

2025/4/17 • 由 Homeday
ภาระผ่อนบ้านเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายหลักที่คนส่วนใหญ่ต้องแบกรับยาวนานถึง 20-30 ปี ส่งผลให้เงินส่วนใหญ่ถูกนำไปชำระดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น หลายคนจึงมองหาวิธีปลดภาระหนี้นี้ให้เร็วขึ้น นอกจากจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้อย่างมหาศาลแล้ว ยังทำให้มีอิสรภาพทางการเงินเร็วขึ้นอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับเทคนิคการผ่อนบ้านให้หมดเร็ว วิธีคำนวณระยะเวลาในการผ่อน รวมถึงเรื่องที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำสินเชื่อบ้าน เพื่อวางแผนการเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มผ่อนบ้าน การซื้อบ้านด้วยเงินสดอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปได้สำหรับทุกคน การผ่อนบ้านจึงเป็นทางเลือกที่นิยมมากกว่า แต่ก่อนตัดสินใจกู้เงินซื้อบ้าน มีปัจจัยสำคัญหลายประการที่ควรพิจารณาเพื่อให้การผ่อนชำระเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ การประเมินสถานะทางการเงิน การประเมินสถานะทางการเงินเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมากก่อนตัดสินใจผ่อนบ้าน คุณควรสำรวจรายรับรายจ่ายอย่างละเอียด เพราะเป็นตัวกำหนดความสามารถในการชำระหนี้ ตามหลักการวางแผนการเงินที่ดี ภาระหนี้ทั้งหมดไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ นั่นหมายความว่า หากคุณมีรายได้สุทธิ 50,000 บาทต่อเดือน ภาระหนี้ทั้งหมดที่รวมทั้งการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือหนี้บัตรเครดิต ไม่ควรเกิน 20,000 บาท นอกจากนี้ คุณยังต้องมีเงินออมสำหรับเป็นเงินดาวน์ และควรมีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่าย เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การตกงาน หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินทางการแพทย์ การเลือกบ้านที่มีราคาเหมาะสม การเลือกบ้านที่มีราคาเหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้เป็นส่วนสำคัญของการกู้ซื้อบ้าน สถาบันการเงินจะประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ก่อนอนุมัติวงเงิน โดยมีหลักการประเมินคร่าวๆ ดังนี้: กรณีไม่มีภาระหนี้: วงเงินกู้มักอยู่ที่ประมาณ 60 เท่าของรายได้ต่อเดือน เช่น หากมีรายได้ 45,000 [...]

2025/4/16 • 由 Homeday
KGI ปล่อย DR 3 หลักทรัพย์ใหม่ อ้างอิงหุ้นเทคฯ ยักษ์ใหญ่จากจีน ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตสูง ในฐานะหนึ่งในผู้นำทางด้านบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ประกอบด้วย BABA13 อ้างอิงกับ Alibaba (9988.HK), TENCENT13 อ้างอิงกับ Tencent (700.HK) และ XIAOMI13 อ้างอิงกับ Xiaomi (1810.HK) พร้อมเทรดในตลท. 17 เมษายน 2568 นี้ นายเจนวิทย์ ชินกุลกิจนิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) เปิดเผยว่า KGI เปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงหุ้นเทคโนโลยีระดับโลกได้อย่างสะดวกผ่านตลาดหุ้นไทย เตรียมเปิดตัวใบแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipt หรือ DR) จำนวน 3 ตัวใหม่ อ้างอิงหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำจากประเทศจีน ได้แก่ Alibaba, Tencent และ Xiaomi [...]
![SGC เดินหน้าขับเคลื่อนแผนธุรกิจปี 68 ชูธุรกิจ Locked Phone ทะยานโต พร้อมเสนอขายหุ้นกู้มีประกันชุดใหม่ อัตราดอกเบี้ย [7.00% – 7.25%] ต่อปี คาดเสนอขายระหว่างวันที่ 6-8 พ.ค.นี้](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fhomeday.co.th%2Fwp-content%2Fuploads%2F2025%2F04%2FIMG_1744797610_1608.jpg&w=3840&q=75)
2025/4/16 • 由 Homeday
บมจ. เอสจี แคปปิตอล (SGC) เร่งเครื่องธุรกิจสินเชื่อมือถือ “Locked Phone” ภายใต้โครงการ SG Finance+ เผยปัจจุบันยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ทะลุ 5,000 ล้านบาท ภายใต้ NPL ในระดับต่ำ โดย SGC เตรียมเสนอขายหุ้นกู้มีประกันชุดใหม่ อัตราดอกเบี้ย [7.00% – 7.25%] ต่อปี คาดเสนอขายระหว่างวันที่ 6-8 พ.ค.นี้ หนุนธุรกิจแข็งแกร่งต่อเนื่อง นายอโณทัย ศรีเตียเพ็ชร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC กล่าวว่า SGC พร้อมเสนอขายหุ้นกู้ระยะยาว ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ มีหลักประกัน อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ย [7.00% – 7.25%] ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุก ๆ 3 [...]

2025/4/16 • 由 Homeday
นายณัฐพล ลือพร้อมชัย (กลาง) รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้แทนธนาคารรับรางวัล “Best Green Retail Finance Initiative in Asia Pacific” โครงการด้านการเงินสีเขียวยอดเยี่ยมแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ “สินเชื่อบ้านสีเขียว” โดยรางวัลนี้มอบให้แก่บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคควบคู่กับการส่งเสริมที่อยู่อาศัยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของธนาคารกสิกรไทยที่ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดธนาคารแห่งความยั่งยืน พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมให้ลูกค้าใช้ชีวิตกรีนไลฟ์สไตล์ได้ง่ายขึ้น ในงาน The Asian Banker: Global Excellence in Retail Finance Awards 2025 จัดโดยนิตยสาร The Asian Banker ณ โรงแรม The Westin Tokyo ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเร็ว ๆ นี้

2025/4/16 • 由 Homeday
“กรุงศรี ออโต้” ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร เครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประกาศความสำเร็จพอร์ตสินเชื่อรถจักรยานยนต์ปี 2567 ด้วยยอดสินเชื่อใหม่เติบโตสวนกระแสตลาดถึง 10% โดยที่ยอดสินเชื่อใหม่ผ่านช่องทางดิจิทัลพุ่งสูงถึง 22% พร้อมเตรียมเดินหน้าชูความเป็นผู้นำตลาดที่เติบโตอย่างมั่นคงบนแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ เพื่อให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของรถได้จริง ด้วยการนำเสนอโซลูชันสินเชื่อที่เข้าใจลูกค้า ผสานการผนึกกำลังพันธมิตรดีลเลอร์ทั่วประเทศกระจายกำลังทีม “กรุงศรี มอเตอร์ไซค์” ให้บริการครอบคลุมทุกพื้นที่ พร้อมส่งผลิตภัณฑ์ที่ตอบทุกความต้องการของผู้ใช้รถสองล้ออย่างครบครัน นางสาวชญาน์ธิป พันธุ์มณี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปี 2567 ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ใหม่หดตัวลง 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เหลือเพียง 1.7 ล้านคัน ขณะที่ กรุงศรี มอเตอร์ไซค์ กลับเติบโตอย่างมั่นคงด้วยยอดสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นถึง 10% โดยยอดสินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัลโตสูงขึ้นถึง 22% ซึ่งปัจจัยที่ส่งเสริมการเติบโตนี้ มาจากนวัตกรรมสินเชื่อยานยนต์ดิจิทัลผ่านแอป โก บาย กรุงศรี ออโต้ ที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ทั้งสินเชื่อและคาร์ฟอร์แคช ของรถสองล้อ ตลอดจนการผสานเทคโนโลยีในการทำงานร่วมกันกับพันธมิตรดีลเลอร์ทั่วประเทศแบบเรียลไทม์ [...]

2025/4/16 • 由 Homeday
การเดินทางไปต่างประเทศนอกจากการวางแผนเส้นทาง ที่พัก และสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว การเลือกบัตรเครดิตที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ใช้จ่ายได้อย่างสะดวก ประหยัด คุ้มค่า อีกทั้งยังได้รับสิทธิพิเศษมากมาย แต่เมื่อพูดถึงการใช้บัตรเครดิตสำหรับการเดินทางหรือใช้จ่ายในต่างประเทศ หลายคนอาจลังเลว่าควรเลือกใช้บัตรประเภทไหนจึงจะได้สิทธิพิเศษสูงสุด เพราะแต่ละแบรนด์บัตรเครดิตทั้ง Visa Mastercard JCB และ UnionPay ต่างมีข้อดีและความคุ้มค่าที่แตกต่างกัน เคทีซีจึงได้รวบรวม 5 วิธีเลือกบัตรเครดิตสำหรับท่องเที่ยวต่างประเทศให้คุ้มค่าและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายมากที่สุด เลือกบัตรที่ได้รับการยอมรับในประเทศปลายทางบัตรเครดิตแต่ละแบรนด์มีความครอบคลุมในประเทศต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน บางประเทศอาจรองรับบัตรบางประเภทมากกว่า ดังนั้นก่อนการเดินทางจึงควรเช็กสถานที่ที่ไปว่ารองรับบัตรประเภทใดเพื่อให้สามารถเลือกบัตรที่ใช้จ่ายได้สะดวกที่สุดในจุดหมายปลายทาง เช่น หากเดินทางไปยุโรปหรืออเมริกา ควรใช้บัตรเครดิต Visa หรือ Mastercard เพราะร้านค้ามักจะรับบัตรสองประเภทนี้มากที่สุด หากเดินทางไปญี่ปุ่น ควรมีบัตรเครดิต JCB ติดตัว เพราะมีส่วนลดพิเศษที่ร้านค้าและห้างสรรพสินค้าชั้นนำโดยเฉพาะเมื่อใช้จ่ายเป็นสกุลเงินเยน และหากเดินทางไปจีน ควรใช้บัตรเครดิต UnionPay เพราะร้านค้าส่วนใหญ่รองรับและมักไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ซึ่งสำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC UNIONPAY PLATINUM ยังได้รับคะแนน KTC FOREVER x2 ทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรที่ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน เป็นสกุลเงินท้องถิ่น HKD/MOP/TWD อีกด้วย [...]

2025/4/16 • 由 Homeday
ผู้ถือหุ้น บมจ. เอเชียโฮเต็ล (ASIA) ไฟเขียวจ่ายเงินปันผลงวดปี 67 เป็นเงินสดในอัตรา 0.13 บาท/หุ้น รวมเป็นเงิน 41.60 ล้านบาท เตรียมรับทรัพย์ 9 พ.ค.นี้ ฟากผู้บริหาร “พัชรพล เตชะหรูวิจิตร”ระบุปักหมุดรายได้ปี 68 เติบโต 10% รับนักท่องเที่ยวพุ่งต่อเนื่อง พร้อมลุยรีโนเวทโรงแรมเอเชียพัทยาในไตรมาส 2/68 นายพัชรพล เตชะหรูวิจิตร ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียโฮเต็ล จำกัด (มหาชน) (ASIA) เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2567 ในวันที่ 11 เมษายน 2567 มีมติอนุมัติจ่ายปันผลสำหรับงวดผลการดำเนินงานปี 2567 (1 เมษายน – 31 ธันวาคม 2567) ให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสดในอัตรา 0.13 บาท/หุ้น รวมเป็นเงิน 41.60 ล้านบาท กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record [...]

2025/4/16 • 由 Homeday
ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า ชี้มาตรการภาษีทรัมป์เป็นการโยนหินถามทางเพื่อสังเกตท่าทีของคู่ค้าสหรัฐฯ แต่ยอมรับว่าอาจส่งผลกระทบต่อ GDP ไทย คาดมาตรการดังกล่าวจะยังไม่ส่งผลทันที แนะไทยเร่งหาตลาดใหม่ทดแทน และสร้างช่องทางการส่งออกให้กับผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย เพื่อสร้างรายได้จากการส่งออกและโอกาสทางธุรกิจ อีกทั้งเป็นการกระจายเม็ดเงินสู่ระดับฐานราก ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า การที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariff) โดยเรียกเก็บภาษีนำเข้าพื้นฐาน 10% สำหรับสินค้าทุกประเภทจากทุกประเทศ ส่วนประเทศที่เกินดุลการค้าสหรัฐฯ จะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ประเทศไทยถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 36% จากเดิมที่มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมานั้นถือเป็นการโยนหินถามทางเพื่อสังเกตท่าทีของคู่ค้าสหรัฐฯ แต่ยอมรับว่าอาจส่งผลกระทบต่อ GDP ของประเทศ อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวจะยังไม่ส่งผลอย่างทันท่วงที ซึ่งสอดคล้องกับการประกาศล่าสุดกับการลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากคู่ค้าส่วนใหญ่ลงเหลือ 10% เป็นเวลา 90 วัน เพื่อเปิดทางให้เกิดการเจรจาการค้า โดยมีผลบังคับใช้ทันที ยกเว้นสาธารณรัฐประชาชนจีนที่สหรัฐฯ ปรับเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าเป็น 125% ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าวต่อว่า ประเทศไทยจะต้องเตรียมการในด้านต่าง [...]
