加载中...
加载中...

2025/3/17 • 由 Homeday
“อาร์ต แท็งก์ กรุ๊ป” ชวน หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และนักสะสมศิลปะไทย ร่วมพูดคุย “การเติบโตและระบบนิเวศของศิลปะ” หลังมูลค่าตลาดศิลปะโตต่อเนื่อง มีสินทรัพย์ศิลปะทั้งหมด 24,000 ล้านบาท โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่เริ่มหันมาสะสมศิลปะมากขึ้น พร้อมชี้ 3 แนวทาง ช่วยเติมเต็มระบบนิเวศศิลปะไทย “ขยายพื้นที่อาร์ตสเปซ – สนับสนุน Art Gallery – สร้าง Passion รักศิลปะ” ล่าสุด ผู้บริหาร อาร์ต แท็งก์ กรุ๊ป ต่อยอดศิลปะครบวงจร จับมือ อินทรประกันภัย เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “ART IN-SURE” ผลิตภัณฑ์ประกันภัยคุ้มครองและดูแลงานศิลปะ แห่งแรกในไทย นายเสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท อาร์ต แท็งก์ กรุ๊ป จากัด (Art Tank Group) ในฐานะกลุ่มบริษัทธุรกิจศิลปะครบวงจรแห่งแรกในประเทศ ครอบคลุมการให้บริการหลากหลายทั้งด้านการประมูลศิลปะ, บริการขนส่งงานศิลปะ, การประเมินราคางานศิลปะ ตลอดจนการอนุรักษ์งานศิลปะ [...]

2026/1/7 • 由 Homeday
เอพี ไทยแลนด์ ภายใต้คำมั่นสัญญา ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ ย้ำจุดยืนแบรนด์ที่เข้าใจคุณภาพชีวิตจริง สร้างประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่คว้า 2 รางวัลจากเวที GOOD DESIGN AWARD รางวัลด้านการออกแบบที่ดีที่สุดระดับโลก จากประเทศญี่ปุ่น GOOD DESIGN AWARD คือรางวัลที่ให้คุณค่าและยกย่องการออกแบบที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม ตอกย้ำความเป็นผู้นำของเอพี ที่ไม่หยุดแค่การสร้างบ้านคุณภาพ แต่คือการเข้าใจทุกคุณภาพชีวิตและการอยู่อาศัยที่ลึกไปถึง The Unspoken Needs ความต้องการและความรู้สึกที่ไม่เคยสื่อออกมา จากผลการตัดสินอันเข้มงวดในระยะเวลา 6 เดือนของคณะกรรมการ GOOD DESIGN AWARD เอพีเป็นบริษัทอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยไทยเพียงรายเดียว ที่ได้รับรางวัลจากการออกแบบที่มุ่งเน้นคุณภาพชีวิต และการสร้างพื้นที่อยู่อาศัยที่ยั่งยืนถึง 2 โครงการ RHYTHM Ekkamai Estate – ReGrowth Ekkamai โครงการที่เริ่มต้นจากเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ในการให้คุณค่ากับธรรมชาติเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะการอนุรักษ์ต้นไม้เก่าแก่ขนาดใหญ่อายุกว่า 60 ปี ก่อนเริ่มงานดีไซน์ทั้งหมด นำมาสู่การสร้าง ‘พื้นที่สีเขียวร่วมกัน’ ที่ซึ่งเป็น ‘บ้านแห่งความทรงจำ’ ใจกลางเอกมัย สำหรับทั้งผู้อยู่อาศัยในโครงการและสังคม [...]

2024/7/31 • 由 Homeday
ด้วยวันที่ 29 กรกฎาคม และ 31 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันอนุรักษ์เสือโลก และวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และ คุณวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานมูลนิธิอมตะ จึงร่วมกับ คุณอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช จัด

2025/3/19 • 由 Homeday
การคัดแยกขยะเป็นกระบวนการที่สำคัญยิ่งในการจัดการสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจุบันปัญหาขยะล้นโลกกลายเป็นวิกฤตที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญ การคัดแยกขยะไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะที่จะถูกทิ้งสู่หลุมฝังกลบ แต่ยังเป็นการสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนและประหยัดพลังงาน 1. ลดปริมาณขยะที่ถูกทิ้งสู่หลุมฝังกลบ หลุมฝังกลบขยะกำลังเต็มล้นและสร้างปัญหามลพิษอย่างมหาศาล การคัดแยกขยะช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องถูกกำจัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขยะรีไซเคิลประเภทต่างๆ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว และโลหะ สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งช่วยลดพื้นที่ในการทิ้งขยะลงได้มากกว่า 60% 2. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การรีไซเคิลช่วยลดความต้องการใช้ทรัพยากรดิบในการผลิตสินค้าใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น การรีไซเคิลกระดาษ 1 ตัน สามารถช่วยประหยัดต้นไม้ได้ถึง 17 ต้น การรีไซเคิลอลูมิเนียมใช้พลังงานน้อยกว่าการผลิตใหม่ถึง 95% ซึ่งเป็นการช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน 3. ลดมลพิษและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขยะที่ไม่ได้รับการคัดแยกก่อให้เกิดมลพิษทางน้ำ อากาศ และดิน การย่อยสลายของขยะในหลุมฝังกลบปล่อยก๊าซมีเทนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ร้ายแรง การคัดแยกขยะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษต่อระบบนิเวศได้อย่างมีนัยสำคัญ 4. ประหยัดพลังงาน กระบวนการรีไซเคิลใช้พลังงานน้อยกว่าการผลิตสินค้าใหม่จากวัตถุดิบดิบ ตัวอย่างเช่น การรีไซเคิลพลาสติก PET ใช้พลังงานน้อยกว่าการผลิตใหม่ถึง 50% การใช้พลังงานที่น้อยลงหมายถึงการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ 5. สร้างรายได้และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน อุตสาหกรรมรีไซเคิลสร้างงานและรายได้ให้กับชุมชน ธุรกิจรีไซเคิลสามารถแปลงของเหลือใช้ให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่า ซึ่งช่วยสนับสนุนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ 6. ลดการปนเปื้อนของพลาสติกในระบบนิเวศ พลาสติกเป็นปัญหาใหญ่ต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในมหาสมุทรและระบบนิเวศทางน้ำ [...]

2026/3/13 • 由 Homeday
OUTRIGGER Phi Phi Island Resort รีสอร์ตระดับห้าดาวที่ตั้งอยู่บนชายหาดทรายขาวของเกาะพีพี ประเทศไทย เตรียมเปิดให้บริการในเดือนพฤษภาคม 2569 พร้อมนำเสนอพื้นที่พักผ่อนริมชายหาดแห่งใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบสไตล์ไทยภาคใต้ และแนะนำแนวคิด “นิทรา” หรือ “จิตวิญญาณแห่งการพักผ่อน” ที่ชวนให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสถึง ความผ่อนคลาย และการฟื้นฟูทั้งกายและใจ รีสอร์ตริมทะเลแห่งนี้ซึ่งได้รับการรีแบรนด์ใหม่ ได้รับการออกแบบโดย OPENDESIGNER สตูดิโอด้านครีเอทีฟชื่อดังจากกรุงเทพฯ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสเสน่ห์ของเกาะพีพีและทะเลอันดามัน แนวคิดหลักของโครงการคือการอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยให้ภูมิทัศน์ของต้นไม้เขตร้อน ชายหาดทราย และหน้าผาหินปูนเป็นองค์ประกอบที่กำหนดตัวตนของรีสอร์ต ด้วยแนวคิดนี้ รีสอร์ตจึงดูกลมกลืนราวกับเติบโตขึ้นมาจากธรรมชาติริมชายฝั่ง โดยเฉพาะเมื่อผู้เข้าพักเดินทางมาถึงทางเรือ ซึ่งเป็นวิธีเดียวในการเข้าถึงรีสอร์ต อาคารที่มีความสูงไม่มากจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นริมชายฝั่งราวกับภาพลวงตาที่เปล่งประกายเหนือผืนน้ำ เมื่อเดินทางมาถึง ผู้เข้าพักจะได้รับการต้อนรับด้วยพิธี “รับขวัญ” แบบดั้งเดิม พร้อมกำไลลูกปัดทำมือ ซึ่งเป็นพิธีต้อนรับอันอบอุ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชุมชนท้องถิ่น อูรักลาโวยจ (Urak Lawoi) สุธรรม เกษเสนา หัวหน้านักออกแบบจาก OPENDESIGNER กล่าวว่า “จากมุมมองของนักออกแบบ เราให้ความสำคัญกับการรักษาองค์ประกอบสำคัญของเกาะตั้งแต่เริ่มต้น แนวทางการออกแบบของเราจึงตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพต่อธรรมชาติที่มีอยู่เดิม โดยเลือกใช้วัสดุ การออกแบบสัดส่วน และรูปแบบที่กลมกลืนกับระบบนิเวศโดยรอบ เป้าหมายคือการทำให้งานสถาปัตยกรรมรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของเกาะ ไม่ใช่สิ่งที่แทรกเข้ามา พร้อมทั้งยังคงบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเกาะพีพีเอาไว้อย่างชัดเจน” เมื่อผู้เข้าพักได้ใช้เวลาพักผ่อนในเกาะแห่งนี้แล้ว พวกเขาจะได้สัมผัสกับแนวคิด “นิทรา” ที่ถ่ายทอดผ่านประสบการณ์การพักผ่อนทั่วทั้งรีสอร์ต การใช้โทนสีอ่อนที่ซ้อนทับกันอย่างนุ่มนวลและการออกแบบที่เปิดรับแสงธรรมชาติ ช่วยลดความตึงเครียดทางสายตาและสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการพักผ่อน วัสดุธรรมชาติอย่างไม้ หวาย เชือก และหิน ช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลาย ขณะที่ผ้าทอ ลวดลายสิ่งทอของภาคใต้ และงานหัตถกรรมท้องถิ่น ถูกนำมาใช้ในงานตกแต่งภายในและเฟอร์นิเจอร์อย่างกลมกลืน เพื่อเชื่อมโยงผู้เดินทางเข้ากับเสน่ห์ของที่พัก และค่อย ๆ นำพาให้เข้าสู่สภาวะแห่งความผ่อนคลายทั้งกายและใจ ชุมชนพื้นเมือง อูรักลาโวยจ ได้ใช้ชีวิตอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติในภาคใต้ของประเทศไทยมานานหลายศตวรรษ [...]

2025/6/10 • 由 Homeday
ต้นมั่งมีหรือเฉียงพร้านางแอ เป็นต้นไม้ยืนต้นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการปลูกเป็นไม้ประธานของบ้าน เนื่องจากเป็นไม้ไม่ผลัดใบ ให้ร่มเงาดี และตามความเชื่อแล้วจะช่วยเสริมความมั่งมีด้านการเงินให้กับผู้ปลูก นอกจากนี้ยังมีประโยชน์หลากหลาย ทั้งในด้านการแพทย์แผนโบราณ การก่อสร้าง และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ขอบคุณภาพจาก : kapook รู้จักต้นมั่งมี ต้นไม้มงคลแห่งความมั่งมี ต้นมั่งมี มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Carallia brachiata (Lour.) Merr. จัดอยู่ในวงศ์ Rhizophoraceae หรือวงศ์โกงกาง ชื่อภาษาอังกฤษคือ Freshwater Mangrove Tree หรือ Corkwood ต้นไม้ชนิดนี้มีการกระจายพันธุ์อย่างกว้างขวาง พบได้ตั้งแต่มาดากัสการ์ อินเดีย ศรีลังกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน ไปจนถึงออสเตรเลียตอนเหนือ ในประเทศไทย ต้นมั่งมีพบได้ทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะในป่าเบญจพรรณ ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง และป่าพรุ บริเวณที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 1,800 เมตร ต้นไม้ชนิดนี้มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามท้องถิ่น เช่น แก็ก เขียงพร้า ตะแบง วงคด รวมถึงมีชื่อเรียกในภาษาอื่นๆ เช่น kierpa ในภาษาเบงกาลี [...]

2025/9/17 • 由 Homeday
บริษัท เบเยอร์ จำกัด โดย ดร.จารุรัตน์ ชัยยศบูรณะ ผู้บริหารกลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ เป็นตัวแทนเข้ารับรางวัลจาก กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ในงานสัมมนา “การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก กลุ่มภาคตะวันออก” ณ โรงแรมสยาม แมเนอร์ ริน่า จังหวัดสมุทรปราการ รางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเบเยอร์ในการเป็น ผู้นำด้านสีรักษ์โลก และผู้สร้างมาตรฐานการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมไทย เบเยอร์ไม่เพียงแต่พัฒนานวัตกรรมสินค้า แต่ยังสนับสนุนโรงงานอุตสาหกรรมในการปรับปรุงระบบการจัดการพลังงาน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันอย่างยั่งยืน ดร.จารุรัตน์กล่าวว่า “การได้รับรางวัลนี้ถือเป็นความภูมิใจ และสร้างกำลังใจสำคัญสำหรับเบเยอร์ในการพัฒนานวัตกรรมสีรักษ์โลก และสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน เรามุ่งมั่นเป็น ส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล พร้อมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” การเข้าร่วมงานสัมมนาครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้เบเยอร์ได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการอนุรักษ์พลังงานกับภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ตอกย้ำภาพลักษณ์ของเบเยอร์ในฐานะ แบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สร้างมาตรฐาน และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ เบเยอร์ยังคงมุ่งพัฒนากระบวนการผลิตให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เพื่อเป็นแนวทางตัวอย่างให้กับเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน และอนาคต ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สีเขียวและโครงการความร่วมมือต่างๆสามารถติดตามได้ที่: https://www.beger.co.th/th/

2025/11/10 • 由 Homeday
วัน แบงค็อก ร่วมสนับสนุนงาน Igniting the Spirit Across the Seas: Celebrating 50 Years of ASEAN–New Zealand Dialogue Relations ที่นำเสนอการแสดงทางวัฒนธรรมท้องถิ่นซึ่งหาดูยากของนิวซีแลนด์ โดยคณะ Te Whirikōkō o Rangitāne นำเสนอการแสดง Kapa Haka อันเป็นเอกลักษณ์ของชาวเมารี พร้อมทั้งการแสดงของไทยจากกลุ่มชาติพันธุ์ไทยทรงดำ และการแสดงโนรา ศิลปะพื้นบ้านดั้งเดิมจากภาคใต้ของไทย งานดังกล่าวจัดขึ้นในโอกาสที่ปี พ.ศ. 2568 ถือเป็นวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ในฐานะประเทศคู่เจรจา ระหว่างนิวซีแลนด์ และสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) การจัดงานในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง สถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย และศูนย์ ซี อาเซียน ภายใต้โครงการ Common Cultural Heritage ที่มุ่งเน้นการนำเสนออัตลักษณ์ร่วมทางวัฒนธรรม และสนันสนุนการเรียนรู้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs) โดยเน้นย้ำถึงความหลากหลาย การมีส่วนร่วมและความเคารพซึ่งกันและกัน พร้อมกระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นไปตามกับวิสัยทัศน์ของ [...]

2025/3/19 • 由 Homeday
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท อาร์ตโฟร์ดี โค จำกัด จัดประกวดศิลปกรรมร่วมสมัยทั้งประเภทประติมากรรมและจิตรกรรม เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 36 ปีของศุภาลัย อีกทั้งเป็นการสนับสนุนการอนุรักษ์และยกระดับวงการศิลปะในปัจจุบันสู่เวทีสากล โดยเปิดโอกาสให้ศิลปินและผู้ที่สนใจทุกท่านร่วมส่งผลงานเข้าประกวด ภายใต้หัวข้อ “ทิวทัศน์แห่งชีวิต (Life scape)” การประกวดในครั้งนี้ต้องการให้ผลงานศิลปะสะท้อนแง่มุมต่างๆ ที่เต็มไปด้วยพลังบวก ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความรัก ความเจริญรุ่งเรือง ความงาม หรือความสงบแห่งธรรมชาติ โดยมุ่งหวังให้ผลงานศิลปะเหล่านี้สามารถสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นความคิดในเชิงบวกแก่สังคมไทย รางวัลการประกวดรวมทั้งสิ้น 24 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 3,540,000 บาท แบ่งเป็น : ประเภทประติมากรรม 12 รางวัล – รางวัลชนะเลิศ จำนวน 1 รางวัล รางวัลละ 400,000 บาท – รางวัลอันดับที่ 2 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ [...]

2025/4/1 • 由 Homeday
การพัฒนาที่ดินติดชายหาดเป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่การพัฒนาที่ยั่งยืนต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายด้าน ทั้งสภาพแวดล้อม กฎหมาย และความต้องการของตลาด บทความนี้จะนำเสนอวิธีประเมินศักยภาพการพัฒนาที่ดินติดชายหาดอย่างยั่งยืน เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจพื้นฐานสำคัญในการตัดสินใจลงทุน การประเมินปัจจัยทางกายภาพและสิ่งแวดล้อม การประเมินปัจจัยทางกายภาพเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการพิจารณาศักยภาพของที่ดินติดชายหาด ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่จะกำหนดรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมและยั่งยืน เริ่มต้นจากการศึกษาสภาพภูมิประเทศ ความลาดชันของพื้นที่ และความมั่นคงของชายฝั่ง พื้นที่ที่มีการกัดเซาะชายฝั่งรุนแรงจะมีความเสี่ยงสูงต่อการพัฒนา และอาจต้องลงทุนสูงในการป้องกันการกัดเซาะในอนาคต คุณภาพของชายหาดเป็นอีกปัจจัยสำคัญ ทั้งความสะอาด ความละเอียดของทราย และความสวยงามของทัศนียภาพ การเข้าถึงทะเลและกิจกรรมทางน้ำที่สามารถทำได้ในพื้นที่ ล้วนส่งผลต่อมูลค่าและศักยภาพในการพัฒนา นอกจากนี้ ระดับความสูงของพื้นที่เทียบกับระดับน้ำทะเลเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด เนื่องจากส่งผลต่อความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลในอนาคต การประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ในการพัฒนาที่ยั่งยืน ต้องพิจารณาระบบนิเวศชายฝั่ง แนวปะการัง หญ้าทะเล และพืชพันธุ์ท้องถิ่น การพัฒนาที่คำนึงถึงการอนุรักษ์ระบบนิเวศจะสร้างความยั่งยืนในระยะยาว และยังเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการ เนื่องจากผู้บริโภคปัจจุบันให้ความสำคัญกับโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ปัจจัยเรื่องภัยธรรมชาติก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน พื้นที่ติดชายหาดมักเผชิญกับความเสี่ยงจากพายุ คลื่นสึนามิ น้ำท่วม และการกัดเซาะชายฝั่ง การศึกษาประวัติภัยธรรมชาติในพื้นที่ และการออกแบบโครงสร้างที่รองรับภัยธรรมชาติเหล่านี้ จะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความยั่งยืนให้กับโครงการในระยะยาว การวิเคราะห์ข้อกำหนดทางกฎหมายและนโยบายสาธารณะ การพัฒนาที่ดินติดชายหาดต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางกฎหมายที่เข้มงวดมากกว่าพื้นที่ทั่วไป เนื่องจากพื้นที่ชายหาดถือเป็นสมบัติสาธารณะและทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ การเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบกรรมสิทธิ์ที่ดินและแนวเขตที่ชัดเจนเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินชายหาดที่ซับซ้อน การพิสูจน์ว่าที่ดินไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่สาธารณะหรือเขตป่าชายเลนเป็นขั้นตอนสำคัญในการลดความเสี่ยงทางกฎหมาย ข้อกำหนดด้านผังเมืองจะกำหนดประเภทและรูปแบบอาคารที่สามารถก่อสร้างได้ ความสูงของอาคาร ระยะถอยร่น และความหนาแน่นของการพัฒนา ในหลายพื้นที่ มีข้อกำหนดพิเศษสำหรับพื้นที่ติดชายหาด เช่น การกำหนดระยะห่างจากชายหาดที่ต้องเว้นไว้เป็นพื้นที่สาธารณะ หรือข้อจำกัดเรื่องความสูงเพื่อไม่ให้บดบังทัศนียภาพ [...]

2025/3/24 • 由 Homeday
เอสซีจี พร้อมพันธมิตรสโมสรโรตารีเหมืองแร่ภูเก็ต, สโมสรโรตารีสากลภาค 3330 ประเทศไทย, สโมสรโรตารีสากลภาค 3600 ประเทศเกาหลีใต้, กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันสร้างนวัตกรรมในการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ภายใต้โครงการ “มหัศจรรย์ประติมากรรมใต้ท้องทะเล” (The Magical of Save Underwater World) ครั้งแรกของการถ่ายทอดแนวคิดจากวรรณคดีไทยสู่ชิ้นงานประติมากรรมชิ้นเอก “หนุมานนิมิตกาย” เป็นเหมือนบ้านปะการัง ขนาดกว้าง 19.5 เมตร ยาว 20.5 เมตร สูง 6.4 เมตร พาวิลเลียนใต้ท้องสมุทร ขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยี SCG 3D Printing เพื่อเป็นวัสดุฐานลงเกาะของตัวอ่อนปะการัง โดยผลงานชิ้นนี้ จัดแสดงที่ สี่แยกธนาคารชาร์เตอร์ด จ.ภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม – 5 เมษายน 2568 เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงดงาม สร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ก่อนนำลงติดตั้งที่อ่าวสยาม เกาะราชา แหล่งเพาะพันธุ์ปะการังและสัตว์น้ำ อีกทั้งยังกลายเป็นแลนด์มาร์กใต้ทะเลแห่งใหม่ ให้นักดำน้ำและผู้หลงใหลในธรรมชาติได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของศิลปะที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย [...]

2025/10/15 • 由 Homeday
บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โคเซ่ “KOSÉ” แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น จัดกิจกรรมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมช่วยเหลือสังคมไทย ในกิจกรรม “ปล่อยเต่า กลับคืนสู่ใต้ท้องทะเล” เพี่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ โดยการปล่อยเต่ากลับคืนสู่ท้องทะเล และปลูกปะการัง เพื่อเป็นการอนุรักษ์ระบบนิเวศใต้ท้องทะเลไทย โดยทีมผู้บริหาร ได้ชักชวนเหล่าพนักงาน บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกิจกรรมดังกล่าว เพื่อเป็นการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล ซึ่งกิจกรรมนี้เป็น กิจกรรมที่ทาง บริษัทฯ ได้จัดขึ้นเป็นประจำอย่างต่อเนื่องมาทุกปี ตลอดระยะเวลา 15 ปี ที่ทางบริษัทฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์เต่าทะเล และการปลูกปะการัง เพื่อความสมดุลของระบบนิเวศทางธรรมชาติกลับคืนสู่ใต้ท้องทะเลเพี่อเป็นต่อยอดสร้างความยั่งยืนให้กับท้องทะเลไทยต่อไป นอกจากนี้ คุณฮิเดกิ มัตสึโมโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย ทีมผู้บริหาร ได้มอบอุปกรณ์ และสิ่งของให้กับ ศูนย์วิจัย และพัฒนาทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก เป็นมูลค่าทั้งหมด 98,000 [...]