加载中...
加载中...

2023/3/28 • 由 Homeday
ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า การสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยภาคตะวันออก

2024/11/19 • 由 Homeday
นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ภาพรวมสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ ไตรมาส 2 – 3 ปี 2567 ยังคงติดลบเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ถือว่าติดลบน้อยกว่าไตรมาส 1 ปี

2025/3/5 • 由 Homeday
บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) ประกาศผลประกอบการปี 2567 มียอดรับรู้รายได้ที่ 3,696.59 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิที่ 588.04 ล้านบาท โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น พิจารณาจ่ายปันผลทั้งปีที่ 0.34 บาท/หุ้น ซึ่งหากคิดที่ราคาหุ้นปัจจุบัน คิดเป็น Dividend Yield อยู่ที่ระดับราว 6.4% นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แนวคิด “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” กล่าวถึงภาพรวมของเศรษฐกิจในปี 2567 ว่าขยายตัวได้ที่ 2.5% ซึ่งขยายตัวได้ต่ำกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์เมื่อช่วงต้นปี ทั้งนี้นับว่าเป็นอัตราการขยายตัวได้ต่ำกว่าศักยภาพของประเทศ โดยเครื่องยนต์หลักที่ยังขยายตัวได้ดีมาจากภาคการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ ตลอดจนภาคการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ในแง่ของตลาดอสังหาฯ ในปี 2567ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ยังคงมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ส่งผลให้เกิดสภาวะขายได้แต่โอนไม่ได้ ภาพรวมของตลาดมีการหดตัวลงในปี 2567 ทั้งตัวเลขจดทะเบียนที่อยู่อาศัย และตัวเลขหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ จากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ สำหรับลลิลฯ มีการบริหารงานอย่างรัดกุม เน้นการทำตลาดในกลุ่มผู้ซื้อ ที่เป็น [...]

2024/8/19 • 由 Homeday
ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ ปรับลดคาดการณ์ปี 2567 ยอดโอนอยู่ที่ 350,545 หน่วย ติดลบ4.4%ระบุภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ครึ่งแรกของปี67 ชะลอตัวแรงกว่าช่วงโควิด-19 ส่งผลออกใบอนุญาตจัดสรรทั่วประเทศไตรมาส2/67 มีจำนวนลดลง 16.8%ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคาร และ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (

2023/9/20 • 由 Homeday
ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯริมทรัพย์ เผยผลสำรวจที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 2/66 พบยอดขายลดลง -32.3% หน่วยเหลือขายเกินกว่า 1.9 แสนหน่วย ต้องจับตาอาคารชุด เหลือขายเพิ่มขึ้น 11.2% ดร. วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารส

2025/9/29 • 由 Homeday
เทรนด์การเลือกที่อยู่อาศัยเปลี่ยนไปตามวิถีชีวิตของคนหาบ้าน นอกจากผู้บริโภคจะให้ความสำคัญเรื่องทำเลที่ตั้งโครงการแล้ว ความสะดวกสบายเมื่ออยู่อาศัยยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่หลายคนคาดหวัง ข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดที่อยู่อาศัย DDproperty Thailand Consumer Sentiment Study พบว่า เกือบ 1 ใน 3 (32%) ของผู้บริโภคมองว่าโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่โครงการถือเป็นปัจจัยภายนอกโครงการที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อและเช่าที่อยู่อาศัย ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่อย่างโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) กลายมาเป็นเทรนด์ที่ได้รับความสนใจมากขึ้น โครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) คือ โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่รวมโครงการที่อยู่อาศัยและโครงการเพื่อพาณิชกรรมไว้บนพื้นที่เดียวกัน เน้นการพัฒนาที่ดินให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผ่านการออกแบบที่มุ่งสร้างสรรค์พื้นที่ให้ตอบโจทย์ทั้งด้านที่อยู่อาศัย, แหล่งช็อปปิ้ง/ย่านการค้า, สถานที่ทำงาน และพื้นที่พักผ่อนไว้ครบจบในที่เดียว โดยภายในโครงการจะประกอบไปด้วยคอนโดมิเนียม, โรงแรม, อาคารสำนักงาน, ศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้มอลล์ เป็นต้น ส่วนใหญ่โครงการมิกซ์ยูสจะถูกพัฒนาในทำเลศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ (CBD) หรือย่านธุรกิจ หรือพื้นที่รอบนอกของเมืองที่เป็นศูนย์กลางธุรกิจขนาดใหญ่ของทำเลนั้น ๆ จึงทำให้ทำเลที่มีโครงการมิกซ์ยูสนั้นมีศักยภาพในการเติบโต และดึงดูดผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย ข้อมูลจากรายงานสถานการณ์: โครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทผสมผสานระหว่างอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างขึ้นเพื่อการอยู่อาศัยและพาณิชยกรรมบนพื้นที่เดียวกัน หรือ โครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) ในพื้นที่กรุงเทพฯ – ปริมณฑล ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) [...]

2025/3/30 • 由 Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่แค่การซื้อที่ดินหรือบ้านเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการวางแผนอย่างชาญฉลาดที่ต้องพิจารณาปัจจัยสำคัญหลายประการ และอัตราการเติบโตของเมืองถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่นักลงทุนมืออาชีพให้ความสำคัญมากที่สุด ความสำคัญของอัตราการเติบโตของเมือง อัตราการเติบโตของเมืองเปรียบเสมือนเข็มทิศนำทางสำหรับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ เมืองที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องย่อมหมายถึงโอกาสทางเศรษฐกิจที่มากขึ้น การขยายตัวของประชากร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ ปัจจัยที่บ่งชี้การเติบโตของเมือง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน: การก่อสร้างระบบขนส่งมวลชน ถนน รถไฟฟ้า สนามบิน หรือโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ถือเป็นสัญญาณที่ดีของการเติบโต นักลงทุนควรติดตามประกาศโครงการสำคัญของภาครัฐและเอกชน เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณใกล้เคียง การขยายตัวทางเศรษฐกิจ: เมืองที่มีการลงทุนจากภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ และเขตเศรษฐกิจพิเศษ ย่อมดึงดูดแรงงานและประชากรเข้ามาอาศัย ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยนี้มีความสำคัญต่อการประเมินศักยภาพการลงทุนระยะยาว การพัฒนาเขตอุตสาหกรรม: การก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรม เขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือการยกระดับพื้นที่เพื่อรองรับการลงทุน เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญถึงทิศทางการเติบโตของเมือง โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เครื่องมือในการวิเคราะห์การเติบโตของเมือง การใช้ข้อมูลสถิติ นักลงทุนมืออาชีพใช้ข้อมูลจากหน่วยงานราชการ สำนักงานสถิติแห่งชาติ และหน่วยงานวิจัยต่างๆ เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มการเติบโต ประกอบด้วย: อัตราการเพิ่มขึ้นของประชากร รายได้เฉลี่ยต่อหัว การกระจายตัวของประชากรวัยทำงาน การลงทุนภาครัฐและเอกชน เทคโนโลยีสมัยใหม่กับการวิเคราะห์ ปัจจุบันมีเครื่องมือออนไลน์และแอปพลิเคชันที่ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างแม่นยำ นักลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อติดตามแนวโน้มการเติบโตของเมือง ประโยชน์ของการศึกษาอัตราการเติบโตของเมือง การประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ การเข้าใจอัตราการเติบโตช่วยให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต ลดความเสี่ยงจากการลงทุนที่ไม่มีประสิทธิภาพ และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดี การวางแผนการลงทุนระยะยาว ข้อมูลการเติบโตของเมืองช่วยในการวางแผนการลงทุนอย่างเป็นระบบ ทั้งการเลือกทำเล [...]

2025/3/30 • 由 Homeday
ความสำคัญของการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่แค่การซื้อที่ดินหรือบ้านเพียงอย่างเดียว แต่เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความรอบคอบและการวางแผนอย่างเป็นระบบ การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายในพื้นที่เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งก่อนการตัดสินใจลงทุน เสมือนเป็นเข็มทิศนำทางสู่ความสำเร็จในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ การเข้าใจคุณลักษณะ ความต้องการ และพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถวางแผนการพัฒนาและการตลาดได้อย่างแม่นยำ ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนที่ไม่เหมาะสม แต่ยังเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจอีกด้วย เครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า การสำรวจประชากรศาสตร์ การวิเคราะห์ข้อมูลประชากรเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ประกอบด้วยปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ รายได้ อาชีพ สถานภาพการสมรส และระดับการศึกษา ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจความต้องการที่อยู่อาศัยของคนในพื้นที่ได้อย่างลึกซึ้ง ตัวอย่างเช่น พื้นที่ที่มีประชากรวัยทำงานจำนวนมาก อาจมีความต้องการคอนโดมิเนียมหรือทาวน์โฮมที่ใกล้แหล่งทำงาน ในขณะที่พื้นที่ที่มีครอบครัวขนาดใหญ่อาจต้องการบ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่กว้างขวาง การวิเคราะห์สภาพเศรษฐกิจและการจ้างงาน สภาพเศรษฐกิจของพื้นที่เป็นปัจจัยชี้วัดความต้องการในอสังหาริมทรัพย์ที่สำคัญ การศึกษาอัตราการจ้างงาน รายได้เฉลี่ย และแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจช่วยประเมินกำลังซื้อและความต้องการที่อยู่อาศัยได้อย่างแม่นยำ นักลงทุนควรติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ การย้ายถิ่นฐานของแรงงาน และโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ การประเมินโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค คุณภาพและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานมีผลโดยตรงต่อความน่าสนใจของอสังหาริมทรัพย์ การวิเคราะห์ควรครอบคลุมปัจจัยดังนี้: ระบบคมนาคมและการเดินทาง โรงเรียนและสถาบันการศึกษา สถานพยาบาลและคลินิก ศูนย์การค้าและแหล่งช้อปปิ้ง สวนสาธารณะและพื้นที่พักผ่อน ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า ประปา อินเทอร์เน็ต กลยุทธ์การวิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ การสำรวจตลาดและคู่แข่ง การศึกษาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่ในพื้นที่ช่วยให้เข้าใจทิศทางตลาดและความต้องการที่แท้จริง นักลงทุนควรวิเคราะห์: ราคาขายและอัตราการเช่าของโครงการต่างๆ จุดเด่นและข้อได้เปรียบของแต่ละโครงการ อัตราการครอบครองและอุปสงค์ในตลาด เทคโนโลยีและเครื่องมือสนับสนุนการวิเคราะห์ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ [...]

2025/3/30 • 由 Homeday
ปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ การประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตเป็นศาสตร์ที่ต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและการวิเคราะห์อย่างรอบคอบ นักลงทุนและเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ต้องตระหนักถึงปัจจัยหลายประการที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงมูลค่าทรัพย์สิน ปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญประกอบด้วย: ทำเลที่ตั้งและสภาพแวดล้อม การประเมินมูลค่าเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ทำเลที่ตั้งอย่างละเอียด ทำเลที่มีศักยภาพสูงจะพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้: ความสะดวกในการเดินทาง ระบบสาธารณูปโภค แหล่งชุมชนและสิ่งอำนวยความสะดวก แนวโน้มการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ สภาพเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ การติดตามแนวโน้มเศรษฐกิจเป็นสิ่งจำเป็นในการประเมินมูลค่า ประกอบด้วย: อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย นโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ สภาพคล่องในตลาดอสังหาริมทรัพย์ เทคนิคการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์แบบมืออาชีพ นักลงทุนมืออาชีพใช้เทคนิคที่หลากหลายในการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์: วิธีเปรียบเทียบราคาตลาด การวิเคราะห์ราคาของทรัพย์สินที่คล้ายคลึงกันในบริเวณใกล้เคียง เป็นวิธีที่นิยมและให้ผลค่อนข้างแม่นยำ โดยพิจารณาปัจจัยดังนี้: ขนาดที่ดิน อายุอาคาร สภาพแวดล้อมโดยรอบ คุณสมบัติเฉพาะของทรัพย์สิน วิธีรายได้ เหมาะสำหรับทรัพย์สินที่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น อาคารพาณิชย์หรือคอนโดให้เช่า คำนวณจาก: รายได้ประจำ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา อัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง วิธีต้นทุนทดแทน คำนวณจากมูลค่าที่ต้องใช้ในการสร้างทรัพย์สินใหม่ทดแทน โดยคำนึงถึง: ราคาวัสดุก่อสร้าง ค่าแรง ค่าออกแบบ สภาพความเสื่อมของทรัพย์สิน เครื่องมือและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการประเมินมูลค่า เทคโนโลยีปัจจุบันช่วยให้การประเมินมูลค่ามีความแม่นยำมากขึ้น: ระบบข้อมูลภูมิสารสนเทศ (GIS) ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่อย่างละเอียด สามารถประเมินปัจจัยต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ ปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่และคาดการณ์แนวโน้มราคาได้อย่างรวดเร็ว แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ให้ข้อมูลเชิงลึกและการคาดการณ์ราคาที่แม่นยำมากขึ้น [...]

2025/3/11 • 由 Homeday
การเลือกทำเลที่เหมาะสมถือเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อการลงทุน การวิเคราะห์ทำเลอย่างถี่ถ้วนจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดและลดความเสี่ยงในการลงทุน ปัจจัยหลักในการประเมินทำเลศักยภาพ การคมนาคมและความเชื่อมต่อ การเดินทางที่สะดวกเป็นปัจจัยแรกที่นักลงทุนควรพิจารณา ระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุม เส้นทางคมนาคมหลัก รถไฟฟ้า และทางด่วนมีความสำคัญอย่างยิ่ง พื้นที่ที่มีความเชื่อมต่อที่ดีย่อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างมาก นักลงทุนควรตรวจสอบระยะเวลาในการเดินทางไปยังจุดสำคัญต่างๆ เช่น สถานที่ทำงาน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถาบันการศึกษา ระยะเวลาเดินทางที่สั้นและสะดวกจะเป็นปัจจัยดึงดูดทั้งผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก การมีสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า ประปา อินเทอร์เน็ต รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ศูนย์การค้า โรงเรียน สวนสาธารณะ และศูนย์กีฬา ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มคุณค่าให้กับพื้นที่ ให้ความสำคัญกับการสำรวจสิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆ บริเวณ วัดระยะทางและความสะดวกในการเข้าถึง ยิ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ก็จะยิ่งสูงขึ้น การพัฒนาของพื้นที่ การวิเคราะห์แนวโน้มการพัฒนาของพื้นที่เป็นกุญแจสำคัญในการลงทุน ติดตามแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ เช่น โครงการรถไฟฟ้า ถนน สะพาน หรือโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจใหม่ ลงพื้นที่สำรวจและศึกษาแผนการพัฒนาจากหน่วยงานท้องถิ่น แหล่งข้อมูลราชการ และแหล่งข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจะส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต สภาพแวดล้อมและความปลอดภัย พื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมดี มีความปลอดภัย และน่าอยู่อาศัย ย่อมเป็นที่ต้องการของทั้งผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน สำรวจอัตราอาชญากรรม ระบบรักษาความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมโดยรอบ [...]

2025/3/11 • 由 Homeday
การตรวจสอบประวัติโครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่งก่อนการตัดสินใจซื้อ เพราะจะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าการลงทุนของคุณปลอดภัยและคุ้มค่า แหล่งข้อมูลหลักที่ควรตรวจสอบ 1. ตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานราชการ การตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานราชการเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด นักลงทุนควรดำเนินการดังนี้ ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของที่ดินกับกรมที่ดิน เพื่อดูความถูกต้องของเอกสารสิทธิ์ ตรวจสอบประวัติการอนุมัติแบบก่อสร้างจากสำนักงานเขตหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตรวจสอบสถานะภาระผูกพันทางกฎหมายที่อาจมีกับทรัพย์สิน 2. แหล่งข้อมูลออนไลน์ที่น่าเชื่อถือ ปัจจุบันมีช่องทางออนไลน์มากมายที่ช่วยในการตรวจสอบข้อมูลโครงการ เว็บไซต์ของสมาคมอสังหาริมทรัพย์แห่งประเทศไทย เว็บไซต์กรมที่ดิน และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง แพลตฟอร์มรีวิวอสังหาริมทรัพย์ที่มีความน่าเชื่อถือ เว็บไซต์ตรวจสอบข้อมูลบริษัทจดทะเบียน 3. การตรวจสอบข้อมูลทางการเงิน ความมั่นคงทางการเงินของโครงการเป็นสิ่งสำคัญ ควรตรวจสอบดังนี้ งบการเงินย้อนหลังของบริษัท อันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน ประวัติการดำเนินโครงการที่ผ่านมา สถานะหนี้สินและความสามารถในการชำระหนี้ เครื่องมือและเทคนิคการตรวจสอบ 1. เครื่องมือดิจิทัล เทคโนโลยีปัจจุบันมีเครื่องมือช่วยตรวจสอบที่อำนวยความสะดวก แอปพลิเคชันตรวจสอบข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เว็บไซต์เปรียบเทียบข้อมูลโครงการ ระบบฐานข้อมูลออนไลน์ของหน่วยงานราชการ 2. เทคนิคการสืบค้นข้อมูล วิธีการค้นหาข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ใช้คำค้นที่หลากหลายและเฉพาะเจาะจง ตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของโครงการ ประสานงานโดยตรงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ข้อควรระวังในการตรวจสอบ 1. สัญญาณเตือนภัย รู้จักวิธีสังเกตสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความเสี่ยง การขาดความโปร่งใสในข้อมูล ประวัติการฟ้องร้องทางกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งของผู้บริหาร ข้อมูลทางการเงินที่ไม่ชัดเจน 2. การตรวจสอบเชิงลึก วิธีการตรวจสอบอย่างละเอียด ขอเอกสารต้นฉบับเพื่อตรวจสอบ [...]

2023/11/21 • 由 Homeday
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA : Home Builder Association) นำโดย นายโอฬาร จันทร์ภู่ (ที่ 4 จากขวา) นายกสมาคมฯ และนายสุรัตน์ พิมพ์ศักดิ์ (ที่ 3 จากขวา) อุปนายกฝ่ายนิติกรรม สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ร่วมเป็นวิทยากรงานสัมมนาทางวิชาการ หัวข้อ “กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยธุรกิจรับสร้างบ้าน” จัดโดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริ
