Logo
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们
发布房源
发布房源
Homeday
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们收藏夹
HOMEDAY Logo

泰国排名第一的一站式房地产平台。轻松找到您的梦想家园、优质公寓或进行房产投资。

Line
DBD Registered

主菜单

  • 首页
  • 买房
  • 租房
  • 新楼盘
  • 热门地段
  • 房产文章
  • 使用指南
  • 联系我们

房产类型

  • 公寓
  • 独栋别墅
  • 联排别墅
  • 土地

联系我们

  • 电话090-916-9993每天 9:00 - 18:00
  • Email[email protected]
  • 办公室159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    暖武里府 11110,泰国

热门搜索

素坤逸公寓轻轨公寓邦纳别墅便宜联排别墅考艾土地拉差达出租公寓暖武里二手房新公寓评测房屋贷款土地估价投资房产免费发布房产

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. 版权所有。

条款与条件隐私政策Sitemap
Add LINE Sticky
Homeday TOP
Homeday FB

บทความ

พบ 69 บทความ

เรียงตาม:
กำลังค้นหา:
คำค้น: มาตรการLTV
123456
ธอส. มอบถุงยังชีพ บรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย
ข่าวสาร

ธอส. มอบถุงยังชีพ บรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

2024/8/26 • 由 Homeday

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) มอบถุงยังชีพ จำนวน 200 ชุด ให้ผู้ประสบอุทกภัย ณ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย องค์การบริหารส่วนตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ พร้อมให้คำปรึกษาแนวทางช่วยเหลือผ่าน 7 มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปี 2567นายกมล

บุหรี่เถื่อนออนไลน์ระบาดหนัก! สมาคมการค้ายาสูบไทย ชง 2 มาตรการเด็ดสกัดพัสดุเถื่อน
ข่าวสาร

บุหรี่เถื่อนออนไลน์ระบาดหนัก! สมาคมการค้ายาสูบไทย ชง 2 มาตรการเด็ดสกัดพัสดุเถื่อน

2025/4/10 • 由 Homeday

สมาคมการค้ายาสูบไทย ชี้บุหรี่เถื่อนใน กทม และปริมณฑลพุ่งสูงเพราะสั่งออนไลน์ส่งพัสดุถึงบ้าน ปลื้มกรมสรรพสามิตสกัดบุหรี่เถื่อนออนไลน์ วอนรัฐเร่งปิดกั้นช่องทางออนไลน์และกำชับบริษัทขนส่งพัสดุทำงานเชิงรุก แบล็คลิสต์ผู้ส่ง สุ่มตรวจจุดคัดแยกพัสดุก่อนกระจายเข้าหัวเมืองใหญ่ จากกรณีกรมสรรพสามิตลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน 2 บริษัทขนส่งเพื่อการตรวจสอบ ยึด และอายัดสินค้าผิดกฎหมาย ตัดวงจรสินค้าเถื่อน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุหรี่และสุรา ซึ่งพบเป็นสินค้าที่ถูกนำส่งผ่านพัสดุที่มีเจตนาหลบเลี่ยงภาษีสรรพสามิตบ่อยที่สุด นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย กล่าวว่า “บุหรี่เป็นสินค้าควบคุม ห้ามขายออนไลน์ แต่พบบุหรี่หนีภาษีและบุหรี่ปลอมขายจำนวนมากบนสื่อโซเชียล เช่น X (Twitter), Facebook และเว็บไซต์ ในช่วง ก.ค. – ธ.ค. 2566 พบการสนทนาเกี่ยวกับบุหรี่เถื่อนเพิ่มขึ้น 181% ทำให้เยาวชนเข้าถึงง่ายขึ้น เป็นการละเมิดพ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ที่ห้ามขายและโฆษณาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง นอกจากนี้ตามบทกฎหมายแล้วการซื้อขายบุหรี่เถื่อนมีความผิด หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือ ปรับเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วย แล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ” “สมาคมฯ ได้รับทราบข้อมูลจากกรมสรรพสามิตว่าการตรวจค้นศูนย์ไปรษณีย์วังน้อย ศรีราชา และหลักสี่ ที่เป็นศูนย์คัดแยกพัสดุก่อนที่จะส่งเข้าสู่กรุงเทพฯ พบบุหรี่เถื่อนที่ถูกบรรจุกล่องส่งมายังปลายทางให้ลูกค้า ระบุชื่อผู้รับในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล โดยต้นทางของกล่องพัสดุเหล่านั้นมาจากจังหวัดทางภาคใต้ เช่น สตูล สงขลา พัทลุง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความชุกของบุหรี่เถื่อนสูงที่สุดในประเทศ [...]

ผอ.ใหญ่ ดีป้า แนะไทยเดินหน้าหาตลาดใหม่ เตรียมการรับมือมาตรการภาษีทรัมป์
ข่าวสาร

ผอ.ใหญ่ ดีป้า แนะไทยเดินหน้าหาตลาดใหม่ เตรียมการรับมือมาตรการภาษีทรัมป์

2025/4/16 • 由 Homeday

ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า ชี้มาตรการภาษีทรัมป์เป็นการโยนหินถามทางเพื่อสังเกตท่าทีของคู่ค้าสหรัฐฯ แต่ยอมรับว่าอาจส่งผลกระทบต่อ GDP ไทย คาดมาตรการดังกล่าวจะยังไม่ส่งผลทันที แนะไทยเร่งหาตลาดใหม่ทดแทน และสร้างช่องทางการส่งออกให้กับผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย เพื่อสร้างรายได้จากการส่งออกและโอกาสทางธุรกิจ อีกทั้งเป็นการกระจายเม็ดเงินสู่ระดับฐานราก ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า การที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariff) โดยเรียกเก็บภาษีนำเข้าพื้นฐาน 10% สำหรับสินค้าทุกประเภทจากทุกประเทศ ส่วนประเทศที่เกินดุลการค้าสหรัฐฯ จะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ประเทศไทยถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 36% จากเดิมที่มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมานั้นถือเป็นการโยนหินถามทางเพื่อสังเกตท่าทีของคู่ค้าสหรัฐฯ แต่ยอมรับว่าอาจส่งผลกระทบต่อ GDP ของประเทศ อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวจะยังไม่ส่งผลอย่างทันท่วงที ซึ่งสอดคล้องกับการประกาศล่าสุดกับการลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากคู่ค้าส่วนใหญ่ลงเหลือ 10% เป็นเวลา 90 วัน เพื่อเปิดทางให้เกิดการเจรจาการค้า โดยมีผลบังคับใช้ทันที ยกเว้นสาธารณรัฐประชาชนจีนที่สหรัฐฯ ปรับเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าเป็น 125%  ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าวต่อว่า ประเทศไทยจะต้องเตรียมการในด้านต่าง [...]

โนเบิลฯ ระดมทีมผู้บริหาร นิติบุคคล ผู้รับเหมา จัดประชุมเปิด Roadmap มาตรการตรวจสอบ และฟื้นฟูโครงการ
ข่าวสาร

โนเบิลฯ ระดมทีมผู้บริหาร นิติบุคคล ผู้รับเหมา จัดประชุมเปิด Roadmap มาตรการตรวจสอบ และฟื้นฟูโครงการ

2025/4/4 • 由 Homeday

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา โนเบิลฯ นำโดยคุณธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม และคุณศิระ อุดล ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  บริษัทโนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารทุกโครงการ จัดประชุมร่วมกับนิติบุคคลอาคารชุด รวมทั้งเชิญบริษัทผู้รับเหมาหลักที่ดำเนินการก่อสร้างอาคาร จนถึงผู้รับเหมารายย่อย เปิด Roadmap มาตรการการตรวจสอบและฟื้นฟูอาคาร รวมถึงการให้คำแนะนำและความช่วยเหลือแก่นิติบุคคลในการตรวจสอบความเสียหายส่วนกลาง และห้องชุดพักอาศัยของลูกบ้าน โดยเปิด noble ID Application เพื่อความรวดเร็วในการอำนวยความสะดวกลูกบ้านและนิติบุคคล ในการแจ้งบันทึกความเสียหายห้องชุด โดยในครั้งนี้ โนเบิลฯ ได้แนะนำและจัดหาผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบอาคารสูงโดยการใช้โดรนสำหรับบินตรวจสอบทำบันทึกความเสียหายในบริเวณที่ยากแก่การเข้าถึง เพื่อให้การตรวจสอบความเสียหายเป็นไปอย่างครบถ้วนสำหรับนิติบุคคลในการส่งเคลมประกัน พร้อมกันนี้ โนเบิลฯ ยังได้เชิญผู้รับเหมาหลัก ตลอดจนผู้รับเหมารายย่อยเข้าร่วมประชุม เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นิติบุคคลในการติดต่อผู้รับเหมา เพื่อให้การประสานงานซ่อมแซมอาคารทั้งส่วนกลางและห้องชุดของลูกบ้านเป็นไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งดูแล  ให้ทุกกระบวนการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมี Roadmap 5 ขั้นตอนหลักดังนี้ นิติบุคคลตรวจสอบโครงการเบื้องต้นมีความปลอดภัยและสามารถให้เข้าใช้อาคารได้ โนเบิลและผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบรายละเอียดร่วมกันเพื่อออกใบรับรองความปลอดภัย โนเบิลช่วยให้คำแนะนำแก่นิติบุคคล เพื่อจัดหาผู้รับเหมาเข้าซ่อมแซมความเสียหายบริเวณส่วนกลาง โนเบิลร่วมกับนิติบุคคลประกาศให้ใช้ Application “noble ID“ เพื่อบันทึกความเสียหายของห้องชุดสำหรับการเคลมประกัน โนเบิลร่วมกับนิติบุคคลช่วยให้คำแนะนำแก่เจ้าของร่วม [...]

ทีทีบี ฟินทิป ชวนมารู้จัก “Easy e-Receipt 2.0” ให้มากขึ้น ให้คุณวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนอย่างคุ้มค่า
ข่าวสาร

ทีทีบี ฟินทิป ชวนมารู้จัก “Easy e-Receipt 2.0” ให้มากขึ้น ให้คุณวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนอย่างคุ้มค่า

2025/2/17 • 由 Homeday

มารู้จัก! โครงการช้อปลดหย่อนภาษี “Easy e-Receipt 2.0” ปี 2568 ให้มากขึ้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศของรัฐบาล ซึ่งขยายผลจาก “Easy e-Receipt” ของปี 2567ยิ่งซื้อมากก็ยิ่งได้ลดหย่อนมากที่โดนใจสายช้อปปิ้ง และเป็นหนึ่งในตัวช่วยของคนที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วงต้นปี 2569 fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ จะพาไปรู้จักโครงการและเงื่อนไข พร้อมแนะนำวิธีใช้สิทธิประโยชน์ให้คุ้มค่า  โครงการ Easy e-Receipt 2.0 เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2568 โดยผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการซื้อสินค้าและบริการตามเงื่อนไขที่ได้จ่ายจริงสูงสุด 50,000 บาท มาใช้ลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งหลักฐานที่ใช้ต้องเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt)  ของกรมสรรพากรเท่านั้น   เงื่อนไขการช้อปลดหย่อนภาษีปี 2568 มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม ดังนี้ ค่าใช้จ่ายในร้านค้าทั่วไป ซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือจากผู้มิได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท ค่าใช้จ่ายในวิสาหกิจชุมชนหรือร้านค้าOTOP ซื้อสินค้าหรือบริการที่หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท ในกรณีที่ใช้จ่ายตามเงื่อนไข ดังนี้ ซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซึ่งลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว ซื้อสินค้าหรือรับบริการจากวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนต่อกรมส่งเสริมการเกษตร ซื้อสินค้าหรือรับบริการจากวิสาหกิจเพื่อสังคมที่จดทะเบียนต่อสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม สินค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการ Easy e-Receipt 2.0 มีอะไรบ้าง อะไรใช้ลดหย่อนได้ สินค้าและบริการทั่วไป เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือของใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงค่าซื้อหนังสือ หนังสือพิมพ์ นิตยสารทั้งแบบเล่มและอีบุ๊ก ซึ่งซื้อจากร้านค้า ห้างสรรพสินค้า หรือซูเปอร์มาร์เก็ตที่ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ ผ่านระบบ e-Tax Invoice หรือ e-Receipt ของกรมสรรพากรเท่านั้น หากเป็นร้านค้าอื่น ๆ [...]

กทม. สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังป้องกันบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้าโรงเรียนในสังกัด
ข่าวสาร

กทม. สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังป้องกันบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้าโรงเรียนในสังกัด

2025/3/18 • 由 Homeday

นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา (สนศ.) กทม. กล่าวถึงมาตรการป้องกันการเข้าถึงและการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียนสังกัด กทม. ว่า สนศ. ได้ขอความร่วมมือโรงเรียนในสังกัดทั้ง 437 โรงเรียน ดำเนินการตามประกาศ กทม. เรื่อง มาตรการเฝ้าระวังป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กัญชา กัญชง กระท่อม บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอบายมุขของโรงเรียนในสังกัด กทม. ลงวันที่ 31 พ.ค. 67 โดยป้องกันเฝ้าระวังควบคุมการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มนักเรียน ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนในสังกัด ซึ่งเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ลงวันที่ 10 มี.ค. 68 เรื่องมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มของนักเรียนและนักศึกษา ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การให้ความรู้และการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันพิษภัยและโทษของบุหรี่ไฟฟ้าทั้งต่อสุขภาพร่างกายและโทษทางอาญา โดยบูรณาการความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าในหลักสูตรการเรียนการสอนรายวิชาต่าง ๆ อาทิ วิทยาศาสตร์ สุขศึกษา สังคมศึกษา และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ใช้สื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งวีดิทัศน์ อินโฟกราฟิก ข่าวสารกรณีศึกษา และกิจกรรม Workshop พร้องทั้งส่งเสริมให้โรงเรียนจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในวันงดสูบบุหรี่โลก หรือกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน การฝึกอบรมเกี่ยวกับการปฏิเสธสิ่งเสพติดผ่านโครงการเพื่อนช่วยเพื่อนของชมรม To Be Number One ในโรงเรียน [...]

รู้จักโมเดล “แปด สาม หนึ่ง” แผนแก้ฝุ่นและการส่งลมหายใจสะอาดให้กับคนไทยอย่างเป็นระบบจาก สกสว. อีกระดับของการใช้พลังวิทย์และวิจัยเพื่อประเทศไทยมีอากาศที่ดี
ข่าวสาร

รู้จักโมเดล “แปด สาม หนึ่ง” แผนแก้ฝุ่นและการส่งลมหายใจสะอาดให้กับคนไทยอย่างเป็นระบบจาก สกสว. อีกระดับของการใช้พลังวิทย์และวิจัยเพื่อประเทศไทยมีอากาศที่ดี

2025/3/4 • 由 Homeday

ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย และถือเป็นวิกฤตเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสุขภาพที่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และมะเร็งปอด หรือผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยว อุตสาหกรรม และคุณภาพอากาศในเมืองใหญ่ แม้ภาครัฐจะออกมาตรการรับมือมาหลายปี แต่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่การควบคุมฝุ่นในระยะสั้น แต่รวมถึงการปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง ทั้งในภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การขนส่ง และพฤติกรรมของประชาชน จากวิกฤตที่คนไทยในหลายภาคส่วน จึงนำมาสู่ โมเดล 8-3-1: กรอบการทำงานเพื่อจัดการฝุ่นอย่างเป็นระบบ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่พัฒนาขึ้นเพื่อจัดการปัญหาฝุ่นอย่างเป็นระบบ ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกภาคส่วนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน นอกจากนี้ ยังมีการสร้างระบบฐานข้อมูลที่ครอบคลุมช่วยให้การตัดสินใจแม่นยำขึ้นและสนับสนุนการทำงานร่วมกัน แบ่งกระบวนการแก้ปัญหาออกเป็น 3 ระยะสำคัญ ได้แก่ ระยะป้องกัน (8 เดือน) : ลดแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น ควบคุมการเผาในที่โล่ง สนับสนุนพลังงานสะอาด และบังคับใช้มาตรการลดมลพิษจากภาคอุตสาหกรรมและขนส่ง ระยะเผชิญเหตุ (3 เดือน) : รับมือช่วงฝุ่นสูง เช่น การแจ้งเตือนล่วงหน้า การประกาศเขตควบคุม และแจกหน้ากากอนามัยให้ประชาชน ระยะฟื้นฟู (1 เดือน) : [...]

เปลี่ยนอาคารให้เป็นเครื่องกรองอากาศของเมือง! ม.ธรรมศาสตร์ แนะ 3 เทคนิคทางสถาปัตย์ จัดสร้างอาคารอย่างไรให้ปลอดภัยจากฝุ่น PM 2.5
ข่าวสาร

เปลี่ยนอาคารให้เป็นเครื่องกรองอากาศของเมือง! ม.ธรรมศาสตร์ แนะ 3 เทคนิคทางสถาปัตย์ จัดสร้างอาคารอย่างไรให้ปลอดภัยจากฝุ่น PM 2.5

2025/2/27 • 由 Homeday

เปลี่ยนอาคารให้เป็นเครื่องกรองอากาศของเมือง! ม.ธรรมศาสตร์ แนะ 3 เทคนิคทางสถาปัตย์ จัดสร้างอาคารอย่างไรให้ปลอดภัยจากฝุ่น PM 2.5 พร้อมพาดูต้นแบบสถาปัตยกรรม ช่วยสู้วิกฤตและปิดแก็ปมลพิษทางอากาศ ฝุ่น PM 2.5 เป็นวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพกายและใจของประชาชน โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยแหล่งกำเนิดมลพิษมากมาย ขณะที่มาตรการควบคุมฝุ่น เช่น การลดการใช้รถยนต์หรือการควบคุมโรงงานอุตสาหกรรมอาจต้องใช้เวลาและการปรับตัวในระยะยาว ซึ่งยังไม่ทันกับการแก้ปัญหาและลดข้อกังวลให้กับทุกภาคส่วนได้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะสถาบันที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้าน จะพาไปเจาะลึกแนวทางที่ช่วยสร้างเกราะคุ้มฝุ่นและสร้างความมั่นใจการดำเนินชีวิตในระยะยาวได้ โดยเป็นมุมมองเชิงสถาปัตยกรรม “โครงสร้างอาคารอัจฉริยะ” จาก ผศ. ดร.จิฐิพร วงศ์วัชรไพบูลย์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง ม.ธรรมศาสตร์ ที่จะมากระตุ้นและกระตุกแนวคิดการออกแบบทางสถาปัตย์ในไทยให้ดีและรักษ์โลกกว่าที่เคย สถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบโครงสร้างที่ดีมีบทบาทสำคัญในการช่วยกรองฝุ่นละออง ผศ. ดร.จิฐิพร กล่าวว่า การออกแบบอาคารที่สามารถช่วยบรรเทาผลกระทบจากฝุ่นเป็นแนวทางสำคัญที่สถาปนิกและวิศวกรควรให้ความสำคัญ และหนึ่งในหลักการเชิงโครงสร้างที่ช่วยลดปริมาณฝุ่นในอากาศคือการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ในอาคาร โดยพบว่าไอน้ำในอากาศในปริมาณที่สูงจะช่วยลดการลอยตัวของฝุ่นละออง และอุณหภูมิที่ต่ำลงเล็กน้อยจะช่วยให้ฝุ่นตกตะกอนได้เร็วขึ้น ดังนั้น การออกแบบที่สามารถรักษาสมดุลของอุณหภูมิและความชื้นจะเป็นปัจจัยที่ช่วยลดฝุ่นละอองภายในอาคารได้ การออกแบบฟาซาด (Façade) หรือเปลือกอาคารเป็นเกราะแรกที่ช่วยกรองฝุ่นละอองและลดการกระจายของมลพิษทางอากาศได้ ซึ่งฟาซาดที่โปร่งและสามารถระบายอากาศได้ดีจะช่วยป้องกันไม่ให้ฝุ่นสะสมในพื้นที่อาคารมากเกินไป นอกจากนี้ ฟาซาดอาคารแบบกรองฝุ่น (Breathable Facade) ใช้ผนังที่มีโครงสร้างโปร่งและวัสดุกรองฝุ่นเพื่อดักจับฝุ่นละอองก่อนเข้าสู่ภายใน  เช่น การใช้วัสดุกรองอากาศแบบละเอียด หรือการติดตั้งแผงกั้นฝุ่นที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยลดปริมาณฝุ่นที่เข้าสู่พื้นที่ภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน “การออกแบบระบบกรองอากาศอาคาร [...]

“บล็อกเอจ : Block Edge’s” เปิดตัวโทเคนคาร์บอนเครดิตรายแรกในไทย ดึงเทคโนโลยีสร้างมาตรฐานใหม่ให้การชดเชยคาร์บอนทำได้แบบ Real-time
ข่าวสาร

“บล็อกเอจ : Block Edge’s” เปิดตัวโทเคนคาร์บอนเครดิตรายแรกในไทย ดึงเทคโนโลยีสร้างมาตรฐานใหม่ให้การชดเชยคาร์บอนทำได้แบบ Real-time

2025/4/3 • 由 Homeday

ตลาดคาร์บอนเครดิตของไทยกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าปัจจุบันการชดเชยคาร์บอนในประเทศไทยยังอยู่ในระดับภาคสมัครใจ แต่ราคาซื้อขายคาร์บอนเครดิตกลับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 18-31% ต่อปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความต้องการที่สูงขึ้นและแนวโน้มของตลาดที่มีทิศทางขาขึ้น “บล็อกเอจ : Block Edge’s” จับมือผู้เชี่ยวชาญพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายคาร์บอนเครดิตให้โปร่งใส ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนซึ่งจะช่วยให้การชดเชยคาร์บอนทำได้ทันทีมีสภาวะเป็นกลางทางคาร์บอนแบบ Real-time ได้เป็นครั้งแรก  แรงกดดันจากภาษีคาร์บอนของยุโรปจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดไทย นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บล็อกเอจ จำกัด กล่าวว่า  ตลาดคาร์บอนเครดิตของไทยกำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ด้วยนวัตกรรมจาก บริษัท บล็อกเอจ จำกัด ซึ่งบริษัทได้ประกาศความสำเร็จในการเป็นรายแรกของประเทศไทยที่ยื่นจดลิขสิทธิ์ Smart Contract เพื่อทำ Tokenization คาร์บอนเครดิต แม้ว่าปัจจุบันการชดเชยคาร์บอนในประเทศไทยยังอยู่ในระดับภาคสมัครใจ แต่ราคาซื้อขายคาร์บอนเครดิตกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ย 18-31% ต่อปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดคาร์บอนเครดิตไทยขยายตัวคือการที่สหภาพยุโรปเตรียมบังคับใช้มาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 มาตรการนี้จะสร้างแรงกดดันให้ผู้ส่งออกไทยต้องทำการชดเชยคาร์บอนมากขึ้น เพื่อลดภาระด้านภาษีเมื่อส่งสินค้าไปยังตลาดยุโรป  “บล็อกเอจและโทเคนคาร์บอนเครดิต จะเปลี่ยนแนวทางที่ธุรกิจไทยบริหารจัดการคาร์บอนทำให้การลดโลกร้อนเป็นทั้งความรับผิดชอบ [...]

ธนาคารกรุงเทพ เปิดโครงการ The Great Green Transition ปักธงธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม ชวนสตาร์ตอัปสีเขียวร่วมแข่งเสนอโปรเจ็กต์ พร้อมคอร์สเรียนเชิงลึก-แพลตฟอร์มอัปเดตความรู้
ข่าวสาร

ธนาคารกรุงเทพ เปิดโครงการ The Great Green Transition ปักธงธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม ชวนสตาร์ตอัปสีเขียวร่วมแข่งเสนอโปรเจ็กต์ พร้อมคอร์สเรียนเชิงลึก-แพลตฟอร์มอัปเดตความรู้

2025/2/19 • 由 Homeday

ธนาคารกรุงเทพ เปิดโครงการ The Great Green Transition ปักธงธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม ชวนสตาร์ตอัปสีเขียวร่วมแข่งเสนอโปรเจ็กต์ พร้อมคอร์สเรียนเชิงลึก-แพลตฟอร์มอัปเดตความรู้ ยืนบทบาท ‘เพื่อนคู่คิด’ หนุนผู้ประกอบการปรับตัวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ธนาคารกรุงเทพ ชิงปักธงธุรกิจสีเขียว ปั้นโครงการ “The Great Green Transition” สร้างเครือข่ายผู้ประกอบการช่วยกันปรับตัวสู่อนาคต ชวนสตาร์ตอัปเพื่อสิ่งแวดล้อม ร่วมแข่งขันนำเสนอโปรเจ็กต์ หวังช่วยต่อยอดธุรกิจเติบโตยั่งยืน พาเหรดกิจกรรมแบ่งปันความรู้ประสบการณ์ตรง เปิดคอร์สเรียนเชิงลึก-สร้างแพลตฟอร์มความรู้ผ่านโซเชียลต่อเนื่อง ลั่นพร้อมเป็น ‘เพื่อนคู่คิด’ จัดเต็มบริการด้านการเงิน พร้อมคอยติดตามช่วยเหลือแก้ไขปัญหา ดูแลผู้ประกอบการใกล้ชิดเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงเทพในฐานะ “ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค” ได้เปิดตัวโครงการ “The Great Green Transition” เพื่อร่วมกันสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการที่ต้องการปรับตัวและค้นหาแนวทางต่อยอดธุรกิจสู่การเติบโตในอนาคตที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และหลักการ ESG ที่คำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยกันเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยเชิญชวนผู้ประกอบการในหลากหลายอุตสาหกรรมมาร่วมกันแลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม มาตรการกฎระเบียบต่างๆ ตลอดจนกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านที่ธุรกิจสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง [...]

“ไอแบงก์ ไม่ทิ้งกัน” พร้อมช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว พักหนี้ – ปล่อยสินเชื่อฟื้นฟู
ข่าวสาร

“ไอแบงก์ ไม่ทิ้งกัน” พร้อมช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว พักหนี้ – ปล่อยสินเชื่อฟื้นฟู

2025/4/1 • 由 Homeday

นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) กล่าวว่า“ไอแบงก์ขอแสดงความห่วงใยต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อทรัพย์สินจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ ไอแบงก์เข้าใจถึงความยากลำบากที่ทุกท่านต้องเผชิญ และขอยืนเคียงข้างลูกค้าในช่วงเวลานี้ ไอแบงก์พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระด้านการเงิน เพื่อสนับสนุนให้ทุกท่านสามารถฟื้นฟูความเสียหายและกลับมาดำเนินชีวิตได้โดยเร็ว ภายใต้มาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้า “ไอแบงก์ ไม่ทิ้งกัน” ดังนี้ มาตรการพักชำระหนี้ลูกค้ารายเดิม ที่ได้รับผลกระทบ เช่น ที่อยู่อาศัย หรือ สถานประกอบการ ได้รับความเสียหาย สามารถพักชำระเงินต้นและกำไร ทุกประเภทวงเงิน (ไม่รวม สินเชื่อหมุนเวียน) 1.1 กรณีที่อยู่อาศัยไม่สามารถเข้าพักอาศัยได้เป็นการชั่วคราว ให้พิจารณาพักชำระหนี้เงินต้นและกำไรไม่เกิน 3 เดือน (ตามเงื่อนไขของธนาคาร) 1.2 กรณีที่อยู่อาศัยที่ไม่สามารถเข้าพักอาศัยได้เป็นการถาวร ให้พิจารณาพักชำระหนี้เงินต้นและกำไรไม่เกิน 6 เดือน (ตามเงื่อนไขของธนาคาร) 1.3 กรณีสถานประกอบการที่ไม่สามารถดำเนินการเข้าพื้นที่ หรือไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ ให้พิจารณาพักชำระหนี้เงินต้นและกำไรไม่เกิน 6 เดือน(ตามเงื่อนไขของธนาคาร) มาตรการสินเชื่อฟื้นฟูลูกค้ารายเดิมและรายใหม่ 2.1 ลูกค้าบุคคล: ให้สินเชื่อเพื่อซ่อมแซม ฟื้นฟูที่อยู่อาศัย วงเงินสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท อัตรากำไรปีแรก 1.99% ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน [...]

กรมที่ดิน ชี้แจงกรณี การถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ไว้แทนคนต่างด้าว (Nominee)
ข่าวสาร

กรมที่ดิน ชี้แจงกรณี การถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ไว้แทนคนต่างด้าว (Nominee)

2025/3/26 • 由 Homeday

ตามที่มีการอภิปรายในประเด็น การถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ไว้แทนคนต่างด้าว (Nominee) กรมที่ดินขอชี้แจงว่า ปัญหาคนไทยเป็นนอมินี (Nominee) ของคนต่างด้าวเป็นปัญหาสำคัญ มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคง โดยเฉพาะเรื่องการถือครองที่ดินหรือห้องชุดในประเทศไทย กรมที่ดินตระหนักถึงความสำคัญและผลกระทบของปัญหาดังกล่าว จึงได้ดำเนินมาตรการหลายประการ เพื่อเป็นการป้องกันและตรวจสอบมิให้มีการถือครองที่ดินหรือห้องชุดแทนคนต่างด้าว พร้อมทั้งกำชับให้พนักงานเจ้าหน้าที่ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัดเกี่ยวกับการตรวจสอบตามมาตรการป้องกันการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ไม่ว่าจะเป็น การกำหนดมาตรการในการสอบสวนกรณีการขอจดทะเบียนได้มาซึ่งที่ดินอย่างเข้มข้น โดยการสอบสวนผู้ขอได้มาซึ่งที่ดิน ให้ได้ความชัดแจ้งว่า มิได้เป็นการถือครองที่ดินห้องชุดแทนคนต่างชาติ กรณีที่บริษัทนิติบุคคลขอได้มาซึ่งที่ดิน ต้องสอบสวนผู้ถือหุ้นคนไทยในบริษัท สอบสวนที่มาของเงินที่นำมาซื้อหุ้น รวมถึงสอบสวนที่มาของเงินซึ่งบริษัทนำมาซื้อที่ดินรวมถึงได้มีการกำชับให้เจ้าหน้าที่ในสำนักงานที่ดินตระหนักถึงความสำคัญของปัญหา โดยให้ดำเนินการตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชนโดยเร่งด่วน นอกจากนี้ กรมที่ดินได้มีหนังสือขอความร่วมมือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในการแจ้งและเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เกี่ยวกับนิติบุคคลที่มีเหตุสงสัยว่า จะมีพฤติการณ์ถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ไว้แทนคนต่างด้าว (Nominee) รวมถึงนิติบุคคลที่มีการเพิ่มทุนหรือเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น จนกลายเป็นนิติบุคคลที่มีลักษณะเป็นคนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อจะได้นำข้อมูลดังกล่าวตรวจสอบว่า เป็นนิติบุคคลที่มีคนไทยถือหุ้น หรือถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ไว้แทนคนต่างด้าวหรือไม่ หากตรวจพบว่ามีคนไทยถือหุ้น หรือถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ไว้แทนคนต่างด้าว (Nominee) กรมที่ดินจะดำเนินการบังคับใช้มาตรการการลงโทษโดยเด็ดขาด ทั้งการให้จำหน่ายที่ดินและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday Tiktok