加载中...
加载中...
![JMART ปลื้ม! TRIS ปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือเป็น “คงที่” เตรียมออกหุ้นกู้ชุดใหม่ อายุ 2 ปี 6 เดือน ดอกเบี้ย [5.30 – 5.50]% คาดเสนอขาย 17 – 18, 21 เม.ย. 68 นี้](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fhomeday.co.th%2Fwp-content%2Fuploads%2F2025%2F03%2FIMG_1743058812_2437.png&w=3840&q=75)
2025/3/27 • 由 Homeday
บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “JMART”) ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 ที่อันดับเครดิต BBB+ โดยได้รับการปรับแนวโน้มจาก “ลบ” เป็น “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหวังของทริสเรทติ้ง ว่าบริษัทจะสามารถรักษาสถานะความเสี่ยงทางการเงินและดำเนินกลยุทธ์การลงทุนอย่างรอบคอบและระมัดระวัง โดยทริสเรทติ้งคาดว่าภาระหนี้สินรวมของบริษัท ซึ่งวัดโดยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ที่ปรับปรุงแล้ว จะลดลงจาก 3.8 เท่าในปี 2567 เป็น 3.4 เท่าในปี 2568 ซึ่งเป็นผลมาจากการคาดการณ์ว่าหนี้สินรวมของบริษัทจะลดลง นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ยื่นแบบแสดงรายงานข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เพื่อออกและเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ [...]

2025/2/26 • 由 Homeday
บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ Jubilee (ชื่อหุ้น: JUBILE) ผู้นำธุรกิจเครื่องประดับเพชรอันดับหนึ่งของเมืองไทย แบรนด์ “ยูบิลลี่ ไดมอนด์ (Jubilee Diamond) มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง ประกาศเดินเกมปี 2568 รุกเจาะตลาดกลุ่มพรีเมียมลักชูรี พร้อมขยายฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่ รองรับกระแสเศรษฐกิจฟื้นตัว ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านกลยุทธ์ “The House of The Excellence” มุ่งสู่ปีที่ 96 เผยผลประกอบการไตรมาส 4/2567 สามารถรักษายอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นได้อย่างแข็งแกร่ง แม้เผชิญปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจ นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลประกอบการของ Jubilee ในไตรมาส 4 ปี 2567 เติบโตได้ดีกว่าไตรมาสก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจากเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวขึ้นและในช่วงเทศกาลจับจ่ายปลายปี แต่ก็ยังมีปัจจัยกดดันจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภาระหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ส่งผลให้ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อระดับกลางลงมายังระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย ในขณะที่กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงอาจจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ซึ่งบริษัทได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งสะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารจัดการที่มีความพร้อมและความสามารถในการปรับตัวให้มีความยืดหยุ่น รวมถึงการนำเสนอกลยุทธ์ที่ตรงกับพฤติกรรมของผู้บริโภค ในไตรมาส 4 ปี 2567 บริษัทดำเนินกลยุทธ์สำคัญหลายด้าน เพื่อผลักดันการเติบโต ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้วยกลยุทธ์ The House of The Excellece ให้ความสำคัญกับทุกมิติในคุณภาพสินค้าให้ทัดเทียมระดับเวิล์ดคลาส การขยายตลาดเฉพาะกลุ่มที่มุ่งเน้นพื้นที่ศักยภาพสูง สอดคล้องกับตลาดสินค้าพรีเมียมลักชูรีที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเปิดตัวแบรนด์พรีเมียมลักชูรี เช่น Love 100 (แบรนด์เลิฟวันฮันเดรด) รวมถึงคอลเลคชั่นสินค้าใหม่ๆ เช่น The New Centennial [...]

2025/2/28 • 由 Homeday
ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% ต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีมติให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 2.25% มาอยู่ที่ 2.00% ต่อปี เพื่อให้ภาวะการเงินลดความตึงตัว สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ กนง. ประเมินไว้และสามารถรองรับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้อย่างเหมาะสม โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มเติบโตไม่สูงนักจากปัจจัยท้าทายภายนอกและความเปราะบางภายในประเทศ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งนี้จะมีส่วนช่วยลดต้นทุนทางการเงิน สนับสนุนการใช้จ่ายและการลงทุนให้เกิดสภาพคล่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป โดยจะช่วยบรรเทาความตึงตัวของภาวะการเงินในปัจจุบัน และช่วยให้ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ต้องเผชิญกับปัญหาการแข่งขันและข้อจำกัดด้านสภาพคล่องของธุรกิจ รวมถึงลูกค้ารายย่อยที่รายได้ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่และต้องรับภาระหนี้สูง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบสนองต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารไทยพาณิชย์จึงได้พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR : Minimum Overdraft Rate) จากปัจจุบันอยู่ที่ 7.325% เป็น 7.075% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR [...]

2025/3/12 • 由 Homeday
ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องหันมาพึ่งพาสินเชื่อเงินด่วนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือลงทุนในธุรกิจ อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีแอปเงินกู้ออนไลน์ผิดกฎหมายที่แฝงตัวมาในตลาดมากจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้ผู้กู้ต้องเผชิญกับดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด หรือถูกหลอกลวงให้โอนเงินล่วงหน้า ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ ขอแนะนำวิธีเช็กความน่าเชื่อถือของแหล่งเงินกู้ถูกกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการสินเชื่อที่ปลอดภัยและเป็นธรรม การกู้เงินด่วน และข้อควรระวัง การกู้เงินควรเป็นทางเลือกสุดท้ายที่เกิดจากความจำเป็น เช่น ค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน การลงทุนเพื่อเพิ่มรายได้ หรือค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา แต่ไม่ควรกู้เพื่อใช้จ่ายฟุ่มเฟือย “ศรีสวัสดิ์” แนะนำให้ผู้กู้ประเมินรายได้และค่าใช้จ่ายอย่างละเอียด โดยภาระหนี้สินต่อเดือนไม่ควรเกิน 70% ของรายได้ เพื่อป้องกันปัญหาหนี้สินเกินตัว สินเชื่อเงินด่วน กับกลโกงที่ต้องระวัง ปัจจุบันมิจฉาชีพมีวิธีการหลอกลวงหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้โอนค่าธรรมเนียมก่อน การเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงเกินที่กฎหมายกำหนด หรือการข่มขู่ผู้กู้หากผิดนัดชำระ บางกรณีถึงขั้นใช้สัญญาที่ไม่เป็นธรรม ทำให้ผู้กู้เสียเปรียบอย่างมาก ศรีสวัสดิ์ ขอแนะแอปเงินกู้ถูกกฎหมายต้องมีลักษณะอย่างไร หลักเกณฑ์เบื้องต้นในการแยกแยะสินเชื่อที่ถูกกฎหมาย ดังนี้ อัตราดอกเบี้ยต้องเป็นไปตามกฎหมาย: ไม่เกิน 25% ต่อปีสำหรับสินเชื่อไม่มีหลักประกัน และไม่เกิน 24% สำหรับสินเชื่อที่มีหลักประกัน ระบบความปลอดภัยต้องได้มาตรฐาน: มีการเข้ารหัสข้อมูลและระบบยืนยันตัวตน มีช่องทางร้องเรียนและให้คำปรึกษา: ต้องมีศูนย์ช่วยเหลือผู้กู้กรณีมีปัญหาในการชำระหนี้ เอกสารสัญญาชัดเจน: ระบุเงื่อนไขการกู้ครบถ้วน และให้สำเนาสัญญาแก่ผู้กู้ ช่องทางชำระเงินโปร่งใส: สามารถชำระผ่านธนาคาร หรือช่องทางที่ตรวจสอบได้ เช็กลิสต์ก่อนกู้เงินผ่านแอป ตรวจสอบใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยผ่านเว็บไซต์ BOT License Check ตรวจสอบข้อมูลบริษัท เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และช่องทางติดต่อที่เป็นทางการ อ่านเงื่อนไขการให้บริการ ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง กระบวนการอนุมัติสินเชื่อต้องมีการตรวจสอบข้อมูลผู้กู้ ไม่อนุมัติแบบอัตโนมัติโดยไม่ตรวจสอบเอกสาร แอปสินเชื่อเงินด่วนที่ปลอดภัย สำหรับผู้ที่มองหาแอปกู้เงินด่วนที่ปลอดภัยและอนุมัติไว แอปพลิเคชัน “ศรีสวัสดิ์” เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความไว้วางใจ [...]

2025/3/12 • 由 Homeday
ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังเต็มไปด้วยความผันผวน ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ประกาศแผนกลยุทธ์ ปี 2568 ภายใต้แนวคิด “The MEANINGFUL Change” ตอกย้ำปรัชญาในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย ผ่านโปรแกรมช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อ ทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจให้สามารถปลดหนี้และฟื้นตัวได้ พร้อมเติบโตได้อย่างมั่นคง อีกทั้งเดินหน้ายกระดับดิจิทัลโซลูชันเพื่อให้บริการทางการเงินที่เข้าถึงง่าย สะดวก คุ้มค่าและเป็นมากกว่าการทำธุรกรรม เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งความขัดแย้งทางการเมืองที่ทวีความรุนแรง สงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจ ทำให้ทั้งภาคธุรกิจและประชาชนเผชิญภาระทางการเงินหนักขึ้น สำหรับประเทศไทยปัญหาเชิงโครงสร้างยังคงเรื้อรัง คนไทยเผชิญภาวะ “แก่แต่ยังเป็นหนี้” รายได้ไม่เพิ่มแต่ค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 16.3ล้านล้านบาท หรือ 89% ของ GDP ธุรกิจ SME ถูกดิสรัป เข้าถึงแหล่งทุนได้ยากขึ้น และธุรกิจต้องปิดตัวลงมากขึ้น สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการมีมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถกลับมาตั้งหลักทางการเงินได้อีกครั้ง นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ธนาคารตระหนักถึงปัญหาหนี้สินของคนไทยมาโดยตลอด และมุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการช่วยแก้ปัญหาหนี้อย่างจริงจัง ผ่านมาตรการที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2563 ที่เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด-19 และยังคงเดินหน้าพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ช่วยให้ลูกค้าจัดการภาระหนี้ได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ผ่านบริการรวบหนี้ที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้ลูกค้าไปแล้วกว่า 2,240 ล้านบาท สินเชื่อสวัสดิการอเนกประสงค์ที่ให้พนักงานเงินเดือนองค์กรเข้าถึงสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า โดยปล่อยสินเชื่อช่วยเหลือแล้วกว่า 8,800 ล้านบาท อีกทั้งยังมีโปรแกรม Financial Literacy ที่ประกอบด้วยแพลตฟอร์มตรวจสุขภาพการเงินออนไลน์ที่มีลูกค้าเข้าร่วมวัดระดับหนี้กว่า 96,000 ครั้ง คอร์สให้ความรู้ทางการเงินออนไลน์และบริการให้คำปรึกษาโค้ชปลดหนี้ โดยทั้งหมดนี้ให้บริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย จนกระทั่งล่าสุดกับโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกค้าสามารถตั้งหลักใหม่ได้ เพื่อเดินหน้าช่วยลูกค้าทุกกลุ่มปลดหนี้และสร้างเสถียรภาพทางการเงิน ทีทีบีเชื่อว่าการช่วยลูกค้าต้องเริ่มจากความเข้าใจพฤติกรรมทางการเงินของแต่ละกลุ่ม โดยพบว่าลูกค้าสินเชื่อสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ซึ่งมีปัญหาและความต้องการที่แตกต่างกัน ทีทีบีจึงออกแบบโปรแกรมช่วยเหลือที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรก คือลูกหนี้ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งเริ่มค้างชำระหรือสะสมหนี้จนไม่สามารถชำระได้ตามปกติ ทีทีบี ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยช่วยเหลืออย่างเต็มที่ผ่านโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ ยกเว้นการเก็บดอกเบี้ย พร้อมกับลดค่างวดให้ตลอด 3 ปี เพื่อให้โอกาสลูกค้าที่ต้องการสู้กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าทีทีบีกว่า 21% จากลูกค้าเป้าหมายลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ กลุ่มที่สอง คือลูกหนี้ที่ผ่อนชำระดี ซึ่งให้ความสำคัญกับเครดิตของตนเองและพยายามชำระหนี้ตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งกลุ่มนี้กลับเป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยได้รับความช่วยเหลือและถูกลืม ในปีนี้ทีทีบีจึงต้องการเข้าไปช่วยเหลือดูแลกลุ่มนี้เป็นพิเศษ [...]

2025/3/19 • 由 Homeday
นายสุรศักดิ์ บุณยะชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคพีเอ็ม จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท สเตลล่า เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ STELLA แสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยการไถ่ถอนหุ้นกู้ รุ่น NUSA253A และ NUSA253B รวมมูลค่า 593.4 ล้านบาท ก่อนครบกำหนด ซึ่งหุ้นกู้ทั้งสองรุ่นมีกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 19 มีนาคม 2568 การชำระคืนเงินต้นให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ในครั้งนี้ ดำเนินการผ่านการวางเงินกับ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ซึ่งทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนหุ้นกู้ เพื่อให้กระบวนการไถ่ถอนเป็นไปอย่างถูกต้องและสมบูรณ์ “การชำระคืนก่อนกำหนดในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความมั่นคงทางการเงินและการบริหารจัดการที่เป็นระบบของ STELLA ซึ่งสามารถบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นถึงวินัยทางการเงินและความมุ่งมั่นในการบริหารภาระหนี้อย่างมืออาชีพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว” นายสุรศักดิ์ กล่าว บริษัทหลักทรัพย์ เคพีเอ็ม จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ได้ดำเนินการดูแลและประสานงานกระบวนการไถ่ถอนหุ้นกู้ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใส ภายใต้มาตรฐานวิชาชีพ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ถือหุ้นกู้ได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วน

2025/3/13 • 由 Homeday
การตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดินเป็นขั้นตอนที่สำคัญยิ่งสำหรับผู้สนใจซื้อหรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เอกสารสิทธิ์ที่ถูกต้องและสมบูรณ์จะช่วยป้องกันปัญหาทางกฎหมายและความเสี่ยงทางการเงินในอนาคต ความสำคัญของการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดิน การตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดินมีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากเป็นหลักประกันความมั่นคงในการถือครองทรัพย์สิน เอกสารสิทธิ์ที่ถูกต้องจะช่วยป้องกันปัญหาข้อพิพาทต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการโต้แย้งกรรมสิทธิ์ การติดภาระหนี้สิน หรือข้อจำกัดทางกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์ที่ดิน นอกจากนี้ การตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ยังเป็นการคุ้มครองเงินลงทุนของคุณ เนื่องจากที่ดินถือเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงและมักเป็นการลงทุนระยะยาว การตรวจสอบอย่างรอบคอบจะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าทรัพย์สินที่กำลังจะซื้อนั้นปราศจากข้อพิพาทและมีความถูกต้องตามกฎหมาย ประเภทของเอกสารสิทธิ์ที่ดิน โฉนดที่ดิน (น.ส. 4) โฉนดที่ดินถือเป็นเอกสารสิทธิ์ที่สมบูรณ์ที่สุดและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง เป็นเอกสารที่ออกโดยกรมที่ดินและระบุรายละเอียดต่างๆ ของที่ดิน เช่น ขนาด ตำแหน่ง เจ้าของกรรมสิทธิ์ และข้อมูลสำคัญอื่นๆ การตรวจสอบโฉนดที่ดินควรพิจารณาถึงรายละเอียดต่อไปนี้: ชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ตรงกับผู้ขาย ขนาดและเนื้อที่ของที่ดินถูกต้อง ไม่มีการจดจำนองหรือภาระติดพันอื่นๆ ตำแหน่งและแนวเขตที่ดินชัดเจน น.ส. 3 และ น.ส. 3 ก เป็นเอกสารสิทธิ์ที่ออกให้กับที่ดินที่ครอบครองและทำประโยชน์ แต่ยังไม่ได้รับโฉนดที่ดิน มีความแตกต่างเล็กน้อย: น.ส. 3 เป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส. 3 ก เป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ออกในเขตป่าสงวนหรือเขตอนุรักษ์ ขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดิน การตรวจสอบเบื้องต้น ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร ตรวจสอบลายมือชื่อและตราประทับ ตรวจสอบความสมบูรณ์ของเอกสาร ตรวจสอบวันที่ออกเอกสาร ตรวจสอบประวัติกรรมสิทธิ์ ตรวจสอบการโอนกรรมสิทธิ์ย้อนหลัง ตรวจสอบภาระติดพันต่างๆ [...]

2025/9/4 • 由 Homeday
วันที่ 3 กันยายน 2568 ในงาน OSK Speak Thai Fight “สู้ได้…หรือได้แค่สู้” จัดโดยสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัยฯ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมเวทีเสวนาในหัวข้อ “มุมมองจากหน่วยงานภาครัฐ” โดยชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของธุรกิจ AMC ในฐานะกลไกกลางแก้ไขปัญหาหนี้เสียของประเทศ ดร.รักษ์ กล่าวว่า BAM ทำหน้าที่เป็น “เสาหลัก” ในการบริหารจัดการหนี้เสีย ทั้งในระดับครัวเรือนและภาคธุรกิจ ผ่านการทำงานร่วมมือกับภาคเอกชนและสถาบันการเงิน เพื่อปลดล็อกภาระหนี้ที่กดทับเศรษฐกิจไทย โดยมีบทบาทสำคัญ 3 มิติ ได้แก่: ฟื้นสภาพคล่องสถาบันการเงินด้วยการเข้าซื้อและบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL/NPA) ช่วยให้ธนาคารสามารถกลับมาปล่อยสินเชื่อใหม่ได้เร็วขึ้น ก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ เยียวยาลูกหนี้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ โดย BAM มีมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ ลดดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาการชำระ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้กลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน [...]

2025/6/30 • 由 Homeday
บริษัท สเตลล่า เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ STELLA เดินหน้าบริหารภาระหนี้เชิงรุก ไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนด โดยเฉพาะหุ้นกู้รุ่น WMA256A ที่บริษัทได้ดำเนินการไถ่ถอนบางส่วนก่อนกำหนดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568 และชำระคืนส่วนที่เหลือครบตามกำหนดในวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ชูการบริหารสภาพคล่องแบบเชิงรุก เน้นย้ำความแข็งแกร่งทางสถานะการเงินปัจจุบัน แม้ในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน บริษัทฯ ยังสามารถทำยอดขายจากภาคธุรกิจอสังหาฯ 5 เดือนกว่า 700 ล้านบาท และในส่วนของธุรกิจโรงแรมก็สามารถทำรายได้ตามเป้าหมายอีกด้วย สำหรับในครึ่งหลังของปี 68 บริษัทฯ เตรียมเปิดโครงการใหม่อีก 3 โครงการ ทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม ซึ่งเป็นไปตามการวางแผนพัฒนาโครงการให้มีโครงการเสร็จใหม่อย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ ควบคู่กับการเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้ตามแผนงานและการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ นายประจักษ์ แจ้งแสงทอง ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานบัญชีและการเงิน STELLA เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2567 จนถึงเดือนมิถุนายน 2568 บริษัทฯ ได้ทำการไถ่ถอนหุ้นกู้ในกลุ่มบริษัทอย่างต่อเนื่องรวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 2,858 ล้านบาท สะท้อนถึงวินัยทางการเงินที่ดี [...]

2025/9/11 • 由 Homeday
วันที่ 3 กันยายน 2568 ในงาน OSK Speak Thai Fight “สู้ได้…หรือได้แค่สู้” จัดโดยสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัยฯ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมเวทีเสวนาในหัวข้อ “มุมมองจากหน่วยงานภาครัฐ” โดยชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของธุรกิจ AMC ในฐานะกลไกกลางแก้ไขปัญหาหนี้เสียของประเทศ ดร.รักษ์ กล่าวว่า BAM ทำหน้าที่เป็น “เสาหลัก” ในการบริหารจัดการหนี้เสีย ทั้งในระดับครัวเรือนและภาคธุรกิจ ผ่านการทำงานร่วมมือกับภาคเอกชนและสถาบันการเงิน เพื่อปลดล็อกภาระหนี้ที่กดทับเศรษฐกิจไทย โดยมีบทบาทสำคัญ 3 มิติ ได้แก่: ฟื้นสภาพคล่องสถาบันการเงินด้วยการเข้าซื้อและบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL/NPA) ช่วยให้ธนาคารสามารถกลับมาปล่อยสินเชื่อใหม่ได้เร็วขึ้น ก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ เยียวยาลูกหนี้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ โดย BAM มีมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ ลดดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาการชำระ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้กลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน [...]

2025/4/21 • 由 Homeday
การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนจำนวนมาก ทว่าคำถามที่หลายคนสงสัยคือ “เงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะผ่อนบ้านได้?” เพราะการซื้อบ้านเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะด้านการเงิน บทความนี้จะแนะนำวิธีคำนวณความสามารถในการผ่อนบ้าน ปัจจัยที่ธนาคารใช้พิจารณาสินเชื่อ รวมถึงการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนยื่นกู้ เพื่อให้คุณบริหารค่าใช้จ่ายและได้ที่อยู่อาศัยในฝันอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจัยที่ธนาคารใช้พิจารณาในการให้สินเชื่อบ้าน ก่อนจะเข้าใจว่าเงินเดือนเท่าไหร่จึงเหมาะกับการผ่อนบ้าน ควรทำความเข้าใจปัจจัยที่ธนาคารใช้ประเมินความสามารถในการกู้ของคุณก่อน การให้สินเชื่อบ้านของธนาคารไม่ได้พิจารณาเพียงแค่รายได้เท่านั้น แต่มีหลายปัจจัยประกอบกัน ดังนี้ รายรับของผู้กู้ รายรับเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรกที่ธนาคารพิจารณา โดยทั่วไปธนาคารจะกำหนดอัตราผ่อนรายเดือนไว้ที่ประมาณ 40% ของรายรับในแต่ละเดือน ตัวอย่างเช่น หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน คุณจะสามารถผ่อนได้สูงสุดประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน สำหรับรายรับที่ธนาคารนำมาคำนวณนั้นรวมถึงเงินเดือนประจำ รายได้พิเศษที่สม่ำเสมอ และโบนัสประจำปี แต่สำหรับรายได้ที่ไม่แน่นอน ธนาคารอาจคิดเป็นเพียงบางส่วนหรือพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ รายจ่ายและภาระหนี้สินที่มีอยู่ ธนาคารจะตรวจสอบรายจ่ายและหนี้สินทั้งหมดของคุณ เพื่อประเมินว่าหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว คุณจะมีเงินเหลือพอสำหรับการผ่อนบ้านหรือไม่ โดยทั่วไป หลักการคิดจะเป็นดังนี้: เงินเดือน – หนี้สินปัจจุบัน = เงินคงเหลือจากนั้นในเงินคงเหลือ จะประเมินว่า 40% ของจำนวนนี้คือความสามารถในการผ่อนสูงสุด ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นพนักงานใหม่ มีเงินเดือน 20,000 บาท และมีหนี้สินอยู่ 5,000 บาทต่อเดือน เงินคงเหลือของคุณคือ [...]

2025/4/24 • 由 Homeday
การเป็นฟรีแลนซ์ให้อิสระในการทำงานและการใช้ชีวิต แต่เมื่อถึงเวลาต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง หลายคนกลับกังวลว่าการไม่มีรายได้ประจำแน่นอนจะเป็นอุปสรรคในการกู้ซื้อบ้าน ความจริงแล้ว อาชีพอิสระสามารถกู้บ้านได้ แต่ต้องเตรียมตัวและวางแผนให้รอบคอบมากกว่าพนักงานประจำทั่วไป บทความนี้จะแนะนำเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้คนทำอาชีพอิสระกู้ซื้อบ้านได้ง่ายขึ้นในปี 2025 เหตุใดคนส่วนใหญ่ถึงถูกปฏิเสธการกู้บ้าน? การที่ธนาคารปฏิเสธการยื่นกู้บ้านไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล มีปัจจัยหลายประการที่ทำให้ผู้กู้ไม่ผ่านการพิจารณา เช่น รายได้ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับราคาบ้าน มีภาระหนี้สินเดิมสูงเกินไป ประวัติทางการเงินไม่ดี เอกสารไม่ครบถ้วน หรือเลือกธนาคารที่ไม่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของตนเอง นอกจากนี้ อีกสาเหตุสำคัญคือการขาดการวางแผนทางการเงินที่ดี ทำให้ไม่มีเงินดาวน์เพียงพอ โดยทั่วไปธนาคารจะให้สินเชื่อประมาณ 80-90% ของราคาบ้าน ดังนั้นผู้กู้จะต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 10-20% ของราคาบ้าน ซึ่งหลายคนมักมองข้ามจุดนี้ เอกสารสำคัญที่ฟรีแลนซ์ต้องเตรียมให้พร้อม การเตรียมเอกสารที่ครบถ้วนและถูกต้องเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้อาชีพอิสระมีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อบ้านมากขึ้น เอกสารสำคัญที่ควรเตรียมให้พร้อม ได้แก่: เอกสารพื้นฐาน สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้กู้ เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ทะเบียนสมรส หรือใบหย่า (ถ้ามี) เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินที่จะซื้อ เช่น สัญญาจอง หรือสำเนาโฉนดที่ดิน เอกสารทางการเงิน สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากหรือรายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 6-12 เดือน หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน [...]
