
2025/3/24 • 由 Homeday
นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกล่าวแสดงความยินดี ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการภาคีร่วมใจส่งรักส่งนมจากอกแม่สู่ลูก” เพื่อแสดงจุดยืนในการส่งเสริมให้เด็กได้รับนมแม่อย่างเต็มที่ เผยผลสำรวจพบว่ามีเด็กแรกเกิดเพียงร้อยละ 29.4 ได้กินนมแม่ภายใน 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด และมีเพียงร้อยละ 28.6 ที่ได้กินนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต หนุนส่งรักส่งนมจากอกแม่สู่ลูก ตั้งเป้าเพิ่มขึ้น ร้อยละ 50 นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายในการส่งเสริมให้เด็กทุกคนได้กินนมแม่อย่างเต็มที่ ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกคือ ทารกแรกเกิดได้กินนมแม่ตั้งแต่ 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด และกินนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต รวมทั้ง กินนมแม่ต่อเนื่อง ควบคู่อาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ปี หรือนานกว่านั้น เพราะนมแม่เป็นอาหารที่ดีมีสารอาหารมากกว่า 200 ชนิดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กทุกช่วงวัย เปรียบเสมือนวัคซีนป้องกันโรคตั้งแต่หยดแรก เพราะในน้ำนมแม่มีภูมิคุ้มกันโรคที่ไม่สามารถหาได้จากอาหารอื่นและช่วยลดภาวะทุพโภชนาการของเด็ก อีกทั้งเป็นการถักทอสายใยความผูกพันจากแม่สู่ลูก ส่งผลดีต่อพัฒนาการทางกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม โครงการนี้นับเป็นหนึ่งโครงการสำคัญที่มีส่วนช่วยให้เด็กไทยไม่เสียโอกาสในการกินนมแม่และผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนอย่างน้อยร้อยละ 50 ได้สำเร็จ ด้าน [...]

2025/3/5 • 由 Homeday
อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส (International SOS) ได้เผยแพร่รายงานประเมินแนวโน้มความเสี่ยง ประจำปี 2568 (2025 Risk Outlook report [1]) เพื่อนำเสนอข้อมูลสำคัญเชิงลึกที่เกี่ยวกับความท้าทายในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้กับองค์กรและบุคลากร พร้อมกับคาดการณ์ความเสี่ยงในปีนี้ ผลการวิจัยพบว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับความแตกแยก โดย 65% ของผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านความเสี่ยงที่ร่วมตอบแบบสำรวจมองว่า ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นในปีที่ผ่านมา ในขณะที่ 69% คาดว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจและ/หรือบุคลากรในปีนี้ นอกจากนี้ 75% ของผู้มีอำนาจตัดสินใจมองว่าความวุ่นวายทางสังคมและการเมืองเป็นความเสี่ยงระดับสูง ขณะที่ 78% เชื่อว่าภาวะหมดไฟและความเครียดจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจและ/หรือบุคลากรในปีนี้ แม้ว่าวิกฤตการณ์จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวนาน แต่ผลการวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ความเสี่ยงที่สำคัญที่สุด เช่น สถานการณ์ความขัดแย้ง ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการประท้วง กลับเป็นเรื่องที่ผู้ตอบแบบสำรวจเตรียมพร้อมรับมือน้อยที่สุด แซลลี ลูเวลลิน ผู้อำนวยการฝ่ายความมั่นคงปลอดภัยระดับโลกของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส อธิบายว่า “ความเสี่ยงในปัจจุบันมีความเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน ทำให้ปัญหาต่าง ๆ ลุกลามอย่างรวดเร็วและไม่สามารถคาดเดาได้ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงักและก่อให้เกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ ขณะที่ข้อมูลเท็จและข้อมูลบิดเบือนสร้างความสับสนมากยิ่งขึ้นและบ่อนทำลายความไว้วางใจทั้งภายในองค์กรและระหว่างประเทศ ความซับซ้อนเหล่านี้เรียกร้องให้องค์กรต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการรับมือกับปัญหาเป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า โดยใช้ข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลข่าวกรองและความร่วมมือจากทุกฝ่าย แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย แต่องค์กรที่ใช้วิธีการที่เป็นระบบในการทำความเข้าใจและบรรเทาความเสี่ยงที่ซับซ้อนเหล่านี้ ไม่เพียงแต่ปกป้องบุคลากรและการดำเนินงาน แต่ยังสามารถเสริมสร้างความยืดหยุ่นในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนได้อีกด้วย” ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์: [...]