
2024/11/9 • 由 Homeday
บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) สร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกล มอบเงินสนับสนุนจำนวน 500,000 บาท สร้างอาคารเรียนเด็กเล็ก โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสุนทรเวช อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ตามแนวทางของ “มูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์” โดยกิจกรรมนี้อยู่ภายใต้โครงการ “โรงเรียน

2026/3/24 • 由 Homeday
กรุงเทพฯ 24 มีนาคม 2569 – กลุ่มดุสิตธานี เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว ด้วยการประกาศเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสภาการท่องเที่ยวยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council: GSTC) นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ พร้อมยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวยั่งยืนในทุกมิติ พร้อมขยายแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนสู่ธุรกิจโรงแรมในเครือทั่วโลก นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบัน ความยั่งยืนมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ขณะที่กลุ่มดุสิตธานีให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ การพัฒนา และการทำงานร่วมกับองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญและได้รับการยอมรับในระดับสากล การเข้าร่วมเป็นสมาชิกสภาการท่องเที่ยวยั่งยืนโลก หรือ GSTC ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญของกลุ่มดุสิตธานีในเส้นทางการขยายธุรกิจสู่ระดับนานาชาติ ภายใต้โครงการ Tree of Life ที่มุ่งมั่นสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาวให้กับจุดหมายปลายทางและชุมชนที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ GSTC เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรระดับโลกที่รวมความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมและพัฒนาแนวปฏิบัติด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน การเป็นสมาชิกในครั้งนี้ทำให้กลุ่มดุสิตธานีร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การทำงานร่วมกัน และการผลักดันการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบในอุตสาหกรรม กลุ่มดุสิตธานี ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2492 และเติบโตเป็นบริษัทด้านบริการต้อนรับแบบครบวงจร ครอบคลุมธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท การศึกษาอาหารและการโรงแรม ธุรกิจอาหาร อสังหาริมทรัพย์ และบริการที่เกี่ยวข้อง [...]

2025/12/12 • 由 Homeday
ปทุมธานี 12 ธันวาคม 2568 – บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แม็คโคร-โลตัส นำผู้บริหาร และพนักงาน พร้อมด้วย คุณ จอง วุง มูน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล็อก แอนด์ ล็อก (ประเทศไทย) จำกัด และ คุณกนกวรรณ การุญ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต1 จัดกิจกรรม “โรงเรียนไร้ขยะ มอบกระบอกน้ำรักษ์โลก ลดการใช้ขวดพลาสติก” เพื่อสร้างนิสัยลดใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง และปลูกฝังเยาวชนให้เห็นความสำคัญของการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยนำร่องมอบกระบอกน้ำรักษ์โลก LocknLock (Tumble Eco Friendly) ให้เด็กนักเรียนที่ โรงเรียนวัดบ้านพร้าวใน จังหวัดปทุมธานี สำหรับกิจกรรม “โรงเรียนไร้ขยะ มอบกระบอกน้ำรักษ์โลก ลดการใช้ขวดพลาสติก” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste” [...]

2025/6/20 • 由 Homeday
ในยุคที่คนส่วนใหญ่อาศัยในพื้นที่จำกัดอย่างคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ การมีพื้นที่สีเขียวในบ้านกลายเป็นความท้าทาย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ต้นไม้ไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงามให้กับที่พักอาศัย แต่ยังมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพกายและใจ บทความนี้จะแนะนำต้นไม้ที่เหมาะสำหรับพื้นที่จำกัด วิธีการดูแล และประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการปลูกต้นไม้ในบ้าน ทำไมควรมีต้นไม้ในคอนโดหรือพื้นที่เล็กๆ? การปลูกต้นไม้ในที่พักอาศัยไม่ได้เป็นเพียงแค่การตกแต่งบ้านให้สวยงามเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์อีกมากมายที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ ต้นไม้หลายชนิดมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษและมลพิษในอากาศ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน และไตรคลอโรเอทธิลีน ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในเฟอร์นิเจอร์ พรม และสีทาบ้าน การศึกษาของ NASA พบว่าต้นไม้บางชนิดสามารถกำจัดสารพิษในอากาศได้ถึง 87% ภายใน 24 ชั่วโมง ลดความเครียดและเพิ่มความสุข การมีต้นไม้ในบ้านช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล และความดันโลหิต การศึกษาพบว่าการดูแลต้นไม้ช่วยเพิ่มความสุขและลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและซึมเศร้าได้ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน หากคุณทำงานที่บ้าน การมีต้นไม้รอบตัวจะช่วยเพิ่มสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงานได้ถึง 15% ต้นไม้ช่วยปรับความชื้นในอากาศและสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ทำให้คุณทำงานได้ดีขึ้น ปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ ต้นไม้บางชนิด เช่น ลิ้นมังกร (Snake Plant) ปล่อยออกซิเจนในเวลากลางคืน ช่วยให้คุณหลับสบายและมีคุณภาพการนอนที่ดีขึ้น การวางต้นไม้ในห้องนอนจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับ 10 ต้นไม้ที่เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่จำกัด เมื่อพื้นที่มีจำกัด การเลือกต้นไม้ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ นี่คือ 10 ต้นไม้ที่เหมาะสำหรับปลูกในคอนโดหรือพื้นที่เล็ก ๆ: [...]

2025/6/11 • 由 Homeday
ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แท็บเล็ตได้กลายเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน หรือแม้แต่ความบันเทิง แท็บเล็ตสมัยใหม่มาพร้อมฟีเจอร์ที่หลากหลายและประสิทธิภาพที่แข็งแกร่ง ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากมายในการเลือกซื้อ อย่างไรก็ตาม การเลือกแท็บเล็ตที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากแต่ละรุ่นมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน บางรุ่นเหมาะสำหรับการเล่นเกม บางรุ่นเหมาะสำหรับการทำงาน และบางรุ่นเหมาะสำหรับการบริโภคเนื้อหาสื่อต่างๆ การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด โดยไม่ต้องเสียเงินไปกับฟีเจอร์ที่ไม่จำเป็น หรือได้สินค้าที่ไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง #แท็บเล็ต #tablet2025 #แท็บเล็ตคุ้มค่า #รีวิวแท็บเล็ต #แท็บเล็ตราคาถูก #แท็บเล็ตใส่ซิม #แท็บเล็ตเล่นเกม #แท็บเล็ตทำงาน #Android #shopzy

2022/12/29 • 由 Homeday
แสนสิริ และ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ประมวลความสำเร็จปีแรกของโครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ มอบความช่วยเหลือเด็กจังหวัดร

2025/6/24 • 由 Homeday
ในยุคที่ปัญหาประชากรล้นเมืองและความกังวลเรื่องความปลอดภัยของอาหารเพิ่มขึ้น การปลูกผักไว้รับประทานเองกลายเป็นแนวทางที่ได้รับความสนใจอย่างมาก การปลูกผักในบ้านไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังมีประโยชน์มากมายที่หลายคนอาจไม่เคยคิดถึง ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจเหตุผลสำคัญที่ทำให้การปลูกผักที่บ้านเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม คุณค่าทางโภชนาการที่เหนือกว่าจากผักสดใหม่ การปลูกผักไว้รับประทานเองช่วยให้เราได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่สูงกว่าผักที่ซื้อจากตลาด ผักจะเริ่มสูญเสียวิตามินและเกลือแร่ทันทีที่ถูกเก็บเกี่ยวออกจากต้น และจะสูญเสียเพิ่มเติมระหว่างกระบวนการขนส่งและการเก็บรักษา การวิจัยพบว่าผักที่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งระยะไกลและการแช่เย็นจะสูญเสียคุณค่าทางอาหารอย่างมีนัยสำคัญ ผักที่เก็บสดใหม่จากสวนของเราเองจะมีไมโครนิวเทรียนท์หรือสารอาหารรองอย่างวิตามินและเกลือแร่ในปริมาณที่สูงกว่า นอกจากนี้ยังมีพฤษเคมีหรือไฟโตนิวเทรียนท์ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็งบางชนิด องค์การอนามัยโลกยังแนะนำให้บริโภคผักผลไม้อย่างน้อย 400 กรัมต่อวันเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคเหล่านี้ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและโลกร้อน การปลูกผักที่บ้านมีส่วนสำคัญในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ผักที่วางจำหน่ายในตลาดส่วนใหญ่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งระยะไกล ซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้เชื้อเฟื้อและพลังงานในการขนส่ง การศึกษาวิจัยพบว่าการขนส่งผักผลไม้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ การปลูกผักที่บ้านช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น ลดความต้องการพลังงานในการแช่แข็งและเก็บรักษา และที่สำคัญคือลด “ฟู้ดไมลส์” หया ระยะทางที่อาหารต้องเดินทางจากแหล่งผลิตถึงผู้บริโภค การปลูกพืชในพื้นที่เมืองยังช่วยสร้างพื้นที่สีเขียว ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และปลดปล่อยออกซิเจน นอกจากนี้ยังช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง ความปลอดภัยจากสารเคมีและยาฆ่าแมลง หนึ่งในความกังวลหลักของผู้บริโภคคือการปนเปื้อนของสารเคมีในผัก การศึกษาพบว่าผักหลายชนิดที่จำหน่ายในตลาดมีสารเคมีตกค้างในปริมาณที่น่าเป็นห่วง ผักที่พบสารเคมีตกค้างสูงที่สุด ได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน มะเขือ และผักชี การได้รับสารเคมีเหล่านี้ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง [...]

2026/1/6 • 由 Homeday
กรุงเทพฯ – มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง (Huazhong University of Science and Technology หรือ HUST) เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางการศึกษาระหว่างจีนและไทย ด้วยการจัดนิทรรศการภาพถ่ายสุดพิเศษ “Sino-Thai Youth Photography Exhibition” หรือ “นิทรรศการภาพถ่ายเยาวชนจีน – ไทย” เพื่อต่อยอดความสำเร็จของความร่วมมือและเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย ภายในงานจะนำเสนอผลงานภาพถ่ายสุดพิเศษด้วยกล้องสมาร์ทโฟน VIVO จากมุมมองของนักศึกษาไทยที่เข้าร่วมโครงการ ODOS Summer Camp หรือ โครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ “ค่ายแห่งโอกาสภาคฤดูร้อนในระดับนานาชาติ” ซึ่งบันทึกประสบการณ์การเรียนรู้ตลอด 6 สัปดาห์ ณ มหาวิทยาลัย HUST โดยจัดแสดงระหว่างวันที่ 9-18 มกราคม 2025 ที่ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น 7 ไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร ศาสตราจารย์ ดร.จาง ย่งฮุย รองอธิการบดีฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง [...]

2025/4/1 • 由 Homeday
การลงทุนในที่ดินแปลงใหญ่เพื่อการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์นับเป็นการลงทุนที่ต้องใช้เงินทุนสูง แต่หากประเมินศักยภาพได้อย่างถูกต้องก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาว บทความนี้จะแนะนำวิธีการประเมินศักยภาพที่ดินแปลงใหญ่อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้อ่านมีความเข้าใจพื้นฐานในการพิจารณาปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อมูลค่าและความคุ้มค่าในการพัฒนาที่ดิน การวิเคราะห์ทำเลและศักยภาพพื้นที่โดยรอบ ทำเลที่ตั้งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การวิเคราะห์ทำเลอย่างละเอียดจะช่วยให้มองเห็นศักยภาพของที่ดินได้ชัดเจนขึ้น เริ่มต้นจากการพิจารณาลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ เช่น สภาพภูมิประเทศ ระดับความสูงของพื้นที่ การระบายน้ำ และความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อการพัฒนาในอนาคต การเข้าถึงพื้นที่เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา โดยประเมินจากโครงข่ายการคมนาคมทั้งในปัจจุบันและแผนพัฒนาในอนาคต ทั้งถนนสายหลัก ถนนสายรอง ระบบขนส่งมวลชน รถไฟฟ้า หรือทางด่วน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าที่ดินและความสนใจของผู้ซื้อในอนาคต นอกจากนี้ ยังต้องวิเคราะห์สิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานศึกษา และแหล่งทำงาน รวมถึงแนวโน้มการขยายตัวของเมืองและการลงทุนจากภาครัฐและเอกชนในพื้นที่นั้นๆ โดยอาจพิจารณาจากแผนพัฒนาเมือง โครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค หรือโครงการขนาดใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ข้อมูลทางประชากรศาสตร์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน การศึกษาลักษณะประชากรในพื้นที่ รายได้เฉลี่ย อัตราการเติบโตของประชากร และความต้องการที่อยู่อาศัย จะช่วยให้เข้าใจกลุ่มเป้าหมายและความต้องการของตลาดได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การวางแผนพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างแท้จริง อีกประเด็นที่มองข้ามไม่ได้คือ การประเมินศักยภาพในอนาคต นอกจากมูลค่าปัจจุบันแล้ว ควรคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงในอนาคต 5-10 ปีข้างหน้า เพราะโครงการพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่มักใช้เวลานานในการดำเนินการ ดังนั้นการมองภาพอนาคตจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การลงทุนประสบความสำเร็จในระยะยาว การศึกษาข้อกำหนดทางกฎหมายและการวางผังโครงการ กฎหมายและข้อบังคับด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน ก่อนเริ่มพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่ จำเป็นต้องศึกษาข้อกำหนดทางกฎหมายอย่างละเอียด เริ่มจากการตรวจสอบผังเมืองและข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งจะกำหนดประเภทและลักษณะของโครงการที่สามารถพัฒนาได้ เช่น [...]

2025/4/1 • 由 Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การลงทุนที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่มองหาโอกาสในการขยายการลงทุนไปยังตลาดใหม่ๆ ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความซับซ้อนและมีปัจจัยหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุน การประเมินมูลค่าและแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ การวิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณา ปัจจัยทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจเป็นตัวชี้วัดหลักในการประเมินตลาดอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนต้องวิเคราะห์: อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ นโยบายการเงินและการคลัง การศึกษาดัชนีเศรษฐกิจช่วยให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์แนวโน้มราคาอสังหาริมทรัพย์และโอกาสในการสร้างผลตอบแทน นักลงทุนควรติดตามรายงานทางเศรษฐกิจอย่างสม่ำเสมอเพื่อประเมินสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต กฎระเบียบและข้อบังคับการลงทุน นักลงทุนต่างชาติต้องทำความเข้าใจกฎระเบียบเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญ: ข้อจำกัดการถือครองกรรมสิทธิ์ ภาษีที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนทางกฎหมาย การทำความเข้าใจกฎระเบียบอย่างละเอียดช่วยป้องกันความเสี่ยงและลดโอกาสการเกิดปัญหาทางกฎหมายในอนาคต การวิเคราะห์ทำเลและความต้องการ ทำเลที่ตั้งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนควรพิจารณา: แนวโน้มการพัฒนาพื้นที่ ระบบสาธารณูปโภค ความต้องการในตลาดเช่าและซื้อขาย การวิเคราะห์อย่างรอบด้านช่วยให้นักลงทุนสามารถเลือกทำเลที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนสูงสุด กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสม การกระจายการลงทุน นักลงทุนต่างชาติควรพิจารณากระจายการลงทุนในประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่หลากหลาย เช่น: อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน การกระจายการลงทุนช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่มีเสถียรภาพ สรุป การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์สำหรับนักลงทุนต่างชาติต้องอาศัยการวิเคราะห์อย่างรอบคอบและเข้าใจบริบทของตลาด การติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง การประเมินความเสี่ยง และการวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมจะช่วยสร้างโอกาสในการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ #สาระ #อสังหาริมทรัพย์ #Mehome #มีบ้านต้องมีโฮม #การลงทุน #นักลงทุนต่างชาติ #real estate #investment

2025/4/29 • 由 Homeday
การติดตั้งฉนวนกันความร้อนเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลดอุณหภูมิภายในบ้านและประหยัดค่าไฟฟ้าในระยะยาว โดยฉนวนกันความร้อนสามารถลดอุณหภูมิภายในบ้านได้ 3-5 องศาเซลเซียส ช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง ส่งผลให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 30% ขึ้นอยู่กับประเภทและคุณภาพของฉนวนที่เลือกใช้ ฉนวนกันความร้อนคืออะไร? ทำงานอย่างไร? ฉนวนกันความร้อนเป็นวัสดุที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการถ่ายเทความร้อนจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง โดยทำหน้าที่ชะลอการเคลื่อนที่ของความร้อนที่เข้ามาจากภายนอกสู่ภายในบ้าน ภายในโครงสร้างของฉนวนมีฟองอากาศจำนวนมากที่ทำหน้าที่กักความร้อนไว้ไม่ให้ผ่านเข้ามาได้ง่าย หลักการทำงานเบื้องต้นของฉนวนคือการลดการถ่ายเทความร้อนที่เกิดขึ้นได้ 3 ทาง ได้แก่ การนำความร้อนโดยตรง การพาความร้อนผ่านการไหลเวียนของอากาศ และการแผ่รังสีความร้อน ทำให้อุณหภูมิภายในบ้านเย็นลงโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศมากเกินไป ทำไมฉนวนกันความร้อนจึงสำคัญต่อการประหยัดพลังงาน? เมื่อความร้อนเข้าสู่อาคารมากๆ เครื่องปรับอากาศจะต้องทำงานหนักเพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่ ซึ่งส่งผลให้ใช้พลังงานไฟฟ้าสูงขึ้น การติดตั้งฉนวนกันความร้อนจะช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศได้อย่างมาก จากการศึกษาพบว่า เครื่องปรับอากาศทำหน้าที่ดึงความร้อนจากคนที่อยู่ในห้องเพียงประมาณ 10% เท่านั้น แต่ต้องดึงความร้อนที่ถ่ายเทเข้ามาจากผนัง ฝ้าเพดาน หน้าต่าง และรอยรั่วของประตูหน้าต่างถึง 80-90% ดังนั้น หากสามารถลดความร้อนที่ผนังและฝ้าเพดานซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของบ้าน จะช่วยลดขนาดของเครื่องปรับอากาศและประหยัดค่าไฟฟ้าได้มาก ฉนวนกันความร้อนช่วยลดค่าไฟได้มากแค่ไหน? การติดตั้งฉนวนกันความร้อนที่มีประสิทธิภาพสามารถลดอุณหภูมิภายในบ้านได้ 3-5 องศาเซลเซียส ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศ จากงานวิจัยพบว่า บ้านที่ติดตั้งฉนวนกันความร้อนสามารถลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศได้ถึง 24% ในปีแรก และ 36% ในปีที่สอง นอกจากนี้ การศึกษาเกี่ยวกับการปรับปรุงเปลือกอาคารบ้านเพื่อการประหยัดพลังงานพบว่า พลังงานไฟฟ้าที่ลดลงจากการปรับปรุงบ้านด้วยฉนวนกันความร้อนมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 30 โดยการเลือกใช้กระจกที่มีประสิทธิภาพสูงร่วมกับการติดตั้งฉนวนที่ผนังและฝ้าเพดานจะช่วยประหยัดพลังงานได้มากที่สุด [...]

2026/1/7 • 由 Homeday
“ความเสมอภาคทางการศึกษา” นับเป็นแนวคิดสำคัญ ต่อการส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าของชาติ ผ่านการพัฒนาทุนมนุษย์ในวัยเยาว์ ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ กลายเป็นที่มาของ โครงการ “Zero Dropout : เด็กทุกคนต้องได้เรียน” ของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แนวหน้าของไทย ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความเสมอภาคในทุกมิติ โครงการ Zero Dropout ภายใต้ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี (2565 – 2568) นำร่องในจังหวัดราชบุรี ขับเคลื่อนร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นับเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จ สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยิ่งใหญ่ ทั้งในระดับจังหวัด และในระดับประเทศ ความสำเร็จในระดับจังหวัด ตลอดช่วง 3 ปี สามารถช่วยเหลือ เด็กและเยาวชนในและนอกระบบการศึกษาแล้วรวมกว่า 13,500 คน ช่วงปฐมวัย –24 ปี ผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ, ทุนรอยต่อ ป.6/ม.3, อาสาสมัคร [...]