加载中...
加载中...

2025/3/13 • 由 Homeday
แมวเป็นสัตว์ที่มีความซับซ้อนทางอารมณ์และพฤติกรรม การไม่ชอบคนแปลกหน้าเป็นคุณลักษณะตามธรรมชาติที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษป่า แมวป่าต้องระมัดระวังภัยจากสิ่งแวดล้อมเพื่อความอยู่รอด และพฤติกรรมนี้ยังคงปรากฏในแมวบ้านในปัจจุบัน รูปแบบพฤติกรรมการป้องกันตัว แมวมีระบบประสาทที่ไวต่อการรับรู้ การตรวจจับผู้คนที่ไม่คุ้นเคยเป็นกลไกป้องกันตัวตามธรรมชาติ พวกมันจะประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ เพื่อตัดสินใจว่าบุคคลนั้นเป็นภัยหรือไม่ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความไม่ชอบคนแปลกหน้า 1. ประสบการณ์ในวัยเยาว์ ช่วงอายุ 2-7 สัปดาห์เป็นระยะวิกฤตในการสังคมสงเคราะห์ของแมว หากแมวไม่ได้รับการสัมผัสกับผู้คนหลากหลายในช่วงนี้ จะทำให้มีแนวโน้มหลีกเลี่ยงคนแปลกหน้าในภายหลัง 2. พันธุกรรมและนิสัยส่วนตัว บางสายพันธุ์มีแนวโน้มเป็นมิตรน้อยกว่า เช่น Russian Blue หรือ Scottish Fold มักมีนิสัยเก็บตัว ในขณะที่บางสายพันธุ์เช่น Siamese มีแนวโน้มชอบสังคมมากกว่า 3. สภาพแวดล้อมและการฝึกอบรม สภาพบ้านที่ไม่มั่นคง การถูกทอดทิ้ง หรือประสบการณ์ไม่ดีในอดีต ล้วนส่งผลต่อพฤติกรรมการหลีกเลี่ยงคนแปลกหน้า สัญญาณที่แมวไม่ชอบคนแปลกหน้า พฤติกรรมการหลบหนี ถอยห่างหรือวิ่งหนีเมื่อมีคนแปลกหน้า ซ่อนตัวในที่กำบัง เช่น ใต้เตียง หรือหลังเฟอร์นิเจอร์ สัญญาณทางร่างกาย หูตั้งขึ้นและหันไปทางผู้มาใหม่ หางตั้งขึ้นหรือแอ่นตัวเล็กน้อย ขนลุกหรือขยายตัวเพื่อดูใหญ่ขึ้น อาการทางอารมณ์ ขบเขี้ยวหรือส่งเสียงคำราม การสั่นหรือสั่นสะท้าน การหายใจถี่หรือเร็วผิดปกติ วิธีจัดการกับแมวที่ไม่ชอบคนแปลกหน้า การสร้างความคุ้นเคย ให้เวลาแมวในการปรับตัว ไม่บังคับให้สัมผัส [...]

2025/4/10 • 由 Homeday
ข้อพิจารณาด้านคุณภาพชีวิตกับระยะห่างจากสนามบิน การอยู่อาศัยใกล้สนามบินนำมาซึ่งประเด็นคุณภาพชีวิตหลายประการที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบโดยตรงคือมลภาวะทางเสียง เครื่องบินขึ้น-ลงสร้างเสียงรบกวนที่มีระดับความดังสูงถึง 80-100 เดซิเบล โดยเฉพาะบริเวณที่อยู่ใต้เส้นทางการบิน เสียงที่ดังเกิน 70 เดซิเบลอย่างต่อเนื่องสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทั้งความเครียด นอนไม่หลับ และปัญหาการได้ยินในระยะยาว นอกจากมลภาวะทางเสียง คุณภาพอากาศก็เป็นอีกประเด็นสำคัญ สนามบินปล่อยมลพิษจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงอากาศยาน รวมถึงฝุ่นละอองจากการจราจรหนาแน่นบริเวณโดยรอบ การศึกษาพบว่าผู้อยู่อาศัยในรัศมี 5 กิโลเมตรจากสนามบินขนาดใหญ่มีความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจสูงกว่าพื้นที่อื่น แต่ในทางกลับกัน การอยู่ห่างจากสนามบินมากเกินไปก็มีผลต่อความสะดวกสบายในการเดินทาง ผู้ที่ต้องเดินทางบ่อยอาจต้องเผื่อเวลาเดินทางไปสนามบินมากขึ้น เสี่ยงต่อการพลาดเที่ยวบินในช่วงการจราจรหนาแน่น และมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่สูงขึ้น การพิจารณาสมดุลระหว่างระยะห่างที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญด้านที่อยู่อาศัยแนะนำว่า ระยะห่างประมาณ 10-15 กิโลเมตรจากสนามบินเป็นจุดที่สมดุลระหว่างการได้รับผลกระทบจากมลภาวะและความสะดวกในการเข้าถึง โดยผู้ซื้อควรสำรวจพื้นที่ในช่วงเวลาต่างๆ เพื่อประเมินระดับเสียงและมลภาวะที่แท้จริงก่อนตัดสินใจ ผลกระทบด้านมูลค่าอสังหาริมทรัพย์และการลงทุน การอยู่ใกล้หรือไกลสนามบินส่งผลโดยตรงต่อราคาและศักยภาพการเติบโตของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ โดยทั่วไป บ้านที่อยู่ในรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตรจากสนามบินมักมีราคาต่ำกว่าพื้นที่ใกล้เคียงที่มีลักษณะคล้ายกันแต่อยู่ห่างจากสนามบินมากกว่า ความแตกต่างด้านราคานี้อาจสูงถึง 15-20% ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของผลกระทบด้านเสียงและมลภาวะ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าอสังหาริมทรัพย์ใกล้สนามบินจะไม่เป็นการลงทุนที่ดี เนื่องจากมีปัจจัยอื่นที่ต้องพิจารณาประกอบ เช่น แผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต การเติบโตของพื้นที่พาณิชยกรรมโดยรอบ และมาตรการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของสนามบิน ในมุมของการลงทุน พื้นที่ในรัศมี 5-10 กิโลเมตรจากสนามบินที่ไม่อยู่ใต้เส้นทางการบินโดยตรง มักมีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยเฉพาะหากมีการวางแผนพัฒนาระบบขนส่งมวลชนเชื่อมต่อกับสนามบิน ทำให้เกิดย่านธุรกิจและที่อยู่อาศัยใหม่ [...]

2026/2/18 • 由 Homeday
เจาะลึกยอดสั่งสร้างบ้าน สมาชิกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านทั่วประเทศปี 2568 และคาดการณ์ปี 2569 ตลาดธุรกิจรับสร้างบ้าน Real Demand ยังแข็งแกร่ง บ้านต่ำกว่า 5 ล้านบาท เติบโต 16% สวนทางตลาดบ้านหรูหดตัว 35% แจงผลงานจัดตั้ง ‘คณะอนุกรรมการชั่วคราวภาคอีสานและภาคใต้’ สำเร็จแล้ว เร่งเดินหน้าจัดงานมหกรรมรับสร้างบ้าน กระตุ้นกำลังซื้อท้องถิ่นภายในปีนี้ มั่นใจตอกย้ำความเชื่อมั่นผู้บริโภค สร้างบ้านดีไม่ทิ้งงาน เตรียมชง ‘ครม.ชุดใหม่’ ดันมาตรการลดหย่อนภาษีสร้างบ้าน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ฟื้นกำลังซื้ออย่างเป็นรูปธรรม เผยสร้างบ้านวันนี้คุ้มสุด ‘โอกาสทองของผู้บริโภค’ สร้างบ้านราคาเดิม ก่อนต้นทุนขยับรับเศรษฐกิจฟื้นตัว นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ตลาดธุรกิจสร้างบ้านเอง ผู้รับเหมาทั่วไป บริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกและนอกสมาชิกสมาคม พบว่าภาพรวมตลาดธุรกิจรับสร้างบ้าน ปรับตัวลดลง 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่หากพิจารณาเฉพาะ กลุ่มลูกค้าที่สร้างบ้านกับสมาชิกของสมาคมฯ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อชัดเจน และเน้นมาตรฐานการก่อสร้างสูง โดยภาพรวมตลาดธุรกิจรับสร้างบ้าน ปี 2567 [...]

2025/4/1 • 由 Homeday
การอยู่อาศัยในยุคปัจจุบันมักเผชิญกับข้อจำกัดด้านพื้นที่ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่คอนโดมิเนียมและอพาร์ตเมนต์ขนาดเล็กกลายเป็นทางเลือกยอดนิยม อย่างไรก็ตาม พื้นที่จำกัดไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่สามารถสร้างมุมสนุกและมีประโยชน์ในบ้านได้ บทความนี้จะแนะนำ 10 ไอเดียในการจัดมุมสนุกภายในพื้นที่จำกัด โดยไม่ต้องใช้งบประมาณสูง แต่ได้ประโยชน์สูงสุดและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้อยู่อาศัย 1. มุมอ่านหนังสือแบบมัลติฟังก์ชัน การสร้างมุมอ่านหนังสือที่มีประโยชน์หลากหลายเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับพื้นที่จำกัด มุมนี้สามารถปรับเปลี่ยนเป็นที่ทำงาน พื้นที่พักผ่อน หรือแม้แต่เป็นมุมรับประทานอาหารเล็กๆ ได้ในเวลาเดียวกัน การเริ่มต้นทำมุมอ่านหนังสือแบบมัลติฟังก์ชันไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง เพียงแค่จัดเก้าอี้สบายตัวโปรดวางไว้ข้างหน้าต่างที่มีแสงธรรมชาติส่องถึง หรือมุมที่มีแสงไฟที่เหมาะสม จากนั้นเพิ่มโต๊ะพับเก็บได้หรือโต๊ะข้างที่สามารถปรับระดับได้ เพื่อใช้วางหนังสือหรือคอมพิวเตอร์ ชั้นลอยติดผนังเป็นอีกตัวเลือกที่ดีในการเพิ่มพื้นที่เก็บหนังสือโดยไม่รุกล้ำพื้นที่ใช้สอย หมอนอิงและผ้าห่มบางๆ จะช่วยเพิ่มความสบายให้กับมุมนี้ ในขณะที่ตะกร้าหรือกล่องเก็บของจะช่วยให้คุณสามารถเก็บอุปกรณ์การอ่านและการทำงานได้อย่างเป็นระเบียบ พื้นที่เดียวกันนี้สามารถใช้เป็นมุมสำหรับจิบกาแฟหรือชา รับประทานอาหารเบาๆ และทำกิจกรรมผ่อนคลายอื่นๆ ได้ ข้อดีของมุมอ่านหนังสือแบบมัลติฟังก์ชันคือความยืดหยุ่นในการใช้งาน ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก นอกจากนี้ ยังเป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่อาจถูกมองข้าม เช่น มุมห้อง หรือพื้นที่ใต้หน้าต่าง ให้กลายเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าทั้งในแง่ของการใช้สอยและความสวยงาม 2. มุมออกกำลังกายกะทัดรัด การมีพื้นที่สำหรับออกกำลังกายในบ้านไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มากหรือมีอุปกรณ์ราคาแพง คุณสามารถสร้างมุมออกกำลังกายขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพได้แม้ในพื้นที่จำกัด เริ่มต้นด้วยการเลือกมุมห้องที่มีพื้นที่ว่างประมาณ 2×2 เมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการวางเสื่อโยคะและทำกิจกรรมการเคลื่อนไหวพื้นฐาน อุปกรณ์ที่จำเป็นและราคาไม่แพงประกอบด้วย เสื่อโยคะ ยางยืดออกกำลังกาย ดัมเบลขนาดเบา และบอลออกกำลังกายขนาดเล็ก ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถจัดเก็บได้ง่ายในตะกร้าหรือชั้นวางของเมื่อไม่ได้ใช้งาน เพื่อประหยัดพื้นที่มากขึ้น คุณสามารถติดตั้งชั้นวางของแบบพับเก็บได้สำหรับเก็บอุปกรณ์ หรือใช้กล่องสตูลที่มีพื้นที่เก็บของภายในสำหรับเก็บอุปกรณ์ขนาดเล็ก และใช้เป็นที่นั่งหรือยกระดับสำหรับการออกกำลังกายได้อีกด้วย [...]

2025/3/26 • 由 Homeday
พื้นที่ใต้ถุนบ้านมักถูกมองข้ามและทอดทิ้ง แต่แท้จริงแล้วพื้นที่นี้กลับมีศักยภาพสูงในการปรับเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ใช้สอยที่มีประโยชน์และสร้างสรรค์ การออกแบบและตกแต่งใต้ถุนบ้านอย่างชาญฉลาดสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างน่าประหลาดใจ 1. โฮมออฟฟิศสุดชิค การปรับใต้ถุนบ้านให้เป็นพื้นที่ทำงานที่บ้านเป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมในยุคปัจจุบัน ออกแบบพื้นที่ให้มีแสงสว่างเพียงพอ ติดตั้งระบบไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ต จัดวางโต๊ะทำงาน ชั้นวางหนังสือ และมุมพักผ่อนเล็กๆ เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่มีประสิทธิภาพและน่าสนใจ 2. มินิยิม ฟิตเนสโซน เปลี่ยนพื้นที่ว่างใต้ถุนเป็นมุมออกกำลังกายส่วนตัว ติดตั้งกระจกเงา อุปกรณ์ฟิตเนสพื้นฐาน เช่น ลู่วิ่ง เครื่องยกน้ำหนัก และอุปกรณ์ยืดเหยียดตัว สร้างพื้นที่ออกกำลังกายส่วนตัวที่สะดวกและประหยัดค่าใช้จ่าย 3. ห้องเก็บของอัจฉริยะ ออกแบบระบบจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบด้วยชั้นวางของ ลิ้นชัก และช่องเก็บของแบบมืออาชีพ แบ่งพื้นที่เก็บของตามประเภท แยกของใช้ประจำวัน ของเก็บสะสม และของที่ใช้ตามฤดูกาล เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานพื้นที่ใต้ถุนบ้าน 4. มุมพักผ่อนสไตล์โมเดิร์น จัดแต่งมุมพักผ่อนสบายๆ ด้วยเฟอร์นิเจอร์กะทัดรัด โซฟาขนาดเล็ก โต๊ะกลาง และชั้นวางหนังสือ สร้างพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับอ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือพักผ่อนหย่อนใจ 5. แกลเลอรีศิลปะส่วนตัว เนรมิตใต้ถุนบ้านเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะส่วนตัว ติดตั้งไฟส่องสว่างพิเศษ จัดวางกรอบรูป งานศิลปะ และของสะสม สร้างพื้นที่แสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์และความเป็นตัวตน 6. ห้องดนตรีส่วนตัว ดัดแปลงใต้ถุนบ้านเป็นสตูดิโอดนตรีขนาดเล็ก [...]

2025/9/24 • 由 Homeday
หลังปิดการขาย “ศุภาลัย เอลีท สุขุมวิท 39” อย่างรวดเร็วทันทีที่เปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุด บมจ.ศุภาลัย ไม่หยุดเดินเกม ส่งไม้ต่อด้วย “ศุภาลัย พรีเมียร์ ตากสิน–วงเวียนใหญ่” คอนโดมิเนียมใหม่บนทำเลศักยภาพฝั่งธนบุรี วางหมากบนทำเลเชื่อมโครงข่ายคมนาคมเหนือ–ใต้ และตะวันออก–ตะวันตก พร้อมจับจังหวะเสร็จทันรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงใต้ปี 2572 เจาะตลาดคอนโดฯ ระดับกลางบนที่ซัพพลายจำกัด แต่ดีมานด์ยังแข็งแรง ชูจุดขายราคาเริ่มต้น 2.19-18 ล้านบาท สร้างมูลค่าเพิ่มทั้งการอยู่อาศัยและโอกาสลงทุน อีกทั้งโครงการยังผ่านการพิจารณาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เรียบร้อยแล้ว นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ศุภาลัย พรีเมียร์ ตากสิน–วงเวียนใหญ่ มูลค่าโครงการ 2,650 ล้านบาท ตั้งอยู่บนถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโครงข่ายการเดินทางสำคัญของฝั่งธนบุรีที่มีศักยภาพสูงในเชิงคมนาคม เชื่อมต่อเข้าสู่ย่านเศรษฐกิจ สาทร–สีลม ได้อย่างสะดวกเพียง 10 นาที อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่รองรับทุกการเดินทาง สามารถเดินทางข้ามระหว่างฝั่งธนบุรีและพระนครได้อย่างสะดวก ผ่านสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน และสะพานพระปกเกล้า [...]

2025/3/14 • 由 Homeday
สุนัขพันธุ์ชิสุเป็นสุนัขขนาดเล็กที่น่ารักและเป็นที่นิยมในหมู่คนรักสัตว์เลี้ยง การดูแลขนของชิสุถือเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากลักษณะเฉพาะของโครงสร้างขนและสรีระของสุนัขพันธุ์นี้ โครงสร้างขนของชิสุที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ สุนัขพันธุ์ชิสุมีขนสองชั้น ประกอบด้วยขนชั้นนอกที่ค่อนข้างบาง และขนชั้นในที่หนานุ่ม ลักษณะเช่นนี้ทำให้ขนมีแนวโน้มที่จะพันกันง่าย และต้องได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ เหตุผลที่ต้องตัดขนบ่อย การป้องกันการพันกันของขน ขนชิสุมีแนวโน้มที่จะพันกันได้ง่าย โดยเฉพาะในบริเวณใต้ท้อง ใต้ขา และบริเวณหูที่มีขนยาว หากไม่ได้รับการดูแล อาจนำไปสู่ปัญหาผิวหนังที่ร้ายแรง การควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย การตัดขนช่วยให้สุนัขสามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่ร้อนจัด ขนที่ยาวเกินไปอาจทำให้สุนัขรู้สึกร้อนและไม่สบาย การตรวจสอบสุขภาพผิวหนัง การตัดขนบ่อยๆ ช่วยให้เจ้าของสามารถตรวจสอบสภาพผิวหนังของสุนัขได้อย่างละเอียด สามารถสังเกตเห็นแผล แมลง หรือความผิดปกติต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เทคนิคการตัดขนชิสุที่ถูกต้อง ความถี่ในการตัดขน สำหรับชิสุขนสั้น ควรตัดขนทุก 4-6 สัปดาห์ สำหรับชิสุขนยาว ควรตัดขนทุก 6-8 สัปดาห์ เครื่องมือที่จำเป็น กรรไกรตัดขนสุนัขเฉพาะทาง แปรงขนที่เหมาะสำหรับขนชิสุ ปัตตาเลี่ยนตัดขนที่มีคุณภาพ ข้อควรระวังในการตัดขน อย่าตัดขนสั้นเกินไป การตัดขนสั้นเกินไปอาจทำให้ผิวหนังระคายเคือง และเสี่ยงต่อการติดโรคผิวหนัง เลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสม เครื่องมือที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้สุนัขบาดเจ็บหรือเกิดความเครียดได้ คำนึงถึงอายุและสภาพร่างกาย สุนัขที่มีอายุหรือมีปัญหาสุขภาพต้องได้รับการดูแลพิเศษในการตัดขน ประโยชน์ของการตัดขนสม่ำเสมอ ลดการสะสมของเห็บ หมัด และปรสิตอื่นๆ ป้องกันกลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์ [...]

2025/6/10 • 由 Homeday
การปลูกสมุนไพรไทยที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการความสะดวกในการประกอบอาหาร เนื่องจากสมุนไพรไทยส่วนใหญ่สามารถปลูกได้ง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก และให้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้งในด้านการปรุงอาหารและสุขภาพ12 การมีสวนสมุนไพรไว้ที่บ้านไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องปรุงสด แต่ยังมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยจากสารเคมี นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความร่มรื่นให้กับบริเวณบ้านและสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้อีกด้วย สมุนไพรไทยยอดนิยมสำหรับปลูกที่บ้าน กะเพรา – เครื่องปรุงหลักในครัวไทย กะเพราเป็นพืชล้มลุกที่มี 2 สายพันธุ์หลักคือ กะเพราแดงที่มีลำต้นสีแดงและกะเพราขาวที่มีลำต้นสีเขียว1 ต้นกะเพรามีความสูงตั้งแต่ 30-60 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้านสาขา ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน รูปทรงรี มีรสเผ็ดร้อนกลิ่นฉุน1 กะเพรามีสรรพคุณแก้ปวดท้อง ท้องอืด แก้ลมจุกเสียดแน่นท้อง ขับลมทำให้เรอ เหมาะสำหรับเด็ก ในแง่คุณค่าทางอาหาร กะเพรามีเบต้าแคโรทีนสูง เสริมด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน การปลูกกะเพราทำได้โดยการเพาะเมล็ดหรือปักชำกิ่ง หว่านเมล็ดให้ทั่วแปลง ใช้ฟางกลบหรือปุ๋ยคอกโรยทับบางๆ รดน้ำตามทันที ใช้ฟักบัวรดน้ำต้นไม้รูเล็กๆ เมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้าภายใน 7 วัน รอจนต้นกล้าอายุ 1 เดือน ค่อยถอนแยกจัดระยะต้นให้มีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร กะเพราชอบแสงแดดแบบเต็มวัน ควรรดน้ำทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง ปลูกในดินร่วนระบายน้ำดี ขิงและข่า – สมุนไพรตระกูลเดียวกัน ขิงเป็นไม้ล้มลุกมีเหง้าอยู่ใต้ดิน [...]

2025/10/15 • 由 Homeday
บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โคเซ่ “KOSÉ” แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น จัดกิจกรรมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมช่วยเหลือสังคมไทย ในกิจกรรม “ปล่อยเต่า กลับคืนสู่ใต้ท้องทะเล” เพี่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ โดยการปล่อยเต่ากลับคืนสู่ท้องทะเล และปลูกปะการัง เพื่อเป็นการอนุรักษ์ระบบนิเวศใต้ท้องทะเลไทย โดยทีมผู้บริหาร ได้ชักชวนเหล่าพนักงาน บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกิจกรรมดังกล่าว เพื่อเป็นการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล ซึ่งกิจกรรมนี้เป็น กิจกรรมที่ทาง บริษัทฯ ได้จัดขึ้นเป็นประจำอย่างต่อเนื่องมาทุกปี ตลอดระยะเวลา 15 ปี ที่ทางบริษัทฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์เต่าทะเล และการปลูกปะการัง เพื่อความสมดุลของระบบนิเวศทางธรรมชาติกลับคืนสู่ใต้ท้องทะเลเพี่อเป็นต่อยอดสร้างความยั่งยืนให้กับท้องทะเลไทยต่อไป นอกจากนี้ คุณฮิเดกิ มัตสึโมโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย ทีมผู้บริหาร ได้มอบอุปกรณ์ และสิ่งของให้กับ ศูนย์วิจัย และพัฒนาทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก เป็นมูลค่าทั้งหมด 98,000 [...]

2025/2/21 • 由 Homeday
การเลี้ยงแมวขนยาวนั้นต้องการการดูแลเป็นพิเศษมากกว่าแมวขนสั้นทั่วไป เพราะขนที่ยาวและหนาของพวกเขาต้องการการดูแลอย่างสม่ำเสมอ บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับวิธีการดูแลแมวขนยาวอย่างถูกต้อง เพื่อให้น้องแมวมีสุขภาพดีและขนสวยงาม สายพันธุ์แมวขนยาวยอดนิยม แมวขนยาวมีหลากหลายสายพันธุ์ แต่ละพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน เช่น: เปอร์เซีย: ขนฟูนุ่ม หน้าแบน นิสัยเรียบร้อย เมนคูน: ตัวใหญ่ ขนยาวแต่ไม่พันกันง่าย นิสัยเป็นมิตร แร็กดอล: ขนนุ่มเป็นพิเศษ สีพอยต์ นิสัยอ่อนโยน เบอร์มัน: ขนเงางาม สีทอง นิสัยฉลาด อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการดูแลแมวขนยาว แปรงหวีขนหลากชนิด แปรงขนเหล็ก หวีซี่ถี่ แปรงยางซิลิโคน กรรไกรตัดขน เครื่องเป่าขน ผลิตภัณฑ์อาบน้ำสำหรับแมวขนยาวโดยเฉพาะ วิธีการแปรงขนแมวอย่างถูกต้อง การแปรงขนแมวควรทำอย่างน้อยวันละครั้ง โดยมีขั้นตอนดังนี้: ใช้แปรงซิลิโคนสางขนเบาๆ เพื่อกำจัดฝุ่น ใช้แปรงขนเหล็กแปรงในทิศทางเดียวกับขน ใช้หวีซี่ถี่สางส่วนที่พันกัน เน้นบริเวณที่พันกันง่าย เช่น ใต้คาง ท้อง หลัง การอาบน้ำแมวขนยาว ควรอาบน้ำทุก 4-6 สัปดาห์ โดยมีขั้นตอนสำคัญ: แปรงขนให้หมดก่อนอาบน้ำ ใช้น้ำอุ่น ใช้แชมพูสำหรับแมวขนยาวโดยเฉพาะ ล้างให้สะอาดหมดจด เป่าขนให้แห้งสนิท การจัดการปัญหาก้อนขนในท้อง [...]

2025/4/15 • 由 Homeday
ปรากฏการณ์แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นโดยไม่อาจคาดเดาได้ล่วงหน้า และสามารถสร้างความเสียหายมหาศาลภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที การเตรียมความพร้อมและเข้าใจถึงวิธีรับมืออย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่อาจช่วยรักษาชีวิตของคุณและคนที่คุณรักได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.7 ริกเตอร์ที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ซึ่งส่งผลกระทบถึงประเทศไทย ทำให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้และเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติดังกล่าว บทความนี้จะแนะนำข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับแผ่นดินไหว ตั้งแต่สาเหตุการเกิด ผลกระทบ ไปจนถึงวิธีการรับมืออย่างเหมาะสมในทุกขั้นตอน แผ่นดินไหวคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร? แผ่นดินไหว (Earthquake) เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการปรับสมดุลของแผ่นเปลือกโลก ทำให้ชั้นหินขนาดใหญ่เกิดการเคลื่อนที่ แตกหัก และส่งแรงสั่นสะเทือนบนพื้นดินเป็นวงกว้าง แผ่นดินไหวสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากธรรมชาติและจากการกระทำของมนุษย์ สาเหตุจากธรรมชาติ แผ่นดินไหวส่วนใหญ่เกิดจากการเคลื่อนตัวอย่างฉับพลันของเปลือกโลกตามแนวรอยเลื่อน เมื่อแผ่นเปลือกโลกสะสมพลังงานจากการเคลื่อนที่ของแมกมาใต้พื้นผิวโลกเป็นเวลานาน จะเกิดการปลดปล่อยพลังงานอย่างฉับพลัน ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรง นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ หรือการตกกระทบของอุกกาบาตขนาดใหญ่ สาเหตุจากมนุษย์ กิจกรรมของมนุษย์บางอย่างสามารถก่อให้เกิดแผ่นดินไหวได้เช่นกัน เช่น การทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดิน การทำเหมืองแร่ในบริเวณใกล้รอยเลื่อน หรือการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมหาศาลกดทับผิวโลก ซึ่งอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ทำไมแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ ถึงรุนแรง? เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมา ด้วยความรุนแรง 7.7 ริกเตอร์ ซึ่งมีพลังงานมากกว่าระเบิดปรมาณูที่ถูกทิ้งลงที่เมืองฮิโรชิมาในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่ากรุงเทพฯ จะอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางถึงกว่า 1,000 กิโลเมตร แต่ยังรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างชัดเจน [...]

2024/4/8 • 由 Homeday
บทความที่คุณอาจสนใจ15 น้ำพุแมว ยี่ห้อไหนดี ที่โดนใจเจ้านายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เหล่าทาส10 ไอเดีย บ้านแมวกลางแจ้งระบบปิดแบบ Catioเกษตร ย่านใจกลางเมือง ต