加载中...
加载中...

2025/3/1 • 由 Homeday
การเลือกชามอาหารที่เหมาะสมสำหรับสัตว์เลี้ยงอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ความจริงแล้วมีความสำคัญอย่างมากต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยงที่เรารัก ชามอาหารที่เหมาะสมไม่เพียงแต่ทำให้สัตว์เลี้ยงกินอาหารได้สะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขอนามัย การป้องกันโรค และคุณภาพชีวิตโดยรวมของพวกเขา บทความนี้จะแนะนำทุกสิ่งที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรรู้เกี่ยวกับการเลือกชามอาหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเพื่อนขนฟูของพวกเขา ทำไมการเลือกชามอาหารที่เหมาะสมถึงมีความสำคัญ ชามอาหารที่เหมาะสมไม่ได้เป็นเพียงภาชนะใส่อาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพและความสุขของสัตว์เลี้ยง มาดูกันว่าทำไมการเลือกชามอาหารที่เหมาะสมถึงมีความสำคัญอย่างมาก ประการแรก ชามอาหารที่ออกแบบอย่างเหมาะสมจะช่วยป้องกันปัญหาทางสุขภาพหลายประการ เช่น อาการปวดคอและหลังเนื่องจากการก้มกินอาหารในท่าที่ไม่ถูกต้อง หรือการป้องกันอาการที่เรียกว่า “สิว” ในสัตว์เลี้ยงที่เกิดจากการสัมผัสกับวัสดุที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ ชามที่มีความสูงที่เหมาะสมยังช่วยป้องกันอาการท้องอืดและการย่อยอาหารที่ไม่ดีในสุนัขบางสายพันธุ์ได้อีกด้วย ประการที่สอง ชามอาหารที่เหมาะสมยังช่วยส่งเสริมนิสัยการกินที่ดี ชามบางประเภทออกแบบมาเพื่อชะลอการกินอาหารของสัตว์เลี้ยงที่กินเร็วเกินไป ซึ่งสามารถช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการกินอาหารเร็วเกินไป เช่น การสำลัก อาการท้องอืด หรือแม้แต่ภาวะกระเพาะบิด ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่อันตรายถึงชีวิตในสุนัขขนาดใหญ่ ประการที่สาม วัสดุที่ใช้ทำชามอาหารสัตว์เลี้ยงยังมีผลต่อสุขอนามัยและความปลอดภัย ชามที่ทำจากวัสดุคุณภาพต่ำอาจมีสารเคมีอันตรายที่สามารถปนเปื้อนในอาหารสัตว์เลี้ยงได้ และชามที่มีรอยแตกหรือรอยขีดข่วนอาจกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย ซึ่งนำไปสู่การติดเชื้อและปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้ นอกจากนี้ การเลือกชามอาหารที่เหมาะสมยังเป็นการแสดงความรักและความใส่ใจที่มีต่อสัตว์เลี้ยง การลงทุนในชามอาหารที่มีคุณภาพดีและเหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวจะช่วยให้พวกเขามีประสบการณ์การกินอาหารที่ดีขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตโดยรวมของพวกเขา ประเภทของชามอาหารสัตว์เลี้ยง ท้องตลาดปัจจุบันมีชามอาหารสัตว์เลี้ยงหลากหลายประเภทให้เลือก แต่ละประเภทมีคุณสมบัติและประโยชน์ที่แตกต่างกันไป ความเข้าใจในความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถเลือกชามที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเพื่อนสี่ขาของพวกเขาได้ ชามมาตรฐาน (Standard Bowls) ชามมาตรฐานเป็นชามทรงกลมหรือรูปไข่ธรรมดาที่วางบนพื้น เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่ไม่มีปัญหาสุขภาพเฉพาะ ข้อดีของชามประเภทนี้คือมีราคาไม่แพงและหาซื้อได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ชามมาตรฐานอาจไม่เหมาะสมสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่ต้องก้มตัวลงมากเพื่อกินอาหาร หรือสุนัขที่มีปัญหาเกี่ยวกับการย่อยอาหาร ชามยกสูง (Elevated Bowls) [...]

2025/2/18 • 由 Homeday
การเลือกของเล่นที่เหมาะสมสำหรับสัตว์เลี้ยงนั้นสำคัญกว่าที่คิด เพราะนอกจากจะช่วยให้สัตว์เลี้ยงได้ผ่อนคลายความเครียดและได้ออกกำลังกายแล้ว ยังช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางสมองและสัญชาตญาณตามธรรมชาติอีกด้วย แต่ของเล่นที่ไม่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ มาทำความเข้าใจเรื่องการเลือกของเล่นที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงกัน ทำไมสัตว์เลี้ยงจึงต้องมีของเล่น? สัตว์เลี้ยงต้องการของเล่นเพื่อตอบสนองความต้องการพื้นฐานทางธรรมชาติ โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในบ้านเป็นประจำ ของเล่นจะช่วยให้พวกเขาได้: ออกกำลังกายเพื่อรักษาสุขภาพที่ดี กระตุ้นสมองและความฉลาด ลดความเครียดและความวิตกกังวล ฝึกทักษะการล่าและการหาอาหารตามธรรมชาติ สร้างความผูกพันกับเจ้าของผ่านการเล่นร่วมกัน การขาดของเล่นอาจทำให้สัตว์เลี้ยงเกิดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น การกัดแทะเฟอร์นิเจอร์ การข่วนผนัง หรือการก้าวร้าวเนื่องจากความเครียดสะสม การปรับพื้นผิวให้ปลอดภัย วัสดุที่ใช้ผลิต ของเล่นควรผลิตจากวัสดุที่: ไม่มีสารพิษ ทนทานต่อการกัดแทะ ไม่แตกหักง่าย ทำความสะอาดได้ เหมาะกับขนาดของสัตว์เลี้ยง หลีกเลี่ยงของเล่นที่: มีชิ้นส่วนขนาดเล็กที่อาจหลุดและถูกกลืน ทำจากวัสดุที่ย่อยสลายยาก มีสารเคมีอันตราย มีความคมหรือขอบแหลม ขนาดและรูปทรง เลือกขนาดให้เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยง: ใหญ่พอที่จะไม่ถูกกลืน เล็กพอที่จะคาบหรือจับได้สะดวก ไม่มีช่องหรือรูที่อาจติดอวัยวะของสัตว์เลี้ยง ประเภทของเล่นที่เหมาะสมสำหรับสัตว์เลี้ยงแต่ละชนิด สำหรับสุนัข ของเล่นสำหรับกัดเล่น ลูกบอลยาง กระดูกยางเทียม เชือกถัก ของเล่นที่มีเสียง ของเล่นฝึกสมอง ของเล่นซ่อนขนม ปริศนาหาขนม ของเล่นที่ต้องแก้ไขปัญหา สำหรับแมว ของเล่นที่เคลื่อนไหว ไม้ตกปลาจำลอง ลูกบอลมีกระพรวน เชือกผูกของเล่น เลเซอร์พอยเตอร์ ของเล่นสำหรับข่วนและกัด [...]

2025/2/26 • 由 Homeday
การพบว่าสัตว์เลี้ยงของเรามีความพิการอาจเป็นประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกท้อแท้และสับสน ไม่ว่าจะเป็นสุนัขที่สูญเสียขาจากอุบัติเหตุ แมวตาบอด หรือสัตว์เลี้ยงที่เกิดมาพร้อมกับความบกพร่องทางร่างกาย หลายคนอาจกังวลว่าจะสามารถมอบการดูแลที่เหมาะสมได้หรือไม่ แต่ความจริงแล้ว สัตว์เลี้ยงพิการสามารถมีชีวิตที่มีคุณภาพและมีความสุขได้ หากได้รับการดูแลที่ถูกต้องและเหมาะสม การดูแลสัตว์เลี้ยงพิการต้องการความรัก ความอดทน และความเข้าใจเป็นพิเศษ แต่ผลตอบแทนที่ได้รับมีค่ามหาศาล สัตว์เลี้ยงเหล่านี้มักจะแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและการปรับตัวที่น่าทึ่ง ซึ่งสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเราได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการดูแลสัตว์เลี้ยงพิการอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การจัดเตรียมบ้านให้เหมาะสม การดูแลสุขภาพประจำวัน ไปจนถึงการสนับสนุนด้านจิตใจและอารมณ์ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานด้านการเลี้ยงสัตว์มาก่อน ทำความเข้าใจความพิการในสัตว์เลี้ยง ก่อนที่จะเรียนรู้วิธีการดูแล เราควรทำความเข้าใจประเภทของความพิการที่พบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยง: ประเภทของความพิการที่พบบ่อย ความพิการทางการเคลื่อนไหว: เช่น การสูญเสียขาหรือแขน อัมพาตบางส่วน หรือโรคข้อต่ออักเสบรุนแรง ความพิการทางการมองเห็น: ตั้งแต่สายตาเลือนรางไปจนถึงตาบอดสนิท ความพิการทางการได้ยิน: หูตึงหรือหูหนวก ซึ่งอาจเกิดตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดขึ้นภายหลัง ความพิการทางระบบประสาท: เช่น โรคลมชัก หรือความผิดปกติของสมองที่ส่งผลต่อการทรงตัวหรือการประสานงาน ความพิการทางเมตาบอลิซึมหรือภายใน: เช่น โรคเบาหวาน โรคไต หรือโรคหัวใจ สัญญาณบ่งชี้ความพิการในสัตว์เลี้ยง การสังเกตพฤติกรรมผิดปกติเป็นสิ่งสำคัญในการระบุความพิการที่อาจเกิดขึ้น: การเดินเซหรือล้มบ่อย การชนสิ่งของหรือมีปัญหาในการนำทาง การไม่ตอบสนองต่อเสียงหรือคำสั่ง การเปลี่ยนแปลงนิสัยการกินหรือดื่ม อาการชักหรือกระตุกผิดปกติ การแสดงความเจ็บปวดเมื่อสัมผัสบริเวณใดบริเวณหนึ่ง เมื่อสังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้ ควรพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง การเตรียมบ้านให้เหมาะสมสำหรับสัตว์เลี้ยงพิการ การปรับสภาพแวดล้อมภายในบ้านเป็นขั้นตอนสำคัญในการช่วยให้สัตว์เลี้ยงพิการสามารถเคลื่อนที่และใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกและปลอดภัย การจัดพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว [...]

2025/4/4 • 由 Homeday
เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานและการรวมตัวของครอบครัว แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงแล้ว ช่วงเวลานี้อาจเต็มไปด้วยความเครียดและอันตรายที่ไม่คาดคิด ทั้งเสียงดัง น้ำ ความร้อน และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ล้วนส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงของเรา บทความนี้จะแนะนำวิธีดูแลสัตว์เลี้ยงในช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างเหมาะสม เพื่อให้พวกเขาปลอดภัยและมีความสุขไปพร้อมกับเจ้าของ การเตรียมความพร้อมก่อนถึงเทศกาลสงกรานต์ การวางแผนล่วงหน้าเป็นกุญแจสำคัญในการดูแลสัตว์เลี้ยงช่วงสงกรานต์ ควรเริ่มเตรียมตัวอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนเทศกาลจะมาถึง โดยเฉพาะหากสัตว์เลี้ยงของคุณมีอาการกลัวเสียงดังหรือไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมที่วุ่นวาย การเตรียมความพร้อมเริ่มจากการตรวจสอบป้ายชื่อและไมโครชิพของสัตว์เลี้ยง ให้แน่ใจว่าข้อมูลการติดต่อทั้งหมดเป็นปัจจุบัน เนื่องจากช่วงเทศกาลมีความเสี่ยงที่สัตว์เลี้ยงอาจหลงทางหรือตื่นกลัวจนวิ่งหนีออกจากบ้าน การมีป้ายชื่อพร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้จะช่วยให้ผู้พบเห็นสามารถส่งสัตว์เลี้ยงกลับบ้านได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ควรเตรียมพื้นที่ปลอดภัยภายในบ้านสำหรับสัตว์เลี้ยง เลือกห้องที่เงียบสงบและห่างไกลจากความวุ่นวาย จัดเตรียมที่นอน น้ำสะอาด อาหาร และของเล่นที่คุ้นเคย สร้างบรรยากาศผ่อนคลายด้วยการเปิดเพลงเบาๆ หรือโทรทัศน์เพื่อกลบเสียงภายนอก สำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีอาการกังวลรุนแรง การปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอยาคลายเครียดอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม การฝึกให้สัตว์เลี้ยงคุ้นเคยกับเสียงและสถานการณ์คล้ายเทศกาลก็มีความสำคัญ ลองเปิดเสียงน้ำสาดหรือเสียงเฉลิมฉลองในระดับเบาๆ และค่อยๆ เพิ่มความดังขึ้น พร้อมให้รางวัลเมื่อสัตว์เลี้ยงแสดงพฤติกรรมสงบ การฝึกเช่นนี้จะช่วยลดความกังวลเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์จริง การป้องกันความร้อนและการดูแลในวันสงกรานต์ สงกรานต์มักตรงกับช่วงที่อากาศร้อนที่สุดของประเทศไทย ความร้อนสะสมเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่มีขนหนา หรือสัตว์เลี้ยงที่มีหน้าสั้น เช่น ปั๊ก บูลด็อก และเปอร์เซีย ซึ่งมีระบบหายใจที่อ่อนแอกว่าสายพันธุ์อื่น การป้องกันภาวะลมแดดเริ่มจากการจัดพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทและมีร่มเงาให้สัตว์เลี้ยงตลอดเวลา ติดตั้งพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศในบริเวณที่สัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่ จัดเตรียมน้ำสะอาดหลายจุดทั่วบ้าน และเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ เพื่อให้น้ำเย็นอยู่เสมอ สำหรับสัตว์เลี้ยงที่อยู่นอกบ้าน ควรสร้างที่กำบังแดดและฝน และหมั่นตรวจสอบอุณหภูมิพื้นผิวก่อนให้สัตว์เลี้ยงเดิน [...]

2025/3/2 • 由 Homeday
การเดินทางโดยเครื่องบินพร้อมกับสัตว์เลี้ยงที่รักเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมการอย่างรอบคอบและมีความเข้าใจในขั้นตอนต่างๆ อย่างถ่องแท้ บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้คุณและสัตว์เลี้ยงมีประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นและปลอดภัย สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจพาสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่อง ก่อนวางแผนเดินทาง คุณควรศึกษาและเข้าใจนโยบายของสายการบินที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการเดินทางกับสัตว์เลี้ยง บางสายการบินอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กขึ้นในห้องโดยสาร ขณะที่บางแห่งจำกัดให้เดินทางในห้องเก็บสัมภาระเท่านั้น มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนสัตว์เลี้ยงต่อเที่ยวบิน ซึ่งมักไม่เกิน 2-4 ตัว ค่าใช้จ่ายในการพาสัตว์เลี้ยงเดินทางมีความแตกต่างกันไปตามสายการบินและประเภทการเดินทาง โดยทั่วไปค่าธรรมเนียมสำหรับสัตว์เลี้ยงในห้องโดยสารอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,000 บาทต่อเที่ยว ส่วนการเดินทางในห้องเก็บสัมภาระอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า อยู่ที่ประมาณ 2,000-5,000 บาทหรือมากกว่า ต้องทราบว่าสายการบินหลายแห่งมีข้อจำกัดเกี่ยวกับพันธุ์สัตว์บางชนิด โดยเฉพาะสุนัขและแมวพันธุ์หน้าสั้น เนื่องจากความเสี่ยงต่อปัญหาระบบทางเดินหายใจ สัตว์เลี้ยงที่อายุน้อยกว่า 8 สัปดาห์หรือตั้งท้องมักไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทาง เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด โดยเฉพาะสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ เอกสารที่จำเป็นได้แก่: ใบรับรองสุขภาพจากสัตวแพทย์ ที่ออกภายใน 10 วันก่อนการเดินทาง ระบุรายละเอียดของเจ้าของและสัตว์เลี้ยง ประวัติการฉีดวัคซีน และการรับรองว่าไม่มีโรคติดต่อ เอกสารการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศเกือบทั้งหมด โดยต้องฉีดอย่างน้อย 30 วันก่อนการเดินทางและวัคซีนต้องยังไม่หมดอายุ ไมโครชิพและเอกสารระบุตัวตน หลายประเทศกำหนดให้สัตว์เลี้ยงต้องมีไมโครชิพตามมาตรฐาน ISO ซึ่งควรฝังก่อนการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า ใบอนุญาตนำเข้าสัตว์เลี้ยง บางประเทศต้องการใบอนุญาตนี้ล่วงหน้า ซึ่งอาจต้องยื่นขอหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนก่อนการเดินทาง ทางเลือกในการพาสัตว์เลี้ยงเดินทาง คุณมีทางเลือกหลักๆ 3 วิธีในการพาสัตว์เลี้ยงเดินทางทางเครื่องบิน: การนำขึ้นห้องโดยสาร เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กที่มีน้ำหนักรวมกรงไม่เกิน [...]

2025/10/6 • 由 Homeday
ครั้งแรกในประเทศไทยกับการยกระดับมาตรฐานการดูแลสัตว์เลี้ยงด้วยสเต็มเซลล์ PetGeneX ธนาคารสเต็มเซลล์สำหรับสัตว์เลี้ยง และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA ร่วมกับ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” จัดงานเสวนา “ครั้งแรกของนวัตกรรมสเต็มเซลล์ในสัตว์เลี้ยง PetGeneX Future Health, Forever Love” นำเสนอองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีศักยภาพในการฟื้นฟูและยืดอายุขัยของสัตว์เลี้ยง ตอบรับเทรนด์ Pet Parenting ที่เติบโตต่อเนื่องทั้งในไทยและต่างประเทศ สอดคล้องกับข้อมูลจากเคทีซีที่พบว่าสมาชิกมีการใช้จ่ายในหมวดสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มียอดรวมกว่า 730 ล้านบาทในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่าความรักต่อสัตว์เลี้ยงวันนี้ถูกยกระดับจากการดูแลทั่วไป สู่การลงทุนด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน น.สพ.ชัยยศ ธารรัตนะ อาจารย์ประจำคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ร่วมก่อตั้ง PetGeneX กล่าวว่า อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ปัจจุบันคนไทยกว่า 1 ใน 3 ของครัวเรือน มีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในบ้าน และมีการใช้จ่ายเฉลี่ยด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงปีละหลายหมื่นบาท ทำให้ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยมีมูลค่ามากกว่า 6–7 หมื่นล้านบาทต่อปี สิ่งที่ตามมาพร้อมกับอายุที่ยืนยาวขึ้นของสัตว์เลี้ยง คือการเพิ่มขึ้นของโรคเรื้อรังและโรคเสื่อมตามวัย ซึ่งต้องอาศัยการรักษาอย่างต่อเนื่อง [...]

2024/10/3 • 由 Homeday
Bravo BKK จับมือ PETSTOPIA เนรมิตพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร ของศูนย์การค้า Bravo BKK ใจกลางพระราม 9 เพื่อสร้างศูนย์การค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet Friendly Mall) ที่ดูแลสัตว์แบบครบวงจร “ตั้งแต่เกิด จนกลับดาว” ตอบโจทย์ทุกความต้องการของเจ้าของและสัตว์เลี้ยง ผสานความแข็งแกร่งของการเป็น Entertainment Com

2024/10/29 • 由 Homeday
เดอะ ปาร์ค (The PARQ) พร้อมต้อนรับน้อง ๆ สัตว์เลี้ยงสมาชิกคนพิเศษในครอบครัวของคุณ จัดงาน “PET PARQ PLAY DAY” ร่วมกับ บ้านและสวน PETS ฉลองเปิดให้บริการพื้นที่สวนสำหรับสัตว์เลี้ยง PET PARQ (เพ็ท ปาร์ค) บนสวนลอยฟ้า Q Garden สร้างคอมมิวนิตี้สเปซใหม่ ที่เสริมแนวคิด“Life Well Balanced” ของเดอะ ปาร์ค ยกระด

2025/11/14 • 由 Homeday
แอสเซทไวส์ จ่อคิวโอนโครงการสร้างเสร็จใหม่ “Kave Wonderland” แคมปัสคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้แห่งแรกใกล้ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ใช้ชีวิตสนุกสุขได้ทุกวันกับส่วนกลางสุดมหัศจรรย์มากถึง 55 กิจกรรม สระว่ายน้ำ 3 สระใหญ่ พร้อมแยกอาคาร Pet-Friendly และส่วนกลางสำหรับสัตว์เลี้ยง มูลค่ารวม 2,550 ล้านบาท หลังกระแสตอบรับดี ทำยอดขายแล้ว 80% เตรียมให้ชมส่วนกลางจริง 15 พ.ย. นี้ พร้อมเปิดชมวิวสุด EXCLUSIVE กับตึกสูง “Modiz Avantgarde” คอนโดดีไซน์ล้ำ ส่วนกลางหรู 3 ชั้น ชูจุดเด่น 2 โครงการดีมานด์แกร่ง-ทำเลดี คุ้มทั้งอยู่เองและปล่อยเช่า Yield สูงสุด 8% ต่อปี* นางสาวพชร ประพันธ์วัฒนะ กรรมการผู้จัดการอาวุโส กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คอนโดมิเนียม บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ภายใต้แนวคิด [...]

2025/3/1 • 由 Homeday
การมีสัตว์เลี้ยงในบ้านเปรียบเสมือนการมีสมาชิกใหม่เข้ามาในครอบครัว พวกเขาต้องการพื้นที่ส่วนตัวเช่นเดียวกับมนุษย์ การจัดเตรียมพื้นที่พักผ่อนที่เหมาะสมให้กับสัตว์เลี้ยงไม่เพียงแต่จะทำให้พวกเขามีความสุข แต่ยังช่วยป้องกันปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “พื้นที่พักผ่อนในบ้านสำหรับสัตว์เลี้ยงควรจัดวางตำแหน่งไหน?” บทความนี้จะพาทุกท่านไปเรียนรู้ถึงปัจจัยสำคัญในการเลือกตำแหน่งที่เหมาะสม พร้อมแนะนำตำแหน่งที่ดีที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงประเภทต่าง ๆ ทำไมต้องให้ความสำคัญกับตำแหน่งพื้นที่พักผ่อนของสัตว์เลี้ยง? สัตว์เลี้ยงที่มีพื้นที่พักผ่อนเป็นสัดส่วนจะมีสุขภาพจิตที่ดีกว่า เมื่อสัตว์เลี้ยงรู้สึกปลอดภัยและสบายใจในพื้นที่ของตัวเอง พวกเขาจะมีพฤติกรรมที่สงบและเป็นมิตรมากขึ้น การจัดวางตำแหน่งที่เหมาะสมยังช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลของสัตว์เลี้ยงได้อีกด้วย นอกจากนี้ การมีพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวยังช่วยให้สัตว์เลี้ยงปรับตัวเข้ากับบ้านใหม่ได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงที่เพิ่งรับมาใหม่หรือสัตว์เลี้ยงที่มีประวัติถูกทอดทิ้งมาก่อน พื้นที่ส่วนตัวจะกลายเป็นเขตปลอดภัยที่พวกเขาสามารถเข้าไปหลบเมื่อรู้สึกกลัวหรือต้องการความสงบ สำหรับครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยงหลายตัว การจัดพื้นที่พักผ่อนที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันความขัดแย้งระหว่างสัตว์เลี้ยง เนื่องจากสัตว์แต่ละตัวจะมีอาณาเขตของตัวเอง ทำให้ไม่ต้องแย่งชิงพื้นที่กัน ซึ่งนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ปัจจัยสำคัญในการเลือกตำแหน่งพื้นที่พักผ่อนสำหรับสัตว์เลี้ยง 1. ธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงแต่ละประเภท สัตว์เลี้ยงแต่ละประเภทมีสัญชาตญาณและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน สุนัขมักชอบพื้นที่ที่สามารถมองเห็นสมาชิกในครอบครัวได้ เนื่องจากพวกเขาเป็นสัตว์สังคม ในขณะที่แมวอาจชอบพื้นที่สูงที่สามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้ดี การเข้าใจธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงจะช่วยให้เราเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมได้ดียิ่งขึ้น สัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก เช่น หนูแฮมสเตอร์ กระต่าย หรือนกกระทา มักต้องการพื้นที่ที่ปลอดภัยจากสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ ในบ้าน โดยเฉพาะจากสัตว์ล่าเหยื่อตามธรรมชาติอย่างแมว ดังนั้น การวางกรงหรือคอกของพวกเขาควรอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยและไม่ถูกรบกวน สัตว์เลื้อยคลาน เช่น เต่า หรือกิ้งก่า มีความต้องการด้านอุณหภูมิที่เฉพาะเจาะจง จึงควรวางตู้ให้ห่างจากประตูหน้าต่างที่มีลมโกรกและแสงแดดส่องถึงโดยตรง แต่ก็ไม่ควรอยู่ในที่มืดเกินไป ปลาสวยงามต้องการพื้นที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอแต่ไม่ร้อนเกินไป และควรวางตู้ปลาในจุดที่ไม่มีเสียงดังรบกวนหรือการสั่นสะเทือนบ่อย ๆ เพราะจะทำให้ปลาเกิดความเครียดได้ [...]

2025/4/28 • 由 Homeday
ย้ำความจริงจัง จริงใจ ใส่ใจ ยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยของทุกสมาชิกทั้งคนและสัตว์เลี้ยง แสนสิริ เดินหน้าต่อยอด Pets of Sansiri เล็งเห็น Pet Humanization โอกาสการเติบโตของอสังหาฯ รุกสร้าง Pet Community สะท้อนความเป็น Pet Lover ตัวจริง จับมือ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ผู้เชี่ยวชาญในการดูแลสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยง ให้คำปรึกษาและคำแนะนำในการพัฒนาออกแบบพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงภายในโครงการ พร้อมมอบแพ็คเกจตรวจสุขภาพและพรีวิลเลจพิเศษให้กับสมาชิกสัตว์เลี้ยงของทุกครอบครัวแสนสิริ รุกต่อเนื่องขยายพอร์ตภายใต้ Pets of Sansiri กับไฮไลท์ Pets Welcome Condo 5 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 10,300 ล้านบาท ครอบคลุมทำเลศักยภาพทั้งในเมืองท่องเที่ยวและกรุงเทพฯ อย่าง ภูเก็ต, รัชดา, T77 COMMUNITY, สุขุมวิทและนางลิ้นจี่ เติมเต็มความสุขให้กลุ่ม Pet Parent ตลอดปี ด้วยไลน์อัพกิจกรรมสำหรับ Pet Community คิกออฟด้วย Pets of [...]

2025/2/18 • 由 Homeday
เสียงฟ้าผ่าและพลุที่ดังสนั่นสามารถสร้างความตื่นตระหนกให้กับสัตว์เลี้ยงได้อย่างมาก เนื่องจากสัตว์เลี้ยงมีการได้ยินที่ไวกว่ามนุษย์หลายเท่า บทความนี้จะแนะนำวิธีช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงให้รับมือกับความกลัวเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงกลัวเสียงดัง? สัตว์เลี้ยงมีระบบการได้ยินที่พัฒนามากกว่ามนุษย์ สุนัขสามารถได้ยินเสียงที่มีความถี่สูงถึง 65,000 เฮิรตซ์ ในขณะที่มนุษย์ได้ยินได้เพียง 20,000 เฮิรตซ์ แมวยิ่งมีการได้ยินที่ไวกว่า สามารถได้ยินเสียงที่มีความถี่สูงถึง 85,000 เฮิรตซ์ เสียงฟ้าผ่าและพลุจึงดังมากเป็นพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ พวกเขายังไม่เข้าใจที่มาของเสียง ทำให้เกิดความกลัวและความเครียดโดยธรรมชาติ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดจะกระตุ้นให้พวกเขาต้องการหลบหนีจากเสียงที่น่ากลัวเหล่านี้ อาการที่แสดงว่าสัตว์เลี้ยงกำลังกลัว สัตว์เลี้ยงแต่ละตัวแสดงอาการกลัวแตกต่างกัน แต่มีสัญญาณทั่วไปที่บ่งบอกว่าพวกเขากำลังเครียดและกลัว: การสั่น หอบ หรือหายใจเร็ว การซุกตัวใต้เฟอร์นิเจอร์หรือในที่แคบ การเดินวนไปมาอย่างกระวนกระวาย การเห่าหรือร้องเสียงดังผิดปกติ การกระโดดขึ้นตัก หรือพยายามเข้าใกล้เจ้าของมากเป็นพิเศษ การปัสสาวะหรืออุจจาระในบ้าน แม้จะฝึกขับถ่ายเป็นที่แล้ว การกัดหรือข่วนสิ่งของรอบตัว การปฏิเสธอาหารหรือขนม การเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุการณ์ จัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัย สร้างพื้นที่ที่สัตว์เลี้ยงรู้สึกปลอดภัยในบ้าน อาจเป็นห้องเล็กที่เงียบสงบ ไกลจากหน้าต่าง มีที่ซ่อนตัวเช่นกล่องหรือเบาะ วางของเล่นที่คุ้นเคย ผ้าห่ม และน้ำสะอาด ฝึกฝนการคุ้นเคยกับเสียง เริ่มฝึกให้สัตว์เลี้ยงคุ้นเคยกับเสียงดังตั้งแต่เนิ่นๆ: เปิดเสียงฟ้าผ่าหรือพลุในระดับเบาๆ ค่อยๆ เพิ่มความดังทีละน้อย ให้รางวัลเมื่อสัตว์เลี้ยงแสดงพฤติกรรมสงบ ทำซ้ำสม่ำเสมอเพื่อสร้างประสบการณ์เชิงบวก ปรึกษาสัตวแพทย์ หากสัตว์เลี้ยงมีอาการกลัวรุนแรง ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อ: ประเมินระดับความเครียดและความกลัว [...]