加载中...
加载中...

2025/4/4 • 由 Homeday
การสอนให้สุนัขว่ายน้ำไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน แต่ยังเป็นทักษะสำคัญที่อาจช่วยชีวิตสุนัขของคุณในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ สุนัขหลายสายพันธุ์มีความสามารถในการว่ายน้ำโดยธรรมชาติ แต่ไม่ใช่ทุกตัวจะรู้สึกสบายใจเมื่ออยู่ในน้ำ บทความนี้จะแนะนำวิธีการสอนสุนัขให้ว่ายน้ำอย่างปลอดภัย พร้อมทั้งเทคนิคและข้อควรระวังที่จำเป็นสำหรับเจ้าของสุนัข โดยเน้นความปลอดภัยและความสุขของสุนัขเป็นหลัก การเตรียมความพร้อมก่อนสอนสุนัขว่ายน้ำ การเตรียมความพร้อมเป็นขั้นตอนสำคัญในการสอนสุนัขว่ายน้ำอย่างปลอดภัย คุณต้องมั่นใจว่าสุนัขและสภาพแวดล้อมพร้อมสำหรับประสบการณ์ครั้งแรกในน้ำ การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับสุนัข ก่อนอื่น ควรพิจารณาสายพันธุ์ของสุนัข บางสายพันธุ์มีร่างกายที่เหมาะกับการว่ายน้ำมากกว่าสายพันธุ์อื่น สุนัขที่มีขาสั้น จมูกแบน หรือลำตัวหนัก เช่น บูลด็อก ปั๊ก หรือบาสเซ็ท ฮาวด์ อาจจะว่ายน้ำได้ไม่ดีเท่าสุนัขอื่น และอาจต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ นอกจากนี้ อายุและสุขภาพของสุนัขก็เป็นปัจจัยสำคัญ สุนัขที่ยังเล็กมากหรือสูงอายุ หรือมีปัญหาสุขภาพบางอย่าง อาจจะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษหรืออาจไม่เหมาะที่จะเรียนว่ายน้ำ การเลือกสถานที่ที่เหมาะสมก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน สระว่ายน้ำส่วนตัวที่มีบันไดหรือทางลาดสำหรับสุนัขขึ้นลงน้ำได้ง่าย หรือชายหาดที่มีคลื่นน้อยและความลาดชันที่ค่อยๆ ลึกขึ้น เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการเริ่มฝึก หลีกเลี่ยงแหล่งน้ำที่มีกระแสน้ำแรง มีคลื่นสูง หรือมีอันตรายใต้น้ำที่มองไม่เห็น อุปกรณ์ช่วยชีวิตสำหรับสุนัข เช่น เสื้อชูชีพที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เป็นสิ่งจำเป็นโดยเฉพาะในช่วงแรกของการฝึก เสื้อชูชีพจะช่วยให้สุนัขลอยตัวได้ง่ายขึ้น ลดความกังวล และให้ความมั่นใจในระหว่างการเรียนรู้ เลือกเสื้อชูชีพที่มีขนาดพอดีกับสุนัขและมีที่จับสำหรับช่วยยกสุนัขออกจากน้ำในกรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ การเตรียมของรางวัล เช่น ขนมที่สุนัขชอบหรือของเล่นที่ชื่นชอบ จะช่วยในการเสริมแรงบวกระหว่างการฝึก และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประสบการณ์ในน้ำ ขั้นตอนการสอนสุนัขว่ายน้ำอย่างเป็นระบบ การสอนสุนัขว่ายน้ำควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเป็นระบบ ไม่ควรรีบร้อนหรือบังคับสุนัข เพราะอาจทำให้สุนัขเกิดความกลัวน้ำในระยะยาวได้ [...]

2025/2/26 • 由 Homeday
การออกกำลังกายเป็นสิ่งจำเป็นไม่เพียงแต่สำหรับมนุษย์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสัตว์เลี้ยงของเราด้วย ในยุคที่หลายคนอาศัยอยู่ในคอนโดหรือพื้นที่จำกัด การหาวิธีให้สัตว์เลี้ยงได้ออกกำลังกายอย่างเพียงพอจึงเป็นความท้าทาย ของเล่นสำหรับสัตว์เลี้ยงไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นให้พวกเขาได้เคลื่อนไหวร่างกาย ฝึกสมอง และรักษาสุขภาพที่ดี บทความนี้จะแนะนำประเภทของเล่นที่ช่วยกระตุ้นการออกกำลังกายสำหรับสัตว์เลี้ยงประเภทต่างๆ พร้อมแนวทางการเลือกให้เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงของคุณ ทำไมการออกกำลังกายจึงสำคัญสำหรับสัตว์เลี้ยง ก่อนที่จะเจาะลึกเรื่องของเล่น เราควรเข้าใจก่อนว่าทำไมการออกกำลังกายจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสัตว์เลี้ยง การขาดการออกกำลังกายไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพจิตของสัตว์เลี้ยงอีกด้วย สัตว์เลี้ยงที่ได้ออกกำลังกายอย่างเพียงพอมักมีน้ำหนักที่เหมาะสม กล้ามเนื้อแข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดี และมีอายุยืนยาวกว่า นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังช่วยลดปัญหาพฤติกรรม เช่น การเห่าหอนไม่หยุด การกัดทำลายข้าวของ หรือภาวะซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยง ซึ่งมักเกิดจากความเบื่อหน่ายและพลังงานส่วนเกินที่ไม่ได้ถูกปลดปล่อยออกมา สำหรับสุนัข โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่มีพลังงานสูง เช่น บอร์เดอร์ คอลลี่, ลาบราดอร์ หรือแจ็ค รัสเซล เทอร์เรียร์ ต้องการการออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30-60 นาที ส่วนแมวแม้จะดูเหมือนชอบนอนมากกว่า แต่ก็ยังต้องการการเคลื่อนไหวประมาณ 15-30 นาทีต่อวันเพื่อรักษาสุขภาพที่ดี สัตว์เลี้ยงขนาดเล็กอย่างกระต่ายหรือหนูแฮมสเตอร์ ก็ต้องการพื้นที่และอุปกรณ์ในการเคลื่อนไหว เพราะในธรรมชาติพวกมันถูกออกแบบมาให้วิ่งและขุดคุ้ย การจำกัดพวกมันไว้ในกรงเล็กๆ โดยไม่มีกิจกรรมใดๆ จะส่งผลเสียต่อสุขภาพของพวกมันในระยะยาว ของเล่นกระตุ้นการออกกำลังกายสำหรับสุนัข สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีความกระฉับกระเฉงและต้องการการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ของเล่นจึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการกระตุ้นให้พวกเขาได้เคลื่อนไหวร่างกาย 1. ของเล่นประเภท Fetch (โยนให้ไปคาบมา) [...]

2023/1/19 • 由 Homeday
ข้อควรรู้ก่อนเลี้ยงคอร์กี้ คอร์กี้มีพลังงานล้นเหลือ และตื่นตัวตลอด เจ้าของต้องมีเวลาพาวิ่ง ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สุนัขได้ใช้พลังงานอย่างเหมาะสมคอร์กี้ชอบ

2025/3/12 • 由 Homeday
สระว่ายน้ำในบ้านเป็นแหล่งความสนุกสนานและพักผ่อน แต่สำหรับสัตว์เลี้ยง มันอาจกลายเป็นแหล่งอันตรายหากขาดการระมัดระวัง การเตรียมพร้อมและความเข้าใจถึงความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของบ้านทุกคนควรตระหนัก ความเสี่ยงที่สัตว์เลี้ยงอาจประสบรอบสระว่ายน้ำ การจมน้ำ: ภัยเงียบที่ใกล้ตัว สัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นนักว่ายน้ำมืออาชีพ แม้แต่สุนัขที่ว่ายน้ำเป็นก็ยังมีความเสี่ยงจากการจมน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในสระที่ไม่คุ้นเคย การออกแบบขอบสระที่ชันหรือไม่มีทางออกอาจทำให้สัตว์เลี้ยงติดอยู่ในสระโดยไม่สามารถขึ้นมาได้ สารเคมีในสระว่ายน้ำ: อันตรายที่มองไม่เห็น คลอรีนและสารเคมีอื่นๆ ที่ใช้ในการทำความสะอาดสระว่ายน้ำ เป็นอันตรายต่อระบบผิวหนังและระบบทางเดินหายใจของสัตว์เลี้ยง การสัมผัสหรือกลืนน้ำในสระอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง อุบัติเหตุจากการลื่นหกล้ม พื้นรอบสระว่ายน้ำที่เปียกชื้นมักลื่น เสี่ยงต่อการหกล้มและบาดเจ็บ สัตว์เลี้ยงที่กระตือรือร้นหรือซุกซน อาจได้รับบาดเจ็บจากการลื่นไถลหรือกระแทกขอบสระ มาตรการป้องกันเพื่อความปลอดภัย การติดตั้งรั้วและประตูกั้น การสร้างรั้วรอบสระว่ายน้ำที่มีความสูงเหมาะสมและประตูที่ปิดได้เองโดยอัตโนมัติ เป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุด ป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงเข้าใกล้สระโดยไม่มีการควบคุม อุปกรณ์ช่วยชีวิตสำหรับสัตว์เลี้ยง การติดตั้งบันไดหรือทางออกพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยง ช่วยให้พวกเขาสามารถขึ้นจากสระได้อย่างปลอดภัยหากตกลงไปโดยไม่คาดคิด การฝึกสอนและสร้างความคุ้นเคย ฝึกสอนสัตว์เลี้ยงให้คุ้นเคยกับสระว่ายน้ำอย่างถูกวิธี สอนให้พวกเขารู้จักขอบสระ และสามารถหาทางออกได้หากตกลงไป คำแนะนำเฉพาะสำหรับสุนัขและแมว สุนัข ฝึกให้ว่ายน้ำภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด สวมเสื้อชูชีพเมื่ออยู่ใกล้สระว่ายน้ำ สอนวิธีการขึ้นจากสระอย่างปลอดภัย แมว จำกัดพื้นที่เข้าถึงสระว่ายน้ำ สังเกตพฤติกรรมการหลบหนีหากตกลงไปในน้ำ เตรียมอุปกรณ์ช่วยเหลือเบื้องต้น การปฐมพยาบาลเบื้องต้น กรณีสงสัยว่าสัตว์เลี้ยงจมน้ำ ตรวจสอบการหายใจ ทำการช่วยฟื้นคืนชีพหากจำเป็น นำสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด กรณีได้รับสารเคมี ล้างน้ำออกทันที สังเกตอาการผิดปกติ ปรึกษาสัตวแพทย์หากมีอาการรุนแรง สรุป ความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยงรอบสระว่ายน้ำขึ้นอยู่กับความระมัดระวังและการเตรียมพร้อมของเจ้าของ การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย [...]

2025/3/1 • 由 Homeday
เจ้าของสัตว์เลี้ยงหลายคนมักสงสัยว่าควรเลือกอาหารประเภทไหนให้กับสัตว์เลี้ยงของตน เราได้รวบรวมข้อมูลเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น ความแตกต่างสำคัญที่คุณควรรู้ อาหารแห้ง (Dry Food) มีความชื้นน้อยกว่า 10% เป็นเม็ดแข็ง เก็บรักษาง่าย ราคาประหยัด และช่วยขัดฟันสัตว์เลี้ยงได้ แต่มีน้ำน้อย ทำให้สัตว์เลี้ยงบางตัวอาจได้รับน้ำไม่เพียงพอ อาหารเปียก (Wet Food) มีความชื้นสูง 75-85% มักอยู่ในกระป๋องหรือซอง มีกลิ่นและรสชาติที่น่าดึงดูด เคี้ยวง่าย และช่วยให้สัตว์เลี้ยงได้รับน้ำมากขึ้น แต่มีราคาสูงกว่า และเน่าเสียง่ายหลังเปิด ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ 1. ประเภทสัตว์เลี้ยง แมว มาจากถิ่นทะเลทราย มักดื่มน้ำน้อย จึงได้รับประโยชน์จากอาหารเปียกมาก สุนัข ดื่มน้ำได้ดีกว่า จึงสามารถกินอาหารแห้งได้ดี แต่สุนัขพันธุ์เล็กที่มีปัญหาฟันอาจเหมาะกับอาหารเปียกมากกว่า 2. อายุสัตว์เลี้ยง ลูกสัตว์ ต้องการสารอาหารและน้ำมาก อาจต้องการทั้งอาหารเปียกและแห้ง สัตว์เลี้ยงวัยกลางคน สามารถกินได้ทั้งสองแบบ สัตว์เลี้ยงสูงอายุ มักมีปัญหาฟันและไต อาหารเปียกจึงเหมาะสมกว่า 3. สุขภาพ โรคไตและทางเดินปัสสาวะ สัตว์เลี้ยงควรได้รับอาหารเปียกมากขึ้นเพื่อเพิ่มการได้รับน้ำ สัตว์เลี้ยงที่มีน้ำหนักเกิน อาหารเปียกช่วยให้อิ่มด้วยแคลอรี่ที่น้อยกว่า ปัญหาเกี่ยวกับฟัน อาหารเปียกเคี้ยวง่ายกว่า เหมาะกับสัตว์ที่มีปัญหาฟัน [...]

2025/3/12 • 由 Homeday
การให้อาหารสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้องเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี การคำนวณปริมาณอาหารที่เหมาะสมช่วยป้องกันปัญหาโภชนาการและโรคอ้วนในสัตว์เลี้ยง ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการคำนวณปริมาณอาหาร อายุ อายุของสัตว์เลี้ยงเป็นตัวกำหนดหลักในการคำนวณปริมาณอาหาร ลูกสัตว์: ต้องการพลังงานสูงเพื่อการเจริญเติบโต สัตว์โต: ความต้องการพลังงานจะลดลง สัตว์สูงอายุ: ต้องการอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเฉพาะ น้ำหนักและขนาดตัว การคำนวณปริมาณอาหารขึ้นอยู่กับน้ำหนักและขนาดตัวของสัตว์เลี้ยง ชั่งน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอ คำนวณตามสัดส่วนน้ำหนักมาตรฐาน พิจารณาโครงสร้างร่างกายของสัตว์เลี้ยง ระดับกิจกรรมทางกาย ความเคลื่อนไหวและการออกกำลังกายส่งผลต่อความต้องการพลังงาน สัตว์เลี้ยงที่มีกิจกรรมสูง: ต้องการอาหารมากขึ้น สัตว์เลี้ยงที่เคลื่อนไหวน้อย: ต้องควบคุมปริมาณอาหาร วิธีคำนวณปริมาณอาหาร สำหรับสุนัข คำนวณน้ำหนักมาตรฐานตามสายพันธุ์ ใช้สูตรการคำนวณ: สุนัขเล็ก: 20-30 แคลอรีต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัว สุนัขกลาง: 15-25 แคลอรีต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัว สุนัขใหญ่: 10-20 แคลอรีต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัว สำหรับแมว พิจารณาน้ำหนักและอายุ ใช้หลักการคำนวณ: แมวปกติ: 20-33 แคลอรีต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัว แมวท้อง/ให้นม: เพิ่มขึ้น 1.5-2 เท่า เทคนิคการวัดปริมาณอาหาร เครื่องมือวัด ใช้ถ้วยตวงที่มีขนาดมาตรฐาน เลือกเครื่องชั่งอาหารดิจิทัลที่แม่นยำ การปรับปริมาณอาหาร สังเกตสภาพร่างกายของสัตว์เลี้ยง ปรับเพิ่ม-ลดตามการเปลี่ยนแปลงน้ำหนัก ปรึกษาสัตวแพทย์เป็นประจำ ข้อควรระวัง การให้อาหารเกิน [...]

2025/2/26 • 由 Homeday
การพบลูกสัตว์กำพร้าเป็นสถานการณ์ที่ท้าทายและอาจสร้างความวิตกกังวลให้กับผู้พบเจอ ไม่ว่าจะเป็นลูกแมว ลูกสุนัข นก หรือสัตว์ป่าขนาดเล็ก การดูแลอย่างถูกวิธีในช่วงแรกมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโอกาสรอดชีวิตของลูกสัตว์เหล่านั้น บทความนี้จะแนะนำวิธีการดูแลลูกสัตว์กำพร้าอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อให้ผู้อ่านที่ไม่มีประสบการณ์สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม การประเมินสถานการณ์เบื้องต้น ก่อนตัดสินใจนำลูกสัตว์มาดูแล สิ่งสำคัญคือการประเมินว่าลูกสัตว์นั้นเป็นสัตว์กำพร้าจริงหรือไม่ หลายครั้งที่เราคิดว่าลูกสัตว์ถูกทอดทิ้ง แต่แท้จริงแล้วแม่ของมันอาจออกไปหาอาหารหรือซ่อนตัวอยู่ไม่ไกล วิธีสังเกตว่าลูกสัตว์กำพร้าจริงหรือไม่ สังเกตจากระยะไกล – ให้เฝ้าดูลูกสัตว์จากระยะห่างอย่างน้อย 30-50 เมตร เป็นเวลา 1-2 ชั่วโมง หากแม่ไม่กลับมาภายในเวลาดังกล่าว อาจเป็นสัญญาณว่าลูกสัตว์ถูกทอดทิ้ง ตรวจสอบร่างกาย – ลูกสัตว์ที่กำพร้ามักมีสภาพร่างกายผอมแห้ง สกปรก หรือมีแมลงวันตอม อาจส่งเสียงร้องต่อเนื่องเพราะหิวโหย พิจารณาสภาพแวดล้อม – หากพบลูกสัตว์ในบริเวณที่อันตราย เช่น ใกล้ถนน ในพื้นที่ก่อสร้าง หรือสถานที่ที่ไม่น่าจะเป็นรังตามธรรมชาติ มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจเป็นลูกสัตว์กำพร้า กรณีเฉพาะของสัตว์แต่ละชนิด ลูกแมว – แม่แมวจะไม่ทิ้งลูกนานเกิน 5-6 ชั่วโมง ลูกแมวที่มีอายุต่ำกว่า 8 สัปดาห์ที่อยู่คนเดียว มักเป็นสัญญาณของการถูกทอดทิ้ง ลูกสุนัข – แม่สุนัขจะอยู่กับลูกตลอดเวลาในช่วง 3 สัปดาห์แรก หากพบลูกสุนัขเล็กๆ อยู่ลำพัง [...]

2025/2/28 • 由 Homeday
การเลือกปลอกคอที่เหมาะสมสำหรับสุนัขเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของสุนัขทุกคนควรใส่ใจ ปลอกคอไม่เพียงเป็นอุปกรณ์ในการควบคุมสุนัขเท่านั้น แต่ยังเป็นที่เก็บข้อมูลสำคัญในกรณีที่สุนัขหลงทางอีกด้วย แต่ปลอกคอที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพและความปลอดภัยของสุนัขได้ ความสำคัญของปลอกคอที่พอดี ปลอกคอที่หลวมเกินไปอาจทำให้สุนัขหลุดออกได้ง่ายและอาจเกิดอันตรายได้หากสุนัขวิ่งหลุดไปบนถนน ส่วนปลอกคอที่คับเกินไปจะทำให้สุนัขอึดอัด หายใจลำบาก และอาจทำร้ายผิวหนังได้ ในกรณีที่รุนแรง ปลอกคอที่แน่นเกินไปอาจกดทับหลอดลมของสุนัขและก่อให้เกิดปัญหาในระบบทางเดินหายใจได้ รู้จักประเภทของปลอกคอ ท้องตลาดมีปลอกคอหลากหลายประเภทให้เลือก แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน: ปลอกคอแบบปกติ (Flat Collar) – ใช้งานทั่วไป เหมาะกับสุนัขที่ได้รับการฝึกให้ไม่ดึงสายจูง ปลอกคอแบบรัดคอ (Martingale Collar) – เหมาะกับสุนัขที่มีคอเรียวกว่าศีรษะ ป้องกันการหลุด ปลอกคอแบบโซ่ (Chain Collar) – ใช้ในการฝึกสุนัข แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง ปลอกคอแบบหนาม (Prong Collar) – ใช้ฝึกสุนัขที่ดึงสายจูง แต่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ปลอกคอแบบไม่ดึง (No-Pull Harness) – เหมาะกับสุนัขที่มีปัญหาในการดึงสายจูง ปลอกคอฝังชิป GPS – ช่วยติดตามตำแหน่งของสุนัขได้ผ่านแอปพลิเคชัน วิธีวัดขนาดปลอกคอให้พอดี การวัดขนาดที่ถูกต้องจะช่วยให้ได้ปลอกคอที่พอดีกับสุนัข โดยมีขั้นตอนดังนี้: ใช้สายวัดตัวหรือเชือกพันรอบคอของสุนัขในบริเวณกลางคอ ใกล้กับฐานของหัว ตรวจสอบว่าสามารถสอดนิ้วได้ 2 นิ้วระหว่างสายวัดกับคอของสุนัข [...]

2025/9/23 • 由 Homeday
พรีโม ร่วมกับ มูลนิธิ The Voice (เสียงจากเรา) จัดโครงการ “พรีโม คุณไม่ใช้ น้อลลขอ” เดินหน้าสนับสนุนสร้างสังคมที่ดีทั้งคนและสัตว์ เพื่อช่วยเหลือสุนัข-แมวที่ไร้บ้าน และพิการ ที่อยู่ในการดูแลของมูลนิธิต่างๆ พรีโม เชิญชวนผู้บริหาร พนักงาน และลูกบ้านภายใต้การดูแลของพรีโมกว่า 2,000 ยูนิต จาก 8 โครงการ Pet Friendly ร่วมบริจาคสิ่งของใช้จำเป็น สำหรับสัตว์เลี้ยงให้กับมูลนิธิ The Voice (เสียงจากเรา) ผนึกพันธมิตรภาคธุรกิจที่สนับสนุนการช่วยเหลือสัตว์ให้กับโครงการ ได้แก่ บริษัท เพ็ท พอว์ จำกัด และ บริษัท เว็ทซินโนว่า จำกัด นายสุรินทร์ สหชาติโภคานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) [...]

2025/3/13 • 由 Homeday
พฤติกรรมหวงอาณาเขตเป็นสัญชาตญาณตามธรรมชาติของสุนัขที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ สุนัขจะแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของพื้นที่ผ่านการส่งสัญญาณต่างๆ เพื่อปกป้องดินแดนที่ตนเองรู้สึกว่าเป็นของตน การหวงอาณาเขตเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งสัญชาตญาณความเป็นผู้ล่า การปกป้องครอบครัว และความรู้สึกไม่ปลอดภัย สาเหตุของการหวงอาณาเขต 1. สัญชาตญาณดั้งเดิม สุนัขเป็นสัตว์สังคมที่มีพฤติกรรมการอยู่ร่วมกันเป็นฝูง การหวงอาณาเขตเป็นกลไกป้องกันภัยที่ติดตัวมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เพื่อความอยู่รอดของสายพันธุ์ 2. ความรู้สึกไม่ปลอดภัย สุนัขที่ขาดความมั่นคงทางอารมณ์ มักแสดงพฤติกรรมหวงอาณาเขตรุนแรงขึ้น การขาดการฝึกฝนที่เหมาะสมและการสังคมสงเคราะห์ทำให้สุนัขรู้สึกวิตกกังวล 3. การขาดการฝึกอบรม สุนัขที่ไม่ได้รับการฝึกวินัยอย่างถูกต้อง จะมีแนวโน้มแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวในการหวงอาณาเขตสูง วิธีแก้ปัญหาการหวงอาณาเขต 1. การฝึกฝนทางสังคม สร้างประสบการณ์ทางสังคมที่ดีให้กับสุนัข พาสุนัขไปเข้าสังคมกับสุนัขและมนุษย์ตั้งแต่อายุยังน้อย ฝึกให้สุนัขคุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป 2. การฝึกวินัยและการควบคุม ฝึกคำสั่งพื้นฐาน เช่น “นั่ง” “อยู่” “มา” ใช้รางวัลและการชมเชยเป็นแรงจูงใจในการฝึก สร้างความเชื่อใจระหว่างเจ้าของและสุนัข 3. จัดการสิ่งแวดล้อม กำหนดพื้นที่ส่วนตัวให้สุนัข ใช้รั้วหรือกำแพงกั้นอาณาเขต ควบคุมสถานการณ์ที่อาจกระตุ้นพฤติกรรมก้าวร้าว 4. เทคนิคการจัดการอารมณ์ สังเกตสัญญาณเตือนก่อนการแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ใช้เสียงและภาษากายที่สงบ หลีกเลี่ยงการลงโทษทางร่างกาย เมื่อต้องพบสุนัขที่หวงอาณาเขต วิธีรับมือ อย่าสบตาโดยตรง เคลื่อนไหวช้าและนิ่ง ไม่แสดงท่าทีคุกคาม ค่อยๆ ถอยออกมาอย่างช้าๆ [...]

2025/2/18 • 由 Homeday
การตัดสินใจเลี้ยงสัตว์เป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ การจัดพื้นที่ในบ้านให้เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดพื้นที่ในบ้านให้เหมาะสมกับการเลี้ยงสัตว์ โดยคำนึงถึงความต้องการพื้นฐานของสัตว์เลี้ยงและการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข การเตรียมพื้นที่พื้นฐานสำหรับสัตว์เลี้ยง การจัดพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจความต้องการพื้นฐานของสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมว สัตว์เลี้ยงต้องการพื้นที่สำหรับ: มุมพักผ่อน – เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่สัตว์เลี้ยงรู้สึกปลอดภัยและสงบ พื้นที่ทานอาหารและน้ำ – ควรแยกจากพื้นที่พักผ่อนและห่างจากห้องน้ำ พื้นที่ขับถ่าย – สำหรับแมวต้องมีกระบะทราย สำหรับสุนัขต้องมีพื้นที่สำหรับแผ่นรองซับหรือทางออกสู่พื้นที่ภายนอก พื้นที่ออกกำลังกาย – มีพื้นที่ให้วิ่งเล่นหรือกระโดดได้อย่างปลอดภัย การปรับพื้นผิวให้ปลอดภัย พื้นผิวในบ้านมีผลต่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายของสัตว์เลี้ยง ควรพิจารณา: พื้นกระเบื้องหรือไม้ควรมีพื้นผิวที่ไม่ลื่น เพิ่มพรมหรือแผ่นรองในจุดที่สัตว์เลี้ยงชอบนอน หลีกเลี่ยงพื้นผิวที่ร้อนเกินไปหรือเย็นเกินไป ติดตั้งตาข่ายกันตกสำหรับระเบียงหรือหน้าต่าง การจัดการพื้นที่เฉพาะสำหรับแมว แมวต้องการพื้นที่พิเศษที่แตกต่างจากสุนัข: ที่ข่วนเล็บ – ติดตั้งในจุดที่แมวชอบลับเล็บเพื่อป้องกันเฟอร์นิเจอร์ พื้นที่สูง – ชั้นวางหรือต้นไม้แมวสำหรับปีนป่าย มุมซ่อนตัว – กล่องหรือบ้านแมวสำหรับหลบพักผ่อน หน้าต่าง – จัดพื้นที่ให้แมวได้นั่งดูวิวนอกบ้าน การจัดการพื้นที่เฉพาะสำหรับสุนัข สุนัขมีความต้องการพื้นที่ที่แตกต่างจากแมว: พื้นที่นอน – เตียงสุนัขควรอยู่ในจุดที่อบอุ่นและไม่มีลมโกรก พื้นที่เล่น – บริเวณที่กว้างพอให้สุนัขวิ่งเล่นได้ พื้นที่ฝึก – สำหรับฝึกคำสั่งพื้นฐานและพฤติกรรม ประตูสุนัข – [...]

2025/2/12 • 由 Homeday
การฉีดวัคซีนเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสัตว์เลี้ยง เพื่อป้องกันโรคร้ายแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต บทความนี้จะแนะนำวัคซีนที่จำเป็นสำหรับสุนัขและแมว พร้อมคำแนะนำเรื่องระยะเวลาที่เหมาะสมในการฉีด ความสำคัญของการฉีดวัคซีนในสัตว์เลี้ยง วัคซีนช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ โดยการฉีดเชื้อโรคที่ถูกทำให้อ่อนแรงลงหรือตายแล้วเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโดยไม่ต้องป่วยจริง การฉีดวัคซีนจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการป้องกันโรคร้ายแรง สัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้รับวัคซีนมีความเสี่ยงสูงที่จะติดโรคร้ายแรง ซึ่งบางโรคสามารถติดต่อถึงคนได้ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า นอกจากนี้การฉีดวัคซีนยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคในกลุ่มสัตว์เลี้ยง วัคซีนที่จำเป็นสำหรับสุนัข วัคซีนพื้นฐานที่สุนัขทุกตัวต้องได้รับ วัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) ฉีดครั้งแรกเมื่ออายุ 12 สัปดาห์ กระตุ้นซ้ำหลังฉีดเข็มแรก 1 ปี หลังจากนั้นฉีดทุก 1-3 ปีตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ วัคซีนรวม (DHPP) ป้องกันโรคไข้หัดสุนัข พาร์โวไวรัส ตับอักเสบติดต่อ และไข้หวัดสุนัข เริ่มฉีดเมื่ออายุ 6-8 สัปดาห์ ฉีดกระตุ้นทุก 3-4 สัปดาห์จนอายุ 16 สัปดาห์ กระตุ้นซ้ำเมื่ออายุ 1 ปี และทุก 3 ปีหลังจากนั้น วัคซีนเสริมตามความเสี่ยง วัคซีนโรคเลปโตสไปโรซิส แนะนำสำหรับสุนัขที่อาศัยในพื้นที่ชื้นแฉะ ฉีดครั้งแรก 2 เข็มห่างกัน 2-4 [...]