
2025/7/25 • 由 Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ดำเนินการตามนโยบายกระทรวงการคลัง ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนลูกค้า ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดนไทย – กัมพูชา จัดทำ “มาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าจากเหตุการณ์ชายแดน” เป็นการเร่งด่วน ทั้งลดอัตราดอกเบี้ยและ มอบอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับลูกค้าปลูกสร้าง ประกอบด้วย (1) ลูกค้าปัจจุบันที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือที่อยู่อาศัยเสียหาย อัตราดอกเบี้ยลดลงจากอัตราปัจจุบันเหลือ 0.01% ต่อปี นาน 5 ปี (2) ลูกค้าปัจจุบันที่ประสบปัญหาที่อยู่อาศัยเสียหายทั้งหลังจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ หรือทุพพลภาพถาวร หรือเสียชีวิต อัตราดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา และ (3) สำหรับลูกค้าในพื้นที่ที่ต้องการกู้ เพื่อปลูกสร้างอาคารใหม่ทดแทนอาคารเดิม ได้รับอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน สามารถแสดงหลักฐานประกอบการยื่นขอสินเชื่อได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ สาขาธนาคารทั่วประเทศ นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา เมื่อวันที่ 24 [...]

2025/4/10 • 由 Homeday
ดีป้า เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล ไตรมาส 1/2568 ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลดลง และการแข่งขันด้าน AI ระดับโลก ขณะเดียวกัน การประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ มาตรการกีดกันทางการค้าต่างประเทศ และการที่ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับตัวได้ทันกับเทคโนโลยีเกิดใหม่ถือเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อระดับความเชื่อมั่น เผยผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยคาดหวังให้ภาครัฐเร่งพัฒนากำลังคนดิจิทัลเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital Industry Sentiment Index) ไตรมาส 1 ประจำปี 2568 และไตรมาส 4 ประจำปี 2567 ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมย่อย ประกอบด้วย กลุ่มอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ (Hardware and Smart Device) กลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ (Software) กลุ่มอุตสาหกรรมบริการด้านดิจิทัล (Digital Service) กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content) และกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (Telecommunication) โดยดัชนีความเชื่อมั่นฯ ไตรมาส 1 ปี 2568 [...]

2025/3/31 • 由 Homeday
แอสเซทไวส์ (AssetWise) ยืนยันความแข็งแรงปลอดภัยโครงสร้างอาคารในทุกโครงการ พร้อมแจ้ง “4 มาตรการเร่งด่วน” เพื่อดูแลความปลอดภัยของลูกบ้าน และแนวทางปฏิบัติสำหรับการแจ้งซ่อม รวมถึงสิทธิ์การรับประกัน เพื่อให้ทุกท่านได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง สะดวก และรวดเร็ว ดังนี้ แอสเซทไวส์ได้จัดส่งทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้าตรวจสอบโครงการที่มีผู้พักอาศัยและโครงการที่กำลังก่อสร้างอยู่อย่างเร่งด่วน โดยโครงสร้างอาคารทุกโครงการของแอสเซทไวส์มีความแข็งแรง ปลอดภัย 100% ตามมาตรฐานวิศวกรรม และตามข้อบังคับอาคาร กฎกระทรวง ปี 2550 และมาตรฐานการออกแบบอาคารต้านทานการสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว กรมโยธาธิการและผังเมือง 1301/1302 ขณะนี้ลูกบ้านสามารถเข้าพักอาศัยได้ตามปกติอย่างมั่นใจ และกำลังดำเนินการตรวจสอบวิเคราะห์สถาปัตยกรรมอาคารเชิงลึกในทุกโครงการอย่างต่อเนื่อง ให้แล้วเสร็จ 100% ภายในวันที่ 1 เมษายน 2568 หากพบร่องรอยความเสียหายภายในห้องพัก เช่น รอยร้าว ผนังหลุดร่อน สามารถแจ้งขอรับบริการตรวจสอบและซ่อมแซมได้ตามขั้นตอนดังนี้ แจ้งปัญหาผ่านนิติบุคคลอาคารชุด หรือโครงการที่พักอาศัย เจ้าหน้าที่จะประสานงานกับทีมช่างเพื่อนัดหมายวันเข้าตรวจสอบ ทีมวิศวกรและช่างจะเข้าตรวจสอบและประเมินแนวทางการซ่อมแซม แจ้งผลการตรวจสอบ และเริ่มดำเนินการซ่อมแซมตามขอบเขตการรับประกัน การใช้สิทธิ์การรับประกัน และเงื่อนไขการเคลมต่างๆ ลูกบ้านสามารถใช้สิทธิ์การรับประกันงานซ่อมแซมตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด โดยครอบคลุมถึง โครงสร้างอาคาร – เสา คาน พื้น และองค์ประกอบสำคัญที่รองรับน้ำหนักของอาคาร [...]

2026/2/24 • 由 Homeday
กรุงเทพฯ – 24 กุมภาพันธ์ 2569 – ซีบีอาร์อี ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลก เผยแพร่รายงานแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยฉบับสมบูรณ์ประจำปี 2569 โดยซีบีอาร์อีคาดการณ์ว่าปีนี้เป็นปีที่ผู้พัฒนาโครงการและนักลงทุนต้องรักษาสมดุลระหว่าง “ความเสี่ยงและผลตอบแทน” อย่างมีกลยุทธ์ ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง “ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยยังคงเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายถึงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องวางแผนอย่างมีกลยุทธ์และมีความคล่องตัวในการลงทุนและพัฒนา” นางสาวรุ่งรัตน์ วีระภาคย์การุณ กรรมการผู้จัดการ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าว “บทวิเคราะห์ของเราชี้ให้เห็นว่า แม้บางภาคธุรกิจจะยังคงเผชิญแรงกดดัน แต่บางภาคธุรกิจอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยหนุนจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค มาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ และทิศทางความเปลี่ยนแปลงระดับโลก ดังนั้น การปรับตัวและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ” ตลาดพื้นที่ค้าปลีก: เน้นสร้างประสบการณ์เพื่อรับมือกับผู้บริโภคที่ระมัดระวัง สำหรับตลาดค้าปลีกในกรุงเทพฯ ซึ่งมีความหลากหลาย ตั้งแต่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมืองไปจนถึงโครงการที่มุ่งเน้นกลุ่มผู้อาศัยโดยรอบ ผู้พัฒนาโครงการยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงการใหม่และปรับปรุงโครงการเดิม เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 ปริมาณพื้นที่ค้าปลีกโดยรวมแตะระดับ 8.25 ล้าน ตร.ม. โดยมีอีก 3 แสน ตร.ม. ที่มีกำหนดจะแล้วเสร็จในปี 2569 ซึ่งคาดการณ์ว่าปริมาณพื้นที่ค้าปลีกใหม่ที่เพิ่มขึ้นจะแซงหน้าความต้องการใช้พื้นที่ของผู้เช่า ส่งผลให้อัตราเฉลี่ยของการใช้พื้นที่จะลดลงจนต่ำกว่า [...]

2023/5/15 • 由 Homeday
“เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮม” จัดโปรโมชั่นเด็ดเอาใจลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของโครงการบ้านเดี่ยว และทาวน์โฮมคุณภาพ ทั้งโครงการใหม่และโครงการพร้อมอยู่ กับ

2025/3/31 • 由 Homeday
เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ผนึกกำลังพันธมิตรญี่ปุ่น ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ เพื่อยกระดับมาตรการช่วยเหลือลูกบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว พร้อมดำเนินแผนปฏิบัติการเชิงรุก 3 ระยะ ได้แก่ “การตรวจสอบและสื่อสารเชิงรุกเพื่อสร้างความมั่นใจ – การแก้ไขและให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน – การเตรียมความพร้อมระยะยาวเพื่ออนาคตที่ปลอดภัย” เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติและสร้างความมั่นใจให้กับลูกบ้านทุกโครงการของเสนา ดร.ยุ้ย – เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เสนายึดมั่นในการพัฒนาโครงการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและมุ่งเน้นความปลอดภัยสูงสุดในทุกโครงการมาโดยตลอด โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบอาคารให้สามารถรองรับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการพัฒนาโครงสร้างให้สามารถต้านทานแรงสั่นสะเทือนที่สูงเกินมาตรฐานสากล รวมถึงเสริมความแข็งแกร่งในการรับมือกับภัยพิบัติประเภทอื่น ๆ ได้ดียิ่งขึ้น จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา บริษัทได้จัดทีมวิศวกรลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบโครงสร้างอาคารสูงทุกโครงการอย่างเร่งด่วน โดยกระบวนการตรวจสอบแล้วเสร็จภายในเวลา 23.00 น. ของวันเดียวกัน ซึ่งเสนาให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของลูกบ้านทุกโครงการ ภายใต้มาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูโครงการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เสนาได้นำแนวทางการรับมือภัยพิบัติตามแนวคิด Geo fit+ ของบริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพันธมิตรของเสนา มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ [...]

2025/3/30 • 由 Homeday
นโยบายภาครัฐมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการลงทุน การพัฒนา และการตัดสินใจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ในปัจจุบัน นโยบายต่างๆ ที่ออกมาโดยภาครัฐได้สร้างพลวัตรที่ซับซ้อนและน่าสนใจให้กับตลาดอย่างมาก การเข้าใจถึงผลกระทบเหล่านี้จะช่วยให้นักลงทุนและผู้สนใจสามารถวางแผนและตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มาตรการทางภาษีและการเงิน: เครื่องมือสำคัญในการควบคุมตลาด รัฐบาลใช้มาตรการทางภาษีและการเงินเป็นเครื่องมือหลักในการควบคุมและกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ การปรับลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ซื้อบ้านหน้าใหม่ การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และมาตรการช่วยเหลือทางการเงินต่างๆ ล้วนส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ นโยบายเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการบริโภค ลดภาระทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้มากขึ้น ผลกระทบเชิงบวก การลดหย่อนภาษีทำให้ต้นทุนการซื้ออสังหาริมทรัพย์ลดลง สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำเพิ่มโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้าน กระตุ้นการลงทุนและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผลกระทบเชิงลบ อาจก่อให้เกิดภาวะฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ การกระตุ้นที่มากเกินไปอาจนำไปสู่การเก็งกำไร ความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน นโยบายผังเมืองและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การวางผังเมืองและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ การตัดสินใจของภาครัฐในการพัฒนาระบบคมนาคม ขยายเส้นทางรถไฟฟ้า หรือสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ ล้วนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพื้นที่โดยรอบอย่างมหาศาล นักลงทุนและผู้ซื้อบ้านจึงให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นอย่างมาก ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบ การขยายเส้นทางคมนาคม การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจ การก่อสร้างสาธารณูปโภคใหม่ๆ มาตรการควบคุมการเก็งกำไรและการป้องกันฟองสบู่ รัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมการเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งรวมถึงการควบคุมสินเชื่อ การกำหนดอัตราเงินดาวน์ และการจำกัดการปล่อยสินเชื่อ มาตรการเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะฟองสบู่และรักษาเสถียรภาพของตลาด เครื่องมือในการควบคุม การควบคุมสัดส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน การกำหนดเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด การติดตามและประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง นโยบายสนับสนุนที่อยู่อาศัยสำหรับกลุ่มพิเศษ รัฐบาลยังได้ออกนโยบายเพื่อสนับสนุนที่อยู่อาศัยสำหรับกลุ่มต่างๆ เช่น เกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย และคนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการบ้านประชารัฐ [...]

2024/8/26 • 由 Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) มอบถุงยังชีพ จำนวน 200 ชุด ให้ผู้ประสบอุทกภัย ณ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย องค์การบริหารส่วนตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ พร้อมให้คำปรึกษาแนวทางช่วยเหลือผ่าน 7 มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปี 2567นายกมล

2024/9/6 • 由 Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าในพื้นที่ภาคเหนือที่ประสบอุทกภัย ผ่าน 7 มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปี 2567 โดยธนาคารได้ติดต่อลูกค้าในพื้นที่ประสบอุทกภัยผ่านทุกช่องทางของธนาคาร ผลปรากฏว่ามีลูกค้าทยอยยื่นขอสินไหมเร่งด่วนแล้ว กว่า 400 ราย คิดเป็นวงเงินประมาณการค

2025/4/4 • 由 Homeday
หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค.2568 การตรวจเช็คความปลอดภัยด้านต่างๆ ของอาคารล้วนมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะด้านไฟฟ้า เนื่องจากสายไฟทั้งบนดินและใต้ดินที่ได้รับผลกระทบ อาจส่งผลให้เกิดไฟฟ้าขัดข้อง จนถึงอาจเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หนึ่งในผู้นำตลาดสายไฟฟ้าของประเทศไทยที่ยืนหยัดคู่คนไทยมากว่า 60 ปี ได้ประเมินสภาพปัญหา พร้อมแนะนำแนวทางตรวจเช็คสายไฟฟ้าสำหรับทั้งบ้านและอาคาร รวมถึงแนวทางแก้ไข และป้องกัน เพื่อความปลอดภัยในการอยู่อาศัย นายพงศภัค นครศรี ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) กล่าวว่า การตรวจสอบความเสียหายของสายไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าหลังแผ่นดินไหว สำหรับกลุ่มเจ้าของบ้าน เจ้าของห้องชุดในคอนโดมิเนียม ตลอดจนเจ้าของอาคาร มี 5 จุดหลักที่ต้องตรวจเช็ค ประกอบด้วย กลุ่มงานระบบไฟฟ้าของอาคาร 2 จุด คือ 1.ตู้ควบคุมไฟฟ้า ตรวจสอบว่าประตูของตู้ Main Distributor Board หรือ MDB และตู้ย่อยอื่นๆ ยังปิดสนิท ไม่มีรอยบิดเบี้ยว หรือความเสียหายเชิงโครงสร้าง 2.ระบบสำรองไฟฟ้า [...]

2025/4/16 • 由 Homeday
ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า ชี้มาตรการภาษีทรัมป์เป็นการโยนหินถามทางเพื่อสังเกตท่าทีของคู่ค้าสหรัฐฯ แต่ยอมรับว่าอาจส่งผลกระทบต่อ GDP ไทย คาดมาตรการดังกล่าวจะยังไม่ส่งผลทันที แนะไทยเร่งหาตลาดใหม่ทดแทน และสร้างช่องทางการส่งออกให้กับผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย เพื่อสร้างรายได้จากการส่งออกและโอกาสทางธุรกิจ อีกทั้งเป็นการกระจายเม็ดเงินสู่ระดับฐานราก ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า การที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariff) โดยเรียกเก็บภาษีนำเข้าพื้นฐาน 10% สำหรับสินค้าทุกประเภทจากทุกประเทศ ส่วนประเทศที่เกินดุลการค้าสหรัฐฯ จะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ประเทศไทยถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 36% จากเดิมที่มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมานั้นถือเป็นการโยนหินถามทางเพื่อสังเกตท่าทีของคู่ค้าสหรัฐฯ แต่ยอมรับว่าอาจส่งผลกระทบต่อ GDP ของประเทศ อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวจะยังไม่ส่งผลอย่างทันท่วงที ซึ่งสอดคล้องกับการประกาศล่าสุดกับการลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากคู่ค้าส่วนใหญ่ลงเหลือ 10% เป็นเวลา 90 วัน เพื่อเปิดทางให้เกิดการเจรจาการค้า โดยมีผลบังคับใช้ทันที ยกเว้นสาธารณรัฐประชาชนจีนที่สหรัฐฯ ปรับเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าเป็น 125% ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าวต่อว่า ประเทศไทยจะต้องเตรียมการในด้านต่าง [...]

2025/3/18 • 由 Homeday
นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา (สนศ.) กทม. กล่าวถึงมาตรการป้องกันการเข้าถึงและการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียนสังกัด กทม. ว่า สนศ. ได้ขอความร่วมมือโรงเรียนในสังกัดทั้ง 437 โรงเรียน ดำเนินการตามประกาศ กทม. เรื่อง มาตรการเฝ้าระวังป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กัญชา กัญชง กระท่อม บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอบายมุขของโรงเรียนในสังกัด กทม. ลงวันที่ 31 พ.ค. 67 โดยป้องกันเฝ้าระวังควบคุมการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มนักเรียน ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนในสังกัด ซึ่งเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ลงวันที่ 10 มี.ค. 68 เรื่องมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มของนักเรียนและนักศึกษา ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การให้ความรู้และการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันพิษภัยและโทษของบุหรี่ไฟฟ้าทั้งต่อสุขภาพร่างกายและโทษทางอาญา โดยบูรณาการความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าในหลักสูตรการเรียนการสอนรายวิชาต่าง ๆ อาทิ วิทยาศาสตร์ สุขศึกษา สังคมศึกษา และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ใช้สื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งวีดิทัศน์ อินโฟกราฟิก ข่าวสารกรณีศึกษา และกิจกรรม Workshop พร้องทั้งส่งเสริมให้โรงเรียนจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในวันงดสูบบุหรี่โลก หรือกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน การฝึกอบรมเกี่ยวกับการปฏิเสธสิ่งเสพติดผ่านโครงการเพื่อนช่วยเพื่อนของชมรม To Be Number One ในโรงเรียน [...]