Logo
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们
发布房源
发布房源
Homeday
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们收藏夹
HOMEDAY Logo

泰国排名第一的一站式房地产平台。轻松找到您的梦想家园、优质公寓或进行房产投资。

DBD Registered

主菜单

  • 首页
  • 买房
  • 租房
  • 新楼盘
  • 热门地段
  • 房产文章
  • 使用指南
  • 联系我们

房产类型

  • 公寓
  • 独栋别墅
  • 联排别墅
  • 土地

联系我们

  • 电话090-916-9993每天 9:00 - 18:00
  • Email[email protected]
  • 办公室159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    暖武里府 11110,泰国

热门搜索

素坤逸公寓轻轨公寓邦纳别墅便宜联排别墅考艾土地拉差达出租公寓暖武里二手房新公寓评测房屋贷款土地估价投资房产免费发布房产

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. 版权所有。

条款与条件隐私政策Sitemap
Add LINE Sticky
มหกรรมบ้านและคอนโด
Homeday AgentHomeday Agent
กำลังค้นหา:
แท็ก: สาระ
123...3031323334...129130131

บทความ

พบ 1,569 บทความ

เรียงตาม:
ทำไมธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อบ้าน? พร้อมเคล็ดลับยื่นกู้ให้ผ่านฉลุย
ทั่วไป

ทำไมธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อบ้าน? พร้อมเคล็ดลับยื่นกู้ให้ผ่านฉลุย

2025/4/26 • 由 Homeday

การมีบ้านสักหลังเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนจำนวนมาก แต่ในความเป็นจริง การจะได้บ้านมาครอบครองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องพึ่งพาสินเชื่อจากธนาคาร หลายคนต้องพบกับความผิดหวังเมื่อการยื่นขอสินเชื่อไม่ผ่านการอนุมัติ บทความนี้จะอธิบายถึงสาเหตุหลักที่ทำให้ธนาคารปฏิเสธการให้สินเชื่อบ้าน พร้อมแนะนำวิธีการเตรียมตัวและเทคนิคสำคัญในการยื่นขอสินเชื่อให้ผ่านการพิจารณา ทำไมธนาคารถึงไม่อนุมัติสินเชื่อบ้านให้คุณ? การที่ธนาคารปฏิเสธการอนุมัติสินเชื่อบ้านนั้นมีสาเหตุหลายประการ การเข้าใจถึงสาเหตุเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถเตรียมตัวและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ประวัติเครดิตมีปัญหาหรือคะแนนเครดิตต่ำเกินไป ประวัติเครดิตเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ที่ธนาคารนำมาพิจารณาเมื่อคุณยื่นขอสินเชื่อ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (National Credit Bureau) จะเก็บข้อมูลและประวัติการชำระสินเชื่อของคุณไว้ทั้งหมด หากคุณมีประวัติการชำระเงินล่าช้าเกิน 30 วัน มีการค้างชำระหนี้ หรือมีภาระหนี้เกินตัว ข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้และส่งผลต่อคะแนนเครดิตของคุณ คะแนนเครดิต (Credit Scoring) เป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือทางการเงินของคุณ โดยมีการจัดระดับความเสี่ยงตั้งแต่ AA (ดีมาก) ถึง HH (แย่มาก) ซึ่งธนาคารจะใช้คะแนนนี้ประกอบการพิจารณาว่าคุณมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้มากน้อยเพียงใด หากคะแนนเครดิตของคุณไม่เพียงพอ โอกาสที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อก็จะลดลงอย่างมาก รายได้ไม่แน่นอนหรือไม่เพียงพอ รายได้เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ธนาคารใช้พิจารณา โดยเฉพาะความสม่ำเสมอและความเพียงพอของรายได้ คนที่ประกอบอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์มักจะพบอุปสรรคในการขอสินเชื่อมากกว่าคนที่ทำงานประจำ เนื่องจากรายได้ไม่แน่นอนและยากต่อการพิสูจน์ นอกจากนี้ หากรายได้ของคุณเมื่อเทียบกับราคาบ้านที่ต้องการซื้อแล้วไม่เพียงพอ ธนาคารอาจปฏิเสธการให้สินเชื่อ โดยทั่วไปธนาคารมักกำหนดให้ค่าผ่อนชำระต่อเดือนไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ต่อเดือน หากคุณขอวงเงินสูงเกินกว่าที่รายได้จะรองรับได้ ธนาคารก็จะไม่อนุมัติ มีภาระหนี้สินมากเกินไป หากคุณมีภาระหนี้สินอื่นๆ อยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถยนต์ [...]

ภาษีที่ดินและคอนโดต้องจ่ายเท่าไหร่? อัพเดทกฎใหม่ปี 2568 ที่เจ้าของอสังหาฯ ต้องรู้
ทั่วไป

ภาษีที่ดินและคอนโดต้องจ่ายเท่าไหร่? อัพเดทกฎใหม่ปี 2568 ที่เจ้าของอสังหาฯ ต้องรู้

2025/4/26 • 由 Homeday

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือที่หลายคนเรียกว่า “ภาษีคอนโด” เป็นเรื่องที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทุกคนต้องให้ความสำคัญ เพราะการไม่เข้าใจหรือละเลยการชำระภาษีอาจนำมาซึ่งค่าปรับและปัญหาทางกฎหมายได้ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเรื่องภาษีที่ดินและคอนโดอย่างละเอียด พร้อมอัพเดทข้อมูลล่าสุดของปี 2568 ที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ควรรู้ ภาษีที่ดินและคอนโดคืออะไร? ทำไมต้องเสีย? ภาษีที่ดินและคอนโดที่เราพูดถึงกันนั้น คือ “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” ที่จัดเก็บเป็นรายปีตามราคาประเมินของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อนำรายได้ไปพัฒนาท้องถิ่นและลดการเก็งกำไรที่ดิน โดยเริ่มมีการบังคับใช้ในปี 2562 และเริ่มจัดเก็บภาษีตั้งแต่ปี 2563 น่าสนใจว่าในช่วงปี 2563-2564 ที่ผ่านมา ได้มีการปรับลดการจัดเก็บภาษีลงถึง 90% เพื่อช่วยบรรเทาภาระให้กับผู้เสียภาษีในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา ได้มีการยกเลิกมาตรการปรับลดดังกล่าวและกลับมาจัดเก็บภาษีในอัตราปกติแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังคงมีการลดหย่อนภาษีในบางกรณีก็ตาม ใครบ้างที่ต้องเสียภาษีคอนโด? ผู้เช่าต้องจ่ายหรือไม่? ผู้ที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีคอนโด หรือภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คือ บุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงห้องชุดหรือคอนโดมิเนียม ไม่ว่าจะครอบครองเพื่อพักอาศัยหรือปล่อยเช่าก็ตาม หลายคนอาจสงสัยว่า ถ้าเช่าคอนโดอยู่ จะต้องเสียภาษีคอนโดหรือไม่? คำตอบคือไม่ต้องเสีย เพราะหน้าที่ในการชำระภาษีเป็นของเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือผู้ให้เช่านั่นเอง อย่างไรก็ตาม ผู้เช่าควรคำนึงไว้ด้วยว่า หากเจ้าของคอนโดมีภาระภาษีเพิ่มขึ้น อาจส่งผลให้มีการปรับขึ้นค่าเช่าได้ในอนาคต อัตราภาษีคอนโดปี 2568 เปลี่ยนแปลงอย่างไร? อัตราภาษีคอนโดในปี 2568 ยังคงเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดตั้งแต่ปี [...]

จะวางแผนการเงินอย่างไรให้มีเงินเหลือเก็บทุกเดือน?
ทั่วไป

จะวางแผนการเงินอย่างไรให้มีเงินเหลือเก็บทุกเดือน?

2025/4/25 • 由 Homeday

การวางแผนการเงินเป็นทักษะสำคัญที่ทุกคนควรมี โดยเฉพาะในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นและสภาพเศรษฐกิจมีความผันผวน หลายคนประสบปัญหาเงินหมดก่อนสิ้นเดือนหรือไม่มีเงินเหลือเก็บ ทั้งที่มีรายได้ที่น่าจะเพียงพอ การวางแผนการเงินอย่างเป็นระบบจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณมีความมั่นคงทางการเงินทั้งในปัจจุบันและอนาคต บทความนี้จะแนะนำวิธีจัดการการเงินส่วนบุคคลด้วยสูตร 50:30:20 ที่เหมาะสำหรับคนวัยทำงาน พร้อมเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณมีเงินเหลือเก็บทุกเดือนอย่างเป็นระบบ ทำไมการวางแผนการเงินจึงสำคัญต่อความมั่นคงในอนาคต? การวางแผนการเงินไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม เพราะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในช่วงวัยทำงาน ความแตกต่างระหว่างคนที่มีและไม่มีการวางแผนการเงินอาจไม่เห็นชัดเจนมากนัก แต่เมื่อถึงวัยเกษียณ ความแตกต่างนี้จะปรากฏอย่างชัดเจน เนื่องจากคนที่ไม่วางแผนการเงินมักจะประสบปัญหาเงินไม่พอใช้ หรือต้องพึ่งพาบุคคลอื่นในการดำรงชีวิต การวางแผนการเงินที่ดีจะช่วยให้คุณมีเงินสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน มีเงินออมสำหรับเป้าหมายใหญ่ในชีวิต เช่น การซื้อบ้าน การมีเงินไว้ใช้หลังเกษียณ หรือแม้กระทั่งการท่องเที่ยวพักผ่อน นอกจากนี้ ยังช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาการเงินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย รู้จักกับสูตร 50:30:20 วิธีจัดการการเงินสำหรับคนวัยทำงาน สูตร 50:30:20 เป็นหลักการจัดสรรรายได้ที่เหมาะสำหรับคนวัยทำงานที่ต้องการวางแผนการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลักการนี้แบ่งรายได้ออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ค่าใช้จ่ายจำเป็น ค่าใช้จ่ายเพื่อความสุข และเงินออม สูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ยังมีรายได้จากการทำงาน จึงสามารถจัดสรรเงินไปใช้ในกิจกรรมเพื่อความสุขได้มากกว่าสูตรอื่นๆ 50% สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ครึ่งหนึ่งของรายได้จะถูกจัดสรรไปเพื่อค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ซึ่งประกอบด้วย: ค่าที่พักอาศัย ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าหรือค่าผ่อนบ้าน ค่าอาหารประจำวัน ค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าเดินทาง รวมถึงค่าน้ำมันหรือค่ารถโดยสารสาธารณะ [...]

รีเทนชั่นคืออะไร? ทำไมผู้กู้บ้านควรรู้จักทางเลือกนี้ก่อนจ่ายดอกเบี้ยแพง?
ทั่วไป

รีเทนชั่นคืออะไร? ทำไมผู้กู้บ้านควรรู้จักทางเลือกนี้ก่อนจ่ายดอกเบี้ยแพง?

2025/4/25 • 由 Homeday

การมีบ้านสักหลังเป็นของตัวเองนั้นถือเป็นความฝันของคนจำนวนมาก แต่หากไม่มีเงินก้อนใหญ่เพียงพอ ทางเลือกส่วนใหญ่คือการขอสินเชื่อกู้เงินซื้อบ้านจากธนาคาร ซึ่งมักมีระยะเวลาผ่อนชำระนานเป็นสิบปีหรือมากกว่านั้น โดยทั่วไปธนาคารจะเสนอโปรโมชั่นดอกเบี้ยคงที่ในช่วง 3 ปีแรกเท่านั้น หลังจากนั้นดอกเบี้ยมักจะปรับสูงขึ้นเป็นอัตราลอยตัวที่แพงกว่าเดิม ทำให้ผู้กู้ต้องแบกรับภาระหนักขึ้น หลายคนรู้จักการรีไฟแนนซ์เพื่อลดภาระดอกเบี้ย แต่อีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ “รีเทนชั่น” ซึ่งหลายคนอาจยังไม่คุ้นเคย บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับรีเทนชั่น ขั้นตอนการดำเนินการ และเปรียบเทียบกับการรีไฟแนนซ์ เพื่อให้ผู้อ่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการลดภาระดอกเบี้ยบ้าน รีเทนชั่นคืออะไร? หลักการสำคัญที่ผู้กู้บ้านต้องรู้ รีเทนชั่น (Retention) คือ การเจรจาต่อรองขอลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินเดิมที่ได้เคยทำเรื่องกู้ยืมไว้ โดยสามารถทำได้หลังจากผ่อนชำระครบ 3 ปีแล้ว หรือเมื่อพ้นระยะเวลาที่มีดอกเบี้ยคงที่ตามที่ระบุในสัญญา การรีเทนชั่นเป็นทางเลือกสำหรับผู้กู้ที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายในส่วนของดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคาร โดยไม่ต้องย้ายไปยังธนาคารอื่น หลังจากผ่อนบ้านในอัตราดอกเบี้ยคงที่มาจนครบ 3 ปี ดอกเบี้ยมักจะปรับขึ้นเป็นอัตราที่สูงกว่าเดิม ทำให้ภาระการผ่อนชำระหนักขึ้น การรีเทนชั่นจึงเป็นทางออกที่น่าสนใจสำหรับผู้กู้ที่ต้องการบรรเทาภาระทางการเงิน โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติการผ่อนชำระที่ดีมาโดยตลอด ขั้นตอนการทำรีเทนชั่นบ้านง่ายๆ สำหรับผู้กู้ทั่วไป การทำรีเทนชั่นบ้านไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนคิด ไม่ต้องเตรียมเอกสารมากมายให้วุ่นวาย มีเพียงขั้นตอนไม่กี่ขั้นตอนดังนี้: เตรียมเอกสารสำคัญ ได้แก่ สัญญาเงินกู้ ทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชน เข้าไปทำเรื่องเจรจาต่อรองขอลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินที่กำลังผ่อนชำระค่าบ้านอยู่ รอผลการพิจารณาอนุมัติจากธนาคาร ซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาไม่นาน เมื่อได้รับการอนุมัติ อาจต้องเสียค่าธรรมเนียมการทำรีเทนชั่นประมาณ 1-2% ของวงเงินกู้ เอกสารที่ใช้ในการทำรีเทนชั่น เตรียมอะไรบ้าง? [...]

มนุษย์เงินเดือนจะออมเงินอย่างไรให้มีประสิทธิภาพในปี 2025?
ทั่วไป

มนุษย์เงินเดือนจะออมเงินอย่างไรให้มีประสิทธิภาพในปี 2025?

2025/4/25 • 由 Homeday

การออมเงินเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้คงที่ในแต่ละเดือน การออมเงินคือการเก็บสะสมเงินเพื่อเป้าหมายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนเกษียณอายุ การซื้อสินทรัพย์ เช่น รถยนต์ ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียม การเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว หรือการเก็บเงินสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉิน เช่น การตกงาน อุบัติเหตุ หรือการเจ็บป่วย ในปัจจุบันคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงานให้ความสำคัญกับการออมเงินมากขึ้น เพราะตระหนักถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ บทความนี้จะแนะนำวิธีการออมเงินที่มีประสิทธิภาพสำหรับมนุษย์เงินเดือนในปี 2025 ทำไมการออมเงินจึงสำคัญสำหรับมนุษย์เงินเดือนในปัจจุบัน? การออมเงินมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์เงินเดือนในปัจจุบัน เนื่องจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่รายได้อาจไม่ได้เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน การมีเงินออมช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงิน ทำให้มีเงินสำรองในยามฉุกเฉิน และช่วยให้สามารถวางแผนอนาคตได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ การออมเงินยังช่วยลดความเครียดทางการเงิน และเพิ่มคุณภาพชีวิตในระยะยาว มนุษย์เงินเดือนที่มีการออมเงินที่ดีจะมีโอกาสในการลงทุนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม และมีอิสรภาพทางการเงินมากขึ้นในอนาคต ข้อมูลจากการสำรวจพบว่า มนุษย์เงินเดือนที่มีการวางแผนการออมเงินที่ดีจะมีโอกาสเกษียณอายุได้เร็วกว่าและมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าหลังเกษียณ การออมเงินจึงไม่ใช่เพียงการเก็บเงินไว้ใช้ในอนาคต แต่ยังเป็นการลงทุนในคุณภาพชีวิตของตนเองในระยะยาวอีกด้วย เทคนิคพื้นฐานที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้ในการออมเงิน เก็บก่อนใช้ – หลักการสำคัญที่ช่วยให้ออมเงินได้อย่างมีวินัย วิธีการออมเงินแบบ “เก็บก่อนใช้” เป็นหนึ่งในเทคนิคพื้นฐานที่มนุษย์เงินเดือนควรนำมาใช้ หลักการคือ การหักเงินออมทันทีที่ได้รับเงินเดือน ไม่ใช่รอให้เหลือจึงค่อยเก็บ การหักเงินออมก่อนเป็นการบังคับตัวเองให้ใช้จ่ายเท่าที่เหลือ ซึ่งช่วยสร้างวินัยในการออมเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน แนะนำให้เริ่มออมเงินประมาณ 10% ของเงินเดือน เช่น หากได้รับเงินเดือน 15,000 [...]

สินทรัพย์คืออะไร? และทำไมต้องเข้าใจความแตกต่างจากทรัพย์สิน
ทั่วไป

สินทรัพย์คืออะไร? และทำไมต้องเข้าใจความแตกต่างจากทรัพย์สิน

2025/4/25 • 由 Homeday

ในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวนและเงินเฟ้อสูงขึ้นเรื่อยๆ การเข้าใจพื้นฐานด้านการเงินและการลงทุนจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนมือใหม่หรือผู้ประกอบการที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจ คำศัพท์หนึ่งที่มักพบเห็นบ่อยในการศึกษาด้านการเงินคือ “สินทรัพย์” ซึ่งหลายคนยังสับสนกับคำว่า “ทรัพย์สิน” บทความนี้จะอธิบายความหมาย ประเภท และความแตกต่างระหว่างสินทรัพย์และทรัพย์สิน เพื่อให้คุณสามารถบริหารจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สินทรัพย์คืออะไร และมีองค์ประกอบอะไรบ้าง? สินทรัพย์ (Asset) คือทรัพยากรที่มีมูลค่าที่บุคคลหรือกิจการมีสิทธิในการครอบครองหรือควบคุม และคาดว่าจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต สินทรัพย์เป็นผลจากเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้ได้มาซึ่งสิทธิในการควบคุมทรัพยากรนั้น สินทรัพย์สามารถเป็นได้ทั้งสิ่งที่มีตัวตน เช่น บ้าน ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร รถยนต์ และสิ่งที่ไม่มีตัวตน เช่น สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การพิจารณาว่าสิ่งใดเป็นสินทรัพย์หรือไม่ จะต้องมีองค์ประกอบ 3 ประการดังนี้ อยู่ในความควบคุมของบุคคลหรือกิจการ – สามารถนำสินทรัพย์นั้นไปใช้ประโยชน์ได้ตามต้องการ เช่น เจ้าของอาคารพาณิชย์สามารถตัดสินใจใช้อาคารเพื่อทำการค้า ให้เช่า หรือขายทำกำไรได้ตามที่ต้องการ ก่อให้เกิดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต – มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่นอนว่าจะได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจในอนาคต เช่น เครื่องจักรที่สามารถนำไปใช้ผลิตสินค้าเพื่อขายได้ หรือลูกหนี้การค้าที่จะได้รับชำระเงินเมื่อครบกำหนด สามารถวัดมูลค่าต้นทุนได้อย่างน่าเชื่อถือ – สามารถประเมินและตรวจสอบมูลค่าได้อย่างชัดเจน เช่น ลูกหนี้การค้าที่มีใบแจ้งหนี้ระบุยอดเงินที่สามารถเรียกเก็บได้ ยกตัวอย่างเช่น การเช่าที่ดินเพื่อทำธุรกิจ [...]

ซื้อหรือเช่าคอนโด ทางเลือกไหนคุ้มค่ากว่าสำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ?
ทั่วไป

ซื้อหรือเช่าคอนโด ทางเลือกไหนคุ้มค่ากว่าสำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ?

2025/4/25 • 由 Homeday

คำถามยอดฮิตที่หลายคนมักสงสัยเมื่อต้องการหาที่อยู่อาศัย คือการตัดสินใจว่าควรซื้อหรือเช่าคอนโด แต่ละทางเลือกมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไปตามสถานการณ์และความต้องการส่วนบุคคล บทความนี้จะวิเคราะห์เปรียบเทียบทั้งสองทางเลือกในมิติต่างๆ เพื่อช่วยให้คุณประเมินได้ว่าการซื้อหรือเช่าคอนโดแบบไหนที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และสถานะทางการเงินของคุณมากที่สุด โดยพิจารณาจากความสะดวกสบาย การลงทุนระยะยาว ภาระค่าใช้จ่าย ตลอดจนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่แตกต่างกัน เพื่อให้คุณมีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจเลือกทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด ความแตกต่างระหว่างซื้อและเช่าคอนโดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ อิสระในการตกแต่งและปรับเปลี่ยนพื้นที่ เมื่อคุณซื้อคอนโด คุณมีอิสระเต็มที่ในการตกแต่งและปรับเปลี่ยนพื้นที่ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการทาสีใหม่ เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ หรือปรับปรุงรูปแบบห้องต่างๆ โดยไม่ต้องขออนุญาตจากใคร คุณสามารถสร้างพื้นที่ให้เข้ากับรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของคุณได้อย่างเต็มที่ เพียงแค่ไม่กระทบโครงสร้างหลักของอาคารเท่านั้น ในทางกลับกัน การเช่าคอนโดมักจะมีข้อจำกัดในการตกแต่งหรือปรับเปลี่ยนพื้นที่ คุณต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของคอนโดก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่มีผลถาวรต่อตัวห้อง การลงทุนตกแต่งห้องเช่าอาจไม่คุ้มค่าในระยะยาวเนื่องจากไม่ใช่ทรัพย์สินของคุณเอง และอาจต้องคืนสภาพห้องให้เหมือนเดิมเมื่อย้ายออก ความยืดหยุ่นในการโยกย้ายที่อยู่ การเช่าคอนโดมีข้อได้เปรียบด้านความยืดหยุ่นในการโยกย้าย เมื่อสัญญาเช่าหมดอายุ คุณสามารถตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่อื่นได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นเพราะต้องการเปลี่ยนสถานที่ทำงาน ต้องการย้ายไปอยู่ใกล้คนรัก หรือเพียงแค่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศ การเช่าจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจเรื่องที่อยู่ในระยะยาวหรือผู้ที่ต้องย้ายที่ทำงานบ่อย ส่วนการซื้อคอนโดมีความยืดหยุ่นน้อยกว่า หากต้องการย้ายที่อยู่ คุณต้องผ่านกระบวนการขายหรือปล่อยเช่าห้องของคุณ ซึ่งอาจใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม รวมถึงความเสี่ยงที่อาจขายไม่ได้ตามราคาที่ต้องการในช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ซบเซา การลงทุนในระยะยาว การซื้อคอนโดเป็นการลงทุนในระยะยาว เพราะมูลค่าของคอนโดมีโอกาสเพิ่มขึ้นตามการพัฒนาของพื้นที่โดยรอบ คุณสามารถขายต่อเพื่อทำกำไรหรือปล่อยเช่าเพื่อสร้างรายได้รายเดือน ซึ่งในแง่นี้การซื้อคอนโดอาจถูกกว่าการเช่าในระยะยาวหากพิจารณาถึงผลตอบแทนที่อาจได้รับ ในขณะที่การเช่าคอนโด แม้จะไม่ต้องเสียเงินก้อนใหญ่หรือผ่อนชำระระยะยาว แต่ผู้เช่าจะไม่ได้รับกำไรหรือผลตอบแทนจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ เงินค่าเช่าที่จ่ายไปเป็นเพียงค่าใช้สอยที่ไม่ก่อให้เกิดทรัพย์สินแต่อย่างใด เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายซื้อหรือเช่าคอนโด อะไรประหยัดกว่าในระยะยาว? ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นและรายเดือนเมื่อเช่าคอนโด การเช่าคอนโดมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ต่ำกว่าการซื้อมาก โดยทั่วไปคุณจะต้องจ่ายค่ามัดจำหรือเงินประกัน 2 เดือน [...]

หนี้ดีกับหนี้เสียต่างกันอย่างไร? รู้ไว้ก่อนวางแผนการเงิน
ทั่วไป

หนี้ดีกับหนี้เสียต่างกันอย่างไร? รู้ไว้ก่อนวางแผนการเงิน

2025/4/25 • 由 Homeday

การเป็นหนี้อาจฟังดูน่ากลัวสำหรับหลายคน แต่รู้หรือไม่ว่าหนี้ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป เพราะในความเป็นจริงแล้วหนี้มีทั้งด้านที่ดีและไม่ดี การเข้าใจความแตกต่างระหว่างหนี้ดีและหนี้เสียจะช่วยให้เราวางแผนการเงินได้อย่างชาญฉลาด เพิ่มโอกาสในการสร้างความมั่งคั่ง และหลีกเลี่ยงกับดักทางการเงินที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางการเงินในอนาคต หนี้ดีคืออะไร? มีประเภทใดบ้าง? หนี้ดี หมายถึง หนี้ที่เมื่อก่อขึ้นแล้วสามารถสร้างรายได้หรือผลตอบแทนในอนาคต เป็นหนี้ที่เมื่อลงทุนแล้วมีโอกาสงอกเงย หรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้กู้ในระยะยาว โดยทั่วไปหนี้ดีมักแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้ หนี้เพื่อการลงทุนและประกอบอาชีพ หนี้ประเภทนี้เป็นการกู้ยืมเพื่อนำเงินไปลงทุนหรือประกอบธุรกิจที่สามารถสร้างกระแสเงินสดเข้ามาในอนาคต เช่น การกู้เงินเพื่อขยายกิจการ ซื้อเครื่องมือหรืออุปกรณ์สำหรับประกอบอาชีพ หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า หนี้เหล่านี้มีศักยภาพในการสร้างรายได้ที่เพียงพอต่อการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย พร้อมทั้งอาจมีกำไรเหลือเก็บอีกด้วย หนี้เพื่อการศึกษา การกู้ยืมเพื่อการศึกษาถือเป็นการลงทุนในตัวเอง เพราะการศึกษาจะช่วยพัฒนาความรู้และทักษะที่สามารถนำไปประกอบอาชีพที่มั่นคงและมีรายได้ที่ดีในอนาคต การกู้ยืมเพื่อเรียนต่อในสาขาที่มีความต้องการสูงในตลาดแรงงาน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานที่มีรายได้สูงขึ้น ทำให้สามารถชำระหนี้คืนได้ในระยะเวลาอันสมควร หนี้เพื่อความมั่นคงในระยะยาว หนี้ประเภทนี้มักเกี่ยวข้องกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าและอาจเพิ่มค่าในระยะยาว เช่น สินเชื่อบ้าน ซึ่งนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ยังสามารถเพิ่มมูลค่าตามเวลาที่ผ่านไป และอาจสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าหรือขายเมื่อราคาสูงขึ้นในอนาคต การผ่อนบ้านยังเป็นการบังคับออมและสร้างความมั่นคงทางที่อยู่อาศัยในระยะยาว หนี้เสียคืออะไร? สาเหตุการเกิดหนี้เสียมีอะไรบ้าง? หนี้เสีย หมายถึง หนี้ที่เมื่อก่อขึ้นแล้วไม่สามารถสร้างรายได้หรือมูลค่าเพิ่มในอนาคต รวมถึงหนี้ที่ผู้กู้ไม่สามารถชำระคืนได้ตามกำหนด จนกลายเป็นหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน ซึ่งเรียกว่า NPL (Non-Performing Loan) หนี้เสียมีหลายรูปแบบและเกิดจากหลายสาเหตุ ดังนี้ ประเภทของหนี้เสีย [...]

จ่ายดอกเบี้ยบ้านอย่างไร ช่วยลดหย่อนภาษีได้มากที่สุด?
ทั่วไป

จ่ายดอกเบี้ยบ้านอย่างไร ช่วยลดหย่อนภาษีได้มากที่สุด?

2025/4/24 • 由 Homeday

การซื้อบ้านเป็นหนึ่งในความฝันของคนส่วนใหญ่ แต่การต้องกู้เงินจากสถาบันการเงินมาซื้อบ้านก็มาพร้อมกับภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเป็นระยะเวลายาวนาน อย่างไรก็ตาม มีข่าวดีสำหรับผู้ที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ เพราะดอกเบี้ยบ้านที่จ่ายไปนั้นไม่สูญเปล่า สามารถนำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่กฎหมายกำหนด ช่วยบรรเทาภาระภาษีและอาจทำให้ได้รับเงินคืนภาษีมากขึ้นอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับวิธีการใช้ประโยชน์จากดอกเบี้ยบ้านเพื่อลดหย่อนภาษีให้ได้มากที่สุด พร้อมเงื่อนไขและข้อควรระวังต่างๆ ที่ควรทราบ เหตุใดดอกเบี้ยบ้านจึงนำมาลดหย่อนภาษีได้? รัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อกระตุ้นและจูงใจให้ประชาชนทำกิจกรรมทางการเงินที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ โดยการส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญ มาตรการสิทธิลดหย่อนภาษี หรือ Tax Deductions คือสิทธิประโยชน์ที่ช่วยให้ผู้มีรายได้เสียภาษีน้อยลงเมื่อทำการคำนวณภาษี เป็นการบรรเทาภาระทางภาษี และอาจทำให้ได้รับเงินคืนจากภาษีมากขึ้น นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังช่วยป้องกันการยื่นภาษีผิดพลาดและส่งเสริมให้ประชาชนหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ไม่เพียงแต่การซื้อบ้านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลงทุนในตลาดหุ้น การออมระยะยาว หรือการทำประกันชีวิตที่ล้วนมีสิทธิลดหย่อนภาษีเช่นกัน ดอกเบี้ยบ้านประเภทไหนที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้? ไม่ใช่ดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทที่จะนำมาลดหย่อนภาษีได้ ดอกเบี้ยที่จะนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ต้องมีเงื่อนไขสำคัญ 3 ประการ ดังนี้ 1. วัตถุประสงค์เพื่อที่อยู่อาศัยเท่านั้น ต้องเป็นการกู้เงินที่มีวัตถุประสงค์เพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม หรืออาคารชุดต่างๆ ต้องซื้อไว้เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยจริง หากเป็นการซื้อเพื่อการลงทุนหรือการพาณิชย์จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 2. ต้องมีการกู้ยืมและจำนอง ต้องมีการกู้ยืมและจำนองกับสถาบันการเงิน โดยจำนองทรัพย์สินที่เป็นที่อยู่อาศัยนั้นเป็นหลักประกัน เช่น บ้าน คอนโด หรืออาคารที่สร้างบนที่ดินเพื่ออยู่อาศัย ซึ่งในสัญญาเงินกู้จะระบุเงื่อนไขนี้อย่างชัดเจน หากเป็นเพียงการซื้อด้วยเงินสด ผ่อนตรงกับเจ้าของโครงการ [...]

ดอกเบี้ยบ้านควรเลือกแบบไหน? ลอยตัวหรือคงที่ที่ใช่สำหรับคุณ?
ทั่วไป

ดอกเบี้ยบ้านควรเลือกแบบไหน? ลอยตัวหรือคงที่ที่ใช่สำหรับคุณ?

2025/4/24 • 由 Homeday

เมื่อตัดสินใจกู้เงินซื้อบ้านหรือคอนโด คำถามสำคัญที่หลายคนมักต้องเผชิญคือควรเลือกดอกเบี้ยแบบไหนระหว่างลอยตัวและคงที่ ซึ่งทั้งสองแบบมีลักษณะเฉพาะและข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมกับสถานะทางการเงินและแผนการชำระเงินระยะยาว บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับดอกเบี้ยทั้งสองประเภท เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย และให้คำแนะนำเพื่อช่วยให้คุณเลือกรูปแบบดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับความต้องการมากที่สุด ดอกเบี้ยลอยตัวคืออะไร และมีรูปแบบใดบ้าง? ดอกเบี้ยลอยตัว คือ อัตราดอกเบี้ยที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามดอกเบี้ยอ้างอิงของสถาบันการเงินในแต่ละช่วงเวลา โดยไม่คงที่ตลอดอายุสัญญา การคำนวณดอกเบี้ยลอยตัวอาศัยปัจจัยหลายประการ ได้แก่ นโยบายการบริหารของธนาคาร สภาพคล่องของธนาคาร สถานะทรัพย์สินและหนี้สิน อัตราเงินเฟ้อ และสภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้น หลักการสำคัญของดอกเบี้ยลอยตัวคือการคำนวณจากเงินต้นคงเหลือที่แท้จริง โดยไม่ได้ระบุจำนวนเงินดอกเบี้ยเจาะจงว่าจะเป็นเปอร์เซ็นต์เท่าไหร่ไปตลอดอายุสัญญา ดอกเบี้ยลอยตัวสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักตามกลุ่มลูกค้าและวัตถุประสงค์ของการกู้ ได้แก่: ดอกเบี้ย MLR (Minimum Loan Rate) – เป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวที่มีเรทราคาเงินกู้ขั้นต่ำสุด สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีหรือผู้มีประวัติการชำระเงินตรงต่อเวลา เหมาะกับการกู้ที่มีระยะเวลาการชำระแน่นอนในระยะยาว ดอกเบี้ย MRR (Minimum Retail Rate) – คืออัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่ใช้กับสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบ้านสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี มักมีเงื่อนไขการชำระที่ยืดหยุ่นกว่า MLR ดอกเบี้ย MOR (Minimum Overdraft Rate) – เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสำหรับเงินกู้เบิกเกินบัญชี มักเกี่ยวข้องกับลูกค้าธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่นในการบริหารเงินสดหมุนเวียน ธนาคารจะมีการพิจารณาอย่างเข้มงวดสำหรับอัตรานี้ การที่ดอกเบี้ยสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลานี้เองทำให้มีทั้งโอกาสและความเสี่ยง โดยผู้กู้อาจได้ประโยชน์เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลง [...]

ติดแบล็กลิสต์จะมีโอกาสซื้อบ้านได้หรือไม่? 5 วิธีแก้ปัญหาสำหรับคนอยากมีบ้าน
ทั่วไป

ติดแบล็กลิสต์จะมีโอกาสซื้อบ้านได้หรือไม่? 5 วิธีแก้ปัญหาสำหรับคนอยากมีบ้าน

2025/4/24 • 由 Homeday

หลายคนคงเคยประสบปัญหาการถูกปฏิเสธสินเชื่อเมื่อต้องการซื้อบ้าน โดยเฉพาะคนที่มีประวัติการเงินไม่ดีหรือติดแบล็กลิสต์ ซึ่งสร้างความผิดหวังให้แก่ผู้ที่ฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ความจริงแล้ว แม้คุณจะติดแบล็กลิสต์ก็ยังมีโอกาสซื้อบ้านได้ เพียงแต่ต้องรู้วิธีจัดการและแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง บทความนี้จะแนะนำ 5 วิธีที่จะช่วยให้คุณมีโอกาสกู้ซื้อบ้านได้แม้จะมีประวัติเครดิตที่ไม่ดี “ติดแบล็กลิสต์” หรือ “ติดเครดิตบูโร” คืออะไรกันแน่? การติดแบล็กลิสต์หรือติดเครดิตบูโร เป็นสถานะทางการเงินที่บ่งบอกว่าคุณมีพฤติกรรมการใช้เงินที่ไม่น่าเชื่อถือ เช่น การผิดนัดชำระหนี้หลายครั้ง การไม่ชำระหนี้ตามกำหนด หรือมีการค้างชำระนานเกินไป ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ถูกบันทึกไว้ในระบบของเครดิตบูโร หรือบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เครดิตบูโรเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลบัญชีสินเชื่อและประวัติการชำระสินเชื่อของทุกคนจากสถาบันการเงินต่างๆ ข้อมูลนี้จะถูกเก็บไว้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี โดยธนาคารจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการพิจารณาสินเชื่อที่คุณยื่นขอ ข้อมูลที่เครดิตบูโรเก็บรวบรวมนั้นแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ วันเกิด สถานภาพการสมรส อาชีพ เลขบัตรประชาชน และข้อมูลสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติและประวัติการชำระสินเชื่อ เช่น ประวัติการกู้ซื้อบ้านหรือรถ จำนวนบัตรเครดิตที่ถืออยู่ และสถานะการผ่อนชำระของแต่ละบัญชี วิธีตรวจสอบสถานะเครดิตบูโรของตัวเอง ก่อนยื่นขอสินเชื่อบ้าน หากไม่มั่นใจว่าตัวเองมีเครดิตที่ดีพอสำหรับการยื่นกู้หรือติดแบล็กลิสต์อยู่หรือไม่ คุณสามารถตรวจสอบได้โดยง่ายผ่านช่องทางต่อไปนี้: ศูนย์ตรวจเครดิตบูโรในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งจะสามารถรับผลได้ภายใน 15 นาที เพียงนำบัตรประชาชนไปแสดงตน [...]

สัญญาจะซื้อจะขายสำคัญอย่างไร? เตรียมตัวอย่างไรก่อนซื้อบ้านให้ถูกกฎหมาย?
ทั่วไป

สัญญาจะซื้อจะขายสำคัญอย่างไร? เตรียมตัวอย่างไรก่อนซื้อบ้านให้ถูกกฎหมาย?

2025/4/24 • 由 Homeday

สัญญาจะซื้อจะขายเป็นเอกสารสำคัญในกระบวนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ เพราะเป็นหลักฐานทางกฎหมายที่ผูกมัดทั้งสองฝ่ายและช่วยคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของทุกฝ่าย บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับสัญญาจะซื้อจะขาย รายละเอียดสำคัญที่ควรมีในสัญญา และสิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนทำสัญญาประเภทนี้ ความหมายของสัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย หรือ คำมั่นในการซื้อขาย คือรูปแบบของสัญญาการซื้อขายที่เกิดขึ้นระหว่างคู่สัญญาในวันทำสัญญา โดยมีการตกลงกันว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ หรือซื้อขายอย่างถูกกฎหมายให้จบสิ้นในอนาคต เพื่อรอให้ถึงวัน-เวลาที่เหมาะสม เช่น เงินอนุมัติผ่าน คอนโด บ้านหรืออาคารที่ตกลงจะซื้อนั้นสร้างเสร็จเรียบร้อย กล่าวง่ายๆ คือสัญญาที่ผู้ซื้อยังไม่มีกรรมสิทธิ์ครอบครอง แต่แจ้งไว้ก่อนว่าจะมีการซื้อขายเกิดขึ้นในอนาคตแน่นอน การทำสัญญาจะซื้อจะขายเป็นสัญญาที่ยังไม่มอบกรรมสิทธิ์ให้กับผู้ซื้อ แต่มีเจตนาที่จะซื้อขาย หรือโอนกรรมสิทธิ์ในอนาคตต่อไป ซึ่งสัญญารูปแบบนี้สามารถใช้เพียงการตกลงกันแบบไม่เป็นลายลักษณ์อักษรได้ แต่การมีหนังสือสัญญาจะเป็นหลักฐานที่สำคัญในกรณีที่มีฝ่ายใดผิดสัญญา สัญญาจะซื้อจะขายแตกต่างจากสัญญาซื้อขายอย่างไร สัญญาจะซื้อจะขายและสัญญาซื้อขายมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในแง่ของเวลาที่เกิดขึ้น ผลทางกฎหมาย และเจตนาในการทำสัญญา สัญญาจะซื้อจะขาย เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของกระบวนการซื้อขาย เมื่อผู้ซื้อสนใจในทรัพย์สินและต้องการจับจองไว้ แต่ยังไม่พร้อมทำการโอนกรรมสิทธิ์ ด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น รอการอนุมัติสินเชื่อ หรือรอให้การก่อสร้างแล้วเสร็จ สัญญานี้มีผลทางกฎหมายแม้ตกลงด้วยปากเปล่า แต่การทำเป็นลายลักษณ์อักษรจะช่วยเป็นหลักฐานที่ชัดเจนกว่า สัญญาซื้อขาย หรือที่เรียกว่า “สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด” เป็นสัญญาที่เกิดขึ้นเมื่อทั้งสองฝ่ายพร้อมโอนกรรมสิทธิ์แล้ว และจะมีผลทางกฎหมายต่อเมื่อมีการจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดินเท่านั้น ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ ผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องใช้หนังสือสัญญาทั้ง 2 ฉบับ คือทั้งสัญญาจะซื้อจะขาย และสัญญาซื้อขาย ร่วมกัน ยกเว้นกรณีที่ตกลงซื้อขายแล้วไปสำนักงานที่ดินพร้อมกัน เพื่อจ่ายเงินสดและโอนกรรมสิทธิ์ให้กันในทันที [...]

ดูบทความจากชุมชน →

Reels · สาระ

บ้านเดี่ยวนนทบุรี งบ 3–5 ล้าน: เทียบราชพฤกษ์ แจ้งวัฒนะ และเวสต์เกต

ฮวงจุ้ย: นอนใกล้เสาหรือใต้คาน ต้องแก้ไหม

ฮวงจุ้ย: เสากลางบ้าน แก้ยังไงถ้าย้ายไม่ได้

ฮวงจุ้ย: ของเยอะตรงไหน ทำให้บ้านหนักที่สุด

ฮวงจุ้ย: ย้ายเข้าบ้านใหม่ ต้องเคลียร์อะไรก่อน

ฮวงจุ้ย: บ้านเรียกทรัพย์ เริ่มจาก 3 จุดนี้ก่อน

ฮวงจุ้ย: บันไดแบบไหน ทำให้บ้านดูเหนื่อย

ฮวงจุ้ย: บ้านทิศตะวันออก หลังคาสีอะไรถึงอยู่แล้วสบาย

ฮวงจุ้ย: ทิศหน้าบ้านกับประตูไม่ตรงกัน นับทิศไหน

หัวประกาศขายบ้านที่ดี ต้องทำให้คนซื้อรู้เร็วว่าบ้านนี้เหมาะกับใคร

ฮวงจุ้ย: ปีชงเกี่ยวกับการซื้อบ้านไหม

บ้านมือสองขายง่ายขึ้นได้ เมื่อประกาศเล่าข้อมูลจริงครบพอให้คนซืขายบ้าน

บ้านมือสองราคาดี ต้องดูค่าซ่อมและต้นทุนหลังซื้อด้วย ไม่ใช่ดูแค่ราคาหน้าประกาศ

ฮวงจุ้ย: บ้านอยู่แล้วอึดอัด เช็กยังไงแบบไม่หลอน

ฮวงจุ้ย: บ้านรก ทำให้พลังบ้านตันจริงไหม

จอดรถขวางหน้าบ้านผู้อื่น ผิดกฎหมายหรือผิดมารยาท

ถนนหน้าบ้าน...เป็นของใครกันแน่? บางคนอยู่มาเป็นสิบปี เพิ่งรู้...ว่าไม่ได้เป็นของตัวเอง!

ประกันบ้าน ไม่ได้จำเป็นต้องเท่ากันทุกหลัง

ประกันบ้าน อาจไม่ใช่คำตอบเดียวของทุกบ้าน

ฮวงจุ้ย: บ้านเบื้องต้น จัดพื้นที่อย่างไรให้อยู่สบายและใช้งานได้จริง

SUPALAI Home Sweet Home โปรบ้านและคอนโด มีเงื่อนไขอะไรบ้าง

น้ำท่วมครั้งนี้ ไม่ได้ทิ้งไว้แค่ความเสียหาย แต่ทิ้งบทเรียนเรื่อง บ้าน เอาไว้เยอะมาก บางอย่างเราไม่เคยมอง

ฮวงจุ้ย: บ้านที่ยังมีของรักเก่าค้างอยู่ คือบ้านที่พลังความรักยังติดอยู่กับอดีต...ลองเคลียร์ออกทีละชิ้น

ไม่จ่ายค่าส่วนกลางหมู่บ้านมีผลอย่างไร เสี่ยงอายัดโฉนดและขายบ้านไม่ได้หรือไม่

บ้านใหม่ ไม่ได้การันตีชีวิตที่สงบเสมอไป

หลังมุมก็เงียบดี...แต่หลังกลางก็อบอุ่นกว่า

ฮวงจุ้ย: พอนั่งโซฟาแล้วหมดแรง...ไม่ใช่แค่เหนื่อย แต่วางผิดตำแหน่งทำให้พลังถูกดูดออกจริง จัดใหม่ให้พลังเกาะ

อยากมีบ้าน แต่ยังไม่รู้จะซื้อสำเร็จดี หรือสร้างเองดีกว่ากัน?

ฮวงจุ้ย: ของรกคือพลังค้างที่ทำให้บ้านล้าก่อนเจ้าของบ้าน

ฮวงจุ้ย: โต๊ะทำงานหันชนกำแพง แก้อย่างไรให้พื้นที่ทำงานโล่งและใช้งานสะดวก

ฮวงจุ้ย: พรมเช็ดเท้า = ตัวกรองพลังของบ้าน

เบื้องหลังวงการอสังหาฯ ที่หลายคนไม่เคยรู้!

เบอร์แปลกโทรมาทีไร ใจสั่นทุกที!

ยุคนี้ต้องรู้! 1 นาทีจบ วิธีจ่ายประกันสังคม ม.39 / ม.40 ทำง่ายกว่าที่คิดเยอะ!

ดูด่วน! ก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องอบผ้าตัวใหม่ สรุปปี 2025: เลือกเครื่องอบผ้ายังไง? ระหว่าง Heat Pump Dryer หรือ Electric Dryer แบบไหนคุ้มกว่า?

บ้านในฝันควรมีอะไรบ้าง เช็กลิสต์พื้นที่ให้เหมาะกับการใช้ชีวิต

5 จุดต้องเช็กก่อนเซ็นรับบ้าน เพื่อไม่ให้ปัญหางานก่อสร้างตามมาภายหลัง

ฮวงจุ้ย: แค่มีมือถือก็ดูเป็น! เช็กทิศบ้านง่ายๆ

บ้านร้อน? เสียงดัง? อาจเพราะผนังบ้านคุณ!

สัญญาจะซื้อจะขายบ้าน 3 จุดสำคัญที่ต้องอ่านก่อนเซ็น

หายนะหลังฝน! 3 วิธีจับไต๋ 'น้ำรั่วซึม' ตามผนังด้วยตัวเอง ก่อนบ้านจะพังนะครับ

แอร์ก็เหมือนคน ถ้าเหนื่อยแล้วไม่ดูแล...ก็มีพังได้เหมือนกัน

จัดมุมทำงานในบ้านอย่างไรให้มีสมาธิและทำงานได้สะดวก

ปลั๊กพ่วงดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

คุณเริ่มลดพลาสติกในบ้านจากตรงไหนก่อน?

จัดห้องให้ไม่ร้อนตับแตก บ้านเย็นขึ้น...ได้ฟรี แค่เข้าใจลม!

เปลี่ยนมุมธรรมดาให้กลายเป็นโฮมคาเฟ่สุด Cozy

พื้นที่แคบไม่ใช่ปัญหา...แต่ถ้าไม่มีฟีเจอร์พวกนี้ ห้องน้ำจะกลายเป็นจุดอันตรายที่สุดในบ้าน! มาดู 5 ฟีเจอร์

รีวิว ศุภาลัย เลค วิลล์ จันทบุรี บ้านไซซ์ใหญ่ ใจกลางเมืองจันท์ ราคาเริ่มไม่ถึง 5 ล้าน

Homeday เรื่องบ้าน อสังหาริมทรัพย์ และการอยู่อาศัย

เบื้องหลังการถ่ายทำรีวิวอสังหาริมทรัพย์ของทีม Homeday

ศุภาลัย เบลล่า พระราม 2-วงแหวน บ้านและทาวน์โฮมสำหรับการอยู่อาศัย

รีวิว ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ ทองหล่อ คอนโดพร้อมอยู่ส่วนตัวสูง ใจกลางทองหล่อ

THEPALM RESIDENCES PATTANAKARN Pruksa POP นภพรชำนิ

รีวิว โกลเด้น นีโอ (GOLDEN NEO) ฉะเชิงเทรา-บ้านโพธิ์

28-29 ก.ย. นี้ เปิดจองครั้งแรก แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด บรมราชชนนี

รีวิว คณาสิริ บางนา

รีวิว เดอะ แพลนท์ ศรีนครินทร์-เทพารักษ์ บ้านแฝดใกล้ทางด่วนและรถไฟฟ้า

รีวิว ชีวาทัย ฮอลล์มาร์ค เอกมัย-รามอินทรา คอนโดโลว์ไรส์สไตล์รีสอร์ต พร้อมส่วนกลางกว่า 14 รายการ

รีวิว เดอะ แพลนท์ ศรีนครินทร์-เทพารักษ์ กับแนวคิดการใช้ชีวิตในสไตล์บ้าน

40 ปีที่แสนสิริ มุ่งมั่นสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เปรียบเสมือน Arts of Living Experience

รีวิว เอสเซ็นท์ ทาวน์ พิษณุโลก บ้านหนึ่งเดียวในเซ็นทรัล พิษณุโลก

Supalai Icon Sathorn คอนโดใจกลางสาทร

ฮวงจุ้ย: เดอะริทโม ชัยพฤกษ์-วงแหวน (The Ritmo Chaiyapruek-Wongwaen)

รีวิว ธนาพาร์ค พรีเว่ ปิ่นเกล้า-สิรินธร บ้านส่วนตัว 15 ครอบครัว ใกล้ธรรมชาติ

Sansiri Community สังคมและไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของแสนสิริ

ดิ อิสสระ สาทร (The Issara Sathorn)

modiz-voyage-srinakarin

เดอะ แกรนด์ วิภาวดี 60 (The Grand Vibhavadi 60)

เดอะ แกรนด์ ปิ่นเกล้า อัลพีน่า (The Grand Pinklao Alpina) Panore

เดอะ แกรนด์ ปิ่นเกล้า อัลพีน่า (The Grand Pinklao Alpina) Natale

เดอะ แกรนด์ ปิ่นเกล้า อัลพีน่า (The Grand Pinklao Alpina) Seraglio

เดอะ แกรนด์ ปิ่นเกล้า อัลพีน่า (The Grand Pinklao Alpina)

แกรนดิโอ รามอินทรา-วงแหวน โครงการบ้านทำเลรามอินทรา

โกลเด้น ทาวน์ เกษตร-นวมินทร์

เปิดจองครั้งแรก กับ โกลเด้น ทาวน์ เกษตร-นวมินทร์

ฮวงจุ้ย: บ้านรกมีผลต่อฮวงจุ้ยมากไหม?

ฮวงจุ้ย: ทางเข้าบ้านแบบไหนถึงจะเปิดทรัพย์?

ไอเดียฉลองสงกรานต์และสวัสดีปีใหม่ไทย 2566

รีวิว CINQ ROYAL Krungthep Kreetha บ้านหรูราคาเริ่มต้น 60–150 ล้านบาท

BuGaan Krungthep Kreetha (บูก้าน กรุงเทพกรีฑา)

เทคนิคออกแบบบ้านอย่างไร ให้ห่างไกลฝุ่น PM 2.5

ผ้าแบบไหน ไม่ควรนำเข้าเครื่องอบผ้า

A Leisure Day with Leisure Living: วันพักผ่อนในบ้าน

A Leisure Day with Leisure Living: ไลฟ์สไตล์วันสบาย

Homeday AgentHomeday Agent