加载中...
加载中...

2024/7/12 • 由 Homeday
การเคหะแห่งชาติโชว์ผลงานปี 2567 เดินหน้าตามนโยบาย พม. 5×5 ฝ่าวิกฤตประชากร สร้างบ้านสำหรับคนทุกช่วงวัย Housing for all ครอบคลุมทุกมิติ เน้นบ้านตั้งต้น First Jobber ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ เร่งฟื้นฟูและพัฒนาเมือง สร้างโอกาสให้ประชาชนมีบ้านด้วยสินเชื่อที่อยู่อาศัยฯ และยกระดับชุมชนต้นแบบสู่การพัฒนา

2024/11/9 • 由 Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เผยผู้ประกันตนที่ได้รับสิทธิ์โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตน พ.ศ. 2567 ยื่นขอสินเชื่อกับ ธอส. วันแรกเป็นจำนวนมาก คาดการณ์ตลอดทั้งวันจะมีผู้ประกันตนยื่นขอสินเชื่อที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ กว่า 2,000 ราย โดย ธอส. พร้อมให้บริการรับเรื่องอย่างเต็มที่ โดยมีการเปิด

2024/3/14 • 由 Homeday
ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย เผยตลาดที่อยู่อาศัยในอังกฤษเผยโมเมนตัมของตลาดที่อยู่อาศัยสดใส การอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยแตะระดับสูงสุดในเดือนมกราคม และอัตราเติบโตต่อปีของราคาบ้านในสหราชอาณาจักรกลับมาอีกครั้งหลังจากชะงักไป 13 เดือนดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจล่าสุดในสหราชอาณาจักรสะท้อนแนวโน้มเชิงบวกท่ามกลางความไม

2025/9/18 • 由 Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดทำ “โครงการชำระดีมีคืน” ในโอกาสครบ 6 รอบ 72 ปี ตอบแทนลูกค้ารายย่อย ที่มีระยะเวลาการผ่อนชำระกับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญากู้เงิน โดยไม่เคย เป็นหนี้เสีย (NPL) ตั้งแต่วันกู้ และทุกบัญชีเงินกู้ภายใต้หลักประกันมีประวัติผ่อนชำระดีต่อเนื่อง 48 เดือน ที่ผ่านมา (นับถึงเดือนสิงหาคม 2568) อย่างสม่ำเสมอและไม่น้อยกว่าเงินงวดที่ธนาคารกำหนดทุกเดือน จะได้รับสิทธิพิเศษเงินคืน 1% ของดอกเบี้ยเงินกู้ที่ชำระไว้ในปี 2567 โดยเงินคืนดังกล่าวจะถูกนำไปหักชำระเงินกู้อัตโนมัติในงวดเดือนกันยายน 2568 ในวัตถุประสงค์การกู้ที่ธนาคารกำหนด โครงการดังกล่าวนอกจาก จะเป็นการตอบแทนลูกค้าที่ผ่อนชำระดีกับธนาคารมาอย่างยาวนานแล้ว ยังเป็นการช่วยเสริมสร้างวินัย ทางการเงินผ่านการผ่อนชำระเงินงวดสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับ ธอส. ด้วย โดยคาดการณ์มีลูกค้าได้รับเงินคืนดังกล่าวมากกว่า 120,000 ราย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ G H Bank Call Center โทร.0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Application [...]

2025/4/16 • 由 Homeday
นายณัฐพล ลือพร้อมชัย (กลาง) รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้แทนธนาคารรับรางวัล “Best Green Retail Finance Initiative in Asia Pacific” โครงการด้านการเงินสีเขียวยอดเยี่ยมแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ “สินเชื่อบ้านสีเขียว” โดยรางวัลนี้มอบให้แก่บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคควบคู่กับการส่งเสริมที่อยู่อาศัยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของธนาคารกสิกรไทยที่ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดธนาคารแห่งความยั่งยืน พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมให้ลูกค้าใช้ชีวิตกรีนไลฟ์สไตล์ได้ง่ายขึ้น ในงาน The Asian Banker: Global Excellence in Retail Finance Awards 2025 จัดโดยนิตยสาร The Asian Banker ณ โรงแรม The Westin Tokyo ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเร็ว ๆ นี้

2025/10/10 • 由 Homeday
บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ นำโดยนายณัฐพล ลัคนลาวัณย์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน นางสาวพชร ประพันธ์วัฒนะ กรรมการผู้จัดการอาวุโส กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คอนโดมิเนียม และนายเกรียงศักดิ์เหี้ยมโท้ กรรมการผู้จัดการอาวุโส กลุ่มธุรกิจบ้านเดี่ยวและเดอะไทเทิล จัดรายการกระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยโค้งสุดท้าย ด้วยการจับมือ 10 สถาบันการเงินชั้นนำ มอบข้อเสนอพิเศษให้ทุกคนเป็นเจ้าของบ้านและคอนโดมิเนียมได้ง่ายขึ้นกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ผ่อนสบายเริ่มล้านละ 2,500 บาทต่อเดือน* (สิทธิพิเศษเฉพาะธนาคารออมสิน และ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เท่านั้น) เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการ และเหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระได้อย่างแท้จริง** ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2568 สำหรับพันธมิตร 10 สถาบันการเงินที่ร่วมผนึกกำลังในครั้งนี้ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), ธนาคารยูโอบี [...]

2024/9/26 • 由 Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ร่วมกับ สำนักงานประกันสังคม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จัดทำโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตน พ.ศ. 2567 กรอบวงเงิน 10,000 ล้านบาท ปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ 5 ปีแรก เพียง 1.59% ต่อปี ให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา 33, 39 หรือ 40 ที่ต้องการซื้อ หรือปลูกสร้

2025/3/4 • 由 Homeday
การจดจำนองและการจำนองบ้านเป็นเรื่องที่หลายคนอาจสับสน เพราะทั้งสองคำมีความคล้ายคลึงกัน แต่แท้จริงแล้วมีความแตกต่างที่สำคัญ บทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจและอธิบายความแตกต่างอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ที่กำลังวางแผนทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ ความหมายของการจดจำนองและการจำนองบ้าน การจดจำนองและการจำนองบ้านมีความแตกต่างกันในแง่ของกระบวนการทางกฎหมายและการดำเนินการ การจดจำนองเป็นการจดทะเบียนนิติกรรมที่สำนักงานที่ดิน โดยเจ้าของทรัพย์สินนำทรัพย์สินไปเป็นหลักประกันการชำระหนี้กับเจ้าหนี้ ในขณะที่การจำนองบ้านเป็นการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินโดยใช้บ้านเป็นหลักประกัน เมื่อมีการจดจำนอง เจ้าของทรัพย์สินยังคงมีสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินนั้นได้ตามปกติ แต่ไม่สามารถจำหน่ายจ่ายโอนได้จนกว่าจะชำระหนี้ครบถ้วน ส่วนการจำนองบ้านมักเกี่ยวข้องกับการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากธนาคาร ซึ่งมีระยะเวลาผ่อนชำระที่ยาวนานกว่า ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียม การจดจำนอง โฉนดที่ดินหรือเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ บัตรประจำตัวประชาชนของผู้จำนองและผู้รับจำนอง สัญญาจำนองที่ระบุรายละเอียดการกู้ยืมและเงื่อนไขต่างๆ หลักฐานการชำระค่าอากรแสตมป์ หนังสือรับรองนิติบุคคล (กรณีนิติบุคคล) การจำนองบ้าน เอกสารแสดงตัวตนและรายได้ เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน แบบแปลนบ้านและใบอนุญาตก่อสร้าง หลักฐานการทำงานและรายได้ เอกสารทางการเงินอื่นๆ ตามที่ธนาคารกำหนด ข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธี ข้อดีของการจดจำนอง กระบวนการไม่ซับซ้อน สามารถดำเนินการได้รวดเร็ว มีความยืดหยุ่นในการตกลงเงื่อนไขระหว่างคู่สัญญา อัตราดอกเบี้ยสามารถต่อรองได้ ไม่ต้องผ่านการพิจารณาสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ข้อเสียของการจดจำนอง อาจมีความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือของคู่สัญญา อัตราดอกเบี้ยอาจสูงกว่าสถาบันการเงิน ไม่มีการคุ้มครองผู้บริโภคเท่ากับการจำนองกับสถาบันการเงิน ข้อดีของการจำนองบ้าน อัตราดอกเบี้ยมีมาตรฐานและมักต่ำกว่า มีระยะเวลาผ่อนชำระที่ยาวนาน ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค มีความน่าเชื่อถือเพราะดำเนินการผ่านสถาบันการเงิน ข้อเสียของการจำนองบ้าน กระบวนการพิจารณาสินเชื่อใช้เวลานาน มีเงื่อนไขและข้อจำกัดมากกว่า ต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มงวด มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสูงกว่า การเลือกวิธีที่เหมาะสมกับความต้องการ การตัดสินใจเลือกระหว่างการจดจำนองและการจำนองบ้านควรพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้ วัตถุประสงค์ของการกู้ยืม [...]

2025/4/17 • 由 Homeday
การกู้ร่วมซื้อบ้านหรือคอนโดกำลังเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง แต่มีข้อจำกัดด้านรายได้หรือคุณสมบัติไม่เพียงพอสำหรับการกู้เดี่ยว การกู้ร่วมช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อและอาจได้วงเงินกู้ที่สูงขึ้น แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อควรระวังที่ผู้กู้ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ บทความนี้จะอธิบายทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการกู้ร่วมซื้อบ้าน-ซื้อคอนโด เพื่อประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม การกู้ร่วมคืออะไร? ทำไมถึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ซื้อบ้าน การกู้ร่วมซื้อบ้านหรือคอนโด คือการที่มีผู้กู้ตั้งแต่ 1-3 คน ซึ่งเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เช่น พ่อแม่-ลูก พี่-น้อง เครือญาติ สามี-ภรรยา ร่วมกันยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงิน โดยผู้กู้ทุกคนจะมีสิทธิและความรับผิดชอบเท่าเทียมกันในการชำระหนี้ ธนาคารจะนำความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ทุกคนมาคำนวณรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นฐานเงินเดือน ภาระหนี้สิน ทำให้มักได้วงเงินกู้สินเชื่อที่สูงขึ้น สร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้มากขึ้น การกู้ร่วมเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เพียงพอที่จะกู้เองเพียงคนเดียว หรือมีประวัติเครดิตที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจทำให้การขอสินเชื่อคนเดียวเป็นไปได้ยาก การมีผู้กู้ร่วมที่มีคุณสมบัติทางการเงินที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น การกู้ร่วมแตกต่างจากการค้ำประกันอย่างไร? หลายคนอาจสับสนระหว่างการกู้ร่วมกับการค้ำประกัน ทั้งสองวิธีล้วนช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ แต่มีความแตกต่างกันในหลายประเด็นสำคัญ: คุณสมบัติของผู้เข้าร่วม การกู้ร่วม: ผู้กู้ร่วมต้องเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ในครอบครัวเดียวกัน การค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันเป็นบุคคลใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ต้องมีประวัติทางการเงินที่ดี กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การกู้ร่วม: ผู้กู้ร่วมทุกคนมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในทรัพย์สิน การค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันไม่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การคำนวณวงเงินกู้ การกู้ร่วม: ธนาคารจะนำรายได้ของผู้กู้ทุกคนมารวมกันเพื่อคำนวณวงเงินกู้ การค้ำประกัน: ธนาคารจะพิจารณาเฉพาะรายได้ของผู้กู้หลักเท่านั้น ความรับผิดชอบในการชำระหนี้ การกู้ร่วม: ผู้กู้ทุกคนมีหน้าที่ชำระหนี้ร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้นสัญญา การค้ำประกัน: [...]

2025/3/31 • 由 Homeday
ธนาคารไทยพาณิชย์ออกมาตรการเร่งด่วนช่วยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทั้งมาตรการพักชำระและสินเชื่อพิเศษเพื่อซ่อมแซมบ้านและกิจการ ประกาศพักชำระเงินต้นแก่ลูกค้าสินเชื่อบ้านนาน 3 เดือน และให้สินเชื่อแก่ลูกค้าที่ต้องการซ่อมแซมบ้านดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน พร้อมมอบสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการแก่ผู้ประกอบการรายย่อยและเอสเอ็มอี อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.5% ต่อปี นาน 24 เดือน จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ได้สร้างความเสียหายส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของประชาชนในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ธนาคารไทยพาณิชย์มีความห่วงใยลูกค้าและพร้อมอยู่เคียงข้างให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติภัยครั้งนี้ ด้วยมาตรการเร่งด่วน ครอบคลุมทั้งลูกค้าบุคคล ลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างเต็มที่ ทั้งการพักชำระเงินกู้แก่ลูกค้าปัจจุบัน และให้สินเชื่อใหม่เพื่อการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และฟื้นฟูกิจการที่ได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย ดังนี้ กลุ่มลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจรายย่อย* ประกอบด้วย สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย – ลูกค้าสินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบ้านคือเงิน My Home My Cash ธนาคารมอบความช่วยเหลือพักชำระเงินต้นนาน 3 เดือน และมอบสินเชื่อบ้านได้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมบ้าน ดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน ได้แก่ สินเชื่อบ้านได้เพิ่มสำหรับลูกค้าปัจจุบัน และสินเชื่อ My Home [...]

2024/3/12 • 由 Homeday
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี จับมือ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ จัดแคมเปญสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และมีบ้านตามความฝัน เพื่อความเป็นอยู่และชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น นายอธิศ วงศ์ศศิธร (ขวา) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าผลิตภัณฑ์สินเชื่

2025/8/6 • 由 Homeday
แม้ตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2568 จะชะลอตัวตามสภาพเศรษฐกิจ แต่ยังมีแสงสว่างปลายอุโมงค์จากปัจจัยบวกทั้งจากมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ การผ่อนคลายเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รวมทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ที่มีความพร้อมทางการเงินในการซื้อบ้าน/คอนโดมิเนียมเป็นของตัวเอง ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย เผยข้อมูลเชิงลึกจากผู้เข้าเยี่ยมชมในเว็บไซต์ www.DDproperty.com ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 (เก็บข้อมูลระหว่างเดือนมกราคม – มิถุนายน 2568) ที่แสดงความสนใจประกาศขาย-ให้เช่า และกรอกข้อมูลให้ติดต่อกลับ ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีศักยภาพในการซื้อ-เช่าในอนาคตมากที่สุด โดยข้อมูลเหล่านี้สะท้อนเทรนด์ความต้องการซื้อและเช่าที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ พร้อมอัปเดตทำเลศักยภาพที่น่าจับตามองและมีทิศทางเติบโตในอนาคต ซึ่งทำเลยังคงเป็นปัจจัยอันดับต้น ๆ ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเมื่อต้องการซื้อ/เช่าที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ดี อีกหนึ่งความท้าทายที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 คือภัยธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้อย่างเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเมียนมาและเกิดแรงสั่นสะเทือนที่รับรู้ได้ในไทยเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ได้กลายเป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อการวางแผนเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนั้นได้ส่งผลเชิงบวกต่อตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบที่ได้รับความสนใจซื้อเพิ่มขึ้น โดยความต้องการซื้อทาวน์เฮ้าส์ในกรุงเทพฯ ณ เดือนเมษายน 2568 เติบโตขึ้น 4% จากเดือนมีนาคม 2568 ที่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขณะที่ความต้องการซื้อคอนโดฯ ลดลงถึง 31% เนื่องจากผู้บริโภคบางส่วนกังวลเรื่องความปลอดภัยของอาคารสูงเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหว แม้ว่าคอนโดฯ จะเป็นประเภทอสังหาฯ [...]
