加载中...
加载中...

2025/9/18 • 由 Homeday
กรุงเทพฯ 18 กันยายน 2568 – บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แม็คโคร-โลตัส ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน ร่วมจัดแสดงนวัตกรรมสีเขียวสุดล้ำ ภายใต้โครงการ “ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste” ในงาน CP Innovation Exposition & Symposium 2025 มหกรรมด้านนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ภายใต้แนวคิด “ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน From Waste to Wealth” ที่สนับสนุนอาหารส่วนเกินให้เกษตรกรนำไปใช้เลี้ยงหนอนแมลงโปรตีน BSF แปรรูปเป็นสินค้า เพิ่มมูลค่า สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน และช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวว่า “ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งมั่นที่จะลดการสูญเสีย เพื่อให้ทุกกระบวนการสามารถกลับมาเป็นคุณค่าใหม่ได้ นวัตกรรมนี้คือโซลูชันที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเริ่มต้นจากการมอบอาหารส่วนเกินในธุรกิจส่งต่อให้เกษตรกรเพื่อใช้เลี้ยงแมลงโปรตีน Black Soldier Fly (BSF) [...]

2025/5/26 • 由 Homeday
การเลือกของเล่นที่เหมาะสมสำหรับแมวเป็นสิ่งสำคัญที่ทาสแมวทุกคนควรให้ความสนใจ เพราะของเล่นไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างความเพลิดเพลินให้กับน้องเหมียวเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหว การกระตุ้นสัญชาตญาณธรรมชาติ และการลดปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์อีกด้วย แมวเป็นสัตว์นักล่าโดยธรรมชาติ จึงต้องการกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นสัญชาตญาณการล่าเหยื่อ การเล่นซ่อนหา และการใช้พลังงานส่วนเกินอย่างเหมาะสม ในยุคปัจจุบันที่แมวส่วนใหญ่ถูกเลี้ยงในระบบปิด การขาดกิจกรรมที่เหมาะสมอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น โรคอ้วน ความเครียด พฤติกรรมทำลายเฟอร์นิเจอร์ หรือการมีพฤติกรรมก้าวร้าว ของเล่นแมวที่ออกแบบมาเป็นพิเศษจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกของเล่นที่หลากหลายและเหมาะสมกับบุคลิกของแต่ละตัวจะช่วยให้แมวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุข และมีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ #ของเล่นแมว #แคทนิป #อุโมงค์แมว #ไม้ตกแมว #รางบอลแมว #เครื่องนวดแมว #ลูกบอลแมว #เครื่องขุดอาหาร #ผีเสื้อหมุน #สินค้าสัตว์เลี้ยง #shopzy

2025/5/17 • 由 Homeday
การทำงานหรือเล่นเกมเป็นเวลานานหน้าคอมพิวเตอร์ต้องการโต๊ะที่มีคุณภาพและตอบโจทย์การใช้งาน โต๊ะคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบปรับระดับได้ตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อลดปัญหาออฟฟิศซินโดรม หรือแบบมาตรฐานที่มุ่งเน้นความแข็งแรงทนทาน ไปจนถึงรูปทรงพิเศษอย่างแบบตัว L ที่ประหยัดพื้นที่และจัดวางได้อย่างเหมาะสม วัสดุที่ใช้ก็มีทั้งไม้ MDF คุณภาพสูง เหล็กกล้า หรือคาร์บอนไฟเบอร์ที่ให้ความทนทานต่อรอยขีดข่วนและน้ำหนัก นอกจากนี้ โต๊ะคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ยังมาพร้อมฟีเจอร์ทันสมัย เช่น ช่องชาร์จ USB ที่วางแก้วน้ำ ที่แขวนหูฟัง หรือแม้แต่ระบบที่เตือนให้เราลุกขึ้นยืนหลังจากนั่งทำงานนานเกินไป ในบทความนี้ เราได้คัดเลือกโต๊ะคอมพิวเตอร์จาก 10 แบรนด์ชั้นนำที่มีคุณภาพดี ราคาเหมาะสม และได้รับความนิยมในตลาดปัจจุบัน มาแนะนำให้คุณได้เลือกตามความต้องการและงบประมาณที่มี ไม่ว่าคุณจะต้องการโต๊ะทำงานแบบปรับระดับเพื่อสุขภาพที่ดี หรือโต๊ะแบบดั้งเดิมที่เน้นความแข็งแรงและราคาประหยัด เราก็มีตัวเลือกให้คุณแน่นอน #โต๊ะคอมพิวเตอร์ #โต๊ะทำงาน #โต๊ะเกมมิ่ง #โต๊ะปรับระดับ #โต๊ะทำงานที่บ้าน #โต๊ะแบบตัวแอล #เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน #ป้องกันออฟฟิศซินโดรม #โต๊ะคอมพิวเตอร์ราคาถูก #โต๊ะเกมเมอร์

2025/5/18 • 由 Homeday
ในยุคที่เทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ยี่ห้อ Haier ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของผู้บริโภคไทยด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยและประสิทธิภาพการทำความเย็นที่เหนือชั้น หากคุณกำลังมองหาแอร์บ้านที่ตอบโจทย์ทั้งความเย็นฉ่ำ ประหยัดพลังงาน และดูแลสุขภาพสมาชิกในครอบครัว ซีรีส์เครื่องปรับอากาศของ Haier ในปี 2024 น่าจะทำให้คุณต้องหยุดคิดก่อนตัดสินใจเลือกยี่ห้ออื่น การผสมผสานระหว่างระบบ Inverter กับเทคโนโลยีทำความสะอาดตัวเองอัตโนมัติ ช่วยลดปัญหาการสะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย ในขณะเดียวกันฟังก์ชันควบคุมผ่านสมาร์ทโฟนก็ทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นอีกขั้น จุดเด่นที่ทำให้แอร์ Haier แตกต่างคือการนำแสง UVC มาใช้ในการยับยั้งเชื้อโรคถึง 99.99% ซึ่งผ่านการรับรองจากสถาบันวิจัยชั้นนำ พร้อมระบบป้องกันไฟกระชาก Hyper PCB ที่เพิ่มความทนทานให้กับเครื่อง แถมยังมาพร้อมค่าประหยัดไฟเบอร์ 5 ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีนิตินัย สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องการบำรุงรักษา ฟังก์ชัน Self-Cleaning จะทำความสะอาดคอยล์เย็นโดยอัตโนมัติทุก 20 นาที ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าลมเย็นที่พัดออกมาปลอดภัยต่อระบบทางเดินหายใจ #แอร์Haier #เครื่องปรับอากาศ #Inverter #UVCSterilization #ประหยัดไฟเบอร์5

2025/4/1 • 由 Homeday
การเลือกทำเลตั้งสำนักงานสำหรับสตาร์ทอัพถือเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากสถานที่ตั้งสามารถส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสำเร็จและการเติบโตของธุรกิจ ในบทความนี้ เราจะสำรวจปัจจัยสำคัญที่สตาร์ทอัพควรพิจารณาในการเลือกทำเลที่เหมาะสม การเชื่อมต่อและโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมต่อถือเป็นหัวใจสำคัญของการเลือกทำเลสำหรับสตาร์ทอัพในยุคปัจจุบัน ระบบนิเวศที่เอื้ออำนวยต่อการทำงานประกอบด้วยปัจจัยหลายประการ: ความพร้อมของระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง: สตาร์ทอัพต้องการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียรและรวดเร็ว เพื่อรองรับการทำงานแบบออนไลน์ การประชุมทางไกล และการสื่อสารกับทีมและลูกค้า พื้นที่ที่มีโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่ดีจะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีจุดกระจายสัญญาณ Wi-Fi ที่ครอบคลุม ระบบไฟฟ้าที่เสถียร และโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่ทันสมัย จะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานของทีมได้อย่างต่อเนื่อง การเข้าถึงแหล่งทรัพยากรและเครือข่าย: ทำเลที่ตั้งใกล้กับศูนย์กลางของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีหรือเขตนวัตกรรม จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างเครือข่าย การแลกเปลี่ยนความรู้ และการเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นต่อการพัฒนาธุรกิจ การมีพื้นที่ใกล้กับมหาวิทยาลัย อุทยานวิทยาศาสตร์ หรือแหล่งบ่มเพาะธุรกิจ สามารถสร้างโอกาสในการร่วมมือ การระดมทุน และการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ระบบขนส่งและการเดินทาง: ความสะดวกในการเดินทางเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง การมีระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุม เช่น รถไฟฟ้า รถโดยสาร หรือมีถนนหลักที่เข้าถึงได้ง่าย จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับพนักงานและลดปัญหาการเดินทาง การเลือกทำเลที่มีความเชื่อมโยงที่ดีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและคุณภาพชีวิตของทีม สภาพแวดล้อมและบรรยากาศการทำงาน สภาพแวดล้อมการทำงานมีอิทธิพลอย่างมากต่อประสิทธิภาพและแรงจูงใจของทีมสตาร์ทอัพ: พื้นที่ทำงานที่ยืดหยุ่นและสร้างสรรค์: สตาร์ทอัพมักต้องการพื้นที่ทำงานที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ การเลือกสถานที่ที่มีพื้นที่ทำงานแบบเปิด มีพื้นที่ประชุมส่วนกลาง และมีพื้นที่พักผ่อนหรือทำกิจกรรมร่วมกัน จะช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการทำงานเป็นทีม การออกแบบพื้นที่ที่เอื้อต่อการปฏิสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนความคิดจะช่วยกระตุ้นนวัตกรรมและความร่วมมือ ต้นทุนและความคุ้มค่า: งบประมาณเป็นข้อจำกัดสำคัญของสตาร์ทอัพ การเลือกทำเลที่มีอัตราค่าเช่าที่เหมาะสมกับงบประมาณ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของพื้นที่ถือเป็นเรื่องสำคัญ พื้นที่ร่วมทำงาน (Co-working Space) [...]

2025/5/30 • 由 Homeday
การปลูกผักไว้กินเองกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นและความกังวลเรื่องความปลอดภัยของอาหาร การสร้างแปลงผักในบ้านไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่ยังให้ความมั่นใจในคุณภาพของผักที่รับประทาน จากการศึกษาพบว่าการปลูกผักกินเองช่วยให้ได้ผักที่สดใหม่และมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าผักที่ซื้อจากตลาด นอกจากนี้ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ครอบครัวได้ใกล้ชิดธรรมชาติและเรียนรู้เรื่องการปลูกพืชร่วมกัน ทำไมต้องสร้างแปลงผักในบ้าน การสร้างแปลงผักในบ้านมีประโยชน์มากมายที่หลายคนยังไม่ทราบ ประโยชน์แรกคือได้ผักที่สดและดีต่อสุขภาพมากกว่าการซื้อจากตลาด เนื่องจากผักจะสูญเสียวิตามินและเกลือแร่ทันทีที่ถูกเด็ดออกจากต้น และเสียเพิ่มเติมในขั้นตอนการขนส่งและการเก็บรักษา การปลูกผักเองจึงช่วยให้ได้ผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด ข้อดีที่สำคัญอีกประการคือการประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะผักบางชนิดที่ต้องนำเข้าหรือขนส่งมาจากพื้นที่ห่างไกล ซึ่งทำให้ราคาสูงขึ้น การปลูกผักเองยังช่วยลดปัญหาเรื่องสารเคมีและยาฆ่าแมลงที่อาจตกค้างในผัก เพราะสามารถควบคุมการใช้สารเคมีได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมโดยลดการใช้พลังงานในการขนส่งและบรรจุภัณฑ์ วิธีเตรียมพื้นที่และสร้างแปลงผัก การเตรียมพื้นที่เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการสร้างแปลงผัก เริ่มต้นด้วยการเลือกพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดเพียงพอและมีการระบายน้ำที่ดี จากนั้นทำการขุดดินเพื่อเอาหน้าดินที่มีหญ้าพร้อมรากออก ซึ่งอาจใช้เวลาหลายวันในการขุดให้สะอาด การพรวนดินควรทำให้ลึกประมาณ 6 นิ้ว เพื่อให้ดินมีโครงสร้างที่ดีขึ้นและกำจัดวัชพืช รวมถึงไข่แมลงหรือโรคพืชที่อาจซ่อนอยู่ในดิน หลังจากพรวนดินแล้ว ควรยกแปลงให้สูงจากผิวดินประมาณ 4-5 นิ้ว โดยทำความกว้างประมาณ 1-1.20 เมตร ส่วนความยาวสามารถปรับตามพื้นที่ที่มี การวางแปลงควรอยู่ในแนวทิศเหนือ-ใต้ เพื่อให้ผักได้รับแสงแดดทั่วทั้งแปลง การใช้วัสดุสร้างขอบแปลงเช่น ไม้หรืออิฐบล็อกจะช่วยรักษารูปทรงของแปลงและป้องกันดินพัง สำหรับแปลงผักแบบยกจะมีข้อดีในการควบคุมสภาพดินได้ดีกว่าและลดปัญหาวัชพืช การปรับปรุงดินและการปรุงดิน การปรับปรุงเนื้อดินเป็นกุญแจสำคัญในการปลูกผักให้เจริญเติบโตได้ดี ดินที่เหมาะสำหรับปลูกผักควรเป็นดินร่วนที่มีการระบายน้ำดีและอุดมไปด้วยอินทรียวัตถุ หากดินเดิมเป็นดินทรายหรือดินเหนียว จำเป็นต้องปรับปรุงโดยการเพิ่มปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกในอัตราประมาณ 2-3 กิโลกรัมต่อเนื้อที่ 1 ตารางเมตร ส่วนผสมดินที่ดีสำหรับแปลงผักประกอบด้วย แกลบดำ 2 ส่วน แกลบ [...]

2025/5/30 • 由 Homeday
การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์บนระเบียงคอนโดกลายเป็นแนวโน้มใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนเมืองที่ต้องการผักสดปลอดสารพิษไว้บริโภคในครอบครัว เทคนิคการปลูกพืชในน้ำนี้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดพื้นที่ แต่ยังสามารถควบคุมคุณภาพการผลิตได้ดีกว่าการปลูกในดินธรรมดา ระบบไฮโดรโปนิกส์ช่วยให้ผู้ปลูกสามารถผลิตผักใบเขียวหลากหลายชนิด เช่น ผักสลัด กวางตุ้ง ผักบุ้ง และสมุนไพรต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในพื้นที่จำกัดของระเบียงคอนโดมิเนียม การเพาะปลูกด้วยวิธีนี้ยังช่วยลดปัญหาศัตรูพืชและโรคพืชที่มักเกิดขึ้นในการปลูกแบบดั้งเดิม พร้อมทั้งให้ผลผลิตที่เติบโตเร็วกว่าและมีคุณภาพดีกว่าการปลูกในดิน ระบบไฮโดรโปนิกส์คืออะไรและทำไมเหมาะกับระเบียงคอนโด? การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์เป็นเทคนิคการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน แต่ให้รากพืชสัมผัสกับสารละลายธาตุอาหารโดยตรง ระบบนี้ได้รับการพัฒนามาเพื่อทดแทนธาตุอาหารที่พืชต้องการจากดิน ด้วยปุ๋ยเคมีที่ละลายในน้ำ ข้อดีสำคัญของระบบไฮโดรโปนิกส์คือการควบคุมปัจจัยการเจริญเติบโตได้อย่างแม่นยำ ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ สำหรับคนที่อาศัยในคอนโดมิเนียม ระบบไฮโดรโปนิกส์เป็นทางเลือกที่เหมาะสมเนื่องจากใช้พื้นที่น้อย ไม่มีดินเลอะเทอะ และสามารถจัดวางได้หลากหลายรูปแบบ การปลูกแบบนี้ยังช่วยลดปัญหาแมลงและศัตรูพืชที่มักพบในการปลูกด้วยดิน ระบบน้ำนิ่งหรือ Deep Water Culture เป็นรูปแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะมีการลงทุนต่ำและง่ายต่อการดูแล ข้อดีอีกประการหนึ่งคือการประหยัดน้ำ เนื่องจากระบบหมุนเวียนน้ำทำให้ใช้น้ำน้อยกว่าการปลูกในดิน นอกจากนี้ยังสามารถปลูกได้ตลอดปี ไม่ขึ้นกับฤดูกาล และให้ผลผลิตเร็วกว่าการปลูกแบบดั้งเดิม การเตรียมอุปกรณ์และวัสดุสำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์มีอะไรบ้าง? การเตรียมอุปกรณ์สำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์บนระเบียงคอนโดต้องเริ่มจากการเลือกภาชนะที่เหมาะสม ซึ่งอาจเป็นกล่องพลาสติกถนอมอาหาร แก้วเซเว่น หรือกระบะขนาดต่างๆ ตามพื้นที่ที่มี สิ่งสำคัญคือภาชนะต้องทึบแสงเพื่อป้องกันการเกิดตะไคร่น้ำ หากใช้ภาชนะใสต้องหาวิธีปิดกั้นแสงด้วยถุงพลาสติกสีดำหรือวัสดุอื่น ฟองน้ำเป็นอุปกรณ์สำคัญในการเพาะเมล็ด โดยต้องตัดเป็นลูกเต๋าขนาด 1×1 นิ้ว และกรีดเป็นเครื่องหมายบวกตรงกลางโดยไม่ให้ทะลุ โฟมที่ใช้ควรมีความหนาแน่นเหมาะสม เพื่อให้สามารถดูดซับน้ำได้ดีและค้ำจุนต้นกล้าได้อย่างมั่นคง ถ้วยปลูกหรือตะแกรงเล็กๆ ใช้สำหรับวางฟองน้ำและป้องกันไม่ให้ต้นไม้ตกลงไปในน้ำ ปุ๋ย A [...]

2025/5/20 • 由 Homeday
กระดาษทิชชู่เป็นหนึ่งในสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะใช้เช็ดหน้า เช็ดมือ เช็ดปาก หรือทำความสะอาดสิ่งต่างๆ แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าการเลือกกระดาษทิชชู่ที่ไม่เหมาะสมสามารถก่อให้เกิดปัญหาต่อผิวได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวบอบบางหรือแพ้ง่าย ทั้งนี้กระดาษทิชชู่คุณภาพต่ำมักมีปัญหาเรื่องเปื่อยยุ่ยเป็นขุยเมื่อโดนน้ำ ระคายเคืองผิว หรือมีส่วนผสมของสารเคมีที่อาจเป็นอันตราย การเลือกทิชชู่คุณภาพดีควรพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ความหนาของกระดาษ (ควรเลือกแบบ 2-3 ชั้นขึ้นไป) วัตถุดิบที่ใช้ผลิต (ควรทำจากเยื่อกระดาษบริสุทธิ์ 100%) กระบวนการผลิต (ไม่มีสารฟอกขาวหรือสารเรืองแสง) และการรับรองมาตรฐานต่างๆ กระดาษทิชชู่คุณภาพดีควรมีความนุ่ม ไม่บาดผิว ซึมซับน้ำได้ดี และไม่เปื่อยเป็นขุยเมื่อเปียกน้ำ สำหรับเด็กทารกหรือผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ควรเลือกทิชชู่ที่ปราศจากน้ำหอม สารฟอกขาว และสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ เนื่องจากสารเหล่านี้สามารถเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองได้ บางแบรนด์มีการพัฒนาสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติเพื่อช่วยบำรุงผิวหรือลดปัญหาสิวอักเสบอีกด้วย ดังนั้นการเลือกทิชชู่คุณภาพสูงไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องผิวของคุณ แต่ยังช่วยเสริมการดูแลผิวในระยะยาวได้อีกด้วย #กระดาษทิชชู่ #ทิชชู่เช็ดหน้า #ทิชชู่คุณภาพดี #กระดาษเช็ดหน้า #ทิชชู่นุ่ม #กระดาษเนื้อนุ่ม #ทิชชู่ไม่ระคายเคือง #ทิชชู่สำหรับผิวแพ้ง่าย

2026/1/23 • 由 Homeday
สระบุรี 23 มกราคม 2569 – เมื่อ “อาหารส่วนเกิน” ไม่ใช่ขยะ แต่เป็นส่วนเติมเต็มที่ช่วยลดปัญหาการเข้าถึงอาหารคุณภาพ และช่วยขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร–โลตัส” เดินหน้าร่วมขับเคลื่อนโครงการ “สระบุรี เมืองคาร์บอนต่ำ” (Saraburi Sandbox) ผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน และชุมชน สร้างต้นแบบการจัดการอาหารส่วนเกินอย่างเป็นระบบ พร้อมโชว์ผลงานโครงการ Food Surplus (การจัดการอาหารส่วนเกิน) ที่สร้างคุณค่าทั้งต่อผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้เป้าหมายการลดขยะสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) ตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยนำองค์ความรู้ด้านค้าปลีกและโลจิสติกส์มาบริหารจัดการอาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพดีจากทุกสาขาของแม็คโคร-โลตัสในสระบุรี ส่งต่อสู่กลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาส สร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชนในพื้นที่ ควบคู่กับการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อม นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การดำเนินโครงการ Food [...]

2025/6/17 • 由 Homeday
การจัดสวนบนดาดฟ้าได้กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เมืองที่มีพื้นที่จำกัด โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในตึกแถวหรือทาวน์โฮมที่ไม่มีพื้นที่รอบบ้านสำหรับจัดสวน สวนดาดฟ้าไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย แต่ยังมีประโยชน์ในการลดความร้อนของอาคารและปรับปรุงคุณภาพอากาศอีกด้วย ประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากสวนดาดฟ้า การมีสวนบนดาดฟ้าจะมอบประโยชน์มากมายทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต พืชในสวนดาดฟ้าช่วยลดอุณหภูมิของบ้านและอาคารผ่านการคายน้ำทางใบและการให้ร่มเงา นอกจากนี้ยังช่วยลดมลพิษทางอากาศโดยการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และปล่อยออกซิเจน สวนดาดฟ้าในเมืองใหญ่ยังช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง และปรับปรุงคุณภาพอากาศโดยการดักจับแก๊สที่เป็นอันตรายและฝุ่นละอองในอากาศ การเตรียมความพร้อมก่อนลงมือจัดสวน การตรวจสอบโครงสร้างอาคาร ขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดคือการตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร อาคารทั่วไปสามารถรับน้ำหนักได้ประมาณ 200-400 กิโลกรัมต่อตารางเมตร สำหรับอาคารที่มีอายุมากกว่า 30-40 ปี อาจรับน้ำหนักได้น้อยกว่านี้ เพื่อความปลอดภัย ควรวางกระถางและต้นไม้ตามแนวคานหรือใกล้เสา เพื่อให้น้ำหนักถ่ายเทลงตามโครงสร้างหลัก การปรับปรุงระบบการระบายน้ำ ระบบระบายน้ำที่ดีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสวนดาดฟ้า ควรปรับพื้นให้มีความลาดเอียงเพื่อให้น้ำฝนหรือน้ำรดต้นไม้ไหลออกไปได้ การทำกันซึมด้วยวัสดุเคลือบผิวปูนซีเมนต์จะช่วยป้องกันการรั่วซึม ระบบระบายน้ำต้องมีจุดระบายอย่างน้อย 2 จุด และควรมีระบบ Overflow เผื่อกรณีท่อหลักตันจากใบไม้แห้ง การเลือกวัสดุปูพื้น การปูพื้นที่เหมาะสมจะช่วยลดความร้อนและสร้างพื้นที่สำหรับเดิน สามารถเลือกใช้ไม้จริงหรือไม้เทียม หากเลือกไม้จริงควรเป็นชนิดที่ทนแดดและทนฝน การปูกระเบื้องยังช่วยลดปัญหาน้ำซึมได้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องมีความลาดเอียงเพื่อระบายน้ำ การออกแบบและจัดวางพื้นที่ การวางแผนโซนต่างๆ การออกแบบสวนควรเริ่มจากการวาดผังง่ายๆ เพื่อกำหนดตำแหน่งต้นไม้ ดอกไม้ เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่ง ตำแหน่งที่แข็งแรงที่สุดคือตรงเสาอาคาร รองลงมาคือแนวคานโครงสร้าง วัตถุที่มีน้ำหนักมากควรวางตามแนวเสาและคาน ส่วนบริเวณพื้นดาดฟ้าควรเป็นทางเดินหรือพื้นที่พักผ่อน สวนแนวตั้งเพื่อประหยัดพื้นที่ สวนแนวตั้งเป็นวิธีที่ดีในการประหยัดพื้นที่ สามารถใช้โครงเหล็กติดผนัง แล้วแขวนกระถางหรือใช้ถุงผ้าพิเศษสำหรับปลูกพืช ควรเลือกพืชที่มีระบบรากตื้น [...]

2025/4/9 • 由 Homeday
การเลือกที่อยู่อาศัยในปัจจุบันมีปัจจัยให้พิจารณามากมาย แต่หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือระบบรักษาความปลอดภัย ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อความรู้สึกปลอดภัยในการอยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายและคุณภาพชีวิต บทความนี้จะพาผู้อ่านทุกท่านสำรวจความสำคัญของระบบรักษาความปลอดภัยในที่อยู่อาศัย เพื่อให้เข้าใจถึงผลกระทบที่มีต่อค่าใช้จ่ายและการอยู่อาศัยในระยะยาว ความสำคัญของระบบรักษาความปลอดภัยในที่อยู่อาศัย ระบบรักษาความปลอดภัยในที่อยู่อาศัยเปรียบเสมือนเกราะป้องกันชั้นแรกที่ปกป้องทรัพย์สินและผู้อยู่อาศัย ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้า ระบบรักษาความปลอดภัยได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วจากแค่กุญแจและรั้วธรรมดา สู่ระบบที่มีความซับซ้อนและอัจฉริยะมากขึ้น การลงทุนในระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากการโจรกรรมหรือบุกรุก แต่ยังสร้างความอุ่นใจให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองที่มีความหนาแน่นของประชากรสูง หรือบริเวณที่มีสถิติอาชญากรรมเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ระบบรักษาความปลอดภัยยังเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่อาศัยที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีมักมีมูลค่าสูงกว่าและขายได้เร็วกว่าที่อยู่อาศัยที่ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอ ทำให้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว การพิจารณาระบบรักษาความปลอดภัยควรเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัย โดยสิ่งที่ควรพิจารณามีตั้งแต่ความแข็งแรงของประตู หน้าต่าง ระบบกล้องวงจรปิด ระบบแจ้งเตือน ไปจนถึงระบบรักษาความปลอดภัยในระดับชุมชนหรือโครงการที่อยู่อาศัย ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและความคุ้มค่าในการลงทุน ผลกระทบของระบบรักษาความปลอดภัยต่อค่าใช้จ่าย การลงทุนเริ่มต้นและค่าบำรุงรักษา การติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยนับเป็นการลงทุนที่มีค่าใช้จ่ายไม่น้อย โดยค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันไปตามประเภทและความซับซ้อนของระบบ ตั้งแต่ระบบพื้นฐานอย่างกลอนประตูคุณภาพสูง ไปจนถึงระบบที่ซับซ้อนอย่างกล้องวงจรปิดที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน หรือระบบสแกนลายนิ้วมือ สำหรับค่าใช้จ่ายเริ่มต้น ระบบรักษาความปลอดภัยพื้นฐานอาจมีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขณะที่ระบบที่ซับซ้อนและครอบคลุมทั้งบ้านอาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึงหลักแสนบาท นอกจากนี้ยังมีค่าบำรุงรักษาที่ต้องคำนึงถึง เช่น การเปลี่ยนแบตเตอรี่ การอัพเดทซอฟต์แวร์ หรือการซ่อมบำรุงเมื่อระบบเกิดปัญหา อย่างไรก็ตาม การลงทุนในระบบรักษาความปลอดภัยที่มีคุณภาพสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ เนื่องจากช่วยลดความเสี่ยงจากการสูญเสียทรัพย์สินเนื่องจากการโจรกรรม และยังอาจช่วยลดค่าเบี้ยประกันภัยได้อีกด้วย โดยบริษัทประกันภัยหลายแห่งมักให้ส่วนลดสำหรับบ้านที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน ผู้บริโภคควรพิจารณาระบบรักษาความปลอดภัยเป็นการลงทุนระยะยาว โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าที่จะได้รับในแง่ของความปลอดภัยและความอุ่นใจ มากกว่าจะมองเพียงค่าใช้จ่ายเริ่มต้นเท่านั้น นอกจากนี้ การวางแผนงบประมาณอย่างรอบคอบและเลือกระบบที่เหมาะสมกับความต้องการจะช่วยให้การลงทุนมีประสิทธิภาพสูงสุด ผลกระทบต่อราคาอสังหาริมทรัพย์และค่าเช่า ระบบรักษาความปลอดภัยมีอิทธิพลอย่างมากต่อมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ การศึกษาพบว่าที่อยู่อาศัยที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีมีมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณ 3-5% [...]

2025/3/13 • 由 Homeday
พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ และดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำ (Solar Floating) ที่สวนสุขภาพกองทัพอากาศ (ศูนย์กีฬา-สวนเฉลิมพระเกียรติฯ ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี) โดย ปตท. ได้ออกแบบและติดตั้งระบบโซลาร์บนทุ่นลอยน้ำ ขนาดกำลังการผลิต 999.44 กิโลวัตต์ในพื้นที่สระน้ำของสวนสุขภาพกองทัพอากาศ สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดโครงการ ได้ประมาณ 19,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และสามารถประหยัดค่าพลังงานไฟฟ้าได้ประมาน 1.08 ล้านบาทต่อปี หรือประมาณ 25.7 ล้านบาท ตลอดอายุสัญญา 25 ปี โดยมีการติดตั้งระบบติดตามและตรวจสอบการผลิตไฟฟ้าแบบ Real time รวมถึงนวัตกรรมกังหันน้ำเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยเพิ่มออกซิเจนและลดปัญหามลพิษทางน้ำ และ EV Charger สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างกองทัพอากาศ และ ปตท. ในการพัฒนานวัตกรรมทางด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม และยังเป็นการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าใหม่จากพลังงานหมุนเวียน ตลอดจนสนับสนุนภารกิจของกองทัพอากาศด้านการสร้างความมั่นคงของประเทศเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน