加载中...
加载中...

2025/3/12 • 由 Homeday
การตั้งครรภ์ของสัตว์เลี้ยงเป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนและต้องการความใส่ใจเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมว การดูแลอย่างถูกต้องจะช่วยให้แม่สัตว์และลูกมีสุขภาพแข็งแรง และผ่านช่วงเวลานี้ไปอย่างปลอดภัย การตรวจสอบการตั้งครรภ์และการวางแผน การยืนยันการตั้งครรภ์ การตรวจสอบการตั้งครรภ์ของสัตว์เลี้ยงทำได้โดยสัตวแพทย์ผ่านการตรวจร่างกายและการถ่ายภาพเอ็กซเรย์ นักสัตวแพทย์จะประเมินอายุครรภ์และสุขภาพของแม่สัตว์ การเตรียมพื้นที่คลอด จัดเตรียมพื้นที่พักผ่อนเฉพาะที่สะอาด อบอุ่น และปลอดภัย โดยใช้กล่องหรือตะกร้านอนที่มีวัสดุรองนอนนุ่มสบาย ควรวางไว้ในบริเวณที่เงียบสงบและห่างจากการรบกวน โภชนาการสำหรับสัตว์เลี้ยงตั้งครรภ์ อาหารที่มีคุณภาพ เพิ่มปริมาณและคุณภาพอาหารให้เหมาะสมกับช่วงการตั้งครรภ์ แนะนำให้ใช้อาหารสูตรพิเศษสำหรับสัตว์ตั้งครรภ์ที่มีสารอาหารครบถ้วน ปริมาณและความถี่ในการให้อาหาร ในช่วง 3-4 สัปดาห์สุดท้ายของการตั้งครรภ์ ควรเพิ่มปริมาณอาหาร 25-50% เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่สูงขึ้น การออกกำลังกายและการพักผ่อน กิจกรรมที่เหมาะสม ควรออกกำลังกายอย่างเบามาก ไม่ควรทำกิจกรรมที่หนักหรือเสี่ยง เน้นการเดินเล่นสั้นๆ และผ่อนคลาย การพักผ่อน จัดให้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น สัตว์ตั้งครรภ์ต้องการการนอนหลับและพักผ่อนมากกว่าปกติ การดูแลสุขภาพและการป้องกันโรค การฉีดวัคซีน ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อให้วัคซีนที่จำเป็นและปลอดภัยระหว่างการตั้งครรภ์ บางวัคซีนอาจต้องเลื่อนออกไป การกำจัดปรสิต กำจัดปรสิตภายในและภายนอกอย่างระมัดระวัง โดยใช้ยาที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์ตั้งครรภ์ การสังเกตอาการผิดปกติ สัญญาณเตือน ติดตามอาการผิดปกติ เช่น เบื่ออาหาร อาเจียน ซึม หรือมีไข้ หากพบควรรีบพบสัตวแพทย์ทันที การวัดอุณหภูมิ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายเป็นประจำ อุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 98 องศาฟาเรนไฮต์ [...]

2025/3/14 • 由 Homeday
โรคข้อเสื่อมเป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่มีอายุมากขึ้น เป็นภาวะที่กระดูกอ่อนในข้อต่อเริ่มสึกหรอและทำลายลง ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดและจำกัดการเคลื่อนไหว ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สัตว์เลี้ยงเป็นโรคข้อเสื่อม พันธุกรรม สายพันธุ์บางชนิดมีโอกาสเสี่ยงสูงต่อโรคข้อเสื่อม เช่น สุนัขพันธุ์ใหญ่ เช่น โกลเดนรีทรีฟเวอร์ เยอรมันเชพเพิร์ด แมวพันธุ์เปอร์เซีย บริติช ช็อตแฮร์ น้ำหนักเกิน สัตว์เลี้ยงที่มีน้ำหนักเกินจะสร้างแรงกดทับบนข้อต่อมากขึ้น ทำให้กระดูกอ่อนสึกหรอเร็วขึ้น อายุ เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอายุมากขึ้น กระบวนการเสื่อมของข้อต่อจะเกิดเร็วและรุนแรงมากขึ้น วิธีป้องกันโรคข้อเสื่อม 1. การควบคุมน้ำหนัก คำนวณปริมาณอาหารที่เหมาะสม เลือกอาหารที่มีคุณภาพและสารอาหารครบถ้วน หลีกเลี่ยงการให้ขนมระหว่างมื้ออาหารมากเกินไป 2. การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ปรับระดับการออกกำลังกายตามวัยและสภาพร่างกาย เดินหรือวิ่งเล่นอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักเกินไป 3. โภชนาการเพื่อสุขภาพข้อต่อ สารอาหารสำคัญที่ช่วยบำรุงข้อต่อ: กลูโคซามีน คอนดรอยตินซัลเฟต กรดไขมันโอเมก้า 3 แคลเซียม 4. การตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจร่างกายกับสัตวแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตรวจเลือดและเอ็กซเรย์เพื่อติดตามสุขภาพข้อต่อ 5. สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม จัดพื้นที่นอนนุ่มสบาย วางเบาะรองนอนในพื้นที่อบอุ่ม หลีกเลี่ยงพื้นผิวลื่นหรือขรุขระ 6. การดูแลเสริม นวดกล้ามเนื้อและข้อต่อเบาๆ ใช้อุปกรณ์พยุงข้อต่อสำหรับสัตว์สูงวัย [...]

2025/3/14 • 由 Homeday
สุนัขพันธุ์เล็กเป็นที่นิยมในฐานะสัตว์เลี้ยงคู่บ้าน แต่พวกเขามักเผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพหัวใจที่แตกต่างจากสุนัขพันธุ์ใหญ่ การเข้าใจและตระหนักถึงปัญหาสุขภาพหัวใจจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเจ้าของสุนัขพันธุ์เล็ก โครงสร้างหัวใจของสุนัขพันธุ์เล็ก: ความเปราะบางที่มองข้ามไม่ได้ สุนัขพันธุ์เล็กมีโครงสร้างหัวใจที่แตกต่างจากสุนัขพันธุ์ใหญ่อย่างสิ้นเชิง ความแตกต่างทางกายวิภาคนี้ทำให้พวกเขามีความเสี่ยงต่อปัญหาโรคหัวใจสูงกว่า ลักษณะพิเศษของระบบไหลเวียนเลือด หัวใจขนาดเล็กแต่ทำงานหนักกว่า ความดันโลหิตที่มีแนวโน้มผันผวนง่าย การกระจายเลือดที่ต้องอาศัยประสิทธิภาพสูง สาเหตุหลักของปัญหาโรคหัวใจในสุนัขพันธุ์เล็ก 1. พันธุกรรมและการถ่ายทอดทางพันธุศาสตร์ บางสายพันธุ์มีความเสี่ยงสูงติดตัวมาแต่กำเนิด เช่น เชิห์วาวา ปอมเมอเรเนียน มอลทีส 2. ภาวะหัวใจวายเรื้อรัง กลไกสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาโรคหัวใจในสุนัขพันธุ์เล็ก ประกอบด้วย การทำงานของลิ้นหัวใจผิดปกติ กล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม การอุดตันของหลอดเลือด 3. ปัจจัยแวดล้อมที่เพิ่มความเสี่ยง ภาวะอ้วน การขาดการออกกำลังกาย ความเครียด อาหารที่ไม่ได้มาตรฐาน อาการเตือนที่ต้องระวัง สัญญาณบ่งชี้ปัญหาหัวใจเริ่มแรก หอบเหนื่อยง่าย เหนื่อยล้าระหว่างการออกกำลังกาย ไอเรื้อรัง อาเจียนบ่อย น้ำหนักลด ซึมเศร้า การเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ลดการเคลื่อนไหว เบื่ออาหาร นอนมากขึ้น ตอบสนองช้าลง การป้องกันและดูแลสุขภาพหัวใจ การตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซเรย์ทรวงอก การตรวจเลือดเฉพาะทาง โภชนาการที่เหมาะสม อาหารที่มีคุณภาพสูง ควบคุมปริมาณแคลอรี สารอาหารที่บำรุงหัวใจ การออกกำลังกายอย่างถูกวิธี [...]

2025/4/9 • 由 Homeday
เฮอร์บาไลฟ์ ประเทศไทย เข้าร่วมกิจกรรม FDA Running 2025 งานเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข โดยภายในงาน เฮอร์บาไลฟ์ ประเทศไทย ได้จัดบูธให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพผ่านโภชนาการและการออกกำลังกายซึ่งมีความสำคัญต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพและใช้ชีวิตอย่างแอคทีฟ นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ได้รับสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” จากอย.ของเฮอร์บาไลฟ์ให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองชิมผลิตภัณฑ์เชคและชาอีกด้วย นายอธิปพงศ์ ผดุงเกียรติวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮอร์บาไลฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เราเชื่อว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอร่วมกับโภชนาการที่ดีเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรง และเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม FDA Running 2025 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเฮอร์บาไลฟ์ ประเทศไทย ในการสนับสนุนแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านการเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ”

2025/3/12 • 由 Homeday
สัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกสำคัญของครอบครัว และการสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและพฤติกรรมเมื่อพวกเขาเข้าสู่วัยทองเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของควรตระหนัก การรู้ถึงสัญญาณเหล่านี้จะช่วยให้สามารถดูแลและสนับสนุนสุขภาพของสัตว์เลี้ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ความเสื่อมของระบบกล้ามเนื้อและข้อต่อ เมื่อสัตว์เลี้ยงเข้าสู่วัยทอง การเคลื่อนไหวจะเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน อาการสำคัญที่สังเกตได้ประกอบด้วย: การเดินที่ช้าลงหรือติดขัด ความยากลำบากในการขึ้นลงบันได การลุกนั่งที่ใช้เวลามากขึ้น อาการข้อติดหรือปวดข้อเมื่อตื่นนอน การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังและขน ระบบผิวหนังของสัตว์เลี้ยงจะเริ่มแสดงอาการของความเสื่อม ได้แก่: ขนร่วงหรือบางลง สีขนเริ่มมีสีเทาหรือขาวมากขึ้น ผิวหนังแห้งและขาดความยืดหยุ่น แผลหรือรอยระคายเคืองหายช้าลง การเปลี่ยนแปลงของระบบประสาทและการรับรู้ ระบบประสาทเริ่มมีการเสื่อมถอย ส่งผลต่อการรับรู้และพฤติกรรม: การได้ยินและการมองเห็นลดลง ความสับสนหรือหลงลืมมากขึ้น ปฏิกิริยาช้าลง การตอบสนองต่อสิ่งเร้าน้อยลง การเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม การลดลงของความกระฉับกระเฉง สัตว์เลี้ยงจะมีพลังงานและความกระตือรือร้นลดลง: นอนมากขึ้น เล่นน้อยลง หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานมาก ไม่ชอบการเดินทางหรือการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ พฤติกรรมทางอารมณ์เริ่มเปลี่ยนแปลง: ขี้หงุดหงิดง่าย ต้องการความใกล้ชิดมากขึ้น วิตกกังวลในสถานการณ์ใหม่ ลดความสนใจต่อสิ่งรอบข้าง การเปลี่ยนแปลงของระบบภายใน ระบบการย่อยอาหาร ระบบย่อยอาหารเริ่มทำงานช้าลง: ความอยากอาหารลดลง การย่อยอาหารยากขึ้น อาจมีปัญหาท้องผูกหรือท้องเสีย น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง ระบบภูมิคุ้มกัน ภูมิต้านทานเริ่มอ่อนแอลง: ติดโรคง่ายขึ้น การฟื้นตัวจากโรคช้าลง แผลหายช้ากว่าปกติ การดูแลสุขภาพในวัยทอง โภชนาการพิเศษ ต้องปรับอาหารให้เหมาะสมกับวัย: เลือกอาหารที่มีโภชนาการเฉพาะสำหรับสัตว์สูงอายุ [...]

2025/3/14 • 由 Homeday
แมวไร้ขนเป็นสายพันธุ์พิเศษที่มีเสน่ห์และต้องการการดูแลเฉพาะทาง โดยเฉพาะสายพันธุ์สฟิงซ์ (Sphynx) ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด สัตว์เลี้ยงประเภทนี้มีความแตกต่างจากแมวทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งในแง่ของโครงสร้างผิวหนัง การดูแลรักษา และความต้องการเฉพาะตัว การดูแลผิวหนัง ทำความสะอาดผิวอย่างถูกวิธี แมวไร้ขนต้องอาบน้ำและทำความสะอาดผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากไม่มีขนปกคลุม ผิวหนังจะสะสมคราบน้ำมันและเหงื่อได้ง่าย ควรอาบน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง โดยใช้แชมพูที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับแมวไร้ขน เพื่อป้องกันการระคายเคืองและรักษาความสมดุลของผิวหนัง การบำรุงผิวหลังอาบน้ำ หลังอาบน้ำ ให้เช็ดตัวแมวให้แห้งทันที และใช้โลชันบำรุงผิวพิเศษสำหรับแมวไร้ขน เพื่อป้องกันผิวแห้งและแตก การทาโลชันจะช่วยเติมความชุ่มชื้นและปกป้องผิวหนัง การควบคุมอุณหภูมิ เสื้อผ้าและที่นอน เนื่องจากแมวไร้ขนไม่มีขนปกคลุม จึงต้องระวังเรื่องอุณหภูมิเป็นพิเศษ ควรจัดเตรียมเสื้อคลุมและที่นอนอบอุ่นในช่วงอากาศเย็น และหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานาน การปรับอุณหภูมิภายในบ้าน ควรรักษาอุณหภูมิภายในบ้านให้อยู่ระหว่าง 20-25 องศาเซลเซียส เพื่อความสบายของแมวไร้ขน ป้องกันปัญหาการสูญเสียความร้อยและความเสี่ยงจากการเป็นหวัด โภชนาการพิเศษ อาหารที่เหมาะสม แมวไร้ขนมีความต้องการพลังงานสูงกว่าแมวปกติ เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานมากในการควบคุมอุณหภูมิ ควรเลือกอาหารที่มีโปรตีนสูง และมีไขมันคุณภาพดี เพื่อสนับสนุนระบบเผาผลาญและการเจริญเติบโต ปริมาณและความถี่ในการให้อาหาร แนะนำให้แบ่งอาหารออกเป็น 2-3 มื้อต่อวัน โดยคำนึงถึงอายุ น้ำหนัก และสภาพร่างกายของแมว ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อกำหนดแผนอาหารที่เหมาะสมเฉพาะตัว การดูแลสุขภาพ การตรวจสุขภาพประจำปี นัดหมายสัตวแพทย์อย่างน้อยปีละ 2 [...]