Logo
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们
发布房源
发布房源
Homeday
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们收藏夹
HOMEDAY Logo

泰国排名第一的一站式房地产平台。轻松找到您的梦想家园、优质公寓或进行房产投资。

Line
DBD Registered

主菜单

  • 首页
  • 买房
  • 租房
  • 新楼盘
  • 热门地段
  • 房产文章
  • 使用指南
  • 联系我们

房产类型

  • 公寓
  • 独栋别墅
  • 联排别墅
  • 土地

联系我们

  • 电话090-916-9993每天 9:00 - 18:00
  • Email[email protected]
  • 办公室159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    暖武里府 11110,泰国

热门搜索

素坤逸公寓轻轨公寓邦纳别墅便宜联排别墅考艾土地拉差达出租公寓暖武里二手房新公寓评测房屋贷款土地估价投资房产免费发布房产

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. 版权所有。

条款与条件隐私政策Sitemap
Add LINE Sticky
Banner TOA
Homeday Tiktok

บทความ

พบ 27 บทความ

เรียงตาม:
กำลังค้นหา:
คำค้น: การป้องกันอันตราย
123
ทำไมเครื่องทำน้ำอุ่นของคุณไม่ร้อน? 6 สาเหตุที่คุณต้องรู้ก่อนเรียกช่าง
ทั่วไป

ทำไมเครื่องทำน้ำอุ่นของคุณไม่ร้อน? 6 สาเหตุที่คุณต้องรู้ก่อนเรียกช่าง

2025/4/29 • 由 Homeday

การอาบน้ำอุ่นในวันที่อากาศเย็นเป็นความสุขเล็กๆ ที่หลายคนรอคอย แต่เมื่อเปิดเครื่องทำน้ำอุ่นแล้วพบว่าน้ำไม่ร้อนตามที่ต้องการ กลับกลายเป็นความหงุดหงิดไม่น้อย บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจสาเหตุหลักที่ทำให้เครื่องทำน้ำอุ่นไม่ร้อน พร้อมวิธีแก้ไขเบื้องต้นที่คุณสามารถทำได้เองก่อนตัดสินใจเรียกช่าง ทำไมเครื่องทำน้ำอุ่นถึงไม่ร้อนทั้งที่เห็นไฟเข้า? ปัญหาเครื่องทำน้ำอุ่นไฟเข้าแต่น้ำไม่ร้อนเป็นอาการที่พบได้บ่อย โดยส่วนใหญ่มักเกิดกับเครื่องที่ใช้งานมานานหรือใช้งานได้สักระยะหนึ่ง หลายคนอาจสังเกตเห็นว่าไฟเครื่องติดสว่าง แต่เมื่อเปิดน้ำกลับไม่ร้อนอย่างที่ควรจะเป็น สาเหตุหลักอาจเกิดจากอุปกรณ์ภายในเครื่องชำรุด เช่น ขดลวดละลายจากการได้รับความร้อนมากเกินไป ฟิวส์ในสวิตช์ปรับความร้อนขาด หรือตัวควบคุมไฟ (ไตรแอ็ค) เสีย ซึ่งมักเสียร่วมกับกระเปราะตรวจจับความดันน้ำ กรณีนี้คุณควรนำไปให้ช่างผู้เชี่ยวชาญซ่อมแซมเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเปลี่ยนวัสดุต่างๆ แรงดันน้ำมีผลต่อประสิทธิภาพของเครื่องทำน้ำอุ่นอย่างไร? แรงดันน้ำเป็นปัจจัยสำคัญอีกประการที่ส่งผลต่อการทำงานของเครื่องทำน้ำอุ่น หากแรงดันน้ำไม่เพียงพอ เครื่องทำน้ำอุ่นอาจไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สาเหตุของแรงดันน้ำไม่เพียงพออาจเกิดจากการใช้น้ำในบ้านพร้อมกันมากเกินไป ระบบประปาทำงานผิดปกติ มีสิ่งอุดตันในท่อ หรือแรงดันน้ำในบ้านมีค่าไม่ตรงกับที่เครื่องทำน้ำอุ่นต้องการ เครื่องทำน้ำอุ่นแต่ละยี่ห้อและรุ่นจะมีข้อกำหนดเรื่องแรงดันน้ำที่เหมาะสมแตกต่างกัน โดยทั่วไปควรมีแรงดันอยู่ระหว่าง 0.2-3.4 บาร์ หรือประมาณ 3-48 PSI คุณสามารถตรวจสอบแรงดันน้ำภายในบ้านด้วยวิธีง่ายๆ โดยใช้สายยางขนาดครึ่งนิ้วต่อเข้ากับก๊อกน้ำ เปิดน้ำแล้วชูสายยางขึ้นให้สูงกว่าตำแหน่งก๊อกน้ำในระยะ 2 เมตร ถ้าน้ำสามารถไหลออกจากปลายท่อสายยางได้ แสดงว่ามีแรงดันน้ำเพียงพอกับการใช้งาน ปัญหาเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าที่ส่งผลให้เครื่องทำน้ำอุ่นไม่ทำงาน? ปัญหาเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เครื่องทำน้ำอุ่นไม่ร้อน เช่น เบรกเกอร์ตัดเนื่องจากกระแสไฟฟ้าเกินหรือไฟรั่ว ขั้วแม่เหล็กภายในเครื่องทำงานผิดปกติ หรือเทอร์โมสตัททำงานผิดปกติ กรณีเบรกเกอร์ตัด คุณสามารถตรวจสอบได้โดยดูที่แผงควบคุมไฟฟ้าว่าเบรกเกอร์ของเครื่องทำน้ำอุ่นอยู่ในตำแหน่ง ON หรือไม่ ส่วนกรณีขั้วแม่เหล็กทำงานผิดปกติ มักเกิดจากการใช้งานนานจนจุกแม่เหล็กเกิดความเสียหายและสลับขั้ว [...]

วิธีทำให้บ้านปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงทำอย่างไร?
ทั่วไป

วิธีทำให้บ้านปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงทำอย่างไร?

2025/3/1 • 由 Homeday

สัตว์เลี้ยงเป็นเหมือนสมาชิกในครอบครัวที่เราต้องดูแลเอาใจใส่ แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่าภายในบ้านของเรามีอันตรายซ่อนอยู่มากมายสำหรับน้องหมา น้องแมว หรือสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ บทความนี้รวบรวมสาระสำคัญเกี่ยวกับการทำให้บ้านปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและช่วยให้สัตว์เลี้ยงของคุณมีคุณภาพชีวิตที่ดี เข้าใจพฤติกรรมสัตว์เลี้ยง คือกุญแจสำคัญของความปลอดภัย ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า สัตว์เลี้ยงแต่ละประเภทมีพฤติกรรมเฉพาะตัว: สุนัข มักสำรวจโลกด้วยปากและจมูก ชอบเคี้ยวสิ่งของและอาจกลืนสิ่งที่เป็นอันตราย แมว มีความคล่องแคล่ว ชอบปีนป่าย กระโดด และเข้าถึงพื้นที่สูง สัตว์ฟันแทะ เช่น กระต่าย หนูแฮมสเตอร์ ต้องกัดแทะอยู่เสมอเพื่อสึกฟันที่งอกตลอดเวลา เมื่อเข้าใจพฤติกรรมพื้นฐานแล้ว คุณจะสามารถคาดการณ์และป้องกันอันตรายได้ดีขึ้น จุดอันตรายหลักในบ้านและวิธีป้องกัน 1. ห้องครัว: แหล่งรวมอันตรายอันดับหนึ่ง ห้องครัวเต็มไปด้วยอันตรายทั้งจากอาหารและสารเคมี: อาหารต้องห้าม ที่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง: ช็อกโกแลต กาแฟ (มีสารเทโอโบรมีนและคาเฟอีน) หัวหอม กระเทียม ต้นหอม (ทำลายเม็ดเลือดแดง) องุ่นและลูกเกด (ทำให้ไตวายในสุนัข) ไซลิทอลและสารให้ความหวานเทียม (ทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (กระทบตับและสมอง) วิธีป้องกัน: เก็บอาหารในตู้ที่ปิดสนิท ใช้ถังขยะที่มีฝาปิดแน่นหนา เก็บผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก ติดตั้งที่ครอบปุ่มเตาเพื่อป้องกันการกดโดยไม่ตั้งใจ 2. ห้องน้ำ: ระวังยาและสารเคมี ห้องน้ำมีทั้งยา ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด [...]

5 เคล็ดลับป้องกันอันตรายจากปลั๊กไฟ ที่ทุกคนในบ้านควรเรียนรู้
ทั่วไป

5 เคล็ดลับป้องกันอันตรายจากปลั๊กไฟ ที่ทุกคนในบ้านควรเรียนรู้

2025/3/17 • 由 Homeday

ปลั๊กไฟเป็นอุปกรณ์จำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่หากใช้งานโดยขาดความระมัดระวัง อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตและทรัพย์สินได้ การเรียนรู้และตระหนักถึงความปลอดภัยจากปลั๊กไฟจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนในบ้านควรทำความเข้าใจ 1. การตรวจสอบสภาพปลั๊กไฟอย่างสม่ำเสมอ การตรวจสอบสภาพปลั๊กไฟเป็นประจำช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ สังเกตสิ่งผิดปกติต่อไปนี้: รอยแตก รอยร้าว หรือความเสียหายทางกายภาพของปลั๊ก สายไฟที่ชำรุด หรือมีการลอกหุ้มฉนวน รอยไหม้ หรือรอยดำคล้ำบริเวณปลั๊ก การเสื่อมสภาพของวัสดุ 2. การใช้ปลั๊กไฟอย่างถูกวิธี การใช้ปลั๊กไฟอย่างถูกต้องเป็นหลักประกันความปลอดภัย: หลีกเลี่ยงการต่อปลั๊กซ้อนกันหลายชั้น ไม่ใช้ปลั๊กไฟเกินพิกัดกำลังไฟฟ้าที่กำหนด ถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน วางปลั๊กให้ห่างจากแหล่งความร้อนและน้ำ 3. การเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร เพิ่มความปลอดภัยด้วยอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า: ติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่วในบ้าน ใช้ปลั๊กไฟที่มีระบบป้องกันไฟกระชาก เลือกใช้รางปลั๊กไฟที่มีระบบนิรภัย ติดตั้งระบบไฟฟ้าโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ 4. การดูแลและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า การบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าอย่างถูกต้อง: ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้านอย่างน้อยปีละครั้ง เปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีอายุการใช้งานนาน ทำความสะอาดปลั๊กไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีสัญญาณความผิดปกติ 5. การให้ความรู้และสร้างความตระหนักในครอบครัว สร้างความปลอดภัยผ่านความเข้าใจ: อบรมสมาชิกในครอบครัวเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไฟฟ้า สอนวิธีการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง วางแผนรับมือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางไฟฟ้า จัดเก็บอุปกรณ์ไฟฟ้านอกเขตการเข้าถึงของเด็กเล็ก สรุป ความปลอดภัยจากปลั๊กไฟเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนในบ้านควรให้ความสนใจ การตรวจสอบ ดูแล และใช้งานอย่างระมัดระวังจะช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ #ความปลอดภัยทางไฟฟ้า #เคล็ดลับป้องกันอันตรายจากปลั๊กไฟ #การใช้ปลั๊กไฟอย่างถูกวิธี #ระบบไฟฟ้าในบ้าน #การป้องกันอุบัติเหตุจากไฟฟ้า [...]

วิธีเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงที่บาดเจ็บอย่างปลอดภัย?
ทั่วไป

วิธีเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงที่บาดเจ็บอย่างปลอดภัย?

2025/3/10 • 由 Homeday

การเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงที่บาดเจ็บต้องทำอย่างระมัดระวังและถูกต้อง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บเพิ่มเติมและลดความเครียดให้กับสัตว์เลี้ยง การเตรียมพร้อมและรู้วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องจะช่วยชีวิตสัตว์เลี้ยงในภาวะฉุกเฉินได้ การประเมินสถานการณ์เบื้องต้น สำรวจอาการบาดเจ็บ สังเกตอาการทั่วไปของสัตว์เลี้ยง ตรวจดูบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บโดยไม่ทำให้สัตว์เจ็บเพิ่มขึ้น ประเมินระดับความรุนแรงของการบาดเจ็บ เตรียมอุปกรณ์ช่วยเหลือ หาผ้าห่มหรือผ้าเช็ดตัวนุ่มๆ เตรียมกล่องหรือภาชนะที่มีขนาดเหมาะสม จัดเตรียมถุงมือและอุปกรณ์ปฐมพยาบาลพื้นฐาน เทคนิคการเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงที่บาดเจ็บ กรณีสัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก ใช้ผ้าห่มหรือผ้านุ่มรองรับตัวสัตว์ ประคองอย่างเบามือและระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณที่บาดเจ็บ กรณีสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่ ใช้แผ่นรองรับที่แข็งแรง เช่น กระดานแข็งหรือแผ่นพลาสติกแข็ง ต้องมีคนช่วยเคลื่อนย้ายมากกว่า 1 คน เคลื่อนย้ายอย่างช้าและนุ่มนวล ข้อควรระวังในการเคลื่อนย้าย การป้องกันตนเอง สวมถุงมือเพื่อป้องกันการติดโรค ระวังอาการตกใจหรือดุร้ายของสัตว์เลี้ยง ใช้ผ้าคลุมปากและจมูกสัตว์เลี้ยงหากจำเป็น การป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ งดการขยับส่วนที่บาดเจ็บโดยเด็ดขาด จัดท่านอนที่สบายและนิ่งที่สุด รักษาอุณหภูมิร่างกายของสัตว์เลี้ยง การเคลื่อนย้ายไปยังสถานพยาบาล เตรียมพาหนะ จัดเตรียมพื้นที่นอนที่นุ่มและเรียบ วางสัตว์เลี้ยงในตำแหน่งที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการเขย่าหรือกระแทก การติดต่อสถานพยาบาล โทรแจ้งล่วงหน้าก่อนเดินทาง เตรียมประวัติการบาดเจ็บ แจ้งอาการสำคัญให้สัตวแพทย์ทราบ สรุป การเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงที่บาดเจ็บต้องอาศัยความระมัดระวังและความเข้าใจ การปฏิบัติอย่างถูกวิธีจะช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาความทุกข์ทรมานของสัตว์เลี้ยงได้   #สัตว์เลี้ยงบาดเจ็บ #การเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง #ปฐมพยาบาลสัตว์เลี้ยง #สัตวแพทย์ #การดูแลสัตว์เลี้ยง #สัตว์เลี้ยง #สาระ

เลือกกรงหรือบ้านให้สัตว์เลี้ยงอย่างไรให้เหมาะสม?
ทั่วไป

เลือกกรงหรือบ้านให้สัตว์เลี้ยงอย่างไรให้เหมาะสม?

2025/2/18 • 由 Homeday

บ้านหรือกรงสำหรับสัตว์เลี้ยงถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สัตว์เลี้ยงของเรามีความสุขและสุขภาพแข็งแรง การเลือกที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมจะช่วยให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกปลอดภัยและสบายใจ บทความนี้จะแนะนำวิธีเลือกกรงหรือบ้านให้เหมาะกับสัตว์เลี้ยงแต่ละประเภท ทำไมสัตว์เลี้ยงต้องมีบ้านหรือกรงเป็นของตัวเอง สัตว์เลี้ยงทุกตัวต้องการพื้นที่ส่วนตัวที่ปลอดภัยและสบาย เป็นที่พักผ่อนและหลบภัยเมื่อรู้สึกเครียดหรือต้องการความเป็นส่วนตัว การมีบ้านหรือกรงจะช่วยให้: สัตว์เลี้ยงรู้สึกปลอดภัยและมั่นคง มีที่พักผ่อนเป็นสัดส่วน ป้องกันอันตรายจากสภาพแวดล้อมภายนอก ช่วยในการฝึกระเบียบวินัยและความเป็นระเบียบ สะดวกต่อการดูแลและทำความสะอาด ปัจจัยในการเลือกบ้านหรือกรงสำหรับสัตว์เลี้ยง 1. ขนาดที่เหมาะสม ขนาดของบ้านหรือกรงควรกว้างพอให้สัตว์เลี้ยงสามารถ: ยืน นั่ง นอน และหมุนตัวได้อย่างสบาย มีพื้นที่แยกสำหรับการนอน กิน และขับถ่าย มีพื้นที่เล่นและเคลื่อนไหวได้อิสระ สำหรับสุนัข ความสูงของกรงควรมากกว่าความสูงของสุนัขเมื่อยืนตรงอย่างน้อย 15 เซนติเมตร และความยาวควรมากกว่าความยาวตัวสุนัขอย่างน้อย 30 เซนติเมตร สำหรับแมว กรงควรมีความสูงอย่างน้อย 50 เซนติเมตร และมีพื้นที่อย่างน้อย 60×60 เซนติเมตรต่อตัว 2. วัสดุและโครงสร้าง วัสดุที่ใช้ทำบ้านหรือกรงควรมีคุณสมบัติดังนี้: แข็งแรงทนทาน ปลอดภัย ไม่มีส่วนแหลมคม ระบายอากาศได้ดี ทำความสะอาดง่าย เหมาะกับสภาพอากาศ วัสดุที่นิยมใช้: โลหะเคลือบกันสนิม: แข็งแรง ทนทาน เหมาะสำหรับสัตว์ขนาดใหญ่ พลาสติกคุณภาพสูง: น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก [...]

กทม. เข้มเฝ้าระวังเตรียมพร้อมรับมือไข้หวัดใหญ่-ไข้เลือดออก-ฝีดาษวานร-ไวรัสตับอักเสบ
ข่าวสาร

กทม. เข้มเฝ้าระวังเตรียมพร้อมรับมือไข้หวัดใหญ่-ไข้เลือดออก-ฝีดาษวานร-ไวรัสตับอักเสบ

2025/3/17 • 由 Homeday

นางเลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวถึงการติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ โรคไข้เลือดออก โรคฝีดาษวานร และโรคไวรัสตับอักเสบ B และ C ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามแนวทางการป้องกันควบคุม 4 โรคติดต่อที่สำคัญที่คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติกำหนดว่า สนพ. ได้เตรียมพร้อมมาตรการเฝ้าระวังและจัดทำแนวทางการดำเนินงานควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ โรคไข้เลือดออก โรคฝีดาษวานร และโรคไวรัสตับอักเสบ B และ C ในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างใกล้ชิด โดยสั่งการให้ทุกโรงพยาบาลในสังกัดเฝ้าระวัง ควบคุมการแพร่ระบาด ดำเนินการวินิจฉัยและให้การรักษาที่ถูกต้องตามแนวทางการรักษาของโรค และจัดการสำรองยาให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วย รวมทั้งแนะนำประชาขนเข้ารับบริการตรวจสุขภาพฟรีและฉีดวัคซีนตามความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ BKK WELLNESS CLINIC โรงพยาบาลในสังกัดทั้ง 11 แห่ง เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค ขณะเดียวกันได้ออกมาตรการการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกตามแนวทางต่าง ๆ ทั้งการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในโรงพยาบาลและชุมชนโดยรอบ ให้ความรู้เรื่องการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย การป้องกันตนเองไม่ให้ยุงกัด และอาการป่วยที่ต้องพบแพทย์ให้กับผู้ที่มารับบริการในโรงพยาบาลและชุมชนโดยรอบโรงพยาบาล สื่อสารความเสี่ยงด้านสุขภาพให้กับประชาชนผ่านสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงข้อมูลและเพิ่มความตระหนักด้านสุขภาพ วินิจฉัยและรักษาโรคติดเชื้อไวรัสซิกา โรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย (ชิคุนกุนยา) และโรคที่มียุงลายเป็นพาหะ รวมถึงการรับ-ส่งต่อผู้ป่วยจากศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. สำหรับแนวทางการป้องกันโรคฝีดาษลิงและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ สนพ. ได้รณรงค์เน้นย้ำสนับสนุนส่งเสริมให้ความรู้และคำแนะนำประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันตนเอง ไม่ใกล้ชิดกับผู้อื่นนอกบ้าน ไม่แบ่งของกินของใช้ร่วมกับผู้อื่น มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย หมั่นสังเกตอาการเจ็บป่วยของบุคคลใกล้ชิด เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคต่าง ๆ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวัง คัดกรอง [...]

กทม. เตรียมพร้อมป้องกัน-ระงับอัคคีภัยรับมือช่วงอากาศแห้ง
ข่าวสาร

กทม. เตรียมพร้อมป้องกัน-ระงับอัคคีภัยรับมือช่วงอากาศแห้ง

2025/2/21 • 由 Homeday

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กทม. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมป้องกันและระงับอัคคีภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า สปภ. ได้จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาภัยจากอัคคีภัยของกรุงเทพมหานคร ซึ่งกำหนดบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานในสังกัด กทม. ตั้งแต่ก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และภายหลังจากภัยสิ้นสุด รวมถึงมาตรการป้องกันเหตุไฟไหม้หญ้าและกองขยะในพื้นที่รกร้างว่างเปล่าในช่วงที่สภาพอากาศแห้ง ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือน รวมทั้งได้สั่งการให้สถานีดับเพลิงและกู้ภัยในสังกัด กทม. รณรงค์ส่งเสริมความรู้ให้ประชาชนเกิดความตระหนักและมีส่วนร่วมป้องกันปัญหาอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่สภาพอากาศแห้ง นอกจากนี้ ยังได้ประสานความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจพื้นที่ชุมชนแออัด หรือชุมชนที่มีประชาชนพักอาศัยหนาแน่น ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย เพื่อพิจารณากำหนดมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนให้คำแนะนำและประสานความร่วมมือกับชุมชน เจ้าของอาคาร และสถานประกอบการต่าง ๆ ตรวจตรา เฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมป้องกันอันตรายจากเหตุอัคคีภัยอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หากประชาชนพบเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือน ไฟไหม้หญ้า และกองขยะ หรือเหตุสาธารณภัยอื่น ๆ สามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน 199 ตลอด 24 ชั่วโมง

7 พื้นที่เสี่ยงที่มักเกิดอุบัติเหตุในบ้าน และวิธีแก้ปัญหาอย่างได้ผล
ทั่วไป

7 พื้นที่เสี่ยงที่มักเกิดอุบัติเหตุในบ้าน และวิธีแก้ปัญหาอย่างได้ผล

2025/3/19 • 由 Homeday

การออกแบบบ้านที่ปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกครอบครัว การตระหนักถึงพื้นที่เสี่ยงและวิธีป้องกันอุบัติเหตุจะช่วยสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับทุกคนในบ้าน 1. บริเวณห้องน้ำ: แหล่งอันตรายที่มักถูกมองข้าม พื้นลื่นและการลื่นล้ม ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากพื้นที่มักเปียกชื้นและลื่น วิธีแก้ปัญหา: ติดตั้งพรมกันลื่นที่มีความหนาและมีความหยาบผิว เพิ่มราวจับตามจุดต่างๆ เพื่อช่วยพยุงตัว ใช้สติกเกอร์กันลื่นติดตามพื้นและขอบอ่างอาบน้ำ การป้องกันอุบัติเหตุสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ ติดตั้งฝาปิดชักโครก วางอุปกรณ์ไฟฟ้าห่างจากแหล่งน้ำ ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิ 2. ครัว: พื้นที่อันตรายจากอุปกรณ์และความร้อน ความเสี่ยงจากอุปกรณ์ไฟฟ้า ครัวเป็นพื้นที่ที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าหลากหลายและมีความร้อนสูง วิธีป้องกัน: จัดวางสายไฟให้เป็นระเบียบ ตรวจสอบสภาพปลั๊กและสายไฟอย่างสม่ำเสมอ ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร การป้องกันอุบัติเหตุจากของมีคม เก็บมีดและอุปกรณ์มีคมให้พ้นมือเด็ก ใช้ที่ครอบเตาแก๊สเพื่อป้องกันเด็ก จัดวางอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ห่างจากแหล่งน้ำ 3. บันได: จุดเสี่ยงหลักของการหกล้ม การออกแบบบันไดที่ปลอดภัย บันไดเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการหกล้มโดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็ก วิธีแก้ปัญหา: ติดตั้งราวจับทั้งสองข้าง ใช้เทปกันลื่นติดบันได ตรวจสอบสภาพบันไดและซ่อมแซมส่วนที่ชำรุด เพิ่มแสงสว่างบริเวณบันได การป้องกันเด็ก ติดตั้งประตูกั้นบันได เก็บสิ่งของที่อาจทำให้สะดุดออกจากบริเวณบันได 4. ระเบียงและพื้นที่สูง: ความเสี่ยงจากการตก การเสริมความปลอดภัยบริเวณระเบียง ตรวจสอบความแข็งแรงของราวกันตก ติดตั้งตาข่ายนิรภัยสำหรับเด็ก ตรวจสอบสภาพพื้นระเบียงอย่างสม่ำเสมอ การป้องกันอุบัติเหตุ ห้ามวางเก้าอี้หรือสิ่งของใกล้ราวกันตก สอนเด็กให้ระมัดระวังเมื่ออยู่ในพื้นที่สูง 5. พื้นที่เก็บของ: [...]

10 วิธีป้องกันอุบัติเหตุภายในบ้านที่ทุกครอบครัวควรรู้
ทั่วไป

10 วิธีป้องกันอุบัติเหตุภายในบ้านที่ทุกครอบครัวควรรู้

2025/3/19 • 由 Homeday

ความปลอดภัยภายในบ้านเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกครอบครัว อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในบ้านสามารถป้องกันได้ด้วยความระมัดระวังและการวางแผนที่ดี บทความนี้จะนำเสนอ 10 วิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันอุบัติเหตุ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับคนในครอบครัว 1. การจัดการพื้นที่และการเคลื่อนย้าย พื้นที่เสี่ยงต่อการลื่นล้ม การป้องกันอุบัติเหตุเริ่มจากการตรวจสอบพื้นผิวภายในบ้าน พื้นที่เปียกชื้นหรือลื่นเป็นสาเหตุหลักของการหกล้ม ควรใช้พรมกันลื่นในบริเวณที่มีความเสี่ยง เช่น ห้องน้ำ ครัว และบริเวณทางเข้าบ้าน ทำความสะอาดคราบน้ำหรือของเหลวทันทีเมื่อพบ และติดตั้งราวจับตามจุดเสี่ยงเพื่อช่วยพยุงตัว การจัดวางสิ่งของ เก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบ วางสิ่งของที่ใช้บ่อยให้อยู่ในตำแหน่งที่เอื้อต่อการใช้งาน หลีกเลี่ยงการวางสิ่งของกีดขวางทางเดิน ใช้ชั้นวางของที่มีความมั่นคง และติดตั้งอย่างถูกวิธี 2. ความปลอดภัยสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ การป้องกันเด็ก ติดตั้งประตูกั้นบันได ครอบปลั๊กไฟ และเก็บวัตถุมีคม วัสดุอันตราย ให้พ้นมือเด็ก ควบคุมดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง เช่น ครัว และห้องน้ำ การดูแลผู้สูงอายุ จัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ ติดตั้งราวจับในห้องน้ำ เพิ่มแสงสว่างตามจุดต่างๆ ใช้เก้าอี้นั่งอาบน้ำ และจัดวางสิ่งของให้หยิบจับได้ง่าย 3. การตรวจสอบระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ การตรวจสอบสายไฟและปลั๊กไฟ ตรวจสอบสภาพสายไฟอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการใช้สายไฟที่ชำรุด เก่า หรือมีรอยแตก เปลี่ยนปลั๊กไฟที่มีรอยชำรุด ใช้ปลั๊กพ่วงที่มีระบบป้องกันไฟเกิน การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า ถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน ไม่ควรใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าใกล้แหล่งน้ำ และตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ก่อนใช้งานทุกครั้ง [...]

วิธีจัดการความก้าวร้าวในสัตว์เลี้ยงทำอย่างไร?
ทั่วไป

วิธีจัดการความก้าวร้าวในสัตว์เลี้ยงทำอย่างไร?

2025/2/18 • 由 Homeday

ความก้าวร้าวในสัตว์เลี้ยงเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและสร้างความกังวลให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก บทความนี้จะแนะนำวิธีจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย เพื่อให้ทั้งคุณและสัตว์เลี้ยงมีความสุขในการอยู่ร่วมกัน เข้าใจสาเหตุของความก้าวร้าว ความก้าวร้าวในสัตว์เลี้ยงไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ สัตว์เลี้ยงแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวเมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัย ถูกคุกคาม หรือมีความต้องการบางอย่างที่ไม่ได้รับการตอบสนอง สาเหตุหลักของความก้าวร้าวมีดังนี้ ความกลัวและความวิตกกังวล สัตว์เลี้ยงที่มีประสบการณ์ที่ไม่ดีในอดีต การขาดการเข้าสังคมในช่วงวัยเด็ก สภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยหรือน่ากลัว การป้องกันอาณาเขตและทรัพยากร การปกป้องอาหาร ของเล่น หรือที่นอน การแย่งชิงความสนใจจากเจ้าของ การปกป้องพื้นที่ส่วนตัว ปัญหาสุขภาพ ความเจ็บปวดจากโรคหรือการบาดเจ็บ ฮอร์โมนที่ไม่สมดุล ความผิดปกติทางระบบประสาท สังเกตสัญญาณเตือนก่อนเกิดความก้าวร้าว การเรียนรู้ที่จะอ่านภาษากายของสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญ สัตว์เลี้ยงมักจะส่งสัญญาณเตือนก่อนแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว: สุนัข: เห่าหรือคำรามต่อเนื่อง ขนฟู หูตั้ง หางชี้ตรง จ้องตาแน่วนิ่ง แสดงฟันหรือขบฟัน ท่าทางแข็งเกร็ง แมว: หางกระดิกแรง หูแบนราบกับศีรษะ ขนฟู หลังโก่ง เสียงขู่หรือฟ่อ ม่านตาขยาย วิธีจัดการความก้าวร้าวอย่างถูกต้อง การประเมินสถานการณ์ ระบุสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดความก้าวร้าว สังเกตรูปแบบพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำ จดบันทึกเวลาและสถานการณ์ที่เกิดพฤติกรรม การจัดการสภาพแวดล้อม สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง แยกสัตว์เลี้ยงจากสิ่งกระตุ้น จัดระเบียบพื้นที่อยู่อาศัยให้เหมาะสม การฝึกพฤติกรรมที่เหมาะสม ใช้การเสริมแรงทางบวก ฝึกคำสั่งพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ สร้างประสบการณ์ที่ดีในสถานการณ์ต่างๆ การป้องกันและแก้ไขในระยะยาว [...]

สุนัขเห่าเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน มีวิธีแก้ไขอย่างไร?
ทั่วไป

สุนัขเห่าเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน มีวิธีแก้ไขอย่างไร?

2025/2/12 • 由 Homeday

เสียงเห่าของสุนัขเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยสำหรับผู้เลี้ยงสุนัขในที่พักอาศัย โดยเฉพาะในคอนโดมิเนียมหรือหมู่บ้านจัดสรร บทความนี้จะแนะนำวิธีแก้ไขปัญหาสุนัขเห่าเสียงดังอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน สาเหตุที่ทำให้สุนัขเห่าบ่อย สุนัขมักเห่าด้วยสาเหตุหลายประการ การทำความเข้าใจสาเหตุจะช่วยให้แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด: ความเหงาและวิตกกังวล สุนัขเป็นสัตว์สังคมที่ต้องการปฏิสัมพันธ์ เมื่อถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังเป็นเวลานาน อาจเกิดความเครียดและแสดงออกด้วยการเห่า โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของออกไปทำงาน การป้องกันอาณาเขต สุนัขมีสัญชาตญาณในการปกป้องพื้นที่ของตน เมื่อได้ยินเสียงหรือเห็นคนแปลกหน้าเดินผ่าน จะเห่าเพื่อเตือนภัยและแสดงการปกป้องเขตแดน ความตื่นเต้นหรือต้องการความสนใจ บางครั้งสุนัขเห่าเพราะต้องการสื่อสารกับเจ้าของ เช่น อยากเล่น หิว หรือต้องการออกไปขับถ่าย ปัญหาสุขภาพ ความเจ็บป่วยหรือความไม่สบายตัวอาจทำให้สุนัขเห่ามากกว่าปกติ วิธีแก้ไขปัญหาสุนัขเห่าเสียงดัง 1. การฝึกพื้นฐานและสร้างวินัย การฝึกคำสั่ง “เงียบ” หรือ “พอ” เป็นพื้นฐานสำคัญ: เริ่มจากสถานการณ์ที่ควบคุมได้ ให้รางวัลเมื่อสุนัขหยุดเห่าตามคำสั่ง ฝึกอย่างสม่ำเสมอและใจเย็น ใช้น้ำเสียงที่หนักแน่นแต่ไม่ก้าวร้าว 2. การจัดสภาพแวดล้อม จัดพื้นที่ให้เหมาะสมเพื่อลดการกระตุ้น: ติดม่านหรือฟิล์มกรองแสงเพื่อลดการมองเห็นสิ่งกระตุ้นภายนอก จัดมุมพักผ่อนที่สงบและปลอดภัย ใช้เสียงเบาๆ เช่น วิทยุหรือโทรทัศน์ เพื่อกลบเสียงภายนอก 3. การออกกำลังกายและกิจกรรม สุนัขที่ได้ออกกำลังกายเพียงพอจะมีพฤติกรรมสงบมากขึ้น: พาเดินเล่นวันละ 30-60 นาที จัดกิจกรรมที่ท้าทายทั้งร่างกายและสมอง ใช้ของเล่นฝึกสมองเพื่อคลายเครียด 4. การใช้อุปกรณ์ช่วย อุปกรณ์เสริมที่อาจช่วยได้: [...]

ทำไมแมวถึงไม่ชอบแมวตัวอื่น แก้ไขได้หรือไม่?
ทั่วไป

ทำไมแมวถึงไม่ชอบแมวตัวอื่น แก้ไขได้หรือไม่?

2025/3/10 • 由 Homeday

โลกของแมวเป็นโลกที่ซับซ้อนและน่าค้นหายิ่งกว่าที่หลายคนคิด สัตว์เลี้ยงขนปุยเหล่านี้มีความเป็นปัจเจกสูง มีระบบการสื่อสารและพฤติกรรมที่ละเอียดอ่อน การที่แมวไม่ชอบแมวตัวอื่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากแต่เป็นกลไกการปกป้องตนเองที่วิวัฒนาการมาอย่างยาวนาน บทความนี้จะพาคุณสำรวจโลกภายในของแมว และเรียนรู้วิธีจัดการกับพฤติกรรมการไม่ยอมรับระหว่างแมวอย่างเข้าใจและมีประสิทธิภาพ รากเหง้าของพฤติกรรมการไม่ชอบสังคม สัญชาตญาณแห่งการอยู่รอด แมวเป็นนักล่าเดี่ยวที่มีวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษที่ต้องล่าเหยื่อด้วยตนเอง พวกเขาไม่ได้มีนิสัยอยู่รวมกลุ่มเหมือนสุนัข ดังนั้นการปกป้องอาณาเขตจึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งต่อการอยู่รอด ระบบนิเวศส่วนตัว แต่ละแมวจะมีพื้นที่ส่วนตัวที่ต้องการความเป็นส่วนสัดสูง การปรากฏตัวของแมวแปลกหน้าจะถูกรับรู้ว่าเป็นภัยคุกคามโดยทันที ซึ่งอาจนำไปสู่ปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่รุนแรง สาเหตุเชิงลึกของการไม่ชอบแมวตัวอื่น 1. การป้องกันอาณาเขต พื้นที่ทางกายภาพ: แมวมีความผูกพันกับอาณาเขตของตนเองอย่างสูง เครื่องหมายกำกับ: การทำเครื่องหมายด้วยกลิ่นเป็นวิธีประกาศความเป็นเจ้าของ ปฏิกิริยาป้องกัน: การส่งเสียงคำราม กางขน หรือท่าทีก้าวร้าวเป็นกลไกป้องกันตัว 2. ประสบการณ์ในวัยเยาว์ ช่วงอายุ 2-7 สัปดาห์เป็นระยะวิกฤตในการพัฒนาทักษะทางสังคมของแมว หากขาดประสบการณ์ที่ดีกับแมวตัวอื่น จะส่งผลต่อความสามารถในการเข้าสังคมตลอดชีวิต 3. ความแตกต่างทางพันธุกรรม สายพันธุ์มีผล: แมวบางสายพันธุ์มีแนวโน้มเป็นมิตรน้อยกว่า นิสัยส่วนตัว: ประสบการณ์ชีวิตและสภาพแวดล้อมมีอิทธิพลต่อนิสัย กลยุทธ์การจัดการและแก้ไขพฤติกรรม การสังคมสงเคราะห์อย่างมีประสิทธิภาพ การเริ่มต้นที่ถูกต้อง ค่อยๆ แนะนำแมวใหม่อย่างระมัดระวัง สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้แต่ละตัว ใช้เวลาในการทำความคุ้นเคย เทคนิคการสร้างความเป็นมิตร ใช้กลิ่นเป็นเครื่องมือสร้างความคุ้นเคย ให้เห็นหน้ากันผ่านประตูตาข่าย สังเกตภาษากายอย่างใกล้ชิด การจัดการความเครียดและพฤติกรรมก้าวร้าว การใช้สารสังเคราะห์ สเปรย์ฟีโรโมนช่วยลดความตึงเครียดระหว่างแมว การให้รางวัล [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday Tiktok