加载中...
加载中...

2025/4/29 • 由 Homeday
การปลูกต้นไม้ใหญ่ในบริเวณบ้านนั้นมีประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีอากาศร้อนตลอดทั้งปี ต้นไม้ใหญ่ช่วยสร้างร่มเงาบังแดด ทำให้อุณหภูมิโดยรอบบ้านลดลง ช่วยประหยัดพลังงานในการใช้เครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ยังช่วยกรองฝุ่นละออง เพิ่มออกซิเจน และสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นน่าอยู่ ต้นไม้ใหญ่บางชนิดยังให้ดอกสวยงามหรือมีกลิ่นหอม เสริมสร้างสุนทรียภาพให้กับที่อยู่อาศัย อีกทั้งยังช่วยต้านแรงลม และเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับบ้านอีกด้วย 12 ต้นไม้ใหญ่ที่เหมาะสำหรับปลูกในบ้านเพื่อให้ร่มเงา ต้นพะยอม – ไม้ใหญ่ที่ให้ดอกหอมสวยงาม ต้นพะยอมเป็นหนึ่งในต้นไม้ใหญ่ที่นิยมปลูกในบริเวณบ้าน ด้วยความสูงเฉลี่ย 15-30 เมตร จึงให้ร่มเงาได้ดีเยี่ยม ดอกพะยอมสีขาวมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เริ่มบานในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ทำให้บรรยากาศรอบบ้านร่มรื่นและหอมสดชื่น ต้นพะยอมเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ต้องการน้ำพอประมาณและแสงแดดเต็มที่ จึงเหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่โล่งแจ้งของบ้าน เช่น สวนหน้าบ้านหรือสวนข้างบ้าน เพื่อช่วยลดความร้อนที่จะเข้าสู่ตัวบ้าน ต้นราชพฤกษ์ – ไม้มงคลประจำชาติไทย ต้นราชพฤกษ์หรือต้นคูน เป็นไม้มงคลประจำชาติไทยที่มีความสูงประมาณ 10-20 เมตร ให้ร่มเงาได้ดีและดูแลง่าย สามารถเติบโตได้ในดินเกือบทุกชนิดโดยเฉพาะดินปนทราย ดอกราชพฤกษ์สีเหลืองสดใสออกเป็นช่อในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม เพิ่มความสวยงามให้กับบริเวณบ้าน ต้นราชพฤกษ์ถือเป็นไม้มงคลที่เชื่อกันว่าช่วยเสริมเรื่องความเจริญรุ่งเรืองและทรัพย์สิน จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบต้นไม้ที่มีความหมายดีและให้ความร่มรื่น ต้นแคนา – ไม้ใหญ่ดอกสวยและรับประทานได้ ต้นแคนาเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่มีความสูงประมาณ 10-25 เมตร มีทรงพุ่มเป็นรูปไข่สวยงาม เหมาะกับการจัดสวน ต้นแคนาชอบแดดจัด จึงควรปลูกในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงตลอดวัน ข้อดีพิเศษของต้นแคนาคือดอกของมันสามารถนำไปประกอบอาหารได้ [...]

2025/6/13 • 由 Homeday
การมีสวนหน้าบ้านที่สวยงามไม่จำเป็นต้องลงทุนหลักแสน หลายคนมักเข้าใจผิดว่าการจัดสวนต้องใช้งบประมาณสูง แต่ความจริงแล้วด้วยเทคนิคและการวางแผนที่ดี คุณสามารถสร้างสวนสวยหน้าบ้านได้ด้วยงบประมาณเพียงไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาท การจัดสวนแบบประหยัดงบไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเงิน แต่ยังสร้างความภาคภูมิใจจากการลงมือทำด้วยตัวเอง ทำไมการจัดสวนหน้าบ้านงบน้อยจึงเป็นไปได้ การจัดสวนด้วยงบประหยัดเป็นไปได้จริงหากเราเข้าใจหลักการพื้นฐาน การเลือกใช้พืชพื้นถิ่นแทนไม้นำเข้าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก เนื่องจากพืชพื้นถิ่นมีราคาถูกกว่าและสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศของเรา การใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เช่น ก้อนหินแทนการใช้อิฐ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการประหยัดงบประมาณ การซื้อต้นกล้าแทนต้นไม้โตเต็มที่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก แม้ว่าจะต้องใช้เวลาในการดูแลมากกว่าเล็กน้อย แต่เมื่อเจริญเติบโตขึ้นมาแล้วจะให้ความคุ้มค่าอย่างมาก การปลูกต้นไม้เองแทนการจ้างช่างจัดสวนก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดต้นทุน เทคนิคการเลือกพืชให้เหมาะสมกับงบประมาณ การเลือกพืชทนแล้งและดูแลง่ายเป็นกุญแจสำคัญของการจัดสวนงบประหยัด ต้นไผ่ ต้นคริสติน่า และต้นโมกเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนงบน้อย ต้นเหล่านี้ไม่เพียงแต่ราคาไม่แพง แต่ยังดูแลง่ายและทนทานต่อสภาพอากาศแปรปรวน ต้นไทรเกาหลีเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่นิยมใช้ทำรั้วธรรมชาติ โดยระยะปลูกที่เหมาะสมคือ 1 เมตรต่อ 3-4 ต้น ราคาของต้นไทรเกาหลีสูง 1.5 เมตรอยู่ที่ประมาณ 150-160 บาทต่อต้น ซึ่งถือว่าไม่แพงมากเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ สำหรับไม้ดอกที่มีความหมายดี ต้นมะลิและพุดซ้อนเป็นตัวเลือกที่ดี ต้นพุดซ้อนถือเป็นไม้มงคลที่เชื่อกันว่าจะนำความเจริญมาสู่ครอบครัว และดอกสีขาวสวยงามที่มีกลิ่นหอม การปลูกควรทำในวันเสาร์และให้ผู้ชายเป็นคนปลูกเพื่อความเป็นมงคล วิธีการเตรียมพื้นที่และปรับดินแบบประหยัด การเตรียมพื้นที่เป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เริ่มจากการปรับหน้าดินให้มีความลาดเอียงจากตัวบ้านลงมา เพื่อป้องกันน้ำขัง การใช้ดินดำคุณภาพดีมาผสมกับดินเดิมจะช่วยปรับปรุงคุณภาพดินให้เหมาะสมกับการปลูกต้นไม้ การใช้ลูกกลิ้งบดดินให้เรียบเป็นขั้นตอนที่จำเป็น โดยเฉพาะในบริเวณที่จะปูหญ้า การทำแนวรั้วธรรมชาติต้องขุดดินเป็นร่องยาวและต้องคำนึงถึงระดับเพื่อให้ต้นไม้เรียงกันอย่างสวยงาม การใช้ปุ๋ยหมักที่ได้มาตรฐานจะให้ผลดีกว่าการทำปุ๋ยเอง เนื่องจากปุ๋ยที่ผลิตเองอาจมีเชื้อโรคตกค้าง การใส่ปุ๋ยอย่างพอดีและสม่ำเสมอจะช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดี การเลือกหญ้าและวิธีปลูกที่คุ้มค่า หญ้ามาเลเซียเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับสวนหน้าบ้าน [...]

2025/5/17 • 由 Homeday
หากคุณกำลังมองหาวิธีเพิ่มความร่มรื่นให้บ้าน ลดความร้อน และประหยัดพลังงานไปพร้อมกัน การปลูกต้นไม้เป็นคำตอบที่ตอบโจทย์ทุกด้าน โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวของประเทศไทย ต้นไม้ไม่เพียงช่วยเพิ่มออกซิเจน แต่ยังช่วยให้บริเวณบ้านเย็นสบาย บทความนี้จะแนะนำต้นไม้ที่โตเร็ว ปลูกง่าย ให้ร่มเงาดี ทนแดด และดูแลง่าย เหมาะสำหรับปลูกในบริเวณบ้านเพื่อช่วยบังแดดและลดอุณหภูมิโดยรอบ ขอบคุณภาพจาก : ๑๐๘ พรรณไม้ไทย แคนา ทรงพุ่มงาม ดอกหอมกลางคืน แคนาเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางที่โตไว ให้ร่มเงาได้ดี มีความสูงประมาณ 10-20 เมตร ลำต้นตรง เปลือกสีน้ำตาลอ่อนอมเทา มีใบทรงรีสีเขียว ดอกของแคนาเป็นจุดเด่นสำคัญ มีขนาดใหญ่ รูปทรงคล้ายแตร สีขาว ส่งกลิ่นหอมช่วงกลางคืน และจะร่วงในช่วงเช้า ดอกจะบานในช่วงเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน การปลูกแคนาให้ได้ผลดี ควรเลือกดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี และปลูกในพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดตลอดทั้งวัน ควรรดน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง แคนานอกจากจะให้ความร่มรื่นแล้ว ยังมีประโยชน์ทางยาอีกด้วย สามารถนำมาต้มรับประทานแก้ท้องร่วง แก้อาการบวม ตกเลือด แก้พยาธิ และแก้โรคริดสีดวงได้ ขยายพันธุ์ได้ทั้งการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง และปักชำ แก้วเจ้าจอม ดอกสวยแต่ต้องงดน้ำ แก้วเจ้าจอมเป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดเล็กถึงกลางที่มีเสน่ห์ด้วยดอกสีฟ้าอมม่วงสวยงาม มีความสูงประมาณ 10-15 เมตร [...]

2021/11/22 • 由 Homeday
การปลูกต้นไม้บริเวณบ้าน จะช่วยทำให้บ้านดูร่มเย็น และได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ซึ่งในปัจจุบันหลายๆ คนได้ให้ความสนใจกับการปลูกต้นไม้มากขึ้น แต่มี

2025/6/17 • 由 Homeday
ในยุคที่ผู้คนต่างมองหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจและเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต การปลูกต้นไม้มงคลในบ้านจึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย นอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับที่อยู่อาศัยแล้ว ยังเชื่อกันว่าสามารถเสริมโชคลาภ เรียกทรัพย์ และนำพาความสุขความเจริญมาสู่ผู้อยู่อาศัยได้อีกด้วย แต่ต้นไม้มงคลเหล่านี้มีอะไรบ้าง และมีความพิเศษอย่างไรที่ทำให้ผู้คนเชื่อว่าสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้นได้? มาทำความรู้จักกับต้นไม้มงคลที่นิยมปลูกในบ้านเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลกันดีกว่า ทำไมต้องปลูกต้นไม้มงคลในบ้าน? การปลูกต้นไม้ในบ้านไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์อีกหลายด้านที่ทำให้ต้นไม้มงคลเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย เสริมความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อ ตามความเชื่อทั้งในศาสตร์ฮวงจุ้ยและความเชื่อท้องถิ่น ต้นไม้มงคลแต่ละชนิดมีพลังงานที่ช่วยส่งเสริมด้านต่างๆ ของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นโชคลาภ การเงิน ความรัก สุขภาพ หรือการงาน การเลือกปลูกต้นไม้ให้เหมาะสมกับความต้องการและวางในตำแหน่งที่ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยจะช่วยเสริมพลังงานบวกให้กับบ้านและผู้อยู่อาศัย ประโยชน์ต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากความเชื่อเรื่องความเป็นมงคลแล้ว ต้นไม้ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ต้นไม้หลายชนิดช่วยฟอกอากาศ ดูดซับสารพิษ และเพิ่มออกซิเจนในบ้าน ซึ่งส่งผลดีต่อระบบทางเดินหายใจและสุขภาพโดยรวม การมีต้นไม้ในบ้านยังช่วยลดความเครียด เพิ่มความสดชื่น และสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สร้างความสวยงามและมีชีวิตชีวา ต้นไม้มงคลส่วนใหญ่มีรูปทรงและสีสันที่สวยงาม ช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับบ้าน ทำให้พื้นที่อยู่อาศัยดูอบอุ่นและน่าอยู่มากขึ้น การจัดวางต้นไม้อย่างเหมาะสมยังช่วยเสริมการตกแต่งบ้านให้มีเอกลักษณ์และสะท้อนรสนิยมของเจ้าของบ้านได้อีกด้วย ต้นไม้มงคลยอดนิยมสำหรับปลูกในบ้าน มาทำความรู้จักกับต้นไม้มงคลที่นิยมปลูกในบ้านเพื่อเสริมโชคลาภและเรียกทรัพย์กันดีกว่า ต้นโอลีฟ – ต้นไม้แห่งความสำเร็จ ต้นโอลีฟเป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบที่มีถิ่นกำเนิดในแถบเมดิเตอร์เรเนียน มีความเชื่อว่าหากปลูกในบ้านจะช่วยนำพาความร่ำรวยและความสำเร็จมาสู่ผู้ปลูก ลักษณะเด่นของต้นโอลีฟคือลำต้นสีเทาขาว ใบเป็นใบเดี่ยวสีเขียวด้านบนและสีเทาด้านล่าง ดอกมีสีขาวหรือครีม และผลสุกมีสีน้ำตาลแดงหรือม่วง การดูแลต้นโอลีฟไม่ยากนัก ชอบแสงแดด ควรรดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง แต่ระวังอย่าให้ดินแฉะเกินไป สามารถปลูกได้ทั้งในกระถางและลงดิน [...]

2025/6/20 • 由 Homeday
การปลูกต้นไม้ในน้ำเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่รักต้นไม้แต่มีพื้นที่จำกัด หรือไม่ต้องการความยุ่งยากในการดูแล ต้นไม้ปลูกในน้ำสามารถวางประดับตามมุมต่างๆ ของบ้านได้อย่างสวยงาม เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ในคอนโดหรือพื้นที่จำกัด นอกจากนี้ยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลต้นไม้มากนัก เพราะต้นไม้ปลูกในน้ำส่วนใหญ่ต้องการการดูแลน้อยกว่าต้นไม้ที่ปลูกในดิน การปลูกต้นไม้ในน้ำยังมีข้อดีอีกหลายประการ เช่น ช่วยประหยัดพื้นที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องดินหกเลอะเทอะ และยังสามารถมองเห็นการเจริญเติบโตของรากได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการสังเกตการเจริญเติบโตของพืช นอกจากนี้ ต้นไม้ปลูกในน้ำยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับอากาศภายในบ้าน และช่วยฟอกอากาศได้อีกด้วย 6 ชนิดต้นไม้ที่สามารถปลูกในน้ำได้โดยไม่ต้องใช้ดิน 1. ต้นแก้วกาญจนา (เขียวหมื่นปี) ต้นแก้วกาญจนา หรือเขียวหมื่นปี เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็กที่นิยมปลูกในบ้าน ลักษณะลำต้นตั้งตรง มีข้อถี่ ขึ้นเป็นกอ มีความสูงประมาณ 20-50 เซนติเมตร จุดเด่นของต้นไม้ชนิดนี้คือลวดลายสวยงามของใบ และยังมีคุณสมบัติในการดูดสารพิษประเภทฟอร์มาลดีไฮด์ได้ด้วย วิธีปลูกทำได้โดยถอนลำต้นขึ้นจากดินแล้วล้างรากให้สะอาด จากนั้นนำไปปักไว้ในขวดหรือแจกันที่มีน้ำบริสุทธิ์ หากใช้น้ำประปาควรพักไว้สักระยะให้คลอรีนระเหยหมดก่อนนำมาใช้ ควรยึดลำต้นให้แข็งแรง หมั่นเปลี่ยนน้ำทุก 10-15 วัน และวางไว้ในที่ร่มหรือมีแดดรำไร 2. ต้นไผ่กวนอิม ไผ่กวนอิมเป็นพรรณไม้ยืนต้นสกุลหวาย ที่เชื่อว่าหากปลูกในบ้านจะช่วยให้ครอบครัวมีฐานะดี ลักษณะทั่วไปมีใบเดี่ยวแตกออกจากส่วนยอดสลับเป็นชั้น ลำต้นกลมตรงเป็นข้อถูกหุ้มด้วยกาบใบ มีความสูงประมาณ 1-3 เมตร วิธีปลูกทำได้โดยนำไปปักในแจกันใสที่มีความสูงอย่างน้อย 30 เซนติเมตร ใส่หินลงไปให้สูงจากก้นขึ้นมาประมาณ 3-8 เซนติเมตร [...]

2021/9/5 • 由 Homeday
การปลูกต้นไม้ประดับ ที่สามารถช่วยฟอกอากาศได้ กำลังเป็นกระแสสุดๆ ในตอนนี้ ไม่ว่าใครก็คงอยากมีต้นไม้สักต้น เพื่อมาเพิ่มความสดชื่นภายในบ้าน นอกจากนี้ยังม

2025/5/18 • 由 Homeday
การปลูกต้นไม้มงคลในกระถางกำลังเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดแต่ต้องการความเป็นสิริมงคลและความสวยงามในบ้าน โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย ต้นไม้ที่ทนแดดได้ดีและดูแลง่ายจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด บทความนี้จะแนะนำต้นไม้มงคลหลากหลายชนิดที่ปลูกในกระถางได้ ทนต่อสภาพอากาศร้อน แถมยังออกดอกสวยงามตลอดทั้งปี พร้อมทั้งวิธีดูแลให้เติบโตอย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมีประสบการณ์ในการปลูกต้นไม้มาแล้ว ต้นไม้มงคลเหล่านี้จะช่วยเสริมฮวงจุ้ยและความสวยงามให้กับบ้านของคุณอย่างแน่นอน ต้นไม้มงคลประเภทไม้ดอกที่ปลูกในกระถางได้ดี ต้นไม้ประเภทไม้ดอกนอกจากจะให้ความสวยงามด้วยดอกหลากสีสันแล้ว ยังเป็นต้นไม้มงคลที่เชื่อกันว่าช่วยเสริมโชคลาภและความเจริญรุ่งเรือง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มสีสันและความสดชื่นให้กับบ้าน ชวนชม: ไม้มงคลแห่งความเมตตามหานิยม ชวนชมหรือที่รู้จักในชื่อ Desert Rose (Adenium obesum) เป็นไม้มงคลที่ได้รับความนิยมสูงมาก มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาและในความเชื่อของคนจีน ถือว่าเป็นดอกไม้แห่งความร่ำรวย ลักษณะเด่นของชวนชมคือมีลำต้นและกิ่งกลมอวบน้ำ โคนหรือโขดลำต้นจะพองออกเพื่อเก็บน้ำ ทำให้ต้นทนแล้งได้ดีจนได้รับสมญานามว่า “กุหลาบทะเลทราย” คนไทยนิยมปลูกชวนชมไว้หน้าบ้านเพราะเชื่อว่าจะทำให้คนในบ้านได้รับความชื่นชอบจากคนทั่วไป เสริมให้ทุกคนมีเสน่ห์น่าหลงใหล หากต้องติดต่อธุระกับผู้ใหญ่ก็จะได้รับความเมตตา อย่างไรก็ตาม มีความเชื่อว่าไม่ควรปลูกในบ้านที่มีลูกสาวอยู่ในวัยแรกรุ่น เพราะอาจทำให้มีคนมาติดพันมากเกินไป การปลูกชวนชมนิยมปลูกในกระถางเพื่อโชว์โขดหรือรากที่มีรูปทรงสวยงาม และควบคุมการออกดอกได้ง่าย สูตรดินที่เหมาะสมควรเป็นดินร่วนผสมกับวัสดุปลูก เช่น ใบก้ามปู กาบมะพร้าวสับ เพื่อให้ดินโปร่งระบายน้ำได้ดี เนื่องจากชวนชมเป็นพืชที่ไม่ชอบความชื้นแฉะ ควรรดน้ำวันละครั้งและให้แสงแดดเต็มที่เพื่อให้ออกดอกได้ตลอดทั้งปี แพรเซี่ยงไฮ้: ไม้มงคลแห่งการผูกมิตรกับผู้คน แพรเซี่ยงไฮ้ (Portulaca grandiflora) มีชื่ออื่นๆ เช่น ผักเบี้ยฝรั่ง หรือคุณนายตื่นสาย เป็นไม้มงคลที่ช่วยเสริมการเจรจาด้านการค้า และประสบความสำเร็จด้านการงาน ลักษณะเป็นไม้อวบน้ำขนาดเล็กที่มีดอกหลากสีสัน ทั้งสีชมพู [...]

2025/8/28 • 由 Homeday
เคทีซีร่วมกับกระทรวงพลังงาน SCG, GULF และ HomePro จัดเสวนา KTC FIT Talk ครั้งที่ 19 ในหัวข้อ “Power from Home, Power for the Future” เพื่อผลักดันการใช้พลังงานสะอาดในครัวเรือน สร้างความตระหนักรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการใช้พลังงานสะอาดและการบริหารทรัพยากรในครัวเรือนอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ลดค่าใช้จ่าย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (1,000 ตัน CO₂e เทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 70,000 ต้น) สร้างพื้นที่สีเขียวและช่วยดูดซับคาร์บอนในระยะยาว นางสาวจารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มติดตามและประเมินผลกองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กล่าวว่า “ประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 และเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 50% ภายในปี 2037 การมีส่วนร่วมของภาคครัวเรือนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทุกบ้านคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาความยั่งยืนวันนี้ไม่ใช่เรื่องที่ ‘ควรทำ’ แต่เป็นสิ่งที่ ‘ต้องทำ’ เพื่อให้ประเทศไทยมีพลังงานที่มั่นคง [...]

2025/6/5 • 由 Homeday
การจัดสวนถาดเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดพื้นที่เท่านั้น แต่ยังสามารถทำได้ด้วยงบประมาณที่ไม่เกิน 300 บาท โดยสวนถาดคือการจำลองธรรมชาติในขนาดเล็กที่สามารถนำมาตกแต่งบ้าน เพิ่มสีเขียวให้กับพื้นที่อยู่อาศัย และเหมาะสำหรับผู้ที่อาศัยในคอนโดหรือทาวน์เฮ้าส์ที่มีพื้นที่จำกัด การจัดสวนถาดไม่เพียงแต่ช่วยให้ได้สัมผัสกับธรรมชาติใกล้ตัว แต่ยังเป็นงานอดิเรกที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดและพัฒนาทักษะการจัดสวนอีกด้วย อุปกรณ์และวัสดุสำหรับจัดสวนถาดแบบประหยัด การเตรียมอุปกรณ์สำหรับจัดสวนถาดไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมาก หากรู้วิธีการเลือกซื้อและใช้วัสดุที่มีอยู่แล้วในบ้าน อุปกรณ์หลักที่จำเป็นได้แก่ กระถางดินเผาขนาดกว้าง 40 เซนติเมตร ราคาประมาณ 85 บาท ซึ่งสามารถต่อรองราคาได้หากซื้อจากตลาดนัด ดินสำหรับปลูกควรเป็นดินร่วนที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป หากมีดินเหลือจากการปลูกต้นไม้ก็สามารถนำมาใช้ได้ วัสดุเสริมที่สำคัญคือปูนซีเมนต์และหินเล็กๆ ซึ่งหากมีของเหลือจากการต่อเติมบ้านก็สามารถนำมาใช้ได้1 แผ่นสังกะสีสำหรับแบ่งพื้นที่ภายในกระถางสามารถใช้เศษวัสดุจากการทำรางน้ำฝนหรือซื้อใหม่ในราคาไม่แพง การเลือกใช้วัสดุเหลือใช้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นการรีไซเคิลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย การเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสมสำหรับสวนถาด การเลือกต้นไม้สำหรับสวนถาดต้องคำนึงถึงขนาดเมื่อโตเต็มที่และความต้องการดูแลที่คล้ายคลึงกัน ต้นสนบลูแคระเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับเป็นต้นไม้หลักในสวนถาด ราคาประมาณ 120 บาท เนื่องจากมีขนาดเหมาะสมและสามารถให้ร่มเงาแก่องค์ประกอบอื่นในสวน ต้นมอสเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับปูพื้นใต้ต้นไม้ใหญ่ ราคาประมาณ 40 บาท ช่วยให้ดูเหมือนสนามหญ้าจิ๋ว สำหรับผู้ที่ต้องการสวนถาดที่ดูแลง่าย การเลือกใช้พืชอวบน้ำหรือแคคตัสเป็นทางเลือกที่ดี พืชเหล่านี้ต้องการน้ำน้อยและทนต่อสภาพแวดล้อมที่แห้ง ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัดในการดูแล ต้นพรมออสเตรเลียและไม้อวบน้ำชนิดอื่นๆ สามารถเพิ่มความหลากหลายของสีสันและรูปทรงให้กับสวนถาด ด้วยราคาที่ไม่แพงต่อต้น ขั้นตอนการจัดสวนถาดแบบมืออาชีพ การเริ่มต้นจัดสวนถาดควรวางแผนการใช้พื้นที่ภายในกระถางให้เหมาะสม1 การแบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วนหลักจะช่วยให้สวนดูเป็นระเบียบและมีจุดเด่น โดยใช้แผ่นสังกะสีตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสูงเท่าความสูงภายในกระถางเป็นตัวแบ่ง ส่วนแรกจะใช้สำหรับปลูกต้นไม้ โดยใส่ดินหลวมๆ เพื่อง่ายต่อการปลูกและดูแล [...]

2024/10/23 • 由 Homeday
บริทาเนีย ร่วมมือ นิปปอนเพนต์ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมยืนหยัดสร้างสังคมน่าอยู่และโลกยั่งยืน ด้วยบ้านลดคาร์บอน ที่ทาด้วยสีนวัตกรรมคุณภาพสูง ลิขสิทธิ์เฉพาะจากนิปปอนเพนต์ NIPPON PAINT VINILEX ACRYLIC มาใช้ในโครงการบ้านบริทาเนียทั้งภายนอกและภายใน ด้วยการดูดซับคาร์บอน เทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 480,0

2025/3/15 • 由 Homeday
การเลือกคอนโดริมชายหาดเป็นความฝันของใครหลายคน แต่การตัดสินใจเลือกทำเลที่เหมาะสมไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาเกลือที่สามารถทำลายทรัพย์สินได้อย่างรวดเร็ว บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับเทคนิคการเลือกทำเลคอนโดใกล้ชายหาดที่จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงปัญหาเกลือและความเสื่อมโทรมของอสังหาริมทรัพย์ ทำความเข้าใจกับผลกระทบของเกลือต่ออสังหาริมทรัพย์ เกลือจากบรรยากาศชายฝั่งเป็นภัยร้ายแรงต่ออาคารและอุปกรณ์ต่างๆ โดยมีกลไกการทำลายที่สำคัญ ดังนี้ การกัดกร่อนโครงสร้าง อนุภาคเกลือมีคุณสมบัติกัดกร่อนที่รุนแรง โดยเฉพาะกับวัสดุก่อสร้างประเภทโลหะ คอนกรีต และอลูมิเนียม เมื่อเกลือสะสมบนพื้นผิว จะทำให้โครงสร้างเกิดการผุกร่อนอย่างช้าๆ แต่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออายุการใช้งานของอาคาร ผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าและเครื่องใช้ ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีความเสี่ยงสูงจากการกัดกร่อนของเกลือ วงจรไฟฟ้าจะเกิดการลัดวงจรได้ง่าย อุปกรณ์สื่อสารและเครื่องใช้ไฟฟ้ามีอายุการใช้งานที่สั้นลง เทคนิคการเลือกทำเลคอนโดที่ปลอดภัยจากปัญหาเกลือ การวิเคราะห์ระยะห่างจากชายหาด ระยะห่างจากชายหาดเป็นปัจจัยสำคัญในการลดผลกระทบจากเกลือ โดยทั่วไปแนะนำให้เลือกคอนโดที่อยู่ห่างจากชายหาดประมาณ 500 เมตรขึ้นไป พื้นที่นี้จะได้รับผลกระทบจากเกลือน้อยกว่าบริเวณใกล้ชายฝั่ง พิจารณาทิศทางลม ทิศทางลมเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการกระจายตัวของอนุภาคเกลือ ควรเลือกคอนโดที่มีการออกแบบและวางตำแหน่งอาคารที่สามารถลดผลกระทบจากลมทะเลได้ เช่น มีการปลูกต้นไม้กันลม หรือมีการออกแบบอาคารที่ลดการสะสมของเกลือ คุณภาพวัสดุก่อสร้าง เลือกโครงการที่ใช้วัสดุก่อสร้างทนทานต่อการกัดกร่อน เช่น สแตนเลส วัสดุคอมโพสิต หรือมีการเคลือบผิวพิเศษ วัสดุเหล่านี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของอาคารและลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา การบำรุงรักษาเพื่อป้องกันปัญหาเกลือ การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ การทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ส่วนตัวอย่างสม่ำเสมอเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันการสะสมของเกลือ ควรใช้น้ำจืดชำระล้างพื้นผิวต่างๆ เพื่อขจัดเกลือที่เกาะติด การตรวจสอบและบำรุงรักษา ดำเนินการตรวจสอบสภาพอาคารและระบบต่างๆ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการกัดกร่อน เช่น ระเบียง อุปกรณ์ไฟฟ้า [...]
