
2025/2/12 • 由 Homeday
หลายคนที่เลี้ยงแมวคงเคยประสบปัญหาแมวชอบทำของตก ไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำ กรอบรูป หรือของตกแต่งต่างๆ บนโต๊ะหรือชั้นวาง พฤติกรรมนี้อาจทำให้เจ้าของหงุดหงิดและกังวลเรื่องความเสียหายของทรัพย์สิน แต่รู้หรือไม่ว่า การที่แมวชอบทำของตกนั้นมีเหตุผลทางธรรมชาติและสัญชาตญาณของพวกเขา สัญชาตญาณนักล่าที่ซ่อนอยู่ในแมวบ้าน แม้ว่าแมวบ้านจะได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีและไม่ต้องออกล่าเหยื่อเพื่อการอยู่รอด แต่สัญชาตญาณการล่าเหยื่อยังคงฝังอยู่ในพฤติกรรมของพวกเขา การทำของตกเป็นการแสดงออกถึงทักษะการล่าที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ในธรรมชาติ แมวจะใช้อุ้งเท้าแตะเหยื่อเพื่อตรวจสอบว่ามีชีวิตอยู่หรือไม่ และเพื่อทดสอบว่าเหยื่อนั้นมีอันตรายหรือไม่ พฤติกรรมการทำของตกจึงเป็นการจำลองการล่าเหยื่อในรูปแบบหนึ่ง โดยแมวจะสังเกตการเคลื่อนไหวของวัตถุที่ตกลงมาเหมือนกับการดูเหยื่อที่พยายามหนี ความอยากรู้อยากเห็นและการเรียนรู้ผ่านการทดลอง แมวเป็นสัตว์ที่มีความอยากรู้อยากเห็นสูง การทำของตกเป็นวิธีหนึ่งที่พวกเขาใช้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เมื่อแมวเห็นวัตถุบนโต๊ะหรือชั้นวาง พวกเขาจะอยากรู้ว่า: วัตถุนั้นเคลื่อนที่ได้อย่างไร เสียงที่เกิดขึ้นเมื่อวัตถุกระทบพื้น ปฏิกิริยาของมนุษย์ต่อการกระทำของพวกเขา การทดลองเช่นนี้ช่วยให้แมวเข้าใจกฎพื้นฐานของฟิสิกส์และความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล การดึงดูดความสนใจจากเจ้าของ บางครั้งแมวทำของตกเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเจ้าของ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่พวกเขารู้สึกว่าไม่ได้รับการใส่ใจเท่าที่ควร เช่น: ตอนเจ้าของกำลังทำงาน ช่วงที่เจ้าของใช้โทรศัพท์มือถือ เวลาที่เจ้าของกำลังพักผ่อน เมื่อของตก เจ้าของมักจะรีบเข้ามาดูและเก็บของ ซึ่งเป็นการตอบสนองที่แมวต้องการ การออกกำลังกายและคลายความเบื่อ แมวเป็นสัตว์ที่ต้องการการกระตุ้นทางกายภาพและจิตใจอย่างสม่ำเสมอ การทำของตกอาจเป็นวิธีที่พวกเขาใช้คลายความเบื่อและออกกำลังกาย โดยเฉพาะแมวที่อยู่ในบ้านตลอดเวลาและไม่มีกิจกรรมที่น่าสนใจเพียงพอ วิธีแก้ไขพฤติกรรมชอบทำของตก แม้ว่าจะเป็นพฤติกรรมธรรมชาติ แต่เราสามารถช่วยลดพฤติกรรมการทำของตกได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้ 1. จัดพื้นที่ปลอดภัย เก็บของมีค่าและของแตกง่ายให้พ้นจากบริเวณที่แมวเข้าถึงได้ จัดวางของตกแต่งให้มั่นคง หรือใช้กาวตะกั่วยึดติด สร้างพื้นที่เฉพาะสำหรับแมวที่พวกเขาสามารถปีนป่ายและเล่นได้อย่างปลอดภัย 2. เพิ่มกิจกรรมและของเล่น จัดหาของเล่นที่เหมาะสมให้แมว สร้างกิจกรรมที่ท้าทายความสามารถ ใช้เวลาเล่นกับแมวอย่างสม่ำเสมอ [...]

2025/2/12 • 由 Homeday
หลายคนที่เลี้ยงแมวคงเคยประสบปัญหาแมวชอบข่วนเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นโซฟา เก้าอี้ หรือผ้าม่าน ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับข้าวของเครื่องใช้ และอาจทำให้เจ้าของหงุดหงิดใจได้ บทความนี้จะมาไขข้อข้องใจว่าทำไมแมวถึงชอบข่วนของ และมีวิธีแก้ไขปัญหานี้อย่างไรบ้าง สาเหตุที่แมวชอบข่วนเฟอร์นิเจอร์ 1. พฤติกรรมตามธรรมชาติของแมว การข่วนเป็นสัญชาตญาณตามธรรมชาติของแมว ในธรรมชาติ แมวจะข่วนต้นไม้เพื่อลับเล็บและรักษาความคมของเล็บ นอกจากนี้ การข่วนยังช่วยให้แมวยืดเหยียดกล้ามเนื้อและผ่อนคลายความเครียด เมื่อแมวมาอยู่ในบ้าน พวกมันจึงมองหาพื้นผิวที่เหมาะสมสำหรับการข่วน ซึ่งมักจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีพื้นผิวหยาบหรือเป็นผ้า 2. การทำเครื่องหมายอาณาเขต แมวมีต่อมกลิ่นที่อุ้งเท้า เมื่อพวกมันข่วน จะมีการปล่อยฟีโรโมนออกมาเพื่อทำเครื่องหมายอาณาเขต การข่วนจึงเป็นวิธีการสื่อสารกับแมวตัวอื่นว่านี่คือพื้นที่ของพวกมัน โดยเฉพาะในบ้านที่มีแมวหลายตัว การข่วนจะพบเห็นได้บ่อยขึ้น 3. ความเครียดและความวิตกกังวล แมวที่มีความเครียดหรือวิตกกังวลมักจะแสดงออกผ่านการข่วนมากขึ้น สาเหตุของความเครียดอาจมาจากการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อม เช่น การย้ายบ้าน การมีสมาชิกใหม่ในครอบครัว หรือการเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวัน วิธีแก้ไขปัญหาแมวข่วนเฟอร์นิเจอร์ 1. จัดหาที่ข่วนเล็บสำหรับแมว การมีที่ข่วนเล็บโดยเฉพาะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับแมว ควรเลือกที่ข่วนเล็บที่มีความสูงเพียงพอให้แมวยืดตัวได้เต็มที่ และมีความมั่นคงแข็งแรง วัสดุที่แนะนำ ได้แก่: เชือกปอ ผ้ากระสอบ พรมหยาบ ไม้ธรรมชาติ ควรวางที่ข่วนเล็บในตำแหน่งที่แมวชอบใช้งาน เช่น ใกล้ที่นอน หรือบริเวณที่แมวชอบข่วนเฟอร์นิเจอร์ 2. การฝึกและให้รางวัล เมื่อแมวใช้ที่ข่วนเล็บ ควรให้รางวัลทันที [...]

2025/2/12 • 由 Homeday
การเลี้ยงแมวเป็นสัตว์เลี้ยงนั้น นอกจากความน่ารักและความผูกพันที่มีต่อกันแล้ว สิ่งสำคัญที่ผู้เลี้ยงต้องใส่ใจคือสุขภาพของน้องแมว เพราะแมวไม่สามารถบอกความรู้สึกหรืออาการเจ็บป่วยได้โดยตรง การสังเกตอาการผิดปกติจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้เราทราบว่าเมื่อไหร่ควรพาน้องแมวไปพบสัตวแพทย์ อาการฉุกเฉินที่ต้องรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที ในบางครั้งแมวอาจแสดงอาการป่วยที่รุนแรงและต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วน อาการเหล่านี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ไม่ควรรอ: หายใจลำบากหรือหอบ การหายใจเร็วผิดปกติ มากกว่า 40 ครั้งต่อนาที อ้าปากหายใจ หน้าอกบุ๋มเวลาหายใจ เสียงหายใจดังผิดปกติ ชัก หมดสติ หรือล้มลง กล้ามเนื้อกระตุก ตัวแข็ง น้ำลายฟูมปาก ไม่รู้สึกตัว อาเจียนหรือท้องเสียรุนแรง อาเจียนติดต่อกันมากกว่า 24 ชั่วโมง มีเลือดปนในอาเจียน ท้องเสียรุนแรงและมีเลือดปน อาการที่ต้องพบสัตวแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง บางอาการอาจไม่ถึงขั้นฉุกเฉิน แต่ก็ควรได้รับการตรวจรักษาภายใน 1 วัน: ไม่กินอาหารหรือน้ำ ปฏิเสธอาหารนานเกิน 24 ชั่วโมง ไม่ดื่มน้ำเลยใน 12 ชั่วโมง แสดงความสนใจอาหารแต่ไม่ยอมกิน ปัสสาวะผิดปกติ ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ ปัสสาวะมีเลือดปน พยายามปัสสาวะแต่ทำไม่ได้ ร้องเสียงดังขณะปัสสาวะ อาการบาดเจ็บจากการต่อสู้หรืออุบัติเหตุ มีแผลเปิด กระดูกหัก ขาเจ็บหรือเดินกะเผลก บวมตามร่างกาย การสังเกตพฤติกรรมผิดปกติ [...]

2025/2/18 • 由 Homeday
การตั้งท้องของแมวเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อให้แม่แมวและลูกแมวมีสุขภาพแข็งแรง บทความนี้จะแนะนำวิธีการดูแลแมวท้องอย่างถูกต้องและเหมาะสม ตั้งแต่การสังเกตอาการตั้งท้อง การเตรียมตัว ไปจนถึงการดูแลหลังคลอด การสังเกตว่าแมวตั้งท้อง แมวมีระยะการตั้งท้องประมาณ 63-65 วัน โดยสามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้ดังนี้: การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ท้องขยายใหญ่ขึ้นชัดเจนหลังตั้งท้อง 3-4 สัปดาห์ เต้านมขยายและเปลี่ยนเป็นสีชมพูเข้ม น้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 1-2 กิโลกรัม การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม กินอาหารมากขึ้น นอนมากขึ้น อารมณ์อ่อนไหวง่าย ชอบหาที่สงบและอบอุ่น การดูแลแมวท้องในแต่ละช่วง ช่วงแรก (1-3 สัปดาห์) พาไปตรวจสุขภาพที่สัตวแพทย์เพื่อยืนยันการตั้งท้อง ปรับอาหารให้เหมาะสมกับแมวท้อง เสริมวิตามินตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ จัดสภาพแวดล้อมให้สะอาดและปลอดภัย ช่วงกลาง (4-6 สัปดาห์) เพิ่มปริมาณอาหารตามความต้องการ หลีกเลี่ยงการยกหรือจับแมวบริเวณท้อง สังเกตการเคลื่อนไหวของลูกแมว เตรียมพื้นที่สำหรับการคลอด ช่วงท้าย (7-9 สัปดาห์) จัดเตรียมกล่องคลอดในที่เงียบสงบ สังเกตอาการก่อนคลอด เตรียมอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการคลอด ติดต่อสัตวแพทย์ให้พร้อมกรณีฉุกเฉิน อาหารสำหรับแมวท้อง ในช่วงแรกเกิดถึง 4 สัปดาห์แรก ลูกสุนัขจำเป็นต้องได้รับนมจากแม่สุนัขหรือนมทดแทนสำหรับลูกสุนัขโดยเฉพาะ การให้นมควรทำทุก 2-3 ชั่วโมงในช่วงสัปดาห์แรก และค่อยๆ [...]

2025/2/24 • 由 Homeday
การดูแลแม่สัตว์เลี้ยงหลังคลอดเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะทั้งแม่และลูกสัตว์ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้แข็งแรงและปลอดภัย บทความนี้จะแนะนำวิธีการดูแลแม่สัตว์เลี้ยงหลังคลอดอย่างถูกต้องและเหมาะสม การเตรียมพื้นที่สำหรับแม่และลูกสัตว์ การจัดเตรียมพื้นที่ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก แม่สัตว์ต้องการพื้นที่สะอาด อบอุ่น และปลอดภัยสำหรับการพักฟื้นและดูแลลูก จัดเตรียมกล่องหรือตะกร้าที่มีขนาดเหมาะสม วางในมุมที่เงียบสงบ ห่างจากแสงแดดโดยตรง ใช้ผ้านุ่มหรือผ้าขนหนูสะอาดรองพื้น เปลี่ยนทุกวันหรือเมื่อเปียกชื้น อุณหภูมิห้องควรอยู่ที่ 25-27 องศาเซลเซียส ไม่มีลมโกรก แยกพื้นที่ให้ห่างจากสัตว์เลี้ยงตัวอื่น เพื่อป้องกันการรบกวน โภชนาการสำหรับแม่สัตว์หลังคลอด แม่สัตว์ต้องการสารอาหารมากกว่าปกติ 2-3 เท่าเพื่อผลิตน้ำนมและฟื้นฟูร่างกาย อาหารสำหรับแม่สุนัข ให้อาหารคุณภาพสูงสำหรับสุนัขตั้งท้องและให้นม แบ่งมื้ออาหารเป็น 3-4 มื้อต่อวัน เสริมแคลเซียมตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ น้ำสะอาดต้องมีพร้อมตลอดเวลา อาหารสำหรับแม่แมว อาหารสำหรับแมวให้นมที่มีโปรตีนสูง อาหารเปียกผสมอาหารแห้ง เพิ่มความน่ากิน วิตามินรวมสำหรับแมวให้นม น้ำสะอาดวางใกล้พื้นที่พักผ่อน การดูแลสุขภาพและสังเกตอาการผิดปกติ การสังเกตอาการแม่สัตว์อย่างใกล้ชิดช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น อาการปกติหลังคลอด มีน้ำคาวปลาสีแดงอ่อนถึงน้ำตาล 2-3 สัปดาห์ เต้านมขยายและอุ่น กินอาหารและดื่มน้ำปกติ ดูแลลูกและให้นมสม่ำเสมอ อาการผิดปกติที่ต้องพบสัตวแพทย์ ไข้สูง ซึม ไม่กินอาหาร น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น สีเขียวหรือดำ เต้านมแดง ร้อน บวม แข็ง [...]

2025/3/12 • 由 Homeday
การตั้งครรภ์ของสัตว์เลี้ยงเป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนและต้องการความใส่ใจเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมว การดูแลอย่างถูกต้องจะช่วยให้แม่สัตว์และลูกมีสุขภาพแข็งแรง และผ่านช่วงเวลานี้ไปอย่างปลอดภัย การตรวจสอบการตั้งครรภ์และการวางแผน การยืนยันการตั้งครรภ์ การตรวจสอบการตั้งครรภ์ของสัตว์เลี้ยงทำได้โดยสัตวแพทย์ผ่านการตรวจร่างกายและการถ่ายภาพเอ็กซเรย์ นักสัตวแพทย์จะประเมินอายุครรภ์และสุขภาพของแม่สัตว์ การเตรียมพื้นที่คลอด จัดเตรียมพื้นที่พักผ่อนเฉพาะที่สะอาด อบอุ่น และปลอดภัย โดยใช้กล่องหรือตะกร้านอนที่มีวัสดุรองนอนนุ่มสบาย ควรวางไว้ในบริเวณที่เงียบสงบและห่างจากการรบกวน โภชนาการสำหรับสัตว์เลี้ยงตั้งครรภ์ อาหารที่มีคุณภาพ เพิ่มปริมาณและคุณภาพอาหารให้เหมาะสมกับช่วงการตั้งครรภ์ แนะนำให้ใช้อาหารสูตรพิเศษสำหรับสัตว์ตั้งครรภ์ที่มีสารอาหารครบถ้วน ปริมาณและความถี่ในการให้อาหาร ในช่วง 3-4 สัปดาห์สุดท้ายของการตั้งครรภ์ ควรเพิ่มปริมาณอาหาร 25-50% เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่สูงขึ้น การออกกำลังกายและการพักผ่อน กิจกรรมที่เหมาะสม ควรออกกำลังกายอย่างเบามาก ไม่ควรทำกิจกรรมที่หนักหรือเสี่ยง เน้นการเดินเล่นสั้นๆ และผ่อนคลาย การพักผ่อน จัดให้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น สัตว์ตั้งครรภ์ต้องการการนอนหลับและพักผ่อนมากกว่าปกติ การดูแลสุขภาพและการป้องกันโรค การฉีดวัคซีน ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อให้วัคซีนที่จำเป็นและปลอดภัยระหว่างการตั้งครรภ์ บางวัคซีนอาจต้องเลื่อนออกไป การกำจัดปรสิต กำจัดปรสิตภายในและภายนอกอย่างระมัดระวัง โดยใช้ยาที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์ตั้งครรภ์ การสังเกตอาการผิดปกติ สัญญาณเตือน ติดตามอาการผิดปกติ เช่น เบื่ออาหาร อาเจียน ซึม หรือมีไข้ หากพบควรรีบพบสัตวแพทย์ทันที การวัดอุณหภูมิ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายเป็นประจำ อุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 98 องศาฟาเรนไฮต์ [...]

2025/2/24 • 由 Homeday
การผสมพันธุ์สัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจและเตรียมการอย่างรอบคอบ เพราะนอกจากจะส่งผลต่อสุขภาพของพ่อพันธุ์แม่พันธุ์แล้ว ยังมีผลต่อลูกที่จะเกิดมาด้วย บทความนี้จะแนะนำขั้นตอนการเตรียมความพร้อมสำหรับการผสมพันธุ์สัตว์เลี้ยงอย่างถูกวิธี การตรวจสอบความพร้อมของสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงที่จะนำมาผสมพันธุ์ต้องมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ควรพาไปตรวจสุขภาพที่สัตวแพทย์เพื่อประเมินความพร้อม โดยมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาดังนี้: อายุที่เหมาะสม: สัตว์เลี้ยงต้องโตเต็มวัย โดยสุนัขและแมวควรมีอายุประมาณ 1-5 ปี สุขภาพร่างกาย: ต้องไม่มีโรคประจำตัวหรือโรคติดต่อทางพันธุกรรม การฉีดวัคซีน: ต้องได้รับวัคซีนครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ประวัติการผสมพันธุ์: หากเคยผสมพันธุ์มาก่อน ต้องพักร่างกายอย่างน้อย 6-8 เดือน การเลือกคู่ผสมที่เหมาะสม การเลือกคู่ผสมที่ดีจะช่วยให้ได้ลูกที่มีสุขภาพแข็งแรง ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้: สายพันธุ์: ควรเป็นสายพันธุ์เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ขนาดร่างกาย: ไม่ควรต่างกันมากเกินไป โดยเฉพาะในสุนัข ประวัติสุขภาพ: ทั้งคู่ต้องไม่มีโรคทางพันธุกรรม ลักษณะภายนอก: ควรมีลักษณะที่ดีตามมาตรฐานสายพันธุ์ การเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อความสำเร็จในการผสมพันธุ์: พื้นที่สะอาด ปลอดภัย และเป็นส่วนตัว อุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป อุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น กรงคลอดสำหรับแม่พันธุ์ การดูแลระหว่างตั้งท้อง เมื่อผสมพันธุ์สำเร็จ การดูแลแม่พันธุ์ระหว่างตั้งท้องมีความสำคัญมาก: อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง การออกกำลังกายที่เหมาะสม การตรวจสุขภาพตามกำหนด การเตรียมพื้นที่สำหรับคลอด ปัญหาที่อาจพบและการแก้ไข การผสมพันธุ์อาจพบปัญหาต่างๆ ควรเตรียมพร้อมรับมือ: การผสมไม่ติด ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งท้อง [...]

2025/3/14 • 由 Homeday
แมวเปอร์เซียเป็นสายพันธุ์ที่โดดเด่นด้วยขนยาวหนานุ่ม รูปร่างกลมมน และใบหน้าแบน เป็นที่นิยมในหมู่คนรักแมวเนื่องจากความสวยงามและน่ารัก ขนของแมวเปอร์เซียเป็นเอกลักษณ์พิเศษที่ต้องการการดูแลอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้คงความสวยงามและสุขภาพดี หลักการดูแลขนแมวเปอร์เซีย การหวีขนอย่างถูกวิธี การหวีขนเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลแมวเปอร์เซีย ควรหวีขนวันละ 2-3 ครั้ง ด้วยหวีแบบพิเศษสำหรับขนยาว โดยมีหลักปฏิบัติดังนี้: ใช้หวีฟันห่างพิเศษสำหรับขนlåยโดยเฉพาะ เริ่มจากบริเวณท้อง รักแร้ และใต้คาง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มักเกิดปมขน หวีอย่างนุ่มนวล ระมัดระวังไม่ดึงหรือทำให้แมวเจ็บ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีในแต่ละครั้ง อาหารเพื่อสุขภาพขน โภชนาการมีบทบาทสำคัญต่อความสวยงามของขนแมวเปอร์เซีย ควรเลือกอาหารที่มีคุณสมบัติ: มีโปรตีนสูง กรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อสุขภาพขน น้ำมันปลา น้ำมันดอกทานตะวัน เป็นอาหารเสริมที่ช่วยบำรุงขน การอาบน้ำและทำความสะอาด แม้แมวเปอร์เซียสามารถทำความสะอาดตัวเองได้ แต่ต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นพิเศษ: อาบน้ำทุก 4-6 สัปดาห์ ใช้แชมพูสำหรับแมวขนlåยโดยเฉพาะ เช็ดและเป่าขนให้แห้งอย่างระมัดระวัง ตรวจสอบและทำความสะอาดหูและตาเป็นประจำ การป้องกันปัญหาขนหลุดร่วง ปัญหาขนหลุดร่วงเป็นเรื่องปกติของแมวเปอร์เซีย แต่สามารถควบคุมได้ด้วย: กำจัดเห็บหมัดอย่างสม่ำเสมอ ตรวจสุขภาพประจำปีกับสัตวแพทย์ ควบคุมความเครียดของแมว ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมบำรุงขน การจัดการสภาพแวดล้อม สภาพแวดล้อมมีผลต่อสุขภาพขนของแมวเปอร์เซีย: จัดพื้นที่พักผ่อนสะอาดและสบาย [...]

2024/10/24 • 由 Homeday
ตอบทุกคำถามเกี่ยวกับบ้านและคอนโด ตอกย้ำความเป็นผู้เชี่ยวชาญอสังหาฯ ที่เข้าถึงได้จับมือ 4 กูรูอสังหาฯ ให้คำปรึกษาผ่าน X ครอบคลุม 4 ด้าน: การเงินและสินเชื่อ, คอนโดมิเนียม, การดูแลและซ่อมแซมบ้าน, บ้านและทาวน์โฮมเจาะลึกแคมเปญ #HeySansiri อยากรู้เรื่องบ้านและคอนโด ถามมาเลย!จับมือ 4 กูรูอสังหาริมทรัพย์ให้

2025/2/21 • 由 Homeday
การเลี้ยงแมวขนยาวนั้นต้องการการดูแลเป็นพิเศษมากกว่าแมวขนสั้นทั่วไป เพราะขนที่ยาวและหนาของพวกเขาต้องการการดูแลอย่างสม่ำเสมอ บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับวิธีการดูแลแมวขนยาวอย่างถูกต้อง เพื่อให้น้องแมวมีสุขภาพดีและขนสวยงาม สายพันธุ์แมวขนยาวยอดนิยม แมวขนยาวมีหลากหลายสายพันธุ์ แต่ละพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน เช่น: เปอร์เซีย: ขนฟูนุ่ม หน้าแบน นิสัยเรียบร้อย เมนคูน: ตัวใหญ่ ขนยาวแต่ไม่พันกันง่าย นิสัยเป็นมิตร แร็กดอล: ขนนุ่มเป็นพิเศษ สีพอยต์ นิสัยอ่อนโยน เบอร์มัน: ขนเงางาม สีทอง นิสัยฉลาด อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการดูแลแมวขนยาว แปรงหวีขนหลากชนิด แปรงขนเหล็ก หวีซี่ถี่ แปรงยางซิลิโคน กรรไกรตัดขน เครื่องเป่าขน ผลิตภัณฑ์อาบน้ำสำหรับแมวขนยาวโดยเฉพาะ วิธีการแปรงขนแมวอย่างถูกต้อง การแปรงขนแมวควรทำอย่างน้อยวันละครั้ง โดยมีขั้นตอนดังนี้: ใช้แปรงซิลิโคนสางขนเบาๆ เพื่อกำจัดฝุ่น ใช้แปรงขนเหล็กแปรงในทิศทางเดียวกับขน ใช้หวีซี่ถี่สางส่วนที่พันกัน เน้นบริเวณที่พันกันง่าย เช่น ใต้คาง ท้อง หลัง การอาบน้ำแมวขนยาว ควรอาบน้ำทุก 4-6 สัปดาห์ โดยมีขั้นตอนสำคัญ: แปรงขนให้หมดก่อนอาบน้ำ ใช้น้ำอุ่น ใช้แชมพูสำหรับแมวขนยาวโดยเฉพาะ ล้างให้สะอาดหมดจด เป่าขนให้แห้งสนิท การจัดการปัญหาก้อนขนในท้อง [...]

2026/3/13 • 由 Homeday
บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM โดย นางวิภาศิริ แสงวัชระกุล ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ESG กลุ่มกำกับดูแลกิจการและบริหารความเสี่ยง พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมมอบเงินสนับสนุนแก่ ดร.ธาริษา วัฒนเกส ประธานกรรมการมูลนิธิสายเด็ก 1387 จำนวน 115,000 บาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิ และช่องทางให้คำปรึกษาออนไลน์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการให้คำปรึกษา รับแจ้งเหตุ และให้ความช่วยเหลือแก่เด็ก และเยาวชนที่ประสบปัญหา รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดูแลและคุ้มครองเป็นไปอย่างเหมาะสมและทันท่วงที การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BAM ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมคุณภาพชีวิต และความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมในระยะยาว BAM เชื่อว่าการร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทางสังคมในการคุ้มครองเด็กและเยาวชน ไม่เพียงเป็นการช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” และโอกาสในการเติบโตอย่างมีคุณภาพให้กับ คนรุ่นใหม่ อันจะนำไปสู่การพัฒนาสังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

2025/3/11 • 由 Homeday
สัตว์เลี้ยงมักประสบกับแผลขีดข่วนจากการเล่น ต่อสู้ หรือการสำรวจสิ่งแวดล้อม การดูแลแผลอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันการติดเชื้อและส่งเสริมการหายของแผล ประเภทของแผลขีดข่วนในสัตว์เลี้ยง แผลตื้น แผลประเภทนี้เกิดจากการขีดข่วนที่ผิวหนังชั้นนอกเพียงเล็กน้อย มักไม่ลึกและไม่มีเลือดออกมาก แผลลึก แผลที่ทะลุผ่านชั้นผิวหนังลงไปใต้ผิว อาจมีเลือดออกและความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง แผลฉีกขาด เป็นแผลที่มีเนื้อเยื่อฉีกขาดไม่เรียบร้อย ต้องได้รับการดูแลอย่างระมัดระวัง ขั้นตอนการปฐมพยาบาลแผลขีดข่วน การเตรียมอุปกรณ์ ถุงมือทางการแพทย์ น้ำยาฆ่าเชื้อ สำลีหรือผ้าก๊อซ น้ำสะอาด ยาฆ่าเชื้อเฉพาะสัตว์เลี้ยง การทำความสะอาดแผล สวมถุงมือเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค ล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสแผล ตรวจสอบความรุนแรงของแผลอย่างระมัดระวัง ใช้น้ำอุ่นและสบู่อ่อนชำระล้างรอบแผล เช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยง วิธีการป้องกันการติดเชื้อ การใช้ยาฆ่าเชื้อ เลือกใช้ยาฆ่าเชื้อที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง หลีกเลี่ยงการใช้ยาฆ่าเชื้อสำหรับมนุษย์โดยเด็ดขาด ทาบางๆ รอบแผลด้วยความระมัดระวัง การป้องกันการเลีย สวมปลอกคออ่อน หรือที่ครอบป้องกันการเลีย สังเกตพฤติกรรมการเลียแผลของสัตว์เลี้ยง สัญญาณเตือนที่ต้องพบสัตวแพทย์ กรณีฉุกเฉิน แผลลึกเกิน 1 เซนติเมตร มีเลือดออกอย่างต่อเนื่อง แผลมีอาการอักเสบรุนแรง มีสัญญาณของการติดเชื้อ เช่น มีหนอง มีกลิ่นเหม็น อาการติดเชื้อ บวมแดง มีความร้อนบริเวณแผล สัตว์เลี้ยงแสดงอาการเจ็บปวด มีไข้ เบื่ออาหาร การดูแลต่อเนื่อง [...]