加载中...
加载中...

2025/3/15 • 由 Homeday
เส้นทางสู่การเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ การเป็นเจ้าของบ้านเป็นความฝันของใครหลายคน แต่กระบวนการทางการเงินที่เกี่ยวข้องมักสร้างความสับสนให้กับผู้ที่กำลังเริ่มต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการจำนองและการค้ำประกัน ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดอยู่บ่อยครั้ง บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่างอย่างชัดเจน และสามารถตัดสินใจทางการเงินได้อย่างมั่นใจ การจำนอง: หลักประกันทางกฎหมายสำหรับสินเชื่อ การจำนองเป็นกระบวนการทางกฎหมายที่ผู้กู้โอนสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ให้กับสถาบันการเงินเพื่อเป็นหลักประกันเงินกู้ ในขณะที่ผู้กู้ยังคงครอบครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินนั้นได้ หลักการสำคัญของการจำนองประกอบด้วย: สิทธิในทรัพย์สิน: เมื่อทำการจำนอง สถาบันการเงินจะมีสิทธิในทรัพย์สินที่ใช้ค้ำประกัน หากผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ สถาบันการเงินมีสิทธิยึดทรัพย์สินเพื่อชดใช้หนี้ เงื่อนไขการกู้: สัญญาจำนองจะระบุรายละเอียดต่างๆ เช่น วงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาการกู้ และเงื่อนไขการชำระคืน การประเมินมูลค่า: สถาบันการเงินจะทำการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อกำหนดวงเงินกู้ที่เหมาะสม โดยทั่วไปจะให้กู้ไม่เกิน 80-90% ของมูลค่าทรัพย์สิน การค้ำประกัน: การรับผิดชอบร่วมกันในหนี้ การค้ำประกันมีความแตกต่างจากการจำนองอย่างสิ้นเชิง เป็นกระบวนการที่บุคคลอื่นยอมรับผิดชอบหนี้แทนผู้กู้หากผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ลักษณะสำคัญของการค้ำประกันประกอบด้วย: ความรับผิดชอบร่วม: ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดชอบการชำระหนี้ทั้งหมดหากผู้กู้ไม่สามารถชำระได้ ความเสี่ยงส่วนบุคคล: ผู้ค้ำประกันจะต้องมีความมั่นคงทางการเงินและมีความน่าเชื่อถือ สถาบันการเงินจะประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ค้ำประกัน ขอบเขตความรับผิดชอบ: การค้ำประกันอาจครอบคลุมเฉพาะเงินต้นหรือรวมถึงดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ขึ้นอยู่กับข้อตกลง ความแตกต่างหลักระหว่างการจำนองและการค้ำประกัน ด้านหลักประกัน การจำนอง: ใช้ทรัพย์สินเป็นหลักประกัน การค้ำประกัน: ใช้บุคคลเป็นหลักประกัน สิทธิในทรัพย์สิน การจำนอง: สถาบันการเงินมีสิทธิในทรัพย์สิน การค้ำประกัน: ไม่มีสิทธิในทรัพย์สิน ความเสี่ยง การจำนอง: [...]

2025/3/4 • 由 Homeday
การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนทำงานหลายคน แต่ด้วยราคาบ้านที่สำคัญที่สุดคือต้องศึกษาทำเลและโครงการให้ดีครับ ดูว่ามีแผนพัฒนาอะไรในอนาคต เพราะนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว บ้านยังเป็นการลงทุนระยะยาวด้วย และอีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือการวางแผนรับมือกับดอกเบี้ยที่อาจปรับขึ้นในอนาคตครับ ควรประเมินความสามารถในการผ่อนในกรณีที่ดอกเบี้ยสูงขึ้น และวางแผนการเงินให้รองรับได้ ถ้าเตรียมตัวให้พร้อมตามนี้ การกู้ซื้อบ้านหลังแรกก็ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดครับ แค่ต้องวางแผนให้ดีและมีวินัยทางการเงินูงขึ้นทุกปี ทำให้การซื้อบ้านด้วยเงินสดเป็นเรื่องยาก การกู้ซื้อบ้านจึงเป็นทางเลือกที่นิยมมากที่สุด แต่หลายคนอาจสงสัยว่าต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ และต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง มาดูกันว่าเราควรวางแผนอย่างไรให้ได้บ้านในฝัน เงินเก็บที่ต้องมีก่อนกู้ซื้อบ้าน การกู้ซื้อบ้านไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องมีเงินเก็บเลย เพราะยังมีค่าใช้จ่ายอีกหลายส่วนที่ต้องจ่ายด้วยเงินสด ดังนี้ เงินดาวน์ โดยทั่วไปธนาคารจะให้กู้ประมาณ 90-95% ของราคาบ้าน นั่นหมายความว่าเราต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 5-10% ของราคาบ้าน เช่น บ้านราคา 3 ล้านบาท ต้องมีเงินดาวน์ประมาณ 150,000-300,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคารและประวัติทางการเงินของผู้กู้ ค่าใช้จ่ายในการโอน ประกอบด้วยค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนอง และภาษีต่างๆ โดยรวมแล้วประมาณ 2-3% ของราคาบ้าน ในกรณีบ้านราคา 3 ล้านบาท จะมีค่าใช้จ่ายในการโอนประมาณ 60,000-90,000 บาท เงินสำรองสำหรับตกแต่งบ้าน ควรมีเงินสำรองสำหรับค่าตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าประมาณ 10-15% ของราคาบ้าน หรือประมาณ [...]

2025/4/17 • 由 Homeday
การกู้ร่วมซื้อบ้านหรือคอนโดกำลังเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง แต่มีข้อจำกัดด้านรายได้หรือคุณสมบัติไม่เพียงพอสำหรับการกู้เดี่ยว การกู้ร่วมช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อและอาจได้วงเงินกู้ที่สูงขึ้น แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อควรระวังที่ผู้กู้ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ บทความนี้จะอธิบายทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการกู้ร่วมซื้อบ้าน-ซื้อคอนโด เพื่อประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม การกู้ร่วมคืออะไร? ทำไมถึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ซื้อบ้าน การกู้ร่วมซื้อบ้านหรือคอนโด คือการที่มีผู้กู้ตั้งแต่ 1-3 คน ซึ่งเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เช่น พ่อแม่-ลูก พี่-น้อง เครือญาติ สามี-ภรรยา ร่วมกันยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงิน โดยผู้กู้ทุกคนจะมีสิทธิและความรับผิดชอบเท่าเทียมกันในการชำระหนี้ ธนาคารจะนำความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ทุกคนมาคำนวณรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นฐานเงินเดือน ภาระหนี้สิน ทำให้มักได้วงเงินกู้สินเชื่อที่สูงขึ้น สร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้มากขึ้น การกู้ร่วมเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เพียงพอที่จะกู้เองเพียงคนเดียว หรือมีประวัติเครดิตที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจทำให้การขอสินเชื่อคนเดียวเป็นไปได้ยาก การมีผู้กู้ร่วมที่มีคุณสมบัติทางการเงินที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น การกู้ร่วมแตกต่างจากการค้ำประกันอย่างไร? หลายคนอาจสับสนระหว่างการกู้ร่วมกับการค้ำประกัน ทั้งสองวิธีล้วนช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ แต่มีความแตกต่างกันในหลายประเด็นสำคัญ: คุณสมบัติของผู้เข้าร่วม การกู้ร่วม: ผู้กู้ร่วมต้องเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ในครอบครัวเดียวกัน การค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันเป็นบุคคลใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ต้องมีประวัติทางการเงินที่ดี กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การกู้ร่วม: ผู้กู้ร่วมทุกคนมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในทรัพย์สิน การค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันไม่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การคำนวณวงเงินกู้ การกู้ร่วม: ธนาคารจะนำรายได้ของผู้กู้ทุกคนมารวมกันเพื่อคำนวณวงเงินกู้ การค้ำประกัน: ธนาคารจะพิจารณาเฉพาะรายได้ของผู้กู้หลักเท่านั้น ความรับผิดชอบในการชำระหนี้ การกู้ร่วม: ผู้กู้ทุกคนมีหน้าที่ชำระหนี้ร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้นสัญญา การค้ำประกัน: [...]

2025/4/22 • 由 Homeday
การกู้ซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ต้องอาศัยการวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการเลือกอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่เหมาะสม เพราะดอกเบี้ยคือต้นทุนสำคัญที่ส่งผลต่อจำนวนเงินที่ต้องจ่ายในระยะยาว บทความนี้จะอธิบายประเภทของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน วิธีการคำนวณ อัปเดตอัตราดอกเบี้ยล่าสุดปี 2568 และเคล็ดลับการเลือกสินเชื่อบ้านให้ได้ดอกเบี้ยที่คุ้มค่าที่สุด ประเภทของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านมีอะไรบ้าง? สินเชื่อบ้านคือเงินกู้ที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินปล่อยให้กับผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม หรือที่ดินเพื่อปลูกสร้างที่อยู่อาศัย โดยอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านสามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้ 1. อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate Loan) อัตราดอกเบี้ยคงที่คือดอกเบี้ยที่กำหนดให้คงที่ตลอดช่วงเวลาหนึ่ง อาจเป็น 3 ปี 5 ปี หรือตลอดอายุสัญญา ทำให้ผู้กู้ผ่อนชำระเท่ากันทุกเดือน สามารถวางแผนการเงินได้แน่นอน โดยสามารถแบ่งย่อยได้เป็น: ดอกเบี้ยคงที่ตลอดอายุสัญญา – คงที่ตลอดระยะเวลาผ่อน เช่น ดอกเบี้ย 5% ตลอด 20 ปี ดอกเบี้ยคงที่เฉพาะช่วงแรก – คงที่ในช่วง 1-5 ปีแรก แล้วปรับเป็นลอยตัว ดอกเบี้ยคงที่แบบขั้นบันได – คงที่เป็นช่วง เช่น ปีแรก 2.5%, ปีที่สอง [...]

2021/2/8 • 由 Homeday
การกู้ซื้อบ้านของมนุษย์เงินเดือนนั้น ค่อนข้างง่ายกว่าบุคคลที่ประกอบอาชีพทั่วไปค่ะ เนื่องจากมีรายได้ที่แน่นอน ทั้งในเชิงจำนวนและความสม่ำเสมอ แต่จะได้วง

2025/4/24 • 由 Homeday
การเป็นฟรีแลนซ์ให้อิสระในการทำงานและการใช้ชีวิต แต่เมื่อถึงเวลาต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง หลายคนกลับกังวลว่าการไม่มีรายได้ประจำแน่นอนจะเป็นอุปสรรคในการกู้ซื้อบ้าน ความจริงแล้ว อาชีพอิสระสามารถกู้บ้านได้ แต่ต้องเตรียมตัวและวางแผนให้รอบคอบมากกว่าพนักงานประจำทั่วไป บทความนี้จะแนะนำเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้คนทำอาชีพอิสระกู้ซื้อบ้านได้ง่ายขึ้นในปี 2025 เหตุใดคนส่วนใหญ่ถึงถูกปฏิเสธการกู้บ้าน? การที่ธนาคารปฏิเสธการยื่นกู้บ้านไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล มีปัจจัยหลายประการที่ทำให้ผู้กู้ไม่ผ่านการพิจารณา เช่น รายได้ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับราคาบ้าน มีภาระหนี้สินเดิมสูงเกินไป ประวัติทางการเงินไม่ดี เอกสารไม่ครบถ้วน หรือเลือกธนาคารที่ไม่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของตนเอง นอกจากนี้ อีกสาเหตุสำคัญคือการขาดการวางแผนทางการเงินที่ดี ทำให้ไม่มีเงินดาวน์เพียงพอ โดยทั่วไปธนาคารจะให้สินเชื่อประมาณ 80-90% ของราคาบ้าน ดังนั้นผู้กู้จะต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 10-20% ของราคาบ้าน ซึ่งหลายคนมักมองข้ามจุดนี้ เอกสารสำคัญที่ฟรีแลนซ์ต้องเตรียมให้พร้อม การเตรียมเอกสารที่ครบถ้วนและถูกต้องเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้อาชีพอิสระมีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อบ้านมากขึ้น เอกสารสำคัญที่ควรเตรียมให้พร้อม ได้แก่: เอกสารพื้นฐาน สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้กู้ เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ทะเบียนสมรส หรือใบหย่า (ถ้ามี) เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินที่จะซื้อ เช่น สัญญาจอง หรือสำเนาโฉนดที่ดิน เอกสารทางการเงิน สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากหรือรายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 6-12 เดือน หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน [...]

2022/6/30 • 由 Homeday
อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเป็นแบบไหน โดยทั่วไปแล้วอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อสำหรับการกู้ซื้อบ้าน จะเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ทางธนาคารกำหนด ซึ่งจะคงที่ในระยะเวลาช่วง 1-3 ปี หรือที่เรียกว่า อัตราดอกเ

2025/3/28 • 由 Homeday
การซื้อบ้านในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับระบบสินเชื่อที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นโยบายสินเชื่อที่อยู่อาศัยปี 2025 มีการปรับเปลี่ยนที่สำคัญซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงรายละเอียดสำคัญที่นักลงทุนและผู้ซื้อบ้านมือใหม่ควรรับรู้ การเปลี่ยนแปลงหลักของสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปี 2025 ในปี 2025 วงการอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สถาบันการเงินต่างปรับตัวเพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาด การเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยจึงมีความยืดหยุ่นและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ผู้ซื้อจำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงเกณฑ์และเงื่อนไขใหม่ๆ เพื่อวางแผนการซื้อบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น สถาบันการเงินได้ปรับเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อให้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้าน ไม่เพียงแต่รายได้และประวัติการเงิน แต่ยังรวมถึงความมั่นคงในอาชีพ เสถียรภาพทางการเงิน และความสามารถในการชำระหนี้ในระยะยาว เกณฑ์ใหม่นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงให้กับทั้งผู้ให้กู้และผู้กู้ การประเมินความสามารถในการชำระหนี้จะพิจารณาจากอัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ (Debt-to-Income Ratio) อย่างเคร่งครัด โดยปกติแล้วสถาบันการเงินจะต้องการให้อัตราส่วนนี้ไม่เกิน 40-45% ซึ่งหมายความว่าค่าผ่อนชำระบ้านรวมหนี้อื่นๆ จะต้องไม่เกิน 40-45% ของรายได้รวมต่อเดือน นวัตกรรมทางการเงินสำหรับที่อยู่อาศัย ปี 2025 เห็นการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ต้องการซื้อบ้าน สินเชื่อแบบใหม่เริ่มมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น สินเชื่อที่สามารถปรับอัตราดอกเบี้ยได้ตามสถานการณ์ส่วนบุคคล หรือสินเชื่อที่มีระยะเวลาผ่อนชำระที่ยาวขึ้น นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนทำงานอิสระและผู้ประกอบการ ซึ่งมีรูปแบบรายได้ที่ไม่คงที่ โดยพิจารณาจากประวัติการเงินและศักยภาพในการหารายได้ ไม่ได้ยึดติดกับรายได้ประจำเพียงอย่างเดียว ปัจจัยที่ส่งผลต่อสินเชื่อที่อยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ยและผลกระทบทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการกู้ซื้อบ้าน ในปี 2025 แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยมีความผันผวน ธนาคารกลางและสถาบันการเงินต่างปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง การเลือกระหว่างสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยคงที่หรือลอยตัวจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ [...]

2026/1/30 • 由 Homeday
ปัจจุบันการเช่าที่อยู่อาศัยยังคงเป็นทางเลือกยอดนิยมของคนไทย โดยเฉพาะวัยเริ่มต้นทำงานที่ไม่พร้อมมีภาระผูกพันระยะยาวจากการกู้ซื้อบ้าน ส่งผลให้เทรนด์ Generation Rent มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องตามความท้าทายด้านการเงินของคนไทย อย่างไรก็ตาม แม้การเช่าจะตอบโจทย์ค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค แต่กลับพบว่าข้อพิพาทระหว่างผู้เช่ากับผู้ให้เช่ายังคงเกิดขึ้นอยู่เสมอ ผู้เช่าบางส่วนต้องเผชิญความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดจากการโดนปรับขึ้นค่าเช่ากลางคัน หรือต้องจ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟที่สูงเกินจริง สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีกลไกภาครัฐมาช่วยคุ้มครองสิทธิผู้เช่าและสร้างความเป็นธรรมให้กับทั้งสองฝ่าย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ประกาศใช้ “ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568” มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 4 กันยายน 2568 เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้เช่าและสร้างมาตรฐานการเช่าที่อยู่อาศัยให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ สำหรับควบคุมผู้ประกอบธุรกิจที่มีสถานที่ให้เช่า ได้แก่ ห้องพัก บ้าน อาคารชุด อะพาร์ตเมนต์ หรือสถานที่พักอาศัยที่จัดขึ้นสำหรับการให้เช่าเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ตั้งแต่ 3 หน่วยขึ้นไป โดยไม่รวมหอพักและโรงแรมที่มีกฎหมายควบคุมต่างหาก ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคได้รับสัญญาเช่าที่เป็นธรรมมากขึ้น รู้ไว้ไม่เสียเปรียบ! อัปเดต 5 สิทธิต้องรู้ที่ผู้เช่าไม่ควรมองข้าม แม้ สคบ. จะออกประกาศฉบับใหม่ที่แก้ไขหลักเกณฑ์บางประการเพื่อให้คุ้มครองสิทธิผู้เช่าให้ดีขึ้นแล้ว แต่ในทางปฏิบัติ ผู้ให้เช่าบางรายอาจไม่ได้ทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หรืออาศัยช่องว่างเพื่อกำหนดเงื่อนไขที่เอาเปรียบผู้เช่า ดังนั้น ผู้เช่าจึงไม่ควรละเลยการตรวจสอบสัญญาอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าตนเองจะได้รับความเป็นธรรมตามที่กฎหมายคุ้มครอง ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย [...]

2025/4/17 • 由 Homeday
ภาระผ่อนบ้านเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายหลักที่คนส่วนใหญ่ต้องแบกรับยาวนานถึง 20-30 ปี ส่งผลให้เงินส่วนใหญ่ถูกนำไปชำระดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น หลายคนจึงมองหาวิธีปลดภาระหนี้นี้ให้เร็วขึ้น นอกจากจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้อย่างมหาศาลแล้ว ยังทำให้มีอิสรภาพทางการเงินเร็วขึ้นอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับเทคนิคการผ่อนบ้านให้หมดเร็ว วิธีคำนวณระยะเวลาในการผ่อน รวมถึงเรื่องที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำสินเชื่อบ้าน เพื่อวางแผนการเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มผ่อนบ้าน การซื้อบ้านด้วยเงินสดอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปได้สำหรับทุกคน การผ่อนบ้านจึงเป็นทางเลือกที่นิยมมากกว่า แต่ก่อนตัดสินใจกู้เงินซื้อบ้าน มีปัจจัยสำคัญหลายประการที่ควรพิจารณาเพื่อให้การผ่อนชำระเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ การประเมินสถานะทางการเงิน การประเมินสถานะทางการเงินเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมากก่อนตัดสินใจผ่อนบ้าน คุณควรสำรวจรายรับรายจ่ายอย่างละเอียด เพราะเป็นตัวกำหนดความสามารถในการชำระหนี้ ตามหลักการวางแผนการเงินที่ดี ภาระหนี้ทั้งหมดไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ นั่นหมายความว่า หากคุณมีรายได้สุทธิ 50,000 บาทต่อเดือน ภาระหนี้ทั้งหมดที่รวมทั้งการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือหนี้บัตรเครดิต ไม่ควรเกิน 20,000 บาท นอกจากนี้ คุณยังต้องมีเงินออมสำหรับเป็นเงินดาวน์ และควรมีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่าย เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การตกงาน หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินทางการแพทย์ การเลือกบ้านที่มีราคาเหมาะสม การเลือกบ้านที่มีราคาเหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้เป็นส่วนสำคัญของการกู้ซื้อบ้าน สถาบันการเงินจะประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ก่อนอนุมัติวงเงิน โดยมีหลักการประเมินคร่าวๆ ดังนี้: กรณีไม่มีภาระหนี้: วงเงินกู้มักอยู่ที่ประมาณ 60 เท่าของรายได้ต่อเดือน เช่น หากมีรายได้ 45,000 [...]

2025/4/21 • 由 Homeday
หากคุณกำลังวางแผนซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม สิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือสถานะเครดิตบูโรของคุณ เพราะนี่คือปัจจัยสำคัญที่สถาบันการเงินใช้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับเครดิตบูโร ตั้งแต่ความหมาย ความสำคัญ วิธีตรวจสอบ ไปจนถึงเคล็ดลับในการรักษาและแก้ไขสถานะให้กลับมาปกติ เพื่อเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อบ้านของคุณ เครดิตบูโรคืออะไร? ทำไมจึงสำคัญต่อการขอสินเชื่อบ้าน? เครดิตบูโร (Credit Bureau) คือ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติจำกัด ซึ่งเป็นสถาบันที่มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลสินเชื่อและประวัติการชำระหนี้ทุกประเภทของบุคคล ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาวิเคราะห์และกำหนดเป็นสถานะเครดิตบูโร ซึ่งสามารถบ่งบอกถึงพฤติกรรมการชำระหนี้ในอดีตและภาระหนี้สินในปัจจุบันของแต่ละบุคคล เมื่อคุณยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน คอนโด รถยนต์ หรือแม้แต่การสมัครบัตรเครดิต สถาบันการเงินจะตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรของคุณเพื่อประเมินความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อ หากคุณมีประวัติการชำระเงินที่ดี มีวินัยทางการเงิน ก็จะเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น โดยทั่วไปข้อมูลเครดิตจะถูกเก็บรักษาไว้ในระบบเครดิตบูโรเป็นระยะเวลา 3 ปี นับจากวันที่ปิดบัญชีสินเชื่อหรือชำระหนี้เสร็จสิ้น และจะถูกลบออกจากฐานข้อมูลโดยอัตโนมัติเมื่อครบกำหนด นั่นหมายความว่า แม้คุณจะเคยมีประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดีในอดีต แต่หลังจากปิดบัญชีและผ่านไป 3 ปี ประวัติที่ไม่ดีนั้นก็จะหายไปจากระบบ ตัวเลขสถานะบูโรหมายถึงอะไร? แต่ละเลขมีความสำคัญอย่างไร? เมื่อคุณตรวจสอบเครดิตบูโร คุณจะพบตัวเลขที่ระบุสถานะของบัญชีสินเชื่อแต่ละรายการ ซึ่งตัวเลขเหล่านี้มีความหมายที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้: 10 หรือ 010: สถานะปกติ ไม่มีหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน (สถานะที่ดีที่สุด) 11 หรือ [...]

2026/5/18 • 由 Homeday
ข่าวการต่ออายุมาตรการ LTV ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 ทำให้คนที่กำลังวางแผนซื้อบ้านในปี 2569 กลับมารู้สึกว่า “จังหวะนี้อาจเป็นโอกาส” อีกครั้ง เพราะการกู้ซื้อบ้านดูยืดหยุ่นขึ้น เงินก้อนแรกที่ต้องเตรียมอาจน้อยลง และบ้านที่เคยรู้สึกว่าไกลมืออาจขยับเข้ามาใกล้ขึ้น