Logo
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们
发布房源
发布房源
Homeday
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们收藏夹
HOMEDAY Logo

泰国排名第一的一站式房地产平台。轻松找到您的梦想家园、优质公寓或进行房产投资。

DBD Registered

主菜单

  • 首页
  • 买房
  • 租房
  • 新楼盘
  • 热门地段
  • 房产文章
  • 使用指南
  • 联系我们

房产类型

  • 公寓
  • 独栋别墅
  • 联排别墅
  • 土地

联系我们

  • 电话090-916-9993每天 9:00 - 18:00
  • Email[email protected]
  • 办公室159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    暖武里府 11110,泰国

热门搜索

素坤逸公寓轻轨公寓邦纳别墅便宜联排别墅考艾土地拉差达出租公寓暖武里二手房新公寓评测房屋贷款土地估价投资房产免费发布房产

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. 版权所有。

条款与条件隐私政策Sitemap
Add LINE Sticky

TOA ผนึกพลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่ Green Ecosystem

Homeday
27 สิงหาคม 2569
3 分钟阅读
分享:

แก้ไขล่าสุด 27/8/2569

TOA ผนึกพลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่ Green Ecosystem

相关文章

推荐项目

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
现房项目

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

25,900,000 泰铢起
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
新项目

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

1,990,000 泰铢起
Banner TOA

关键点总结

TOA ตอกย้ำบทบาทผู้นำอุตสาหกรรมสีและวัสดุก่อสร้างรักษ์โลก เปิดงาน TOA BETTER FUTURE TOGETHER ผนึกกำลังพันธมิตร Green Partner ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่ Green Ecosystem ยกระดับมาตรฐาน Sustainable Construction พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลาก EPD 33 รายการ และมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050

ท่ามกลางความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่กำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของภาคธุรกิจ การสร้างอาคารที่ “ดีต่อโลก” จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ต้องเริ่มตั้งแต่การมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือในการประเมินผลกระทบ เพื่อประกอบการตัดสินใจได้จริง TOA จึงมุ่งสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการก่อสร้างอย่างรับผิดชอบ และสร้างมาตรฐานใหม่ที่ตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

บรรยากาศงาน TOA BETTER FUTURE TOGETHER

บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ตอกย้ำบทบาทผู้นำอุตสาหกรรมสีและวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกของไทย เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ผนึกกำลังพันธมิตร Green Partner ยกระดับแนวคิด Sustainability จาก “เป้าหมายขององค์กร” สู่ “พลังความร่วมมือของทั้งอุตสาหกรรม” ผ่านงาน “TOA BETTER FUTURE TOGETHER” เวทีที่เปิดโอกาสให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของโครงการอาคาร โรงพยาบาล ศูนย์การค้า ตลอดจนกลุ่มบริหารนิติบุคคลอาคารชุด ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง และกำหนดทิศทางการพัฒนาอาคารที่ตอบโจทย์ทั้งธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่มีข้อมูลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อยกระดับมาตรฐาน Green Building และสร้างระบบนิเวศการก่อสร้างที่เติบโตไปพร้อมกับโลกอย่างยั่งยืน

การจัดงาน “TOA BETTER FUTURE TOGETHER” สะท้อนแนวคิดสำคัญของ TOA ว่า “ความยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากคนใดคนหนึ่ง” แต่ต้องอาศัยการผนึกกำลังของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สถาปนิก วิศวกร ผู้รับเหมา ไปจนถึงผู้บริโภค เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศด้านการก่อสร้างที่ให้ความสำคัญกับผลกระทบตลอดวงจรชีวิตของอาคาร และนำไปสู่การเติบโตของอุตสาหกรรมไทยอย่างสมดุลในอนาคต โดยได้รับเกียรติจาก คุณประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกกิตติมศักดิ์และที่ปรึกษาสมาคมอาคารชุดไทย คุณสมนึก ตันฑเทอดธรรม อุปนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร คุณอรรณนิตย์ อุตสาหะ นายกสมาคมผู้บริหารงานวิศวกรรมในโรงแรมและอาคารพาณิชย์ และ ดร.เชษฐ์ ตั้งทรงจิตรากุล นายกสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย มาร่วมงานด้วย

นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การสร้างอาคารที่ดีในบริบทของโลกยุคใหม่ ไม่ได้วัดจากความสวยงาม ความแข็งแรง หรือประสิทธิภาพในการใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การออกแบบ การเลือกวัสดุ กระบวนการก่อสร้าง ไปจนถึงการใช้งานตลอดอายุของอาคาร

“สำหรับทีโอเอ เรากำหนดให้ Sustainability Commitment เป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักขององค์กร และเดินหน้าภายใต้ นโยบาย GREEN MISSION ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลด Carbon Footprint ในกระบวนการผลิต การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการทรัพยากร ตลอดจนการทำงานร่วมกับคู่ค้าและพันธมิตรใน Value Chain โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050”

นายจตุภัทร์กล่าวเพิ่มเติมว่า TOA ต้องการก้าวไปไกลกว่าบทบาทของผู้ผลิตสีและวัสดุก่อสร้าง สู่การเป็น Partner ที่ช่วยสนับสนุน คู่ค้าและทุกภาคส่วนให้สามารถพัฒนาโครงการที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะอนาคตของอุตสาหกรรมก่อสร้างจะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือทุกภาคส่วน และทุกฝ่ายใน Value Chain

TOA ผนึกกำลังพันธมิตร Green Partner

“TOA BETTER FUTURE TOGETHER เป็นก้าวเริ่มต้นสำคัญที่เราอยากชวนพันธมิตรทุกภาคส่วนมาร่วมกันสร้างอนาคตของอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ที่ดีกว่า เราหวังว่างานนี้จะนำไปสู่การสร้างความร่วมมือ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และที่สำคัญคือการนำ Sustainability ไปสู่การปฏิบัติจริงในโครงการต่างๆ เพราะการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายจะเกิดขึ้นได้ เมื่อทุกคนใน Value Chain เดินหน้าไปด้วยกัน”

เปิดมุมมองอนาคตการก่อสร้างไทย จาก Green สู่ Net Zero และ Nature Positive

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน คือการบรรยายพิเศษหัวข้อ “Future Trends in Sustainable Construction and Better Living” โดย ดร.เบญจมาส โชติทอง ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการและแผนงาน กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการบริหาร สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ถ่ายทอดมุมมองต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลก และแนวโน้มสำคัญที่ภาคธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ และอุตสาหกรรมก่อสร้างต้องเตรียมพร้อมรับมือ

ดร.เบญจมาส กล่าวถึงความร่วมมือระหว่าง TEI และ TOA ที่มีมาอย่างยาวนานเกือบ 30 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2540 ซึ่ง TOA ได้รับการรับรองฉลากเขียว จาก TEI เป็นครั้งแรก และยังคงเป็นพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการยกระดับมาตรฐานและการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย TEI มีบทบาทในการพัฒนามาตรฐานและให้การรับรองฉลากสิ่งแวดล้อม รวมถึงฉลากเขียว และ EPD ตลอดจนการประเมิน Carbon Footprint เพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจมีข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมที่น่าเชื่อถือสำหรับใช้ประกอบการตัดสินใจ

สำหรับทิศทางสิ่งแวดล้อมโลก ดร.เบญจมาส ชี้ว่า ภาคธุรกิจต้องเตรียมรับมือกับ 3 วิกฤตสำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และปัญหามลพิษ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาเมือง โดยเฉพาะภาคก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบตั้งแต่การออกแบบ การเลือกวัสดุ การใช้พลังงาน ไปจนถึงการรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เช่น คลื่นความร้อน ฝนตกหนัก และน้ำท่วม

งาน TOA BETTER FUTURE TOGETHER

ขณะเดียวกัน แนวคิดด้านความยั่งยืนกำลังพัฒนาจาก Zero Waste และ Net Zero ไปสู่ Nature Positive ซึ่งหมายถึงการดำเนินธุรกิจที่ไม่เพียงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ต้องสร้างผลกระทบเชิงบวกและฟื้นฟูคุณค่าของธรรมชาติ โดยองค์กรควรปรับเปลี่ยนทั้งระบบ เริ่มจาก “หลีกเลี่ยง ลด และปรับเปลี่ยน” การใช้ทรัพยากรตั้งแต่ต้นทาง ก่อนพิจารณาการรีไซเคิลหรือการแก้ปัญหาที่ปลายทาง

ในส่วนของภาคก่อสร้าง แนวคิด Sustainable Construction จึงต้องก้าวไปไกลกว่าความมั่นคง ความปลอดภัย และการประหยัดพลังงาน โดยต้องคำนึงถึงผลกระทบตลอดวงจรชีวิตของอาคาร ตั้งแต่การออกแบบและเลือกใช้วัสดุ การใช้ทรัพยากรและพลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไปจนถึงการออกแบบอาคารให้สามารถรองรับผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ และเอื้อต่อการอยู่อาศัยที่ปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ทั้งนี้ ดร.เบญจมาส มองว่า TOA และพันธมิตรในภาคธุรกิจมีศักยภาพสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง สู่การสร้างอาคาร ที่อยู่อาศัย และสิ่งปลูกสร้างที่ตอบโจทย์ทั้งสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และความยั่งยืนของสังคม พร้อมเดินหน้าจาก Green สู่ Net Zero และ Nature Positive เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ TEI ยังมีบทบาทสำคัญในการเป็น Think Tank ด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งการศึกษาและประเมินนโยบาย การพัฒนาเกณฑ์ ตลอดจนการส่งเสริมและสนับสนุนการรับรองฉลากเขียว และฉลากสิ่งแวดล้อม รวมถึงการให้คำปรึกษาและประเมิน Carbon Footprint ของผลิตภัณฑ์และองค์กร เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจมีข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมที่สามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างเป็นระบบ

TOA เดินหน้าจาก Green Product สู่ Green Partner สร้าง Green Ecosystem ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย

TOA Green Ecosystem

ภายในงาน TOA ยังถ่ายทอดแนวทางการขับเคลื่อนภายใต้หัวข้อ “TOA: Leading the Way Towards a Greener Future” โดย นายนพคุณ ปัญญาเสริมสุข Head of Marketing บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สะท้อนทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมของ TOA ที่มุ่งตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG ควบคู่กับการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลด Carbon Footprint และการเพิ่มทางเลือกด้านวัสดุก่อสร้างที่ตอบรับกับมาตรฐานอาคารเขียวและความต้องการของตลาดยุคใหม่

หนึ่งในความก้าวหน้าที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นดังกล่าว คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลาก Environmental Product Declaration (EPD) จำนวน 33 รายการ ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์ในระบบงานสีอย่างหลากหลาย ทั้งสีทาอาคาร สีทาโลหะ และสีทาฝ้า รวมถึงครอบคลุมทุกขนาดบรรจุของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง ทำให้ TOA มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ EPD ในระบบงานสีครอบคลุมมากกว่าแบรนด์อื่นๆ ในตลาด ทั้งในด้านประเภทการใช้งานและทางเลือกของขนาดบรรจุ ความครอบคลุมดังกล่าวถือเป็นจุดเด่นสำคัญของ TOA ขณะที่ความครบถ้วนของขนาดบรรจุยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการเลือกใช้วัสดุให้สอดคล้องกับความต้องการของโครงการได้มากยิ่งขึ้น

โดยฉลาก EPD เป็นการเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ โดยอ้างอิงผลการประเมินผลกระทบตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ หรือ Life Cycle Assessment (LCA) ทำให้ผู้เกี่ยวข้องในโครงการสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกวัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ กำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง

โดยเฉพาะในยุคที่ Developer และ Owner ต้องรับมือกับความคาดหวังที่สูงขึ้นจากผู้บริโภค นักลงทุน ตลอดจนมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนที่เข้มข้นขึ้น EPD จึงไม่ได้เป็นเพียง “ฉลาก” แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การเลือกใช้วัสดุสามารถขยับจากการพิจารณาเพียงคุณสมบัติและราคา ไปสู่การตัดสินใจบนพื้นฐานของ Environmental Data และสนับสนุนแนวทาง Green Procurement รวมถึงการพัฒนา Green Building ให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน TOA ยังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับฉลากเขียวต่อเนื่องมากกว่า 25 ปี และผ่านการรับรองจาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ครอบคลุมทั้งฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) จำนวน 313 รายการ และฉลากลดโลกร้อน (CFR) จำนวน 131 รายการ สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ พร้อมเดินหน้าลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ

กิจกรรมภายในงาน TOA BETTER FUTURE TOGETHER

อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของ “TOA BETTER FUTURE TOGETHER” ไม่ได้อยู่เพียงการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม แต่คือการสร้าง “Green Ecosystem” ที่เชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่คุณค่าเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ Owner, Developer, Architect, Designer, Purchaser, Contractor, Real Estate Project Owner, Property Management Company ไปจนถึง Manufacturer และ Supplier เพราะทุกการตัดสินใจ ตั้งแต่การออกแบบ การกำหนด Material Specification การจัดซื้อ ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุและ Supplier ล้วนมีส่วนกำหนด Environmental Footprint ของโครงการในท้ายที่สุด

แนวคิดดังกล่าวจึงสะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของ TOA จากการเป็นผู้พัฒนา “Green Product” สู่การเป็น “Green Partner” ที่พร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตร เพื่อสนับสนุนให้ความยั่งยืนเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นทางของโครงการ และสามารถต่อยอดไปสู่การบริหารจัดการอาคารและการใช้ชีวิตของผู้คนในระยะยาว

เพราะ “อาคารแห่งอนาคต” ไม่ควรเป็นเพียงพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยหรือประกอบกิจกรรมทางธุรกิจ แต่ควรเป็นพื้นที่ที่สร้าง Better Living ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเมืองและสังคมที่สามารถเติบโตได้อย่างสมดุล

TOA BETTER FUTURE TOGETHER จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ TOA ในการนำจุดแข็งด้านผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และเครือข่ายพันธมิตร มาร่วมสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยให้สามารถก้าวสู่ Green Building และ Low-Carbon Future ได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเปลี่ยน “ความตั้งใจด้าน Sustainability” ให้กลายเป็น “การลงมือทำจริง” ตลอดทั้ง Value Chain

เพราะ “Better Future” ไม่สามารถสร้างได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เกิดขึ้นได้เมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกัน และก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน

常见问题 (FAQ)

TOA BETTER FUTURE TOGETHER คืออะไร?

เป็นเวทีที่ TOA จัดขึ้นเพื่อผนึกกำลังพันธมิตร Green Partner ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่ Green Ecosystem และยกระดับมาตรฐาน Sustainable Construction

TOA มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลาก EPD จำนวนเท่าใด?

TOA มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลาก Environmental Product Declaration (EPD) จำนวน 33 รายการ ครอบคลุมระบบงานสีอย่างหลากหลาย

TOA ตั้งเป้าหมาย Net Zero ภายในปีใด?

TOA ตั้งเป้าหมายระยะยาวในการมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050

相关主题:
#ข่าวสาร
#Green Ecosystem
#EPD
#Sustainable Construction
#Green Building
#TOA
#Net-Zero

喜欢这篇文章吗?分享它!

分享:

-

满分 5

评论与评分

(0 条评论)

暂无评论。成为第一个评论本文的人!

HOMEDAY
สมาร์ท คอนโด พระราม 2 (Smart Condo Rama 2)
คอนโด
现房项目

สมาร์ท คอนโด พระราม 2 (Smart Condo Rama 2)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เขตบางขุนเทียน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ สมาร์ท คอนโด พระราม 2 (Smart Condo Rama 2) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น จำนวน 8 อาคาร พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิดการออกแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ มุ่งเน้นความสะดวกสบาย ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ และการเดินทางที่เชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทาง ตัวโครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 22 ไร่ มีจำนวนยูนิตพักอาศัยประมาณ 2,062 ยูนิต นำเสนอรูปแบบห้องพักแบบ Studio และ 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่ประมาณ 24.00 - 28.50 ตารางเมตร โดดเด่นด้วยการออกแบบห้องพักให้มีฟังก์ชันที่ลงตัว แบ่งสัดส่วนชัดเจน พร้อมการตกแต่งแบบ Fully Furnished หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้ทันที ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยเองและการลงทุน ทำเลที่ตั้งของโครงการมีความโดดเด่นด้านการเชื่อมต่อการเดินทาง สามารถเข้า-ออกได้สะดวกสบายจากถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล เชื่อมต่อถนนพระราม 2, ถนนเอกชัย และถนนกาญจนาภิเษกได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังอยู่ไม่ไกลจากทางพิเศษเฉลิมมหานคร และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ช่วยให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองหรือออกนอกเมืองเป็นไปได้อย่างคล่องตัว สภาพแวดล้อมโดยรอบรายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ เซ็นทรัล พระราม 2, บิ๊กซี พระราม 2, โลตัส พระราม 2 และโฮมโปร พระราม 2 รวมถึงใกล้สถานพยาบาลชั้นนำ เช่น โรงพยาบาลนครธน, โรงพยาบาลบางมด และโรงพยาบาลพระราม 2 ช่วยรองรับการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ พื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนอย่างเต็มรูปแบบ ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ขนาดใหญ่, สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), ห้องซาวน่า, สวนสาธารณะส่วนกลางและพื้นที่สีเขียวรอบโครงการ รวมถึงโซนพลาซ่าร้านค้าภายในโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารแบบ Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ พร้อมมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง โดยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.16 ล้านบาท

1,160,000 泰铢起
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
现房项目

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

1,690,000 泰铢起
ข่าวสาร
HOMEDAY
查看全部
TOA จับมือมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ฟื้นฟูผืนป่า สร้างแหล่งดูดซับคาร์บอน สู่ Net Zero 2050
ข่าวสาร

TOA จับมือมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ฟื้นฟูผืนป่า สร้างแหล่งดูดซับคาร์บอน สู่ Net Zero 2050

TOA เดินหน้า Green Mission จับมือมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ฟื้นฟูผืนป่า 111 ชุมชน 5 จังหวัด สร้างแหล่งดูดซับคาร์บอน 6,000 ไร่ ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน สู่เป้าหมาย Net Zero 2050

2 นาที
TOA ครองแชมป์ No.1 Brand Thailand 14 ปีซ้อน ตอกย้ำแบรนด์สีอันดับ 1 ของไทย
ข่าวสาร

TOA ครองแชมป์ No.1 Brand Thailand 14 ปีซ้อน ตอกย้ำแบรนด์สีอันดับ 1 ของไทย

TOA คว้ารางวัล No.1 Brand Thailand 2026 ในกลุ่มสีทาอาคาร ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ตอกย้ำความเป็นแบรนด์สีอันดับหนึ่งของไทย พร้อมเดินหน้าสู่ผู้นำ Total Solutions for Living และ Green Ecosystem

2 นาที
TOA พร้อมสนับสนุนวิชาชีพช่างงานสี – เคมีภัณฑ์ ให้ผู้ก้าวพลาดสู่ผู้สร้างอาชีพได้จริง  พลังแห่งความร่วมมือ ในการตั้งต้นทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคม
ข่าวสาร

TOA พร้อมสนับสนุนวิชาชีพช่างงานสี – เคมีภัณฑ์ ให้ผู้ก้าวพลาดสู่ผู้สร้างอาชีพได้จริง พลังแห่งความร่วมมือ ในการตั้งต้นทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคม

บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมสี – วัสดุปกป้องพื้นผิว เคมีภัณฑ์และวัสดุก่อสร้างรักษ์โลก จับมือกับพันธมิตร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) และ BigTrees ร่วมจัด โครงการฝึกอาชีพ ‘วิชาชีพช่างงานสีและเคมีภัณฑ์’ เพื่อมอบโอกาสให้แก่ผู้ก้าวพลาดในเรือนจำที่ใกล้พ้นโทษได้เรียนรู้ทักษะอาชีพจริง สามารถนำไปใช้สร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหลังจากกลับคืนสู่สังคม         โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน โดยมีโรงเรียนตั้งต้นดี (Restart Academy) – โครงการของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้พ้นโทษในการพัฒนาทักษะชีวิตและอาชีพ ลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำ และมอบโอกาสให้ผู้เคยทำผิดได้กลับมาเป็นกำลังสำคัญของสังคม โดยได้รับการสนับสนุนจาก พราว เรียล เอสเตท ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญในการแนะนำโครงการ Restart Center และ BigTrees กลุ่มอนุรักษ์ “ต้นไม้ใหญ่” ในเมือง เพื่อร่วมมือกันเปิดพื้นที่สร้างโอกาสในการฝึกทักษะอาชีพแก่ผู้คนอย่างยั่งยืน  [...]

1 นาที
TOA คว้ารางวัลชนะเลิศ ‘Best Innovation Award’ จากงานสถาปนิก ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ด้วยนวัตกรรม TOA AQUA SHIELD สีเคลือบทับหน้ารวมรองพื้น สูตรน้ำ ปลอดภัย ดีต่อสิ่งแวดล้อม
ข่าวสาร

TOA คว้ารางวัลชนะเลิศ ‘Best Innovation Award’ จากงานสถาปนิก ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ด้วยนวัตกรรม TOA AQUA SHIELD สีเคลือบทับหน้ารวมรองพื้น สูตรน้ำ ปลอดภัย ดีต่อสิ่งแวดล้อม

บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA  ตอกย้ำความสำเร็จ 2 ปีซ้อน กับรางวัลชนะเลิศ สุดยอดนวัตกรรมแห่งปี “Best Innovation Award 2022 –

1 นาที
查看全部
Homeday Tiktok
Homeday Tiktok
KAVE Playground
The Palm แจ้งวัฒนะ ราชพฤก 2