Logo
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们
发布房源
发布房源
Homeday
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们收藏夹
HOMEDAY Logo

泰国排名第一的一站式房地产平台。轻松找到您的梦想家园、优质公寓或进行房产投资。

DBD Registered

主菜单

  • 首页
  • 买房
  • 租房
  • 新楼盘
  • 热门地段
  • 房产文章
  • 使用指南
  • 联系我们

房产类型

  • 公寓
  • 独栋别墅
  • 联排别墅
  • 土地

联系我们

  • 电话090-916-9993每天 9:00 - 18:00
  • Email[email protected]
  • 办公室159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    暖武里府 11110,泰国

热门搜索

素坤逸公寓轻轨公寓邦纳别墅便宜联排别墅考艾土地拉差达出租公寓暖武里二手房新公寓评测房屋贷款土地估价投资房产免费发布房产

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. 版权所有。

条款与条件隐私政策Sitemap
Add LINE Sticky

ทำไมผักตระกูลกะหล่ำจึงมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด? 8 ชนิดที่ควรปลูกเองที่บ้าน

Homeday
21 พฤษภาคม 2568
3 分钟阅读
分享:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 21/5/2568

ทำไมผักตระกูลกะหล่ำจึงมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด? 8 ชนิดที่ควรปลูกเองที่บ้าน

相关文章

推荐项目

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
新项目

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

11,990,000 泰铢起
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
现房项目

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

25,900,000 泰铢起
มหกรรมบ้านและคอนโด
ผักตระกูลกะหล่ำเป็นกลุ่มพืชที่มีคุณประโยชน์มหาศาลต่อร่างกาย อุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยป้องกันโรคร้ายหลายชนิด โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ผักตระกูลนี้มีมากกว่า 3,000 ชนิดทั่วโลก มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์คล้ายคลึงกัน คือมีลำต้นเป็นแกนกลางและแตกกิ่งกับช่อดอกตรงยอดลำต้น ที่สำคัญคือนอกจากรสชาติอร่อยแล้ว ผักกลุ่มนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่ส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างมาก บทความนี้จะแนะนำให้คุณรู้จักผักตระกูลกะหล่ำที่มีประโยชน์ พร้อมวิธีการปลูกไว้รับประทานเองที่บ้านเพื่อสุขภาพที่ดีแบบยั่งยืน
Article Image

ประโยชน์ทางสุขภาพของผักตระกูลกะหล่ำที่อาจคุณไม่เคยรู้

ผักตระกูลกะหล่ำหรือ Cruciferous Vegetable อยู่ในวงศ์ Brassica มีสารอาหารสำคัญมากมายที่มอบประโยชน์ให้ร่างกายอย่างน่าทึ่ง ดังนี้
กลูโคซิโนเลต (Glucosinolates) เป็นสารสำคัญที่มีคุณสมบัติป้องกันโรคมะเร็งหลายชนิด ทั้งมะเร็งเต้านม มะเร็งตับอ่อน มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีการศึกษาพบว่า ผู้ที่รับประทานพืชตระกูลกะหล่ำเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง สามารถลดโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึง 66% เลยทีเดียว
นอกจากนี้ยังมีสารชัลโฟราเฟน อินโดล-3-คาร์บินอล และสารไอโซไธโอไซยาเนต ที่มีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเอนไซม์ที่กระตุ้นสารก่อมะเร็ง และดักจับสารก่อมะเร็งรวมถึงอนุมูลอิสระที่จะทำลายเซลล์ปกติ
ไฟเบอร์ (Fiber) ที่พบในผักกลุ่มนี้ช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน ปรับระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ รักษาระดับน้ำตาลในเลือด และยังช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย
วิตามินซี (Vitamin C) ที่อุดมในผักตระกูลกะหล่ำช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เร่งการสมานแผล บำรุงสายตาและผิวพรรณ เพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก และยังช่วยบรรเทาอาการไข้หวัดได้อีกด้วย
ผักตระกูลกะหล่ำยังมีวิตามินเค (Vitamin K) ที่ช่วยเรื่องการแข็งตัวของเลือดและบำรุงกระดูก รวมถึงวิตามินบี 9 หรือโฟเลต (Folate) ที่มีความสำคัญต่อการสร้างเซลล์เม็ดเลือด จำเป็นสำหรับหญิงตั้งครรภ์ และช่วยลดโอกาสเด็กพิการแต่กำเนิด
ประโยชน์อื่นๆ ของผักตระกูลกะหล่ำยังมีอีกมากมาย เช่น ช่วยทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร ป้องกันโรคกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการท้องผูก รักษาสมดุลของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน ช่วยกำจัดของเสียและสารพิษต่างๆ ออกจากร่างกาย รวมถึงช่วยให้ตับลดการขับฮอร์โมนความเครียดที่มีผลเสียต่อร่างกายอีกด้วย
Article Image

บรอกโคลี – ราชาแห่งผักตระกูลกะหล่ำที่ปลูกง่าย

บรอกโคลี (Broccoli) เป็นผักที่ได้รับความนิยมสูงในผักตระกูลกะหล่ำ อุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเอ วิตามินเค วิตามินบี 9 หรือกรดโฟลิก ซีลีเนียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส สารต้านอนุมูลอิสระ โปรตีน และไฟเบอร์ ช่วยในระบบย่อยอาหาร สร้างสมดุลน้ำตาลในร่างกาย ลดระดับคอเลสเตอรอล เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง
วิธีปลูกบรอกโคลีไม่ยากอย่างที่คิด เริ่มจากการเพาะเมล็ดในถาดเพาะหรือถุงเพาะ เมื่อต้นกล้ามีใบจริง 2-3 ใบ จึงย้ายลงแปลงหรือกระถางขนาดใหญ่ บรอกโคลีต้องการดินร่วนที่ระบายน้ำดี และแสงแดดเต็มวัน รดน้ำทุกวันหรือวันเว้นวัน แต่ระวังไม่ให้ดินแฉะเกินไป นอกจากนี้ บรอกโคลีเป็นพืชที่ต้องการปุ๋ยมาก หากปุ๋ยไม่เพียงพอจะทำให้เติบโตช้า สามารถเก็บเกี่ยวได้หลังปลูกประมาณ 70-90 วัน โดยตัดดอกตูมที่ยังไม่บาน
Article Image

กะหล่ำดอก – ความอร่อยที่ซ่อนอยู่ในดอกสีขาว

กะหล่ำดอก (Cauliflower) มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ประกอบด้วยวิตามินซี วิตามินเค วิตามินบี 6 โฟเลต โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก โปรตีน ไฟเบอร์ และสารต้านอนุมูลอิสระ ประโยชน์ที่สำคัญคือช่วยระบบย่อยอาหาร ป้องกันท้องผูก ป้องกันเซลล์มะเร็ง ลดความเสี่ยงโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคหลอดเลือดหัวใจ
การปลูกกะหล่ำดอกเริ่มจากการเพาะกล้า โดยหว่านเมล็ดลงแปลงเพาะหรือโรยเมล็ดเป็นแถว เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 30 วัน หรือมีใบจริง 3-4 ใบ จึงย้ายลงแปลงปลูก ระยะปลูกควรห่างกัน 40×60 เซนติเมตร เมื่อต้นกล้าตั้งตัวได้ ควรให้ปุ๋ยบำรุงต้นที่มีไนโตรเจนสูง และหลังจากย้ายปลูกได้ 40 วัน ให้ปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสสูงเพื่อบำรุงดอก
กะหล่ำดอกเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีการอุ้มน้ำและมีอินทรียวัตถุสูง ค่า pH ประมาณ 6-6.8 และชอบอุณหภูมิประมาณ 15-20 องศาเซลเซียส เมื่อดอกกะหล่ำเริ่มออก ควรห่อโดยใช้ใบคลุมเพื่อให้ดอกมีสีขาวนวลสวยงาม
Article Image

กะหล่ำปลี – ผักอเนกประสงค์ปลูกง่ายกินได้ทั้งปี

กะหล่ำปลี (Cabbage) เป็นผักที่คุ้นเคยและนิยมปลูกกันอย่างแพร่หลาย อุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเค แมกนีเซียม โฟเลต ที่ช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจ ป้องกันการอักเสบ ป้องกันโรคเบาหวาน ป้องกันโรคมะเร็ง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบย่อยอาหาร
จากข้อมูลโภชนาการ กะหล่ำปลี 75 กรัม มีพลังงานเพียง 17 กิโลแคลอรี่ แต่มีคาร์โบไฮเดรต 4 กรัม ไฟเบอร์ 1 กรัม โปรตีน 1 กรัม วิตามินซี 27 มิลลิกรัม วิตามินเค 81.5 ไมโครกรัม แมกนีเซียม 11 มิลลิกรัม และโฟเลต 22 ไมโครกรัม นอกจากนี้ยังมีแคลเซียม โพแทสเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระอีกหลายชนิด
การปลูกกะหล่ำปลีเริ่มจากการเตรียมดินเพาะเมล็ด ใส่ในถาดเพาะหรือถุงเพาะ หยอดเมล็ดลงในแต่ละหลุม กลบดิน และรดน้ำให้ชุ่ม เมื่อต้นกล้ามีใบอย่างน้อย 3 ใบ และสูงประมาณ 3-4 นิ้ว จึงย้ายลงแปลงหรือกระถางขนาดใหญ่ การย้ายต้นกล้าควรทำด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้รากเสียหาย กดดินรอบต้นให้แน่นและรดน้ำ ในช่วงแรกควรจำกัดการรับแสงโดยหาที่กรองแสงหรือทำร่มบังแดดไว้ 3-4 วัน
Article Image

กะหล่ำดาว – เพชรเม็ดเล็กแห่งผักตระกูลกะหล่ำ

กะหล่ำดาว (Brussels Sprouts) เป็นผักที่มีลักษณะพิเศษ คือ มีหัวขนาดเล็กคล้ายกะหล่ำปลีจิ๋ว แต่เกิดตามข้อของลำต้น อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี วิตามินเค โฟเลต แมงกานีส โอเมก้า 3 ไฟเบอร์ โปรตีน และสารต้านอนุมูลอิสระ มีแคลอรี่ต่ำ เหมาะสำหรับคนลดน้ำหนัก ช่วยบำรุงกระดูก เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก
กะหล่ำดาวเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นตั้งตรงสูงได้ถึง 1 เมตร ลักษณะหัวคล้ายกะหล่ำปลี แต่มีขนาดเล็กเพียง 1-2 นิ้ว ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ชอบความชื้นสูง อากาศเย็น ดินร่วนซุย และทนแดดแรงได้ดี การปลูกมีขั้นตอนคล้ายกับการปลูกผักตระกูลกะหล่ำชนิดอื่นๆ แต่ต้องเตรียมพื้นที่ให้เพียงพอเนื่องจากมีลำต้นสูง
Article Image

ผักเคล – ซุปเปอร์ฟู้ดที่ปลูกได้ในบ้านเรา

ผักเคล (Kale) ได้รับการยกย่องว่าเป็นซุปเปอร์ฟู้ดเนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินเค วิตามินบี 6 โพแทสเซียม ทองแดง แมงกานีส แคลเซียม แมกนีเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ ประโยชน์ของผักเคลมีมากมาย ทั้งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ดีต่อระบบย่อยอาหาร ลดคอเลสเตอรอล ทำให้กระดูกแข็งแรง ช่วยให้นอนหลับดี ต้านไวรัส ต้านการอักเสบ และต้านมะเร็ง
ที่น่าสนใจคือผักเคลไม่มีไขมัน มีแคลอรี่ต่ำ และคาร์โบไฮเดรตน้อย ทำให้เป็นอาหารยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
การปลูกผักเคลทำได้ไม่ยาก เริ่มจากการเลือกพื้นที่ที่มีแสงแดดเต็มวันหรือร่มเงาบางส่วน ดินควรมีค่า pH ประมาณ 6.0-7.0 เพาะเมล็ดลึกประมาณ 1/4 – 1/2 นิ้ว เมื่อต้นกล้าสูงประมาณ 2 นิ้ว ให้ถอนแยกให้ห่างกันประมาณ 12-18 นิ้ว รดน้ำสม่ำเสมอ แต่ไม่ให้แฉะเกินไป ข้อดีของผักเคลคือสามารถเก็บเกี่ยวใบล่างก่อน ปล่อยให้ใบบนเติบโตต่อไปได้ ทำให้เก็บกินได้ต่อเนื่อง
Article Image

กะหล่ำปลีใบย่น – รสชาติอ่อนนุ่มที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้จัก

กะหล่ำปลีใบย่น (Savoy Cabbage) เป็นกะหล่ำที่มีลักษณะพิเศษคือใบย่นและหยิกมากกว่ากะหล่ำปลีทั่วไป มีรสชาติอ่อนกว่า และไม่มีกลิ่นกำมะถันเมื่อปรุงสุก ที่พิเศษกว่านั้น กะหล่ำปลีใบย่นยังเป็นกะหล่ำที่ทนความหนาวเย็นได้ดีที่สุดในตระกูลกะหล่ำ
วิธีปลูกกะหล่ำปลีใบย่นเริ่มได้ดีในช่วงต้นฤดูหนาว โดยเพาะเมล็ด 4 สัปดาห์ก่อนฤดูหนาวหรือ 6-8 สัปดาห์ก่อนฤดูใบไม้ร่วง ปล่อยให้ต้นกล้าแข็งแรงก่อนย้ายปลูก ระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 2 ฟุต และระหว่างต้น 15-18 นิ้ว ต้องการแสงแดดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน ดินควรมีค่า pH ระหว่าง 6.5-6.8
เทคนิคสำคัญในการปลูกกะหล่ำปลีใบย่นคือ ควรคลุมดินด้วยปุ๋ยหมัก ใบไม้ หรือเปลือกไม้บดละเอียด เพื่อรักษาความชื้นและป้องกันวัชพืช รดน้ำประมาณ 1-1.5 นิ้วต่อสัปดาห์ และใส่ปุ๋ยเมื่อต้นเริ่มมีใบใหม่ และอีกครั้งเมื่อเริ่มห่อหัว
Article Image

กะหล่ำปลีม่วง – สีสันสวยงามพร้อมคุณค่าทางอาหารที่เหนือกว่า

กะหล่ำปลีม่วง (Red Cabbage) มีลักษณะคล้ายกะหล่ำปลีทั่วไป แต่มีสีม่วงอมแดงที่สวยงาม ซึ่งไม่เพียงแต่สวยงามเท่านั้น แต่สีม่วงนี้ยังบ่งบอกถึงปริมาณแอนโธไซยานินที่สูงกว่าในกะหล่ำปลีสีเขียว ทำให้มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่เข้มข้นมากขึ่น
กะหล่ำปลีม่วงอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินเค โฟเลต วิตามินบี 6 แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม แมงกานีส ฟอสฟอรัส และสังกะสี ทำให้เป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างยิ่ง
การปลูกกะหล่ำปลีม่วงมีวิธีเดียวกับกะหล่ำปลีทั่วไป แต่มีข้อสังเกตว่ากะหล่ำปลีม่วงจะชอบดินร่วนซุย มีความชื้นสูง น้ำไม่ท่วมขัง และต้องการแสงแดดเต็มวัน ระยะเวลาในการเจริญเติบโตจนเก็บเกี่ยวได้จะยาวกว่ากะหล่ำปลีสีเขียวเล็กน้อย
Article Image

กะหล่ำปม – ความแปลกใหม่ที่น่าลองปลูก

กะหล่ำปม หรือ โคห์ลราบี (Kohlrabi) เป็นผักที่หลายคนอาจไม่คุ้นเคย มีลักษณะพิเศษคือลำต้นส่วนบนจะพองออกเป็นทรงกลมคล้ายหัวผักกาด มีก้านเล็กและใบแตกยอดจากด้านบน ขอบใบหยัก ด้านในมีสีขาวอมเหลือง มีความแน่นและฉ่ำน้ำ
กะหล่ำปมเป็นแหล่งที่ดีของวิตามินซี วิตามินบี 6 โพแทสเซียม แมกนีเซียม แมงกานีส และโฟเลต มีไฟเบอร์สูง ช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและสุขภาพลำไส้ จากข้อมูลโภชนาการ กะหล่ำปม 135 กรัมให้พลังงานเพียง 36 แคลอรี่ แต่มีคาร์โบไฮเดรต 8 กรัม ไฟเบอร์ 5 กรัม โปรตีน 2 กรัม วิตามินซี 93% ของความต้องการต่อวัน วิตามินบี 6 12% และโพแทสเซียม 10%
การปลูกกะหล่ำปมขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ชอบอากาศเย็น แสงแดดจัดตลอดวัน และควรรดน้ำสม่ำเสมอทุกวัน วิธีการปลูกคล้ายกับผักตระกูลกะหล่ำอื่นๆ แต่ต้องระวังเรื่องการเว้นระยะปลูกให้เหมาะสมเพื่อให้หัวสามารถพัฒนาได้เต็มที่
Article Image

เคล็ดลับการปลูกผักตระกูลกะหล่ำให้ได้ผลผลิตดี

การปลูกผักตระกูลกะหล่ำให้ได้ผลผลิตดีนั้น มีเคล็ดลับสำคัญที่ควรทำความเข้าใจ ดังนี้
เลือกเมล็ดพันธุ์คุณภาพจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ไม่เก่าเก็บค้างนานปี และปราศจากการปนเปื้อนของเชื้อโรคหรือเชื้อรา เพราะเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด
เตรียมดินให้เหมาะสม ผักตระกูลกะหล่ำชอบดินร่วนซุย มีความอุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี และมีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ประมาณ 6-6.8 ควรผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงในดินเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุ
การเพาะต้นกล้าควรทำในถาดเพาะหรือแปลงเพาะที่มีดินเบา เมื่อต้นกล้ามีใบจริง 3-4 ใบ จึงย้ายลงปลูกในแปลงหรือกระถางที่เตรียมไว้ ระวังการกระทบกระเทือนรากในขณะย้ายต้นกล้า
ระยะปลูกที่เหมาะสมมีความสำคัญ ให้ระยะห่างระหว่างต้นที่เพียงพอเพื่อให้ต้นได้รับแสง อากาศถ่ายเท และลดการแพร่ระบาดของโรคและแมลง แต่ละชนิดอาจต้องการระยะห่างที่แตกต่างกัน
การให้น้ำต้องสม่ำเสมอ ผักตระกูลกะหล่ำต้องการน้ำอย่างเพียงพอ แต่ไม่ชอบน้ำท่วมขัง ควรรดน้ำตอนเช้าเพื่อให้ใบแห้งก่อนค่ำ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสเกิดโรครา
การใส่ปุ๋ยมีความสำคัญ ผักตระกูลกะหล่ำต้องการสารอาหารค่อนข้างมาก ควรใส่ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูงในช่วงแรกเพื่อบำรุงต้น และปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสสูงเมื่อใกล้ออกดอกหรือห่อหัว
สุดท้าย การป้องกันศัตรูพืชคือความท้าทายสำคัญ ผักตระกูลกะหล่ำมีศัตรูพืชหลายชนิด โดยเฉพาะหนอนเจาะและหนอนคืบกะหล่ำ ควรหมั่นตรวจสอบและป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ โดยใช้สารชีวภัณฑ์หากต้องการทำเกษตรอินทรีย์
Article Image

คุณค่าของการปลูกผักตระกูลกะหล่ำไว้กินเองที่บ้าน

การปลูกผักตระกูลกะหล่ำไว้รับประทานเองที่บ้านนั้นมีข้อดีมากมาย ทั้งได้ผักสดใหม่ที่ปลอดสารเคมี มีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว และยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย
ผักตระกูลกะหล่ำเป็นแหล่งสำคัญของสารอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะสารต้านมะเร็ง สารต้านอนุมูลอิสระ และสารเสริมภูมิคุ้มกัน การรับประทานเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญคือเมื่อปลูกเอง คุณจะมั่นใจได้ว่าผักของคุณปลอดสารเคมีและสดใหม่ ซึ่งหมายถึงมีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด
สำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด การปลูกในกระถางก็เป็นทางเลือกที่ดี ผักบางชนิดเช่น บรอกโคลี กะหล่ำดอก หรือผักเคล สามารถปลูกในกระถางขนาดกลางถึงใหญ่ได้ โดยเฉพาะผักเคลที่สามารถเก็บใบล่างกินได้ทีละใบ ทำให้เหมาะกับการปลูกในพื้นที่จำกัด
การปลูกผักตระกูลกะหล่ำไม่ยากอย่างที่คิด เพียงเข้าใจความต้องการพื้นฐานของพืชแต่ละชนิด ให้น้ำและปุ๋ยที่เหมาะสม ก็จะสามารถปลูกผักตระกูลกะหล่ำไว้รับประทานเองได้อย่างง่ายดาย สร้างทั้งความสุขและสุขภาพที่ดีให้กับชีวิต
#สาระ #ผักตระกูลกะหล่ำ #ประโยชน์ผักกะหล่ำ #ปลูกผักกินเอง #บรอกโคลี #กะหล่ำดอก #กะหล่ำปลี #ผักเคล #อาหารเพื่อสุขภาพ #ต้านมะเร็ง #วิธีปลูกผัก
相关主题:
#บรอกโคลี
#ประโยชน์ผักกะหล่ำ
#กะหล่ำดอก
#อาหารเพื่อสุขภาพ
#ปลูกผักกินเอง
#วิธีปลูกผัก
#ผักตระกูลกะหล่ำ
#กะหล่ำปลี
#ต้นไม้และสวน
#สาระ
#ผักเคล
#ต้านมะเร็ง

喜欢这篇文章吗?分享它!

分享:FacebookXLINE

-

满分 5

评论与评分

(0 条评论)

暂无评论。成为第一个评论本文的人!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
新项目

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

1,990,000 泰铢起
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
现房项目

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

1,690,000 泰铢起
ทั่วไป
HOMEDAY
查看全部
ผักกินใบมีประโยชน์อะไรบ้าง? เรียนรู้วิธีปลูก 9 ชนิดยอดฮิตได้ง่ายๆ ที่บ้าน
ทั่วไป

ผักกินใบมีประโยชน์อะไรบ้าง? เรียนรู้วิธีปลูก 9 ชนิดยอดฮิตได้ง่ายๆ ที่บ้าน

การเพิ่มผักใบเขียวในอาหารประจำวันถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการดูแลสุขภาพ นอกจากจะให้วิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์แล้ว ผักกินใบยังมีแคลอรี่ต่ำแต่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและใยอาหารที่ช่วยในระบบขับถ่าย หากคุณมีพื้นที่เพียงเล็กน้อย คุณสามารถปลูกผักกินใบหลากหลายชนิดได้ที่บ้าน ซึ่งนอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังมั่นใจได้ว่าปลอดสารเคมีอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับผักกินใบ 9 ชนิดยอดนิยม พร้อมวิธีปลูกและประโยชน์ต่อสุขภาพที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ผักกินใบคืออะไร? ทำความรู้จักให้มากขึ้น ผักกินใบ เป็นหนึ่งในประเภทของผักที่เรานิยมบริโภคส่วนของใบเป็นหลัก แตกต่างจากผักกินดอก ผักกินหัว หรือผักกินผล ผักประเภทนี้มีทั้งใบขนาดเล็กและใบขนาดใหญ่ โดยส่วนใหญ่มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วแต่มีอายุสั้น ใช้เวลาในการปลูกและเก็บเกี่ยวเพียงประมาณ 1-2 เดือนเท่านั้น ผักกินใบมักต้องการปุ๋ยที่มีไนโตรเจนเป็นหลักเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของส่วนใบ คุณสมบัติเด่นของผักกินใบคือมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน บำรุงสายตา และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ทำไมการทานผักใบเขียวจึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพ? การรับประทานผักใบเขียวเป็นประจำมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ จากการศึกษาพบว่าผู้ที่บริโภคผักใบเขียวทุกวันมีอัตราการเสื่อมของระบบสมองที่ช้ากว่าผู้ที่ไม่รับประทาน ผักใบเขียวอุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญหลายชนิด ได้แก่: วิตามินและแร่ธาตุ: ผักใบเขียวมีวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินเค และแร่ธาตุอย่างเช่น แคลเซียม โพแทสเซียม และเหล็ก ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย สารต้านอนุมูลอิสระ: ผักใบเขียวมีสารเบต้าแคโรทีน ลูทีน และซีแซนทีน ช่วยชะลอวัย และลดการเกิดริ้วรอย ใยอาหาร: ช่วยในระบบขับถ่าย ป้องกันอาการท้องผูก และช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด [...]

3 นาที
จะปลูกโหระพาอย่างไรให้โตเร็วและให้ผลดี? คู่มือครบครันจากการเตรียมดินถึงการเก็บเกี่ยว
ทั่วไป

จะปลูกโหระพาอย่างไรให้โตเร็วและให้ผลดี? คู่มือครบครันจากการเตรียมดินถึงการเก็บเกี่ยว

โหระพาเป็นหนึ่งในผักสวนครัวยอดนิยมที่ควรมีไว้ในทุกบ้าน เนื่องจากใช้ปรุงอาหารไทยได้หลากหลาย มีกลิ่นหอม และยังอุดมไปด้วยสรรพคุณทางยาสมุนไพร การปลูกโหระพาให้ประสบความสำเร็จต้องเข้าใจเทคนิคการปลูกที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะกล้า ไปจนถึงการป้องกันโรคและแมลงศัตรู บทความนี้จะนำเสนอวิธีการปลูกโหระพาแบบครบครันที่จะช่วยให้คุณได้โหระพาที่สด อร่อย และปลอดภัย โหระพาคืออะไร และมีลักษณะพิเศษอย่างไร? โหระพามีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ocimum basilicum L. จัดอยู่ในวงศ์ Labiatae เป็นวงศ์เดียวกับกะเพราและแมงลัก มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกาและเอเชีย ชื่อภาษาอังกฤษคือ Basil, Sweet Basil และ Thai Basil ซึ่งคำว่า Basil มาจากภาษากรีก Basileus แปลว่า ราชา หรือ ผู้นำของประชาชน ในภาษาไทยยังมีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ เช่น ห่อกวยซวย ห่อวอซุ และอิ่มคิมขาว โหระพาเป็นพืชล้มลุกอายุสั้น สูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร ลำต้นมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก แตกกิ่งก้านเป็นสีม่วงอมแดงพร้อมขนอ่อนๆ ใบมีรูปไข่ สีเขียวเข้ม กว้างประมาณ 3-4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 6 เซนติเมตร [...]

2 นาที
ปลูกผักสลัดที่บ้านง่ายๆ ไม่ต้องใช้จอบเสียม ทำอย่างไรแม้พื้นที่จำกัด?
ทั่วไป

ปลูกผักสลัดที่บ้านง่ายๆ ไม่ต้องใช้จอบเสียม ทำอย่างไรแม้พื้นที่จำกัด?

การปลูกผักสลัดที่บ้านเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการรับประทานผักปลอดสารพิษและสดใหม่ แม้จะมีพื้นที่จำกัดหรือไม่ถนัดในการใช้อุปกรณ์การเกษตรแบบดั้งเดิม เช่น จอบหรือเสียม ก็สามารถปลูกผักสลัดได้ง่ายๆ ด้วยวิธีการที่เหมาะสม บทความนี้จะแนะนำวิธีการปลูกผักสลัดที่บ้านแบบง่ายๆ ทั้งระบบไฮโดรโปนิกส์และการปลูกในดิน เพื่อให้คุณได้ผักสลัดออร์แกนิกสดใหม่ไว้รับประทานเองที่บ้าน ขอบคุณภาพจาก : EY – Gardening วิธีปลูกผักสลัดแบบไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟม การปลูกผักสลัดแบบไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟมเป็นวิธีที่ง่ายและประหยัด เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรือไม่ต้องการยุ่งยากกับการเตรียมดิน กล่องโฟมที่ใช้แล้วสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้โดยไม่ต้องซื้อใหม่ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อุปกรณ์ที่ต้องใช้ กล่องโฟมพร้อมฝาปิด (สามารถขอจากซูเปอร์มาร์เก็ตที่มักทิ้งกล่องเหล่านี้) มีดคัตเตอร์หรือเลื่อยบางๆ สำหรับตัดรูบนฝากล่องโฟม ถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ กระถางสำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์หรือกระถางที่มีรูระบายน้ำดี สารละลายธาตุอาหารสำหรับไฮโดรโปนิกส์ (ปุ๋ย A และ B) วัสดุปลูกไฮโดรโปนิกส์ เช่น เพอร์ไลท์หรือเวอร์มิคูไลท์ เมล็ดผักสลัด ขั้นตอนการทำ เตรียมกล่องโฟมโดยล้างให้สะอาด ถ้ามีแกนโฟมอยู่ข้างในให้ใช้มีดคัตเตอร์กรีดออกให้หมด ตัดรูบนฝากล่องโฟมตามขนาดของกระถาง โดยใช้ก้นกระถางเป็นแนวในการตัด ควรตัดรูให้เล็กกว่าขนาดกระถางเล็กน้อยเพื่อให้กระถางพอดีกับรู ผสมสารละลายธาตุอาหาร A และ B ตามสัดส่วนที่แนะนำบนฉลาก โดยทั่วไปจะใช้ประมาณ 5 ซีซีต่อน้ำ 1 ลิตร เพาะเมล็ดผักสลัดในฟองน้ำหรือวัสดุปลูกที่เตรียมไว้ รอให้งอกประมาณ 2-3 วัน [...]

2 นาที
ไข่ผำเลี้ยงอย่างไร ให้ได้ซูเปอร์ฟู้ดจิ๋วโปรตีนสูงไว้กินเองที่บ้าน?
ทั่วไป

ไข่ผำเลี้ยงอย่างไร ให้ได้ซูเปอร์ฟู้ดจิ๋วโปรตีนสูงไว้กินเองที่บ้าน?

ไข่ผำ หรือที่เรียกอีกชื่อว่า ผำ ไข่น้ำ ไข่แหน เป็นพืชน้ำขนาดเล็กที่ได้รับการยกให้เป็นซูเปอร์ฟู้ดของไทยและกำลังเป็นที่รู้จักในระดับโลก ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่สูงมาก โดยเฉพาะปริมาณโปรตีนถึง 40% ของน้ำหนักแห้ง วิตามินและแร่ธาตุหลากหลาย ทำให้หลายคนสนใจที่จะเลี้ยงไข่ผำไว้บริโภคเอง หรือเพื่อการจำหน่าย แต่จะเลี้ยงอย่างไรให้ได้ผลดี? บทความนี้จะพาคุณไปเรียนรู้วิธีการเลี้ยงไข่ผำอย่างมืออาชีพ พร้อมทั้งประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการที่คุณอาจยังไม่รู้ ขอบคุณภาพจาก : สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน “กรีนคาเวียร์” ไข่ผำคืออะไร ทำไมถึงเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่น่าสนใจ? ไข่ผำ (Wolffia arrhiza (L.) Wimm.) เป็นพืชน้ำขนาดเล็กที่สุดในโลกในวงศ์ Lemnaceae มีลักษณะเป็นเม็ดสีเขียวกลมหรือเกือบกลม เส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 0.5-1.5 มิลลิเมตร ไม่มีราก ไม่มีใบ โดยภายในเซลล์มีอากาศแทรกคล้ายฟองน้ำซึ่งช่วยให้ลอยน้ำได้ มักพบตามหนอง บึง หรือแหล่งน้ำนิ่งทั่วไป โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคอีสานของไทย ไข่ผำได้รับฉายาว่า “กรีนคาเวียร์” (Green Caviar) เพราะรูปร่างคล้ายไข่ปลาแต่มีสีเขียว และมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก ถือเป็นอาหารพื้นบ้านที่มีมาแต่โบราณ แต่ปัจจุบันได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในฐานะซูเปอร์ฟู้ดเพราะคุณค่าทางโภชนาการที่โดดเด่น คุณค่าทางโภชนาการของไข่ผำ ทำไมถึงได้จัดเป็นซูเปอร์ฟู้ด? ไข่ผำ 100 กรัม มีคุณค่าทางโภชนาการที่น่าทึ่งดังนี้: พลังงาน [...]

2 นาที
查看全部
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent