Logo
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们
发布房源
发布房源
Homeday
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们收藏夹
HOMEDAY Logo

泰国排名第一的一站式房地产平台。轻松找到您的梦想家园、优质公寓或进行房产投资。

DBD Registered

主菜单

  • 首页
  • 买房
  • 租房
  • 新楼盘
  • 热门地段
  • 房产文章
  • 使用指南
  • 联系我们

房产类型

  • 公寓
  • 独栋别墅
  • 联排别墅
  • 土地

联系我们

  • 电话090-916-9993每天 9:00 - 18:00
  • Email[email protected]
  • 办公室159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    暖武里府 11110,泰国

热门搜索

素坤逸公寓轻轨公寓邦纳别墅便宜联排别墅考艾土地拉差达出租公寓暖武里二手房新公寓评测房屋贷款土地估价投资房产免费发布房产

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. 版权所有。

条款与条件隐私政策Sitemap
Add LINE Sticky

การผ่อนบ้านให้หมดเร็วทำอย่างไร? วิธีลดต้นลดดอกและจบหนี้ก่อนกำหนด

Homeday
26 เมษายน 2568
3 分钟阅读
分享:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 26/4/2568

การผ่อนบ้านให้หมดเร็วทำอย่างไร? วิธีลดต้นลดดอกและจบหนี้ก่อนกำหนด

相关文章

推荐项目

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
新项目

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

11,990,000 泰铢起
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
现房项目

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

25,900,000 泰铢起
มหกรรมบ้านและคอนโด
การมีบ้านเป็นของตัวเองเป็นความฝันของคนจำนวนมาก แต่การผ่อนบ้านมักกินระยะเวลายาวนานถึง 20-30 ปี ส่งผลให้เสียดอกเบี้ยมหาศาล บทความนี้จะมาแนะนำวิธีผ่อนบ้านให้หมดเร็วกว่ากำหนด เพื่อประหยัดดอกเบี้ยและสร้างอิสรภาพทางการเงินได้เร็วขึ้น พร้อมทั้งคำแนะนำในการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจผ่อนบ้าน เพื่อให้คุณสามารถบริหารจัดการหนี้บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เป็นภาระมากเกินไป
Article Image

ทำไมการผ่อนบ้านให้หมดเร็วจึงสำคัญต่อสุขภาพทางการเงิน?

การผ่อนบ้านให้หมดเร็วกว่ากำหนดนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพทางการเงินในระยะยาว เนื่องจากสามารถช่วยลดภาระดอกเบี้ยจำนวนมหาศาลที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาเงินกู้ ยิ่งผ่อนนานเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งเสียดอกเบี้ยมากขึ้นเท่านั้น ตัวอย่างเช่น หากคุณกู้เงิน 3 ล้านบาท ผ่อน 30 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 4% ต่อปี คุณจะต้องจ่ายดอกเบี้ยรวมกว่า 2.1 ล้านบาทตลอดอายุสัญญา แต่หากคุณสามารถผ่อนให้หมดใน 15 ปี ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายจะลดลงเหลือเพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น
นอกจากนี้ การปลดภาระหนี้บ้านเร็วขึ้นยังช่วยให้คุณมีความยืดหยุ่นทางการเงินมากขึ้น ทำให้สามารถนำเงินก้อนนั้นไปลงทุนหรือเก็บออมเพื่ออนาคตได้ อีกทั้งยังช่วยลดความเครียดจากการมีหนี้สินระยะยาว และเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวน อัตราดอกเบี้ยอาจปรับตัวสูงขึ้นได้ตลอดเวลา การมีภาระหนี้น้อยลงจึงช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินได้อย่างมาก
การวางแผนการเงินเพื่อปิดหนี้บ้านเร็วขึ้นจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้คุณมีอิสรภาพทางการเงินได้เร็วกว่าที่คิด และจะทำให้คุณมีเงินเหลือเพื่อทำตามเป้าหมายทางการเงินอื่นๆ ในอนาคต เช่น การเกษียณอายุ การศึกษาของบุตร หรือการลงทุนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม
Article Image

ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนตัดสินใจผ่อนบ้าน?

ก่อนตัดสินใจผ่อนบ้าน สิ่งสำคัญที่สุดคือการประเมินสถานะทางการเงินของตัวเองอย่างรอบคอบ คุณควรเริ่มจากการสำรวจรายรับรายจ่ายให้ชัดเจน ตามหลักการวางแผนการเงินที่ดี ภาระหนี้ทั้งหมดไม่ควรเกิน 40% ของรายได้สุทธิ เช่น หากคุณมีรายได้สุทธิเดือนละ 50,000 บาท ภาระหนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือหนี้บัตรเครดิต ควรรวมกันแล้วไม่เกิน 20,000 บาทต่อเดือน
การเลือกบ้านที่มีราคาเหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยสถาบันการเงินจะประเมินความสามารถในการกู้ของคุณจากหลายปัจจัย เช่น รายได้ประจำ ภาระหนี้ปัจจุบัน และประวัติการชำระหนี้ โดยทั่วไป หากไม่มีภาระหนี้อื่น ธนาคารมักให้วงเงินกู้ขั้นต่ำประมาณ 60 เท่าของรายได้ต่อเดือน ตัวอย่างเช่น หากคุณมีรายได้ 45,000 บาทต่อเดือน คุณอาจได้รับวงเงินกู้ประมาณ 2.7 ล้านบาท
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือเงินดาวน์ การวางเงินดาวน์ในสัดส่วนที่เหมาะสมจะช่วยลดภาระในการผ่อนชำระและประหยัดดอกเบี้ยได้มาก แนะนำให้วางเงินดาวน์อย่างน้อย 20% ของราคาบ้าน แต่หากไม่สามารถทำได้ ก็ควรวางอย่างน้อย 5-10% ตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ คุณควรมีเงินสำรองอย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่ายประจำ เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
Article Image

อัตราส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) คืออะไร และสำคัญอย่างไร?

อัตราส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ หรือ Debt Service Ratio (DSR) คือสัดส่วนระหว่างภาระการผ่อนชำระหนี้ทั้งหมดต่อรายได้ของผู้กู้ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สถาบันการเงินใช้ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกหลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ที่บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567
แม้ว่า ธปท. จะไม่ได้กำหนดเพดานอัตราส่วน DSR ที่ชัดเจน แต่ได้กำหนดให้สถาบันการเงินต้องพิจารณาให้ลูกหนี้มีเงินเหลือจากการผ่อนภาระหนี้เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอาหาร ค่าเช่าบ้าน โดยสถาบันการเงินอาจกำหนดอัตราส่วน DSR หรืออัตราส่วนอื่นเป็นเกณฑ์ภายในของตนเองเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ
น่าสนใจว่า ธปท. ไม่ได้มีหลักเกณฑ์ที่ห้ามลูกหนี้นำญาติมาเป็นผู้กู้ร่วม ตรงกันข้าม ธปท. กลับส่งเสริมให้บุคคลที่มีความตั้งใจจะช่วยลูกหนี้ผ่อนชำระมาทำสัญญากู้ร่วม เพื่อให้สอดคล้องกับความรับผิดชอบตามจริงในการผ่อนชำระหนี้ ซึ่งช่วยให้ผู้กู้มีโอกาสได้รับวงเงินกู้ที่สูงขึ้นและมีภาระการผ่อนที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้
ดังนั้น การรักษาอัตราส่วน DSR ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม (ประมาณไม่เกิน 40-50% ของรายได้) จะช่วยให้คุณมีโอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อง่ายขึ้น และที่สำคัญคือช่วยป้องกันไม่ให้คุณมีภาระหนี้เกินตัวจนกระทบต่อคุณภาพชีวิต
Article Image

เงินดาวน์บ้านคืออะไร? และควรวางดาวน์เท่าไหร่?

เงินดาวน์บ้าน คือ เงินก้อนที่ผู้ซื้อต้องจ่ายให้กับเจ้าของบ้านหรือโครงการก่อนทำสัญญากู้สินเชื่อกับธนาคาร เพื่อเป็นหลักประกันและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขาย โดยทั่วไปเงินดาวน์จะอยู่ที่ 5-30% ของราคาบ้าน ซึ่งจะถูกนำไปหักกับมูลค่าบ้านทั้งหมด ทำให้ยอดกู้ลดลง ช่วยประหยัดดอกเบี้ย และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้รวดเร็วมากขึ้น
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเงินดาวน์ขั้นต่ำสำหรับที่อยู่อาศัยไว้ดังนี้:
สำหรับที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท:
• สัญญาที่ 1: กู้ได้เต็มมูลค่าหลักประกัน และกู้เพิ่มได้อีก 10% สำหรับค่าใช้จ่ายในการเข้าอยู่อาศัย เช่น เฟอร์นิเจอร์ การตกแต่งบ้าน • สัญญาที่ 2: ต้องวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ 10% หากผ่อนสัญญาที่ 1 มาแล้วมากกว่าหรือเท่ากับ 2 ปี และ 20% หากผ่อนสัญญาที่ 1 น้อยกว่า 2 ปี • สัญญาที่ 3 ขึ้นไป: ต้องวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ 30%
สำหรับที่อยู่อาศัยราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป:
• สัญญาที่ 1: ต้องวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ 10% • สัญญาที่ 2: ต้องวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ 20% • สัญญาที่ 3 ขึ้นไป: ต้องวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ 30%
การวางเงินดาวน์ในสัดส่วนที่สูงกว่าที่กำหนด เช่น 20-30% จะช่วยลดภาระการผ่อนชำระและประหยัดดอกเบี้ยได้มาก เนื่องจากยอดเงินกู้ลดลง ทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้ ยังเพิ่มโอกาสให้ได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าด้วย เนื่องจากความเสี่ยงของธนาคารลดลง
Article Image

มีวิธีไหนบ้างที่ช่วยให้ผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้น?

การผ่อนบ้านให้หมดเร็วขึ้นมีหลายวิธีที่สามารถทำได้ ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนี้:

1. ชำระเกินกว่ายอดที่กำหนดทุกงวด

วิธีนี้ช่วยลดเงินต้นได้เร็วขึ้น ส่งผลให้ดอกเบี้ยลดลงตามไปด้วย เพราะสินเชื่อบ้านส่วนใหญ่เป็นแบบลดต้นลดดอก คุณอาจเริ่มจากการเพิ่มยอดชำระ 10-20% ของค่างวดปกติ เช่น จากเดิมผ่อนเดือนละ 10,000 บาท อาจเพิ่มเป็น 12,000 บาท ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้อย่างน่าประหลาดใจ ทั้งนี้ อย่าลืมแจ้งธนาคารให้นำเงินส่วนที่เกินไปหักเงินต้น ไม่เช่นนั้นระบบอาจตัดเป็นการชำระล่วงหน้าแทน

2. ชำระเพิ่ม 1 งวดปีละครั้ง

เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้เป็นก้อนเสริมจากการทำงานพิเศษหรือได้รับโบนัสประจำปี โดยนำเงินก้อนนั้นมาชำระเพิ่มเท่ากับหนึ่งงวด เช่น จากปกติผ่อนเดือนละ 10,000 บาท เมื่อได้รับโบนัสอาจนำมาชำระเพิ่มอีก 10,000 บาท เสมือนการชำระล่วงหน้า 1 งวด ช่วยลดเงินต้น และย่นระยะเวลาชำระไป 1 เดือน

3. โปะเพิ่มในช่วงดอกเบี้ยต่ำ

ในช่วง 3-5 ปีแรกของการผ่อนบ้าน สถาบันการเงินมักให้โปรโมชันดอกเบี้ยคงที่ในอัตราต่ำ การโปะเงินในช่วงนี้จะช่วยลดเงินต้นได้มาก และมีผลต่อการลดดอกเบี้ยในระยะยาว เพราะเมื่อดอกเบี้ยปรับสูงขึ้นในปีถัดไป ฐานเงินต้นของคุณก็จะลดลงไปแล้ว

4. ชำระหนี้ให้ตรงเวลาเสมอ

การชำระหนี้ตรงเวลาไม่เพียงช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงค่าปรับและดอกเบี้ยผิดนัดชำระ แต่ยังช่วยสร้างประวัติเครดิตที่ดี ทำให้มีโอกาสได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ดีขึ้นเมื่อต้องการรีไฟแนนซ์หรือรีเทนชั่นในอนาคต ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดระยะเวลาการผ่อนได้

5. ปรับโครงสร้างหนี้ใหม่

หลังจากผ่อนบ้านไปได้ระยะหนึ่ง (ประมาณ 3 ปีขึ้นไป) คุณอาจพิจารณาปรับโครงสร้างหนี้ด้วยการรีไฟแนนซ์หรือรีเทนชั่น เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยลง ซึ่งจะช่วยให้คุณมีเงินเหลือมากขึ้นสำหรับโปะเงินต้น และลดระยะเวลาการผ่อนให้สั้นลง
จากการศึกษาพบว่า หากใช้วิธีผ่อนเพิ่ม 50% จากค่างวดปกติ อาจช่วยลดระยะเวลาผ่อนจาก 30 ปี เหลือเพียงประมาณ 14-15 ปีได้ หรือหากรีไฟแนนซ์ไปยังสถาบันการเงินที่ให้ดอกเบี้ยต่ำกว่าเดิม 2-3% จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ถึง 5-10 ปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงินและยอดเงินกู้คงเหลือ
Article Image

รีไฟแนนซ์และรีเทนชั่นต่างกันอย่างไร? แบบไหนช่วยประหยัดได้มากกว่ากัน?

รีไฟแนนซ์และรีเทนชั่นเป็นสองวิธีที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ยและย่นระยะเวลาการผ่อนบ้านให้สั้นลงได้ แต่มีความแตกต่างกันดังนี้:

รีไฟแนนซ์ (Refinance)

คือ การย้ายหนี้บ้านจากสถาบันการเงินเดิมไปยังสถาบันการเงินใหม่ที่เสนออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า พูดง่ายๆ คือการกู้เงินจากที่ใหม่เพื่อไปปิดหนี้ที่เก่า แล้วผ่อนชำระกับสถาบันการเงินใหม่แทน วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ผ่อนบ้านมาแล้วระยะหนึ่ง (ประมาณ 3-5 ปี) และพบว่าดอกเบี้ยเริ่มปรับตัวสูงขึ้น หรือมีสถาบันการเงินอื่นเสนออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า
ข้อดีของการรีไฟแนนซ์คือ มักได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่ามาก โดยเฉพาะในช่วง 3-5 ปีแรก ซึ่งสถาบันการเงินมักเสนอโปรโมชันดอกเบี้ยพิเศษเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ อย่างไรก็ตาม มีค่าใช้จ่ายที่ต้องพิจารณา เช่น ค่าประเมินหลักทรัพย์ ค่าจดจำนอง และค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนจากสถาบันการเงินเดิม ดังนั้น ควรรีไฟแนนซ์เมื่ออัตราดอกเบี้ยใหม่ต่ำกว่าเดิมอย่างน้อย 2-3% เพื่อให้คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

รีเทนชั่น (Retention)

คือ การขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินเดิมที่กู้อยู่ โดยไม่ต้องย้ายไปที่อื่น สามารถทำได้หลังจากผ่อนชำระมาแล้วประมาณ 3 ปี และมีประวัติการผ่อนชำระที่ดี ข้อดีของวิธีนี้คือ กระบวนการไม่ยุ่งยาก ใช้เอกสารน้อย และไม่มีค่าใช้จ่ายในการจดจำนองใหม่ เพียงแค่นำสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และสัญญาเงินกู้ไปติดต่อกับสถาบันการเงินเดิม
อย่างไรก็ตาม อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับจากการรีเทนชั่นมักจะลดลงไม่มากเท่ากับการรีไฟแนนซ์ และอาจมีค่าธรรมเนียมประมาณ 1-2% ของวงเงินกู้ แต่ก็ยังถือว่าคุ้มค่ากว่าการรีไฟแนนซ์ในกรณีที่ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยไม่มากนัก
เมื่อเปรียบเทียบทั้งสองวิธี รีไฟแนนซ์ มักจะช่วยประหยัดได้มากกว่าในระยะยาว หากได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่ามาก แต่มีค่าใช้จ่ายแรกเริ่มสูงและขั้นตอนยุ่งยาก ในขณะที่ รีเทนชั่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายมาก โดยยอมรับว่าอัตราดอกเบี้ยอาจจะลดลงไม่มากเท่ารีไฟแนนซ์
Article Image

ผ่อนบ้านไปกี่ปีถึงขายต่อได้ และต้องทำอย่างไรบ้าง?

หลายคนอาจสงสัยว่าหากต้องการขายบ้านที่กำลังผ่อนอยู่ จะต้องผ่อนไปนานแค่ไหนถึงจะขายได้ คำตอบคือ คุณสามารถขายบ้านได้ตั้งแต่วันที่คุณเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในบ้านหลังนั้น โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ผ่อนครบตามสัญญา แต่มีข้อควรคำนึงบางประการที่ต้องพิจารณา
สิ่งที่ควรรู้ก่อนขายบ้านที่ยังผ่อนไม่หมด คือ หากคุณมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่ถึง 1 ปีในวันที่โอนกรรมสิทธิ์ คุณจะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตรา 3.3% ของราคาขาย ดังนั้น หากไม่เร่งรีบ การถือครองบ้านอย่างน้อย 1 ปีจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้
ขั้นตอนการขายบ้านที่ยังผ่อนไม่หมดมีดังนี้:
1. หาผู้ซื้อ – คุณสามารถขายเองหรือผ่านนายหน้าก็ได้ การขายผ่านนายหน้าจะสะดวกกว่า แต่ต้องเสียค่านายหน้าประมาณ 3% ของราคาขาย 2. แจ้งธนาคารเพื่อไถ่ถอน – เมื่อได้ผู้ซื้อแล้ว ให้ติดต่อสถาบันการเงินที่คุณกำลังผ่อนบ้านอยู่ เพื่อขอทราบยอดหนี้คงเหลือและขั้นตอนการไถ่ถอนจำนอง ซึ่งจะประกอบด้วยเงินต้นคงเหลือ ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมการไถ่ถอน 3. ตกลงเรื่องการชำระเงิน – หากผู้ซื้อชำระด้วยเงินสด ก็จะนำเงินไปชำระให้ธนาคารโดยตรงในวันโอนกรรมสิทธิ์ แต่หากผู้ซื้อต้องการกู้ ธนาคารของผู้ซื้อจะเป็นผู้ออกแคชเชียร์เช็คเพื่อชำระหนี้ให้กับธนาคารของคุณ 4. นัดโอนกรรมสิทธิ์ – ในวันโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งผู้ขาย ผู้ซื้อ และตัวแทนจากสถาบันการเงินทั้งสองฝ่าย (กรณีผู้ซื้อกู้) จะต้องไปที่กรมที่ดินพร้อมกัน เพื่อทำการไถ่ถอนจำนองและโอนกรรมสิทธิ์ให้กับผู้ซื้อ 5. รับเงินส่วนต่าง – หลังจากหักยอดหนี้คงเหลือและค่าธรรมเนียมต่างๆ แล้ว คุณจะได้รับเงินส่วนต่าง ซึ่งคือกำไรจากการขายบ้าน
เวลาที่เหมาะสมในการขายบ้านเพื่อสร้างผลกำไรมักจะอยู่ที่ประมาณ 5-10 ปีหลังจากซื้อ เนื่องจากเป็นช่วงที่มูลค่าบ้านมักเพิ่มขึ้นตามสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในขณะที่ยอดหนี้คงเหลือลดลงไปพอสมควรแล้ว ทำให้มีกำไรจากการขายมากขึ้น

สรุป

การมีบ้านเป็นของตัวเองเป็นความฝันที่น่าภาคภูมิใจ แต่ภาระผ่อนบ้านระยะยาวก็เป็นสิ่งที่หลายคนต้องการลดให้สั้นลง การผ่อนบ้านให้หมดเร็วขึ้นไม่เพียงช่วยประหยัดดอกเบี้ยจำนวนมาก แต่ยังช่วยเพิ่มความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการชำระเกินทุกงวด การโปะเพิ่มเมื่อมีเงินก้อน การรีไฟแนนซ์หรือรีเทนชั่น ล้วนเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการลดระยะเวลาผ่อนบ้าน การวางแผนการเงินอย่างรอบคอบและมีวินัยในการชำระหนี้จะช่วยให้คุณสามารถปลดภาระหนี้บ้านได้เร็วขึ้น และมีเงินเหลือสำหรับการลงทุนหรือการใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นในชีวิต
#สาระ #การเงิน #วิธีผ่อนบ้านให้หมดเร็ว #ลดต้นลดดอก #รีไฟแนนซ์บ้าน #รีเทนชั่นบ้าน #เงินดาวน์บ้าน #อัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ #DSR #วางแผนการเงิน #ปลดหนี้บ้าน #ชำระหนี้ก่อนกำหนด
相关主题:
#ปลดหนี้บ้าน
#DSR
#การเงิน
#ลดต้นลดดอก
#วิธีผ่อนบ้านให้หมดเร็ว
#ชำระหนี้ก่อนกำหนด
#รีไฟแนนซ์บ้าน
#Mehome
#เงินดาวน์บ้าน
#อัตราส่วนหนี้ต่อรายได้
#มีบ้านต้องมีโฮม
#สาระ
#รีเทนชั่นบ้าน
#วางแผนการเงิน

免责声明: 本文仅为 Homeday 集团有限公司为 Homeday 网站提供一般信息而编写。本公司对内容不作任何承诺或保证,也不能证明其适用于任何特定目的。在法律允许的范围内,我们将尽最大努力确保本文中出现的信息在准备时是准确、可靠和完整的。此类信息不应立即用于财务、房地产投资或法律决策。读者不应依赖本文中的信息来替代能够分析您的具体事实和情况的受过训练的专业人员的建议。如果您选择将这些信息用于决策,本公司概不负责。

喜欢这篇文章吗?分享它!

分享:FacebookXLINE

-

满分 5

评论与评分

(0 条评论)

暂无评论。成为第一个评论本文的人!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
新项目

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

1,990,000 泰铢起
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
现房项目

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

1,690,000 泰铢起
ทั่วไป
HOMEDAY
查看全部
จะเตรียมตัวอย่างไรให้ได้รับการอนุมัติสินเชื่อบ้านวงเงินสูง? 8 เทคนิคที่คุณต้องรู้ก่อนยื่นกู้
ทั่วไป

จะเตรียมตัวอย่างไรให้ได้รับการอนุมัติสินเชื่อบ้านวงเงินสูง? 8 เทคนิคที่คุณต้องรู้ก่อนยื่นกู้

การเป็นเจ้าของบ้านเป็นความฝันของใครหลายคน แต่การเตรียมตัวเพื่อยื่นกู้สินเชื่อบ้านเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่เลือกบ้านที่ชอบและยื่นเรื่องขอกู้เท่านั้น บทความนี้รวบรวมเทคนิคสำคัญในการเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ พร้อมวิธีคำนวณวงเงินกู้ที่เหมาะสมกับรายได้ของคุณ เพื่อให้ได้รับการอนุมัติสินเชื่อบ้านอย่างราบรื่นและได้วงเงินสูงตามที่ต้องการ รู้ก่อนกู้: วิธีคำนวณวงเงินสินเชื่อบ้านที่เหมาะกับคุณ การประเมินความสามารถในการกู้ซื้อบ้านด้วยตัวเองเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ก่อนที่จะไปติดต่อสถาบันการเงิน ซึ่งช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้เหมาะสมและเลือกบ้านที่อยู่ในงบประมาณของตัวเอง มาดูวิธีคำนวณวงเงินกู้กันดังนี้ ขั้นตอนที่ 1: ประเมินรายได้ของตัวเอง รายได้เป็นปัจจัยหลักที่สถาบันการเงินใช้ในการพิจารณาวงเงินกู้สูงสุดที่คุณสามารถขอได้ โดยทั่วไปแล้ว สถาบันการเงินมักกำหนดให้ภาระผ่อนชำระต่อเดือนไม่ควรเกิน 40% ของรายได้สุทธิ ตัวอย่างการคำนวณ: หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน ค่างวดผ่อนบ้านสูงสุดที่คุณสามารถรับภาระได้คือ 30,000 × 40% = 12,000 บาทต่อเดือน ขั้นตอนที่ 2: นำภาระหนี้สินมาหักออก หากคุณมีภาระหนี้อื่นๆ อยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถหรือผ่อนสินค้าต่างๆ สถาบันการเงินจะนำภาระหนี้เหล่านี้มาหักออกจากรายได้ เพื่อประเมินความสามารถในการผ่อนชำระที่แท้จริง ตัวอย่างการคำนวณ: รายได้ 30,000 บาทต่อเดือน มีภาระผ่อนรถ 6,000 บาทต่อเดือน รายได้สุทธิหลังหักภาระหนี้ = 30,000 – 6,000 = 24,000 บาท [...]

3 นาที
จะยื่นกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย? 7 เทคนิคที่ทำให้คุณมีบ้านในฝันได้เร็วขึ้น
ทั่วไป

จะยื่นกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย? 7 เทคนิคที่ทำให้คุณมีบ้านในฝันได้เร็วขึ้น

การมีบ้านสักหลังเป็นความฝันของคนส่วนใหญ่ แต่หลายคนต้องพบกับความผิดหวังเมื่อยื่นขอสินเชื่อบ้านแล้วถูกปฏิเสธ การยื่นกู้ซื้อบ้านให้ผ่านไม่ใช่เรื่องยากเกินไป หากคุณเตรียมตัวให้พร้อมและวางแผนอย่างรอบคอบ บทความนี้จะแนะนำ 7 เทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้การยื่นกู้ซื้อบ้านของคุณผ่านฉลุย ทำให้คุณได้เป็นเจ้าของบ้านในฝันเร็วขึ้น เหตุใดคนส่วนใหญ่ถึงถูกปฏิเสธการกู้บ้าน? การที่ธนาคารปฏิเสธการยื่นกู้บ้านไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล มีปัจจัยหลายประการที่ทำให้ผู้กู้ไม่ผ่านการพิจารณา เช่น รายได้ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับราคาบ้าน มีภาระหนี้สินเดิมสูงเกินไป ประวัติทางการเงินไม่ดี เอกสารไม่ครบถ้วน หรือเลือกธนาคารที่ไม่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของตนเอง นอกจากนี้ อีกสาเหตุสำคัญคือการขาดการวางแผนทางการเงินที่ดี ทำให้ไม่มีเงินดาวน์เพียงพอ โดยทั่วไปธนาคารจะให้สินเชื่อประมาณ 80-90% ของราคาบ้าน ดังนั้นผู้กู้จะต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 10-20% ของราคาบ้าน ซึ่งหลายคนมักมองข้ามจุดนี้ จะประเมินความสามารถในการกู้ซื้อบ้านของตนเองได้อย่างไร? การประเมินความสามารถในการกู้ซื้อบ้านของตนเองเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้คุณเลือกบ้านที่ราคาเหมาะสมกับกำลังทรัพย์ของคุณ โดยทั่วไปธนาคารจะพิจารณาจากรายได้และภาระหนี้เป็นหลัก ซึ่งคุณสามารถคำนวณได้ดังนี้ กรณีไม่มีหนี้สินใดๆ: หากคุณไม่มีภาระหนี้เลย ความสามารถในการกู้จะคำนวณได้จากสูตร: รายได้ต่อเดือน x 60 = วงเงินกู้สูงสุดที่เป็นไปได้ เช่น หากคุณมีรายได้เดือนละ 30,000 บาท คุณอาจจะกู้ได้สูงสุดประมาณ 1,800,000 บาท กรณีมีหนี้สินอยู่แล้ว: หากคุณมีภาระหนี้อื่นๆ คุณต้องคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระดังนี้: รายได้ต่อเดือน x 30-40% = ความสามารถในการผ่อนชำระสูงสุดต่อเดือน [...]

2 นาที
เงินดาวน์บ้านคืออะไร? จำเป็นต้องจ่ายเท่าไหร่และมีวิธีวางแผนอย่างไร?
ทั่วไป

เงินดาวน์บ้านคืออะไร? จำเป็นต้องจ่ายเท่าไหร่และมีวิธีวางแผนอย่างไร?

เงินดาวน์บ้านเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัย เพราะเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า นอกจากจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยเงินกู้แล้ว ยังเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น บทความนี้จะอธิบายเรื่องเงินดาวน์บ้านให้เข้าใจตั้งแต่ความหมาย จำนวนเงินที่ต้องเตรียม รูปแบบการจ่ายดาวน์ ไปจนถึงวิธีแก้ปัญหาเมื่อวางเงินดาวน์แล้วกู้ไม่ผ่าน เงินดาวน์บ้านคืออะไร เงินดาวน์บ้าน คือ เงินก้อนที่ผู้ซื้อต้องจ่ายให้กับเจ้าของบ้านหรือโครงการก่อนทำสัญญากู้สินเชื่อกับธนาคาร เพื่อเป็นหลักประกันและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขาย โดยทั่วไปเงินดาวน์จะอยู่ที่ 5-30% ของราคาบ้าน เงินดาวน์นี้จะถูกนำไปหักออกจากมูลค่าบ้านทั้งหมด ทำให้ยอดเงินกู้ลดลง ช่วยลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย เงินดาวน์มีความแตกต่างกันตามสถานะของบ้าน ดังนี้: กรณีบ้านพร้อมอยู่ สำหรับบ้านที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งบ้านมือหนึ่งและบ้านมือสอง ผู้ซื้อต้องเตรียมวางเงินดาวน์เต็มจำนวนก่อนการเซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ จึงจะสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์ ปัจจุบันโครงการบ้านใหม่หลายแห่งมักมีโปรโมชันฟรีเงินดาวน์เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อด้วย กรณีบ้านยังสร้างไม่เสร็จ สำหรับบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะมีการทำสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างสองฝ่าย โดยโครงการส่วนใหญ่มักเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสามารถทยอยผ่อนดาวน์ได้ตามระยะเวลาที่ตกลงกัน รูปแบบการจ่ายเงินดาวน์บ้านมีกี่แบบ การจ่ายเงินดาวน์บ้านมีทั้งหมด 3 รูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินของผู้ซื้อที่แตกต่างกัน ดังนี้ จ่ายดาวน์บ้านแบบครั้งเดียว การจ่ายดาวน์บ้านแบบครั้งเดียว คือ การชำระเงินดาวน์บ้านเป็นเงินก้อนในครั้งเดียวจบ ส่วนใหญ่มักใช้กับบ้านหรือโครงการที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมให้เข้าอยู่เรียบร้อยแล้ว หลังจากจ่ายเงินดาวน์แบบครั้งเดียวเสร็จ ผู้ซื้อสามารถทำเรื่องสัญญากู้สินเชื่อกับธนาคาร โอนกรรมสิทธิ์ และย้ายเข้าอยู่ได้ทันที รูปแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินเก็บก้อนใหญ่พร้อมจ่าย และต้องการเข้าอยู่ในบ้านได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยไม่ต้องรอระยะเวลาการก่อสร้าง ผ่อนดาวน์บ้านแบบเท่ากันทุกงวด การผ่อนดาวน์บ้านแบบเท่ากันทุกงวด ส่วนใหญ่มักใช้กับบ้านหรือโครงการที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยทั่วไปจะให้เวลาผ่อนดาวน์ประมาณ [...]

2 นาที
หนี้ดีกับหนี้เสียต่างกันอย่างไร? รู้ไว้ก่อนวางแผนการเงิน
ทั่วไป

หนี้ดีกับหนี้เสียต่างกันอย่างไร? รู้ไว้ก่อนวางแผนการเงิน

การเป็นหนี้อาจฟังดูน่ากลัวสำหรับหลายคน แต่รู้หรือไม่ว่าหนี้ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป เพราะในความเป็นจริงแล้วหนี้มีทั้งด้านที่ดีและไม่ดี การเข้าใจความแตกต่างระหว่างหนี้ดีและหนี้เสียจะช่วยให้เราวางแผนการเงินได้อย่างชาญฉลาด เพิ่มโอกาสในการสร้างความมั่งคั่ง และหลีกเลี่ยงกับดักทางการเงินที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางการเงินในอนาคต หนี้ดีคืออะไร? มีประเภทใดบ้าง? หนี้ดี หมายถึง หนี้ที่เมื่อก่อขึ้นแล้วสามารถสร้างรายได้หรือผลตอบแทนในอนาคต เป็นหนี้ที่เมื่อลงทุนแล้วมีโอกาสงอกเงย หรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้กู้ในระยะยาว โดยทั่วไปหนี้ดีมักแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้ หนี้เพื่อการลงทุนและประกอบอาชีพ หนี้ประเภทนี้เป็นการกู้ยืมเพื่อนำเงินไปลงทุนหรือประกอบธุรกิจที่สามารถสร้างกระแสเงินสดเข้ามาในอนาคต เช่น การกู้เงินเพื่อขยายกิจการ ซื้อเครื่องมือหรืออุปกรณ์สำหรับประกอบอาชีพ หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า หนี้เหล่านี้มีศักยภาพในการสร้างรายได้ที่เพียงพอต่อการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย พร้อมทั้งอาจมีกำไรเหลือเก็บอีกด้วย หนี้เพื่อการศึกษา การกู้ยืมเพื่อการศึกษาถือเป็นการลงทุนในตัวเอง เพราะการศึกษาจะช่วยพัฒนาความรู้และทักษะที่สามารถนำไปประกอบอาชีพที่มั่นคงและมีรายได้ที่ดีในอนาคต การกู้ยืมเพื่อเรียนต่อในสาขาที่มีความต้องการสูงในตลาดแรงงาน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานที่มีรายได้สูงขึ้น ทำให้สามารถชำระหนี้คืนได้ในระยะเวลาอันสมควร หนี้เพื่อความมั่นคงในระยะยาว หนี้ประเภทนี้มักเกี่ยวข้องกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าและอาจเพิ่มค่าในระยะยาว เช่น สินเชื่อบ้าน ซึ่งนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ยังสามารถเพิ่มมูลค่าตามเวลาที่ผ่านไป และอาจสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าหรือขายเมื่อราคาสูงขึ้นในอนาคต การผ่อนบ้านยังเป็นการบังคับออมและสร้างความมั่นคงทางที่อยู่อาศัยในระยะยาว หนี้เสียคืออะไร? สาเหตุการเกิดหนี้เสียมีอะไรบ้าง? หนี้เสีย หมายถึง หนี้ที่เมื่อก่อขึ้นแล้วไม่สามารถสร้างรายได้หรือมูลค่าเพิ่มในอนาคต รวมถึงหนี้ที่ผู้กู้ไม่สามารถชำระคืนได้ตามกำหนด จนกลายเป็นหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน ซึ่งเรียกว่า NPL (Non-Performing Loan) หนี้เสียมีหลายรูปแบบและเกิดจากหลายสาเหตุ ดังนี้ ประเภทของหนี้เสีย [...]

2 นาที
查看全部
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent