Logo
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们
发布房源
发布房源
Homeday
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们收藏夹
HOMEDAY Logo

泰国排名第一的一站式房地产平台。轻松找到您的梦想家园、优质公寓或进行房产投资。

DBD Registered

主菜单

  • 首页
  • 买房
  • 租房
  • 新楼盘
  • 热门地段
  • 房产文章
  • 使用指南
  • 联系我们

房产类型

  • 公寓
  • 独栋别墅
  • 联排别墅
  • 土地

联系我们

  • 电话090-916-9993每天 9:00 - 18:00
  • Email[email protected]
  • 办公室159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    暖武里府 11110,泰国

热门搜索

素坤逸公寓轻轨公寓邦纳别墅便宜联排别墅考艾土地拉差达出租公寓暖武里二手房新公寓评测房屋贷款土地估价投资房产免费发布房产

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. 版权所有。

条款与条件隐私政策Sitemap
Add LINE Sticky

วิธีทำแปลงผักสวนครัวและปุ๋ยหมักที่บ้านได้ด้วยตัวเอง

Homeday
26 พฤษภาคม 2568
2 分钟阅读
分享:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 26/5/2568

วิธีทำแปลงผักสวนครัวและปุ๋ยหมักที่บ้านได้ด้วยตัวเอง

相关文章

推荐项目

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
新项目

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

11,990,000 泰铢起
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
现房项目

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

25,900,000 泰铢起
มหกรรมบ้านและคอนโด
การปลูกผักสวนครัวที่บ้านกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากผู้คนต้องการผักที่สดใหม่ ปลอดสารพิษ และปลอดภัยต่อครอบครัว การสร้างแปลงผักและผลิตปุ๋ยหมักใช้เองจึงเป็นทักษะที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อผักและปุ๋ย แต่ยังเป็นการลดขยะในครัวเรือนและสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
Article Image

ทำไมควรสร้างแปลงผักสวนครัวที่บ้าน

การสร้างแปลงผักสวนครัวที่บ้านให้ประโยชน์หลายประการที่สำคัญ ประการแรกคือความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารที่รับประทาน เมื่อเราปลูกผักเองจะสามารถควบคุมกระบวนการผลิตตั้งแต่เริ่มต้นจนเก็บเกี่ยว ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมี หรือการหลีกเลี่ยงสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ประการที่สองคือประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ การปลูกผักเองช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อผักจากตลาดได้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักใบเขียวที่มีราคาแพงและเสื่อมเสียง่าย
การปลูกผักสวนครัวยังมีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เนื่องจากช่วยลดการใช้พลาสติกบรรจุภัณฑ์จากการซื้อผักจากตลาด และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่งผัก นอกจากนี้ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดและสร้างความสุขให้กับผู้ปลูก การได้เห็นผักที่ปลูกเองเติบโตและเก็บเกี่ยวมากินเป็นความภาคภูมิใจที่ไม่สามารถซื้อหาได้ด้วยเงิน
Article Image

แปลงผักไม้ไผ่เหมาะสำหรับมือใหม่หรือไม่

แปลงผักจากไม้ไผ่เป็นทางเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผัก เนื่องจากมีความง่ายในการทำและต้นทุนต่ำ ไม้ไผ่เป็นวัสดุธรรมชาติที่หาได้ง่ายในประเทศไทย มีราคาไม่แพง และสามารถย่อยสลายได้เมื่อหมดอายุการใช้งาน ขั้นตอนการทำแปลงผักด้วยไม้ไผ่เริ่มต้นจากการกำจัดวัชพืชออกให้เกลี้ยงและปรับระดับดินให้เท่ากัน จากนั้นใช้จอบพรวนดินขึ้นมาเป็นแปลง1
การปักไม้ไผ่ล้อมรอบแปลงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยกำหนดขอบเขตและป้องกันดินไหลออก หากมีไม้ไผ่ลำยาวจะทำได้ง่ายมาก แต่ถ้ามีแต่ไม้ไผ่สั้นก็สามารถทำได้เช่นกัน เพียงแค่ค่อยๆ ทำไปทีละส่วน หลังจากนั้นใส่ดินและมูลวัวหรือมูลควายลงไปให้ทั่ว เท่านี้ก็พร้อมสำหรับหว่านเมล็ดผักลงปลูกแล้ว ข้อดีของแปลงไม้ไผ่คือสามารถทำเสร็จได้ในเวลาไม่นาน และหากต้องการขยายแปลงหรือเปลี่ยนตำแหน่งก็สามารถทำได้ง่าย
อย่างไรก็ตาม แปลงไม้ไผ่มีข้อจำกัดในเรื่องความทนทาน ไม้ไผ่จะเริ่มผุเปื่อยภายใน 2-3 ปี ทำให้ต้องเปลี่ยนใหม่เป็นระยะ นอกจากนี้การล้อมด้วยไม้ไผ่อาจไม่สามารถป้องกันหอยทากหรือแมลงศัตรูพืชได้เท่าที่ควร จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นปลูกผักด้วยงบประมาณน้อยและไม่คาดหวังการใช้งานระยะยาว
Article Image

อิฐบล็อกช่วยให้แปลงผักแข็งแรงได้อย่างไร

แปลงผักจากอิฐบล็อกเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแปลงผักที่มีความแข็งแรงและมาตรฐานสูงกว่าแปลงไม้ไผ่ แม้ว่าจะมีต้นทุนสูงกว่า แต่ให้ความคุ้มค่าในระยะยาว เนื่องจากมีความทนทานและสวยงามกว่า การทำแปลงผักด้วยอิฐบล็อกเริ่มต้นจากการขุดดินให้เป็นร่องลึกประมาณหนึ่งคืบ เพื่อสร้างฐานที่แข็งแรงและป้องกันหญ้าชอนไช
ข้อดีหลักของอิฐบล็อกคือความทนทานและความมั่นคงของโครงสร้าง อิฐบล็อกไม่เน่าเปื่อยเหมือนไม้ไผ่ สามารถทนต่อสภาพอากาศและการใช้งานได้นานหลายปี การวางอิฐบล็อกตามร่องที่ขุดไว้ช่วยให้แปลงมีความมั่นคงไม่ล้ม และสามารถโรยก้อนหินรอบๆ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความสวยงาม สำหรับแปลงผักขนาด 4×1.5 เมตร จะใช้อิฐบล็อกประมาณ 24 ก้อน ราคาก้อนละ 6 บาท รวมค่าใช้จ่ายประมาณ 144 บาทต่อแปลง
การเตรียมดินในแปลงอิฐบล็อกทำได้โดยพรวนดินให้ร่วนซุยและเรียบ จากนั้นใส่ปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอกเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน หากต้องการป้องกันหอยทาก เพลี้ย และแมลงบางชนิด สามารถโรยปูนขาวรอบๆ แปลงได้ ข้อดีเพิ่มเติมคือแปลงอิฐบล็อกมีรูปทรงสวยงาม เป็นระเบียบ และสามารถจัดเรียงได้หลายแปลงให้ดูเป็นระบบ
Article Image

ไฮโดรโปนิกส์ด้วยท่อ PVC ยากไหม

การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ด้วยท่อ PVC เป็นเทคโนโลยีการปลูกผักที่ใช้น้ำแทนดิน โดยละลายแร่ธาตุและสารอาหารในน้ำเพื่อให้รากพืชดูดซึม ประเทศไทยได้พัฒนาระบบไฮโดรโปนิกส์ด้วยท่อ PVC ทำให้มีต้นทุนต่ำกว่าอุปกรณ์นำเข้าจากต่างประเทศมาก ระบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรือต้องการควบคุมสภาพแวดล้อมการปลูกอย่างแม่นยำ
การทำรางปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ด้วยท่อ PVC เริ่มต้นจากการออกแบบระบบไหลเวียนของน้ำและเลือกขนาดปั๊มน้ำที่เหมาะสม สำหรับโต๊ะใหญ่ควรใช้ท่อขนาด 3 นิ้ว และมัดท่อให้แน่นก่อนเจาะ การวัดระยะห่างระหว่างรูที่จะเจาะเป็นช่องปลูกโดยทั่วไปจะเว้นระยะห่างประมาณ 20 เซนติเมตร1 หากโต๊ะยาวเกิน 2 เมตร ควรเจาะช่องระบายอากาศด้วยโฮลซอ 22 มิลลิเมตรตรงกลางระหว่างช่อง เว้น 4 ช่อง
การทำฝาครอบท้ายรางเป็นขั้นตอนสำคัญ โดยใช้ฝาครอบ PVC เจาะด้วยโฮลซอขนาด 22 มิลลิเมตร วัดจากฝาครอบลง 6 เซนติเมตร แล้วใส่ข้องอ PVC ½ นิ้วเกลียวนอกที่ทากาวแล้ว1 ระบบน้ำจะทำให้น้ำไหลจากถังผ่านหัวรางไปยังท้ายรางแล้วกลับสู่ถังอีกครั้ง การต่อปั๊มน้ำเข้ากับระบบจะทำให้น้ำหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มออกซิเจนให้รากพืช
ข้อดีของระบบไฮโดรโปนิกส์คือประหยัดน้ำ ปลอดสารพิษ เจริญเติบโตเร็ว และสามารถควบคุมสารอาหารได้แม่นยำ อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ต้องการความรู้เรื่องสารอาหารและการดูแลที่ละเอียดกว่าการปลูกในดิน ต้นทุนเริ่มต้นสูงกว่าแปลงปกติ และต้องมีไฟฟ้าสำหรับปั๊มน้ำอย่างต่อเนื่อง
Article Image

สูตรปุ๋ยหมักพระราชทานทำได้จริงไหม

ปุ๋ยหมักสูตรพระราชทานเป็นสูตรที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานไว้ เป็นวิธีการทำปุ๋ยหมักที่ง่าย มีประสิทธิภาพ และใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น ประกอบด้วยดิน ปุ๋ยคอก และซากพืช เช่น เศษใบไม้และหญ้าแห้ง การทำปุ๋ยหมักตามสูตรนี้ช่วยให้เกษตรกรสามารถผลิตปุ๋ยใช้เองได้ โดยไม่ต้องซื้อปุ๋ยเคมีราคาแพง
ขั้นตอนการทำเริ่มต้นจากการขุดหลุมขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 1 เมตร ลึก 1 เมตร จากนั้นนำซากพืชมากองเกลี่ยในหลุมให้สูงประมาณ 30 เซนติเมตร เหยียบขอบให้แน่นและรดน้ำให้ชุ่ม ตามด้วยการโรยปุ๋ยคอกทับให้ทั่วสูงประมาณ 5 เซนติเมตร หากมีปุ๋ยเคมีก็สามารถโรยได้สูงประมาณ 2.5 เซนติเมตร การสลับกองด้วยซากพืชและรดน้ำทำเป็นชั้นๆ ไปเรื่อยๆ จนเต็มหลุม
ความสำคัญของสูตรนี้อยู่ที่การรอกลับปุ๋ยหมักทุก 30 วัน จนกระทั่งซากพืชเปื่อยหมดและมีความร้อนใกล้เคียงกับอากาศ น้ำที่ใช้รดสามารถผสมด้วยปัสสาวะคนหรือสัตว์เพื่อเพิ่มไนโตรเจนได้ ปุ๋ยหมักที่ได้จะมีคุณภาพดี ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินและเพิ่มสารอินทรีย์ในดิน การใช้สูตรพระราชทานนี้แสดงให้เห็นว่าการทำปุ๋ยหมักไม่ใช่เรื่องยาก และสามารถทำได้ด้วยวัสดุธรรมดาที่มีอยู่รอบตัว
Article Image

การทำปุ๋ยจากเศษอาหารลดขยะได้มากแค่ไหน

การทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารเป็นวิธีการลดขยะที่มีประสิทธิภาพสูง เนื่องจากขยะอินทรีย์มีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 50 ของขยะทั้งหมดในครัวเรือน การนำเศษอาหารมาหมักให้เป็นปุ๋ยจึงเป็นการเปลี่ยนภาระให้เป็นมูลค่า ลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด และลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะ วิธีการง่ายๆ คือทำบ่อขยะเปียกขึ้นมา 2 บ่อ จะใช้เป็นถังดำหรือบ่อซีเมนต์ก็ได้ โดยเจาะรูด้านล่างและหาฝาปิดด้านบน
การใส่ขยะอินทรีย์หรือเศษอาหารลงในบ่อ ตามด้วย EM และกากน้ำตาลจะช่วยให้ขยะย่อยสลายและไม่เหม็น เคล็ดลับคือทำให้เสร็จไปเป็นบ่อๆ โดยใส่ขยะที่บ่อใดบ่อหนึ่งจนเต็มแล้วปล่อยทิ้งไว้รอย่อยสลาย จากนั้นสลับมาใส่ขยะลงไปในอีกบ่อ เมื่อบ่อที่ 2 เต็ม บ่อแรกก็กลายเป็นปุ๋ยพร้อมใช้งาน วิธีนี้ช่วยให้มีปุ๋ยหมักใช้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็ลดขยะเศษอาหารในครัวเรือนได้อย่างมาก
สำหรับครัวเรือนที่มีเศษอาหาร 4-5 ลิตรต่อวัน การใช้ถังหมักขนาดเล็ก 185 ลิตรสามารถรองรับได้เป็นอย่างดี ระยะเวลาการหมัก 60 วัน จะทำให้วัสดุหมักมีปริมาณสารอินทรีย์ลดลงร้อยละ 75 และได้ปุ๋ยหมักที่มีปริมาณธาตุอาหารครบถ้วนตามมาตรฐาน การทำปุ๋ยจากเศษอาหารไม่เพียงแต่ลดขยะ แต่ยังได้ปุ๋ยคุณภาพดีสำหรับปลูกผักอีกด้วย
Article Image

ปุ๋ยหมักไม่กลับกองทำได้ง่ายกว่าไหม

ปุ๋ยหมักแบบไม่กลับกองเป็นเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่อาศัยหลักการพาความร้อนและการย่อยสลายของจุลินทรีย์แบบใช้อากาศ ทำให้ไม่ต้องพลิกกลับกองปุ๋ยในระหว่างการหมัก วิธีนี้ง่ายกว่าการทำปุ๋ยหมักแบบดั้งเดิมมาก เพราะลดการใช้แรงงานและเวลาในการดูแล สูตร “วิศวกรรมแม่โจ้ 1” เป็นตัวอย่างที่ดีของเทคโนโลยีนี้
การทำปุ๋ยหมักไม่กลับกองใช้เศษข้าวโพดหรือฟางข้าว 4 ส่วนกับมูลสัตว์ 1 ส่วนโดยปริมาตร วางสลับกันเป็นชั้นบางๆ สูงไม่เกินชั้นละ 10 เซนติเมตร จำนวน 15-17 ชั้น การขึ้นกองเป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีความสูงไม่ต่ำกว่า 1.5 เมตร ฐานกว้าง 2.5 เมตร ช่วยให้เกิดการพาความร้อนที่เหมาะสม ความสำคัญของการทำเป็นชั้นบางๆ หลายชั้นคือเพื่อให้จุลินทรีย์สามารถใช้ทั้งคาร์บอนจากเศษพืชและไนโตรเจนจากมูลสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การรักษาความชื้นทำได้โดยรดน้ำภายนอกกองปุ๋ยทุกเช้า และใช้ไม้แทงกองปุ๋ยให้เป็นรูลึกเพื่อกรอกน้ำลงไป ระยะห่างของรูประมาณ 40 เซนติเมตร ทำ 5 ครั้ง ห่างกัน 10 วัน ภายใน 5 วันแรกกองปุ๋ยจะมีอุณหภูมิสูงถึง 70 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เมื่อครบ 60 วัน อุณหภูมิจะกลับสู่ปกติและปุ๋ยพร้อมใช้งาน ข้อดีของวิธีนี้คือไม่ต้องกลับกอง ประหยัดแรงงาน และให้ปุ๋ยหมักคุณภาพดี

สรุป

การสร้างแปลงผักสวนครัวและผลิตปุ๋ยหมักที่บ้านเป็นทักษะที่มีประโยชน์อย่างมากในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเลือกทำแปลงผักด้วยไม้ไผ่ที่เหมาะสำหรับมือใหม่ แปลงอิฐบล็อกที่ทนทานสวยงาม หรือระบบไฮโดรโปนิกส์ที่ทันสมัย ล้วนแล้วแต่มีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันไป การเลือกวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับงบประมาณ พื้นที่ และความต้องการใช้งาน
การทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารไม่เพียงแต่ช่วยลดขยะในครัวเรือน แต่ยังได้ปุ๋ยคุณภาพดีสำหรับบำรุงผัก ไม่ว่าจะใช้สูตรพระราชทาน วิธีบ่อขยะเปียก หรือการทำปุ๋ยไม่กลับกอง ล้วนให้ผลลัพธ์ที่ดีหากปฏิบัติอย่างถูกต้อง การใช้น้ำ EM ช่วยเร่งกระบวนการย่อยสลายและปรับปรุงคุณภาพดิน ทำให้การปลูกผักให้ผลดียิ่งขึ้น
การรวมทั้งการสร้างแปลงผักและการทำปุ๋ยหมักเข้าด้วยกันจะสร้างระบบเกษตรแบบหมุนเวียนที่ยั่งยืน ช่วยให้ครอบครัวมีผักสดปลอดสารพิษไว้บริโภค ลดค่าใช้จ่าย และมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม ทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยวัสดุและพื้นที่ที่มีอยู่
#สาระ #ปลูกผักสวนครัว #แปลงผักบ้าน #ปุ๋ยหมักเศษอาหาร #ไฮโดรโปนิกส์ #เกษตรอินทรีย์ #ผักปลอดสารพิษ #ทำปุ๋ยเอง #น้ำEM #ลดขยะอินทรีย์ #เกษตรยั่งยืน
相关主题:
#ผักปลอดสารพิษ
#เกษตรยั่งยืน
#น้ำEM
#ลดขยะอินทรีย์
#ปุ๋ยหมักเศษอาหาร
#ไฮโดรโปนิกส์
#ต้นไม้และสวน
#เกษตรอินทรีย์
#ทำปุ๋ยเอง
#แปลงผักบ้าน
#สาระ
#ปลูกผักสวนครัว

喜欢这篇文章吗?分享它!

分享:FacebookXLINE

-

满分 5

评论与评分

(0 条评论)

暂无评论。成为第一个评论本文的人!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
新项目

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

1,990,000 泰铢起
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
现房项目

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

1,690,000 泰铢起
ทั่วไป
HOMEDAY
查看全部
ทำอย่างไรให้ปลูกผักสวนครัวด้วยไม้ไผ่ได้ง่ายและประหยัด?
ทั่วไป

ทำอย่างไรให้ปลูกผักสวนครัวด้วยไม้ไผ่ได้ง่ายและประหยัด?

การปลูกผักสวนครัวด้วยไม้ไผ่กำลังเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการผักปลอดสารพิษไว้บริโภคในครอบครัว วิธีการนี้ไม่เพียงแต่ประหยัดค่าใช้จ่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและให้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูง ด้วยการใช้วัสดุธรรมชาติอย่างไม้ไผ่ที่หาได้ง่ายและราคาไม่แพง ทำให้การสร้างแปลงผักเป็นเรื่องที่ทำได้จริงสำหรับทุกครัวเรือน เหตุผลที่ควรเลือกปลูกผักสวนครัวเองที่บ้าน การปลูกผักสวนครัวเองมีข้อดีมากมายที่หลายคนอาจไม่เคยคิดถึง ผักที่ซื้อจากตลาดมักมีสารพิษและยาฆ่าแมลงเจือปนอยู่เสมอ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว การปลูกผักเองจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการได้รับประทานผักที่สด สะอาด และปลอดภัย ผักที่ปลูกเองจะมีรสชาติที่หวาน กรอบ และอร่อยกว่าผักที่ซื้อจากภายนอก เนื่องจากไม่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งที่ยาวนาน ทำให้ยังคงความสดใหม่และคุณค่าทางอาหารไว้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า ลดรายจ่ายค่าผัก และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับครอบครัว การมีสวนผักที่บ้านยังเป็นกิจกรรมที่ดีสำหรับเด็กๆ ในครอบครัว ช่วยให้พวกเขาเรียนรู้เกี่ยวกับการเจริญเติบโตของพืช เข้าใจถึงที่มาของอาหาร และสร้างนิสัยการกินผักให้เป็นเรื่องธรรมชาติ ข้อดีของการใช้ไม้ไผ่ในการทำแปลงผัก ไม้ไผ่เป็นวัสดุที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการทำแปลงปลูกผัก เนื่องจากมีหลายประโยชน์ที่โดดเด่น ราคาของไม้ไผ่ถูกมากเมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุอื่นๆ โดยลำไผ่ยาวๆ หนึ่งลำมีราคาประมาณสิบกว่าบาทเท่านั้น ทำให้สามารถสร้างแปลงผักได้อย่างประหยัด ไม้ไผ่มีลักษณะที่ดูเป็นธรรมชาติและสวยงาม เมื่อนำมาทำแปลงผักจะทำให้สวนดูมีเสน่ห์และกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม ไม้ไผ่ยังมีความทนทานพอสมควร สามารถใช้งานได้นานหลายฤดูกาล และเมื่อเก่าแล้วก็สามารถย่อยสลายกลับสู่ธรรมชาติได้ นอกจากลำไผ่แล้ว ใบไผ่ยังมีประโยชน์อย่างมากในการปลูกผัก ใบไผ่อุดมไปด้วยสารประกอบต่างๆ ที่ช่วยบำรุงดิน สามารถนำมาใช้เป็นวัสดุคลุมดินได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยป้องกันวัชพืชและรักษาความชื้นในดิน ขั้นตอนการเตรียมพื้นที่สำหรับทำแปลงผัก การเตรียมพื้นที่เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมาก ต้องเริ่มจากการถางหญ้าและกำจัดวัชพืชออกจากบริเวณที่จะทำแปลง การใช้มือถอนจะดีกว่าการตัด เพราะจะได้ถอนรากถอนโคนออกไปด้วย แม้ว่าหญ้าจะงอกขึ้นมาใหม่อีก แต่การถอนรากจะช่วยลดปริมาณการขึ้นซ้ำ หลังจากถางหญ้าแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการปรับระดับดินให้เท่าๆ กัน เพื่อให้แปลงที่จะสร้างขึ้นมีความเรียบร้อยและสวยงาม การปรับระดับดินจะช่วยให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสม [...]

2 นาที
วิธีปลูกผักชีในกระถางให้งอกงามและเก็บได้ทั้งปี?
ทั่วไป

วิธีปลูกผักชีในกระถางให้งอกงามและเก็บได้ทั้งปี?

การปลูกผักชีในกระถางกลายเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนรักสวนและผู้ที่ต้องการผักสวนครัวสดใหม่ไว้ปรุงอาหาร เนื่องจากผักชีเป็นพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและมีประโยชน์มากมาย ทั้งในด้านการปรุงอาหารและสุขภาพ การปลูกในกระถางนั้นไม่เพียงแต่ประหยัดพื้นที่ แต่ยังช่วยให้การดูแลและเก็บเกี่ยวทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งจากการศึกษาพบว่าผักชีมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยใน 100 กรัม มีพลังงานเพียง 23 แคลอรี่ แต่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำไมต้องเลือกปลูกผักชีในกระถาง? การปลูกผักชีในกระถางมีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นที่นิยมของคนรักการทำสวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรืออาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม การปลูกในกระถางช่วยให้สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าการปลูกในแปลงดิน เนื่องจากสามารถย้ายกระถางไปมาได้ตามความเหมาะสมของแสงแดดและอากาศ นอกจากนี้ การปลูกผักชีในกระถางยังช่วยป้องกันศัตรูพืชและโรคพืชได้ดีกว่า เพราะสามารถควบคุมคุณภาพของดินและการระบายน้ำได้อย่างเหมาะสม ผักชีเป็นพืชที่ชอบดินร่วนปนทรายและมีการระบายน้ำที่ดี ซึ่งเมื่อปลูกในกระถางจะสามารถจัดเตรียมสภาพดินให้เหมาะสมได้อย่างแม่นยำ การเก็บเกี่ยวก็เป็นอีกข้อดีหนึ่งของการปลูกในกระถาง เนื่องจากสามารถวางกระถางไว้ใกล้ครัวหรือในตำแหน่งที่สะดวกต่อการหยิบมาใช้ประกอบอาหาร ทำให้ได้ผักชีสดใหม่ทุกครั้งที่ต้องการใช้ เลือกอุปกรณ์และเตรียมดินปลูกอย่างไร? การเตรียมอุปกรณ์และดินปลูกเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการปลูกผักชี สำหรับอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น ได้แก่ เมล็ดพันธุ์ผักชีที่มีคุณภาพ กระถางที่มีรูระบายน้ำ ดินร่วน ปุ๋ยคอก ทรายหรือขี้เถ้า และฟางข้าวหรือหญ้าแห้งสำหรับคลุมดิน การเลือกกระถางควรเลือกชนิดที่มีความลึกอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อให้รากผักชีมีพื้นที่เจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ และต้องมีรูระบายน้ำที่ดีเพื่อป้องกันน้ำขัง ซึ่งอาจทำให้รากเน่าได้ สำหรับการเตรียมดินปลูก สามารถใช้สูตรดินที่ประกอบด้วย ดิน 2 ส่วน แกลบดิบ 1 ส่วน และปุ๋ยคอก 1 ส่วน [...]

2 นาที
ทำไมแปลงผักอิฐบล็อกจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการปลูกผักที่บ้าน?
ทั่วไป

ทำไมแปลงผักอิฐบล็อกจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการปลูกผักที่บ้าน?

ประโยชน์ของการทำแปลงผักอิฐบล็อกในบ้าน การปลูกผักสวนครัวที่บ้านกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นและผู้คนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น การทำแปลงผักด้วยอิฐบล็อกเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกผักไว้รับประทานเองที่บ้าน เนื่องจากมีความแข็งแรง ทนทาน และประหยัดงบประมาณ4 นอกจากนี้ยังช่วยให้มีผักสดปลอดสารพิษไว้รับประทานทุกวัน ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าผักที่ซื้อจากตลาด การทำแปลงผักอิฐบล็อกมีข้อดีหลายประการ ได้แก่: ช่วยเพิ่มหน้าดินให้ลึกขึ้นและป้องกันการไหลของปุ๋ย มีความแข็งแรงทนทาน สามารถใช้งานได้นานถึง 3-5 ปีขึ้นไป ช่วยป้องกันไม่ให้หญ้าชอนไชเข้ามาในแปลงผัก สร้างความเป็นระเบียบและสวยงามให้กับพื้นที่ วัสดุและงบประมาณในการทำแปลงผักอิฐบล็อก การทำแปลงผักด้วยอิฐบล็อกไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง จากตัวอย่างการทำแปลงผักขนาด 4×1.5 เมตร จำนวน 6 แปลง ใช้งบประมาณเพียง 1,164 บาท4 โดยมีรายละเอียดค่าใช้จ่ายดังนี้: อิฐบล็อก 144 ก้อน ราคาก้อนละ 6 บาท รวม 864 บาท4 ก้อนหินสำหรับโรยรอบๆ แปลง 300 บาท4 สำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด สามารถเลือกใช้อิฐประสานซึ่งมีราคาถูกกว่า โดยแปลงขนาด 40 ซม. x 272 ซม. สูง 20 ซม. ใช้งบประมาณเพียง [...]

2 นาที
ปุ๋ยไส้เดือนคืออะไร และทำไมถึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเกษตรอินทรีย์?
ทั่วไป

ปุ๋ยไส้เดือนคืออะไร และทำไมถึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเกษตรอินทรีย์?

ปุ๋ยไส้เดือนหรือเวอร์มิคอมโพสต์ได้กลายเป็นหนึ่งในวิธีการเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูงในการบำรุงดินและส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ปุ๋ยชนิดนี้ผลิตจากกระบวนการย่อยสลายเศษอินทรีย์วัตถุโดยไส้เดือนดิน ซึ่งสามารถเพิ่มปริมาณธาตุอาหารในดิน ปรับปรุงโครงสร้างดิน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การศึกษาวิจัยต่างๆ พบว่าปุ๋ยไส้เดือนมีธาตุอาหารที่พืชนำไปใช้ได้ในปริมาณสูงกว่าปุ๋ยหมักทั่วไป และยังช่วยเพิ่มจุลินทรีย์มีประโยชน์ในดินอีกด้วย ปุ๋ยไส้เดือนคืออะไรและมีที่มาอย่างไร? ปุ๋ยไส้เดือนหรือปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนเป็นผลผลิตที่เกิดจากกระบวนการย่อยสลายเศษอินทรีย์วัตถุต่างๆ โดยไส้เดือนดิน กระบวนการนี้เรียกว่า “เวอร์มิคอมโพสติ้ง” ซึ่งเป็นการนำไส้เดือนดินมาเลี้ยงเพื่อเปลี่ยนองค์ประกอบของเศษอินทรีย์วัตถุและเพิ่มจุลินทรีย์มีประโยชน์ ไส้เดือนจะกินเศษอินทรีย์วัตถุเข้าไป ผ่านกระบวนการย่อยสลายภายในลำไส้ แล้วขับถ่ายออกมาเป็นมูลที่อุดมไปด้วยธาตุอาหาร ลักษณะของปุ๋ยไส้เดือนมีรูปทรงเป็นเม็ดร่วนละเอียด สีดำหรือสีน้ำตาล โปร่งเบา มีความพรุนสูง สามารถระบายน้ำและอากาศได้ดีมาก ปุ๋ยชนิดนี้มีความจุความชื้นสูงและประมาณอินทรีย์วัตถุสูงมาก เนื่องจากเป็นผลจากการย่อยสลายโดยกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่อยู่ในลำไส้และน้ำย่อยของไส้เดือนดิน ไส้เดือนที่นิยมใช้ในการผลิตปุ๋ยมี 3 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ ไทเกอร์ วอร์ม แอฟริกัน ไนท์ คลอเลอร์ และขี้ตาแร่ โดยแอฟริกัน ไนท์ คลอเลอร์เป็นสายพันธุ์ที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากสามารถย่อยสลายมูลวัวและมูลควายได้ดี สายพันธุ์ไส้เดือนที่มีประสิทธิภาพในการผลิตเวอร์มิคอมโพสต์ ได้แก่ Eisenia foetida, Amyanthes differigens และ Eudrillus eugineae วิธีการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ยมีกี่แบบ? การเลี้ยงไส้เดือนเพื่อทำปุ๋ยสามารถทำได้หลายวิธี โดยส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น 2 วิธีหลัก คือ วิธีเลี้ยงในกะละมังและวิธีเลี้ยงในบ่อซีเมนต์1 [...]

3 นาที
查看全部
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent